หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 62 ความต้องการของอาหญิง

ชื่อตอน : ตอนที่ 62 ความต้องการของอาหญิง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2561 12:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 62 ความต้องการของอาหญิง
แบบอักษร

ภายในเหอหมิงเชียน เสิ่นอี้หลานบอกความประสงค์ให้พี่สะใภ้ทั้งสองรู้ ที่เดินทางพันลี้จากเสฉวนมาถึงเมืองหลวง หนึ่งเพื่อส่งของขวัญวันไหว้พระจันทร์ สองเพื่อเรื่องการสอบเลื่อนขั้นของสามี สามคือไม่ได้กลับเมืองหลวงนานแล้ว อยากกลับมาเยี่ยมบ้าน เยี่ยมพ่อ พี่ชายและพี่สะใภ้ ไม่นึกว่าเสิ่นหวาซั่นไปเหอเน่ยเต้าแล้ว ครั้งนี้ไม่ได้พบแล้ว กระนั้นที่สำคัญคือ เรื่องที่สอง

“เดิมข้าก็ไม่คิดจะรบกวนพี่ชาย เพียงแต่พ่อของเหวินหวาหลายปีนี้ร่างกายไม่ดี เสฉวนก็หนาวเหน็บ คิดว่าหลายปีนี้ผลงานเขาก็ดีพอได้ ต้องขอรบกวนพี่ชาย อีกทั้งปีหน้าทั้งเหวินหลาน เหวินหงลูกชายสองคนก็จะสอบคัดเลือกช่วงวสันต์ คนฝั่งพ่อเด็กก็หาไม่ได้แล้ว ข้าเลยต้องแบกหน้ามาให้พี่สะใภ้ช่วย” เสิ่นอี้หลานปกติเป็นคนสมถะ พอจะต้องให้พี่ชายตัวเองช่วย จึงรู้สึกว่าใบหน้าเห่อร้อนด้วยความขัดเขินอยู่บ้าง

สิบห้าปีก่อน เสิ่นอี้หลานแต่งงานกับกู่เหิงถงลูกชายคนโตสายภรรยารองของรองเสนาบดีกระทรวงพิธีการคนเดิม ไม่นานกู่เหิงถงก็ไปดำรงตำแหน่งที่เสฉวน นางก็ตามไปด้วย เสฉวนแม้หนาวเหน็บ แต่สามีภรรยารักกัน อีกทั้งลูกๆก็อยู่ในโอวาท ชีวิตนับว่าไม่เลวทีเดียว หลายปีก่อนพ่อสามีเสียชีวิต สุขภาพสามีเริ่มไม่ดี นางอยากให้เสิ่นเจ๋อจิ้งช่วยสามีได้เลื่อนอีกหนึ่งขั้น ดีที่สุดคือย้ายกลับมาเมืองหลวง ตำแหน่งใหญ่เล็กก็ไม่เกี่ยง

เสิ่นอวี๋ซื่อว่าไม่มีอะไรรบกวน รอเสิ่นเจ๋อจิ้งกลับจากกรมการสอบ ให้เสิ่นอี้หลานไปคุยกับเขาโดยตรง นางเองจะคอยดูลู่ทางให้ จะต้องหาวิธีย้ายน้องเขยกลับมา ให้นางไปพักผ่อนที่เรือนโยวซิน มื้อเย็นค่อยมาเจอกันอีก

ตกกลางคืน เมื่อเสิ่นเจ๋อจิ้งรู้เรื่องเสิ่นอี้หลาน ไม่ได้บอกปัด เพียงกล่าวว่าสบายใจได้ เรื่องนี้ข้าจัดการได้ เขานึกถึงผลงานของน้องเขยกู่เหิงถง ผลสอบเพิ่มหนึ่งชั้นไม่ได้ยาก แต่หากจะย้ายเข้าเมืองหลวงก็ต้องหาวิธีหน่อย เขาถามถึงพวกหลานๆ อีกสองสามคำ รู้ว่าพวกเขากำลังเตรียมตัว ร่วมเข้าสอบคัดเลือกช่วงวสันต์ปีหน้า ก็ผงกศีรษะ ไม่ได้พูดอะไร ฟังจากน้องสาว หลานชายทั้งสองคนก็เป็นคนเรียนหนังสือดี ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก สั่งเสิ่นอวี๋ซื่อต้อนรับพวกเสิ่นอี้หลานดีๆ แล้วรีบไป

