มีฝนบางเวลา
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณที่แวะมาอ่าน เนื่องจากเรื่องนี้ต้องกดเหรียญ แนะนำให้กดอีบุ๊คดีกว่าเพื่อความคุ้มค่าค่ะ เพราะในอีบุ๊คเพิ่มตอนเพิ่มจากใน เว็บไปอีก 30+ ตอน

ตอนที่ 3 เร่งรัด [NC]

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 เร่งรัด [NC]

คำค้น : ฟุ้ง,สิงห์,ชวิญ,NC18+,18+,Love Scene,Contract of Love,สืบคดี,คดีฆาตกรรม

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 35.8k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2561 08:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 เร่งรัด [NC]
แบบอักษร

พอลมจากทะเลปะทะใบหน้าก็ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้น เธอหลับตาลงแล้วปล่อยให้ตัวเองรับสัมผัสจากกลิ่นของเกลือทะเล พอเธอลืมตาขึ้นมา เธอก็ต้องสะดุ้งเลย เพราะสิงห์เอาแขนท้าวที่เก้าอี้แล้วท้าวคางมองหน้าเธอแบบนั้น


“มองแบบนั้นทำไม” เธอบอกอีกฝ่ายแล้วรีบหลบตาไปเพราะเธอรู้สึกแปลกๆกับสายตาคมกริบคู่นั้น


“คุณไม่เปลี่ยนเลย ตั้งแต่เจอกันเมื่อก่อน” สิงห์บอกเธอแค่นั้นแล้วก็ขยับไปนั่งเอนหลังแล้วมองทะเล เธอก็อยากบอกสิงห์เหมือนกันว่า หน้าตาท่าทางของสิงห์ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ยังคงสุภาพกับเธอเหมือนเดิมที่เคยเป็น เหมือนสิงห์เมื่อก่อนที่เธอเคยชอบนั่นแหละ


“ตั้งแต่ไปอังกฤษครั้งโน้นเราก็ไม่ได้คุยกันเลยใช่มั้ย” อยู่ๆสิงห์ก็พูดขึ้นมาแบบนั้น เธอเลยพยักหน้าก่อนจะตอบไป


“ก็หลังจากนั้นสิงห์ก็น่าจะรู้ว่าบ้านของพวกเราเป็นยังไงนี่คะ” สิงห์พยักหน้าแล้วหันมาทางเธอ


“งั้นตอนนี้ คิดว่าตัดสินใจได้หรือยังครับ” เธอเงียบไป ก่อนจะบอกสิงห์ไป


“ขอฟุ้งคิดอีกนิดค่ะ” สิงห์แค่พยักหน้าแล้วก็นอนมองทะเลอยู่แบบนั้น สักสองชั่วโมงได้จากท่าเรือที่แผ่นดินใหญ่ กว่าจะไปถึงเกาะ พอใกล้ท่าเรือ ทุกคนก็จัดการเทียบเรือแล้วขนกระเป๋าลง สิงห์ก็จัดการกระเป๋าให้เธอเหมือนเดิม หลังจากนั้นก็พาเอาไปเก็บที่ห้องพักที่เป็นคล้ายๆบังกะโลเล็กๆแต่สวยมาก


เธอน่าจะรู้อยู่แล้วล่ะว่ากลุ่มเพื่อนของทนายชวิญทั้งหมดเนี่ยต้องมีฐานะกันทุกคนเลย เพราะสิงห์เองนั่นก็มีเงินเยอะมาก เท่าที่รู้เลยนอกจากจะค่ายมวยนั่น ก็ยังมีพวกอาคารพานิชย์ให้เช่าอีกหลายที่ ปิดเกาะแบบนี้ตั้งเจ็ดวันนี่ไม่รู้ใช้เงินกันไปเท่าไหร่ แต่ก็ไม่น่าจะน้อยหรอก


หลังจากสิงห์เอากระเป๋าของเธอวางให้แล้วสิงห์ก็ลากของตัวเองเดินไปที่ห้องติดกับเธอนั่นแหละ พอเธอเห็นแบบนั้นเธอก็เข้าไปในห้องแล้วก็เอาของออกจากกระเป๋าเพราะกลัวเสื้อผ้าที่จะใส่ตอนงานของ รวงข้าวจะยับซะก่อน หลังจากจัดของเสร็จเธอก็ไม่รู้จะทำอะไรว่าจะไปเดินเล่น แต่พอออกมานอกห้องเธอก็เห็นว่าสิงห์นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ด้านหน้า


