AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกินกว่าจินตนาการ

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกินกว่าจินตนาการ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 181

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2561 21:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกินกว่าจินตนาการ
แบบอักษร

ตอนที่ 5 ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกินกว่าจินตนาการ

“น ....นานะ” เสียงอันแผ่วเบาของไผ่เอื้อนเอ่ย เบาจนคนที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินไม่ชัดเจน แต่สำหรับหญิงสาวผู้มาใหม่แล้ว....เธอได้ยินอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

ร่างที่แช่มช้อยอรชรผิวขาวดั่งปุยหิมะที่ยิ่งมองยิ่งน่าหลงใหล แขนขาที่เรียวงามได้รูปยิ่งกว่าเทพสรรค์สร้าง เป็นความงามที่มีความสมบูรณ์แบบอย่างหาใดเปรียบ ใบหน้ารูปไข่ดั่งหญิงสาวอายุ 18 เป็นอายุที่เพียบพร้อมด้วยเรือนร่างที่สามารถยั่วยุสายตาบุรุษให้มองจนโงหัวไม่ขึ้น

เธอไม่ได้สวยเพียงอย่างเดียว และในความสวยนั้นซุกซ่อนความน่ารักน่าค้นหาเอาไว้ สายตาที่เธอมองไปยังผู้ที่ถูกเรียกว่าพี่ชายในตอนนี้ เสมือนว่าทั่วทั้งจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ มีเพียงผู้เดียวที่อยู่ในสายตาของเธอ นั่นก็คือเจ้าคนที่นั่งน้ำลายย้อยอยู่ตรงนั้น อีกอย่าง คงจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้เธอยิ้มละไมจนละลายใจชายทั่วโลกแบบนี้ได้

ผมสีดำเงางามยาวไปจนถึงเอว เพียงสายลมน้อย ๆ ที่พัดผ่านก็ทำให้มันสะบัดเป็นลอนอย่างสวยงาม ดวงตาจากแต่ก่อนที่เป็นสีแดงเพลิงนั้นมาบัดนี้กลายเป็นสีน้ำเงินอัญมณีที่เปล่งประกายตลอดเวลา แสงสีม่วงอ่อน ๆ ที่แผ่รัศมีออกมาจากดวงตานั้นสร้างความตื่นตะลึงและน่าหลงใหลแก่ผู้พบเห็น เหมือนกับว่าแม้จะเป็นตอนกลางคืนออร่าสีน้ำเงินนั้นจะไม่มีวันเลือนหายไป

นานะในตอนนี้แตกต่างจากเด็กน้อยที่ทุกคนคุ้นเคย รูปร่างของเธอเปลี่ยนแปลงจนไม่มีใครจำได้ ความงามจากที่แต่ก่อนก็เรียกได้ว่าหาคนเปรียบได้ยากแล้ว มาบัดนี้ ไม่มีใครนึกออกเลยว่าจะมีหญิงสาวคนไหนงามได้แบบนี้อีก

“เฮือก!!” เสียงของเจ้าฮอปกระอักเลือดออกมาทั้งทางจมูกและทางปากพุ่งกระฉูดกลายเป็นแรงส่งให้ร่างของมันปลิวละลิ่วไปตามแรงดันของเลือดที่พุ่งออกมา เพียงแค่เจ้าฮอปเห็นรอยยิ้มน้อย ๆ ที่เธอส่งให้ไผ่เท่านั้น

ตอนนี้ฮอปกำลังใช้มือทั้งสองข้างพยามหยุดเลือดที่พุ่งไม่หยุดของตนเองอยู่ แต่กระนั้นสายตาก็ยังคงมองนานะต่อไป

“นะ นี่คือหนูนานะงั้นเหรอ” ไผ่กลืนน้ำลายไปอึกหนึ่งแล้วพยายามปรับให้โทนเสียงของตัวเองนิ่งที่สุด

หญิงสาวยิ้มอย่างนุ่มนวลทำให้เลือดกำเดาเจ้าฮอปกระฉูดออกมาอีกครั้ง แต่สำหรับไผ่แล้วทุกคนจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ แรงดั่งเสียงกลองที่ตีเป็นจังหวะหัวใจเร็วกว่าเสียงหัวใจปกติไปสิบเท่า