การมาของเสิ่นอี้หลานทำให้เสิ่นอวี๋ซื่อยุ่งขึ้นมาก นอกจากสั่งคนรับใช้ให้ดูแลเรือนโยวซินให้ดีแล้ว ยังพาเสิ่นหนิงมาเรือนโยวซินพูดคุยกับเสิ่นอี้หลาน พี่สะใภ้น้องสามีไม่ได้เจอกันนานแล้ว เรื่องจะคุยก็มีมาก เรื่องเหตุการณ์ปัจจุบัน เรื่องลูกเต้าเป็นต้น เวลาผ่านไปไวมาก เสิ่นหนิงกับกู่เหวินหวาสนทนากันถูกคอ ยังให้เครื่องประดับนางหลายชิ้น เสิ่นมี่ก็ให้ภาพเขียนฝีมือตัวเองไป เสิ่นหวั่นก็ให้ของที่ตัวเองจักสานให้ กู่เหวินหวาเป็นมิตรกับบ้านลุงอย่างมาก เมื่อเรือนโยวซินเหลือแค่สองคนแม่ลูก จึงกล่าวกับเสิ่นอี้หลานว่า  “ท่านแม่ ท่านป้ากับพวกพี่น้องดีต่อพวกเรามาก ถ้ารู้แต่แรกก็คงจะรีบมาเยี่ยมแล้ว”

เสิ่นอี้หลานได้ยินลูกสาวแล้ว รู้สึกเสียใจ ตัวเองทำได้ไม่ดีพอ เมื่อก่อนคิดแต่ว่าตัวเองเป็นลูกอนุภรรยา  มีปมด้อยในฐานะตัวเอง จึงติดต่อกับพวกพี่ๆน้อยมาก ถึงแม้ทุกปีจะส่งของขวัญกลับมา แต่ไม่ค่อยได้กลับมาเอง กลายเป็นเสิ่นอวี๋ซื่อ ที่คอยส่งของมากมายไปเสฉวนทุกปี เวลานี้คิดแล้วไม่สมควรเลย พอข้ามีเรื่องขอร้อง พี่ชายไม่พูดอะไรก็ตอบตกลงเลย นี่เป็นบ้านเก่าเราเอง ต้องใกล้ชิดมากๆจึงจะถูก!

เสิ่นอี้หลานคิดเช่นนี้ แล้วพูดกับกู่เหวินหวาว่า “ป้ากับลุงของเจ้าใจดีทั้งนั้น เจ้าต้องดูไว้ นี่สิถึงจะสมเป็นพวกตระกูลใหญ่ ทำอะไรก็ดูดี ใจคอกว้างขวาง เรื่องพวกนี้เจ้าต้องหัดไว้ อย่าให้เรื่องฉาวโฉ่ของป้าเจ้าทางโน้นทำให้หูเจ้าแปดเปี้อน แย่งกันไปแย่งกันมา หลังบ้านต้องอยู่กันปกติสุข จึงจะเจริญรุ่งเรืองทั้งตระกูล” ป้าที่นางว่า ก็คือภรรยาของกู่เหิงฉางพี่ชายสามีนางที่เป็นลูกภรรยาเอก ทั้งวันอยู่หลังเรือนสู้กับพวกอนุภรรยาและบรรดาลูกสาวอนุภรรยา มีเรื่องหลุดออกมาอยู่เรื่อย นางจึงสั่งสอนกู่เหวินหวา ด้วยไม่อยากให้นางหัดวิธีนั้น

 “ท่านแม่ ข้ารู้แล้ว” กู่เหวินหวาพูดยิ้มๆ นางเป็นคนมีความคิด รู้สึกว่ามาเมืองหลวงครั้งนี้เป็นเรื่องถูกต้องจริงๆ

ยังไม่ทันถึงวันไหว้พระจันทร์ เสิ่นอวี๋ซื่อก็มีญาติมาอีกหนึ่งคน คราวนี้บ้านเสิ่นยิ่งครึกครื้น จะบอกว่าเป็นญาติก็ไม่ค่อยเหมาะนัก ถือเป็นครอบครัวเหมือนกัน สนิทกับเสิ่นอี้หลานด้วย คนที่มาคือเสิ่นอี้เสียนลูกสาวอนุภรรยาของเสิ่นไคซั่น อายุนางใกล้เคียงกับเสิ่นอี้หลาน แต่งงานกับสวี่กวงอวี้ลูกอนุภรรยาของสวี่เม่าเฟิงนายกองทหารพิชิตศึกกว่างโจว มาเมืองหลวงเพราะติดตามสามีส่งเงินให้สวี่กวงเย่าพี่ชายของสามี ไม่ได้พาลูกๆมาด้วย มาถึงเมืองหลวงก็ต้องมาเยี่ยมบ้านตระกูลเสิ่น ทั้งยังนำของขวัญมามากมาย ไม่นึกว่าเสิ่นอี้หลานก็มาด้วย พี่น้องไม่ได้พบหน้ากันหลายปี ดีอกดีใจอย่างยิ่ง คุยกันถึงเรื่องเก่าๆ ทั้งแลกเปลี่ยนกันเล่าเรื่องใหม่   เสียงหัวเราะดีใจดังจากเหอหมิงเชียนไปไกล