“.........” ฟุ้งมองสิงห์ที่หันมามองเธอแล้วก็ยิ้มให้ เธอได้แต่ถอนหายใจ แล้วเดินไปที่ลานด้านหน้าซึ่งใกล้กับท่าเรือ ตอนนั้น เรือของทนายชวิญและรวงข้าวก็มาพอดี เธอเห็นว่าเพื่อนๆของทนายชวิญรีบวิ่งไปเอาของมาเก็บให้จนหมด ตอนนั้นเธอก็เริ่มรู้สึกได้แล้วล่ะว่าทนายชวิญน่าจะมีฐานะในกลุ่มเหนือกว่าเพื่อนๆแน่นอน เพราะขนาดสิงห์เองยังต้องวิ่งไปเอาของนั่นโน่นนี่ให้เลย ตอนนั้นเธอก็เห็นว่า รวงข้าวเดินมาหาเธอ เธอเลยยิ้มให้


“ไม่ต้องกลัวพวกพี่ๆเค้าหรอกนะ เป็นเพื่อนวินทั้งนั้น” เธอพยักหน้าแล้วก็ถอนหายใจนิดหน่อย


“เราต้องอยู่ที่นี่กัน อาทิตย์นึงเลยเหรอแก” เธอถามรวงข้าวแบบนั้นทั้งๆที่รู้นี่แหละว่า ต้องอยู่ที่นี่ไปไหนไม่ได้อาทิตย์หนึ่งแน่นอน


“มีอะไรหรือเปล่าฟุ้ง?” เธอมองหน้ารวงข้าวแล้วมองไปทางกลุ่มเพื่อนของทนายชวิญที่ในนั้นก็มีสิงห์ซึ่งกำลังมองมาทางเธออยู่ด้วย


“คือเราไม่รู้มาก่อนเลย ว่าสิงห์เป็นเพื่อนกับทนายชวิญ” เธอเห็นรวงข้าวยกคิ้วขึ้นสูงเลยก่อนจะถามเธอ


“ฟุ้งรู้จักพี่สิงห์ก่อนหน้านี้เหรอ” เธอพยักหน้าแล้วบอกรวงข้าวไป


“เคยเจอนานแล้วน่ะ แล้วก็ไม่ได้อยากเจออีกน่ะ” เธอมองหน้า รวงข้าวที่ดูจะงงกับคำตอบของเธอ


“ทำไมไม่อยากเจอล่ะ” พอรวงข้าวถามแบบนั้นเธอได้แต่ยิ้มเจื่อนๆออกมาก่อนจะตอบรวงข้าวไป


“เป็นเรื่องที่บ้านน่ะ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วน่ะ” พอเธอบอกแบบนั้นดูรวงข้าวมีสีหน้าเป็นห่วงและไม่สบายใจ นั่นทำให้เธอรู้สึกผิดเลย


“แล้วฟุ้ง...จะอึดอัดมั้ยเนี่ย อยู่บนเกาะมีแค่พวกพี่ๆเค้ากับเราเองนะ” เธอกะพริบตามองรวงข้าวหลายครั้ง แล้วหันไปมองทางสิงห์ที่ยังคงมองมาที่เธออยู่


“ไม่เป็นไรหรอก ฟุ้งอยู่ได้น่ะ......แกไม่ต้องเป็นห่วงเราหรอกนะข้าว มีความสุขเถอะนะ นั่นทนายชวิญเดินมาแล้ว” เธอบอกรวงข้าวไปแล้วก็ยิ้มออกมา เธอไม่อยากให้รวงข้าวที่เธอรู้สึกเหมือนเป็นน้องสาวต้องเป็นกังวลใจ ทนายชวิญยิ้มให้เธอแล้วก็ค้อมศีรษะให้ก่อนจะจับมือ รวงข้าวพาเดินขึ้นไปห้องพักที่แยกอยู่ด้านบนสุดเลย เธอเห็นแบบนั้น เธอเลยเดินไปตรงลานที่พวกพี่ๆกำลังจัดอาหารแล้วก็จัดโต๊ะกันอยู่ รวมทั้งหลายคนกำลังไปทำซุ้มสำหรับพิธี ที่น่าจะสำหรับจัดงานพรุ่งนี้