“พี่ชายจำนานะไม่ได้เหรอ นานะน่ารักขึ้นใช้ม๊า” เสียงนุ่มใสที่ทำให้ผู้ฟังชะงักค้าง เสียงอันไพเราะที่เอ่อออกมาอย่างนุ่มนวลราวกับท่วงทำนองแห่งเสียงดนตรีที่ลึกซึ้ง สุ้มเสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบานี้ทำให้ฮอป โนบุ แพตตี้และไผ่ถึงกับนิ่งงัน ไม่สิ เรียกว่าถึงกับวิญญาณล่องลอยออกจากร่างไปสู่สรวงสวรรค์ที่มีเสียงประโคมดนตรีอันไพเราะรอบด้าน ท่ามกลางสระน้ำที่โคจรเป็นเส้นสายรอบตัวเป็นรูปประติมากรรมสายน้ำที่มีชีวิตชีวาเคลื่อนไหวเป็นรูปร่างเส้นโค้งวนเป็นเกลียวหมุนขึ้นลงดังสปริง ละอองสายน้ำที่กระจาย

ด้านบนเผยให้เห็นสายรุ้งอย่างแจ่มชัด ตอนนี้ผู้ฟังเสมือนกับว่าตนเองยืนอยู่บนดอกบัวอัญมณีขนาดใหญ่กลางทะเลน้ำอันงดงามที่เหมือนกับเป็นน้ำเพชรน้ำพลอยสว่างไสวไปทั่ว สถานที่ซึ่งไม่มีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ แต่มีความสว่างนวลตาน่ามองน่าหลงใหลที่ไม่สิ้นสุด

ความงามที่บรรยายมาเหล่านี้แท้จริงแล้วยังไม่ถึงความงามครึ่งหนึ่งของนานะด้วยซ้ำ เธอสวยยิ่งกว่ามารดาของเธอเสียอีก หากเปรียบความสวยของมารดาเธอเป็นดั่งนางอัปสรสวรรค์ที่แช่มช้อยงดงามน่าหลงใหล สามารถยั่วยุกิเลสตัณหาของผู้พบเห็นได้เพียงการมองแค่ครั้งเดียว

แต่ความงามของนานะเปรียบดั่งเทพธิดาผู้เป็นเจ้าของวิมานรัตนชาติอันโอ่อ่าตระการตา เป็นความงามระดับท๊อปทรีของเหล่าเทพธิดาบนสรวงสรรค์

ซึ่งหากนำความงามของนางอัปสรมาเปรียบเทียบกับมนุษย์ แม้นจะเอาความงามนางงามจักรวาล 1000 คนมารวมกัน ความงามนี้เทียบไม่ได้แม้เศษฝุ่นในขี้เล็บ หากจะเทียบกับนางอัปสรแล้วเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับความงามของนางอัปสรเมื่อเทียบกับเทพธิดา

จะนำมาเทียบได้อย่างไร ในเมื่อนางอัปสรคือคนรับใช้ เป็นบริวารของเทพธิดา ฉะนั้นแล้วเทพธิดาผู้เป็นนายเล่า ความงามของเธอย่อมต้องสูงส่งกว่าหลายเท่า

คำ ๆ เดียวที่ผุดขึ้นในใจของทั้งสี่คนในตอนนี้คือ “เธอสวยอย่างไม่มีที่ติ” โนบุกับแพตตี้ที่เป็นป็อปปูล่าในตอนนี้รัศมีหม่นหมองเมื่อเทียบกับนานะในทันใด

ฟุ๊บ!!

เพียงเสี้ยววินาทีเธอก็หายไปจากครรลองสายตาของทุกคน แว๊บเดียวก็ได้ยินเสียงไถลกับพื้นของใครบางคน

“พี่ชาย!!! นานะคิดถึง นานะคิดถึงพี่ชายมากเลย” เสียงหญิงสาวออดอ้อน ตอนนี้เธอโผเข้าไปกอดไผ่แล้วใช้หัวน้อย ๆ ของเธอถูกับหน้าอกไผ่ด้วยความคิดถึงคะนึงหา

เสียงหวานใสดั่งเสียงดนตรีสวรรค์ทำให้วิญญาณของไผ่ล่องลอยไปอีกครา ณ ตอนนี้คนที่พูดไม่ออกก็คือเจ้าตัวที่โดนกอด

ไผ่ แม้จะได้พบเห็นความสวยของผู้หญิงระดับท๊อปมามาก บางทีอาจเคยชินกับความงามเหล่านั้นไปแล้ว แต่สำหรับนานะไม่ใช่ เธอไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป

เสียงสูดหายใจลึก ๆ ของไผ่ดังขึ้น เจ้าตัวปรับอารมณ์ให้กลายเป็นปกติอย่างรวดเร็ว มือขวาเลื่อนไปลูบผมของนานะอย่างอ่อนโยน

“ยินดีต้อนรับกลับนะ นานะ” เสียงพูดอันอ่อนโยนและแผ่วเบาเพียงพอสำหรับการได้ยินสองคน