“ข้านะ คลอดลูกชายสามหญิงหนึ่ง สามียังทำธุรกิจครอบครัว คล้ายๆพี่รอง ก็พอผ่านไปได้!  นึกอยากมาเมืองหลวง ไม่ได้เห็นหน้าพี่ชายกับพี่สะใภ้นานแล้ว เด็กๆ ก็โตแล้ว ครั้งนี้ข้าเลยตามมาด้วย” เสิ่นอี้เสียนก็เป็นคนช่างพูด  ยามนี้พูดปร๋อเหมือนเทเมล็ดถั่ว ไม่กี่คำก็เล่าเรื่องจบ พูดจบยังคุยต่ออีกว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะพี่สามีกับพี่ชายอยู่เมืองหลวง ข้าก็ยังไม่คิดจะมาหรอก! ” เสิ่นอวี๋ซื่อกับเสิ่นอี้หลานได้ยินแล้ว ต่างนึกขำในใจ เสิ่นอี้เสียนตอนก่อนแต่งงานก็เป็นเช่นนี้ ตอนนี้ลูกก็โตๆกันแล้ว ยังรักษาท่าทางเหมือนเดิม เห็นได้ว่าไม่ใช่แค่อยู่ได้พอผ่านๆ แต่ต้องอยู่ได้อย่างสบายมากแน่ ไม่เช่นนั้นทำไมยังรักษาทุกอย่างเหมือนเดิมได้ อีกทั้งรู้ว่าสวี่กวงอวี้ไม่มีภรรยาน้อย ซ้ำยังดีต่อนางมาก ก็เลยเข้าใจ มิน่าเล่า!

เสิ่นอี้เสียนเล่าคร่าวๆ ถึงเรื่องลูกๆ นางก็อยากอยู่ร่วมเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ที่บ้านเสิ่นเหมือนเสิ่นอี้หลาน แต่บ้านพี่ชายของสามีนางก็อยู่เมืองหลวง ถ้ามาร่วมเทศกาลวันไหว้พระจันทร์บ้านเสิ่นก็ดูไม่ดี น้ำเสียงก็ออกจะเสียดาย

“เป็นอะไรไป ก็ยังอยู่เมืองหลวงหมด ถือโอกาสที่อาหญิงใหญ่ก็อยู่เมืองหลวง เจ้าน่ะ นึกจะมาเมื่อไรก็ย่อมได้ ไม่จำเป็นต้องคืนนั้นคืนเดียว! ” เสิ่นหูซื่อปากไวพูดเร็ว นิสัยนางค่อนข้างคล้ายเสิ่นอี้เสียน ด้วยเพราะประสบเหตุการณ์คล้ายๆกัน  จึงคุยกันได้ถูกคอ

ผ่านเรื่องนี้ไป สตรีทั้งหลายก็คุยเรื่องอื่นต่อ เช่นเสิ่นอี้เสียนถามอย่างสนใจถึงหูซื่ออันเหอถังว่าได้รับอักษรลายพระหัตถ์ฮ่องเต้แล้วการค้าดีขึ้นมากหรือไม่ เสิ่นอี้หลานก็เล่าว่าตลอดทางมา ได้ยินคนพูดถึงหลี่กุ้ยผินกับองค์ชายห้าว่ามีความรักความเมตตา ถามว่าเพราะอะไร เสิ่นอวี๋ซื่อก็เล่าเรื่องเสิ่นหวาซั่นที่เหอเน่ยเต้า บอกอีกว่าระยะนี้คนมาพบมาก เพราะปลายปีการสอบเลื่อนขั้นจะสรุปผล นางต้องคอยปฏิเสธการขอพบตลอด

บรรยากาศเหอหมิงเชียนแลดูสนิทสนมกลมกลืน เสิ่นอวี๋เฉิงกับเสิ่นชิ่งเต๋อก็นั่งหัวเราะอยู่ข้างๆด้วย แม้ไม่เข้าใจว่าพวกผู้ใหญ่คุยอะไรกัน ราวกับได้ยินเสียงนกร้องประสานเสียงนับร้อย   ทั้งหนวกหูทั้งรื่นรมย์...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}