“อื้อ กลับมาแล้วค่า!!!” เสียงหวานใสของนานะพูดด้วยรอยยิ้มละไม แม้ร่างกายเธอจะกลายเป็นสาวแล้ว แต่นิสัยเธอก็ยังคงเป็นเด็กน้อยเช่นเดิม

“พี่ชาย นานะหิวข้าว นานะหิว นานะหิว และอยากกินขนมด้วยยย” เสียงออดอ้อนของนานะมากับลักษณะท่าทางที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทำเอาไผ่ยิ้มน้อย ๆ เจ้าตัวพยุงนานะให้ลุกขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นนานะน้อยเธอวิ่งอ้อมไปด้านหลังไผ่แล้วกระโดดขี่เอวทันที

“นานะทำอะไรน่ะ จะเกาะหลังพี่เหมือนก่อนหน้านี้อีกไม่ได้แล้วนะ ตอนนี้เราโตแล้วนะนานะ” ไผ่พยายามแกะมืออันเรียวงามของนานะออก แต่มือเจ้ากรรมของเธอเกาะแน่นมากจึงต้องละความพยายามไป

“ไม่เป็นไรหรอก แม้นานะจะปรับกระบวนการร่างกายของมังกรต้นกำเนิดแล้วแต่ว่านะนะก็ยังตัวเล็กกว่าพี่ชายนิดหน่อยนะ อีกอย่าง ...พี่ชายแข็งแรงจะตาย แค่นี้แบกน้ำหนักนานะได้สบาย ๆ อยู่แล้ว” เสียงหวานใสของนานะดังมาจากด้านหลังของไผ่ทำเอาเจ้าตัวถึงกับอึ้ง

“เอ่อ ... คือว่าหนูนานะเปลี่ยนมาขี่หลังพี่ฮอปก็ได้นะ ไม่ต้องไปสนใจเฮียเขาหรอก” เสียงฮอปพูดขัดจังหวะ เจ้าฮอปในตอนนี้รู้ว่าเฮียของเขาเป็นเทพแห่งหญิงสาวหรือไง ถึงได้มีคนสวย ๆ มาล้อมรอบแบบนี้

“ทำไมนานะต้องไปขี่หลังคนที่นานะไม่รักด้วย ลุงฮอปไม่ใช่คนที่นานะรัก นานะไม่ไปขี่หลังหรอก อีกอย่าง...ถ้าลุงคิดจะแตะต้องตัวนานะล่ะก็ นานะจะฆ่าลุงให้หายไปจากโลกนี้!!!” เสียงหวานใสของนานะพูดขึ้น เธอไม่ไว้หน้าฮอปแม้แต่น้อย ตอนนี้คนโดนว่ารู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางแจ้งนับร้อยนับพันสายในเวลาเดียวกัน หน้าเจ้าฮอปซีดพร้อมกับคอตกเหงาหงอยในทันที

-ทำไม่ฮอปไม่มีโชคแบบเฮียบ้างเนี่ย น่าเสียใจเป็นที่สุด- เสียงความคิดเจ้าฮอปดังก้องในหัวตนเอง

“เอาน่า ๆ ฮอป อย่างน้อยนายก็ยังมียัยโลกส่วนตัวสูงคอยห่วงใยอยู่ เธอสวยระดับท๊อปเทนของประเทศเลยนะ อีกอย่าง นายเป็นพระเอกขี่ม้าขาวของเธอไม่ใช่เหรอ!!!” เสียงของไผ่ปลอบประโลมฮอปแต่เจ้าตัวที่ได้ยินถึงกับสั่นสะท้าน

“จะบ้าเหรอเฮีย แม้ยัยนั่นจะสวยก็หอะ แต่อันตรายมากเลยนะเฮีย ถึงขนาดสร้างไวรัสทำลายหลายประเทศให้สูญหายได้เนี่ย!!” เสียงกึ่งตะโกนกึ่งถกเถียงของฮอปพูดแย้ง แต่ทว่าแย้งได้ไม่ทันไรก็โดนมะเหงกของโนบุที่ขอเข้ามามีบทด้วยเข้าเต็ม ๆ

“แหม ไอ้ฮอปนี่ช่างเลือกเนอะ พูดอย่างกับตัวเองไม่เคยทำลายล้างโลกว่างั้น” เสียงของโนบุพูดแย้งด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง

“แต่ว่ายัยนั่นเป็นมนุษย์ทดลองที่อันตรายมากเลยนะ” ฮอปยังเถียงคำไม่ตกฟาก ทันใดก็โดนตบหัวไปฉาดใหญ่

“อย่างกับเอ็งไม่ได้เป็นมนุษย์ทดลองรึไงห๊ะ เอ็งนั่นแหละตัวดีไอ้ฮอป มนุษย์ทดลองที่ผิดพลาด ตัวอันตรายที่ต้องกำจัด!! เฮ๊อะ” เสียงของโนบุแฝงแววเย้ยหยันทำให้ฮอปที่ตีหน้าเศร้าถึงกับยิ้มเหยเก

“แฮะ ๆ เค้าขอโทษ” เสียงของฮอปฉายแววสำนึกผิดแบบขี้เล่นทำเอาโนบุต้องตบไปอีกฉาด เพียงแต่ครั้งนี้เจ้าตัวหลบได้อย่างไม่ยากเย็น

ไผ่ที่ฟังการสนทนาของทั้งสองก็ยิ้มน้อย ๆ แล้วเอ่ยขึ้นเพียงพอที่ทุกคนได้ยิน

“ฮอป ไปทำอาหาร เอาให้สุดฝีมือ อีกประเดี๋ยวจะออกเดินทางกันแล้ว”

“รับทราบครับผม เค้าจะทำให้สุดฝีมือเลย” เสียงของฮอปดังขึ้นพร้อมกับมือตะเบ๊ะหน้าผาก แล้วเดินเข้าไปยังห้องครัวทันที สีหน้าฮอปตอนนี้กลับมาเป็นปกติเสมือนกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ... ไม่ได้เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

“พี่ชายนานะอยากกินช็อคโกแลต” เสียงอ้อนแบบเด็กน้อยของนานะ แพตตี้รู้งานเธอรีบหยิบออกมาจากแหวน นำใส่จานวางไว้บนโต๊ะพร้อมทานในทันที นานะรีบผละออกจากลังไผ่มุ่งหน้าไปยังโต๊ะแล้วนั่งกินช็อคโกแลตของโปรดเธอด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

“กินของหวานก่อนกินข้าว ระวังเดี๋ยวจะเสียรสชาตินะ” ไผ่เตือนเบา ๆ นานะยิ้มรับ

“ไม่เป็นไรหรอกค่าพี่ชาย!!”

“อืม ว่าแต่คิวบ์ยังไม่มาอีกเหรอ” ไผ่ถามนานะ

“ข้าอยู่นี่ตั้งนานแล้ว ทำไมเอ็งไม่หัดมาสนใจกันบ้าง” เสียงอันเฉยชาของคิวบ์พูดขึ้น เขานั่งอยู่เก้าอี้มุมห้องโดยที่ไม่มีใครให้ความสนใจแม้แต่น้อย

“อื้อ ยินดีต้อนรับกลับคิวบ์” ไผ่พูดแค่นั้นแล้วเดินไปนั่งพิงเก้าอี้พักผ่อนตามฉบับ ทิ้งให้เจ้าคิวบ์ควันออกหู

“ทำไมไม่ถามถึงความเปลี่ยนแปลงของข้าบ้างฟร๊ะ นี่เอ็งมองไม่เห็นพลังที่เพิ่มพูนของข้าเหรอไง เห็นแสงออร่าที่มันเป็นประกายแว๊บ ๆ นี่ไหม” คิวบิระเบิดอารมณ์ (แต่ไม่มีแรงกดดัน)

“เอาน่า พลังเพิ่มขึ้นก็ดีแล้ว ว่าแต่นิสัยนายเปลี่ยนไปเยอะเลยนะเนี่ย แต่ก่อนออกดูขรึม ๆ มาตอนนี้ดูกวน ๆ ขี้โมโหเหมือนคนแก่เลย” ไผ่พูดน้ำเสียงเนิบ ๆ คิวบ์ได้ยินก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาถอนหายใจเบา ๆ

“ช่างเถอะ ก็คงจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ นั่นแหละ งั้นข้าขอนอนพักก่อนก็แล้วกัน อาหารมาเมื่อไหร่บอกด้วย” คิวบพูดนำเสียงเฉยชาเช่นเดิม

“นี่คิวบ์ ไม่ใช่ว่านายไม่มีวันหิวหรอกเหรอ” ไผ่ถามคิวแบบ งง งง

“ก็ข้าจะกิน มันก็เรื่องของข้า อาหารเสร็จแล้วบอกด้วย” คิวบ์ย้อนกลับด้วยท่าทีเฉยเมยไผ่ก็พยักหน้าเออๆ ออๆ ไปตามนั้น แล้วก็นั่งหลับตาพักผ่อนตามฉบับต่อไป

และในที่สุดมื้ออาหารก็ได้เริ่มขึ้น ท่ามกลางความสุขของทุกคน

การฉลองอีกครั้งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเดินทางไปยังสถานที่อื่น

.............................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น