“น้องฟุ้งอยากดื่มอะไรมั้ย เดี๋ยวพี่ทำให้ หรือว่าหิวเดี๋ยวให้ไอ้บีทำให้กินก่อนเลย” เธอส่ายหน้าก่อนจะบอกพี่เอไป


“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรอกินพร้อมกันค่ะ มีอะไรให้ฟุ้งช่วยมั้ยคะ” ทุกคนส่ายหน้า เธอเลยเดินไปนั่งที่นั่งพักผ่อนแล้วมองไปรอบๆเพื่อผ่อนคลาย แล้วสิงห์ก็เดินมานั่งข้างๆเธอ ในมือของสิงห์มีแก้วเบียร์อยู่ด้วยก็คงจะดื่มนี่แหละ เธอมองที่มือแล้วก็เหลือบมองหน้าอีกฝ่าย พอสิงห์หันมาทางเธอ เธอรีบหลบตาเลย


“ตัดสินใจได้หรือยังครับ.....ตอนนี้ผมมาคิดดู ถ้าคุณตัดสินใจช้าผมอาจจะไม่ซื้อบ้านหลังนั้นแล้วก็ได้” สิงห์พูดจบก็ยกแก้วเบียร์มาดื่มโดยไม่ได้มองมาทางเธออีก นั่นทำให้เธอคิดหนักเลย ตอนที่เธอนั่งคิดอะไรอยู่เธอก็ได้ยินเสียงจากห้องข้างบนโน้นที่ทนายชวิญกับรวงข้าวขึ้นไป เสียงนั่นทำให้เธอต้องก้มหน้าลงเลย


“ไม่เคยจะเหนื่อยเลย....ให้ตาย” เธอได้ยินเสียงสิงห์บ่นพึมพำเบาๆ สงสัยว่าสิงห์เองก็คงรู้ว่าน่าจะมีอะไรแบบนี้บ่อย เธอมองไปทางเพื่อนๆคนอื่นของทนายชวิญที่นั่งหัวเราะกันอยู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูเหมือนพอทุกคนจัดอาหารอะไรเสร็จแล้วก็นั่งรอนี่แหละจนเสียงด้านบนเงียบไป สิงห์ก็หันมาบอกเธอ


“ผมจะขึ้นไปตามพวกนั้นลงมากินข้าวนะ ตอนผมลงมาก็รีบคิดนะว่าจะให้ผมซื้อบ้านไว้มั้ย” สิงห์บอกเธอแค่นั้นแล้วเดินขึ้นไปเลย ฟุ้งมองตามหลังสิงห์ไป เธอควรตัดสินใจแบบไหนดี และดูเหมือนอีกฝ่ายจะเร่งรัดเธอเหลือเกิน นั่นยิ่งทำให้เธอลำบากใจ แต่ถ้าเธอไม่ยอมเธอก็จะต้องเสียบ้านหลังนั้นไปตลอดกาลเลย เพราะถ้าขายให้คนอื่นเธอคงไม่มีปัญญาซื้อกลับคืนแน่นอน บ้านราคาหลายล้านขนาดนั้น


“ตัดสินใจได้หรือยังครับ” สิงห์เดินกลับมาพร้อมกับน้ำส้มแก้วนึง เธอเห็นสิงห์หยิบอะไรบางอย่างจากกระเป๋าหยดใส่น้ำส้มแก้วนั้นแล้ววางตรงหน้าเธอ เธอมองน้ำส้มที่อยู่ตรงหน้าแล้วมองไปทางรวงข้าวและทนายชวิญที่เดินลงมานั่งอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ สิงห์หยิบแก้วน้ำส้มแก้วนั้นขึ้นมาแล้วบอกเธอ


“ถ้าตัดสินใจได้ก็ดื่มเข้าไปครับ ถ้าไม่ดื่มก็ไม่เป็นไรถือว่าคุณไม่อยากได้บ้านหลังนั้นคืนแล้ว” เธอรับแก้วน้ำส้มนั้นมาแล้วมองอยู่ นานพอสมควรเลย เธอกำลังชั่งใจอยู่ เธอควรจะทำยังดี ดื่มหรือไม่ดื่มดี ถ้าดื่มเข้าไปหมายความว่าเธอต้องยอมให้สิงห์ ขออะไรจากเธอก็ได้งั้นเหรอ ฟุ้งมองน้ำส้มนั้นนิ่งไปอีกพักหนึ่งเลยก่อนจะตัดสินใจยกขึ้นดื่มแล้วก็วางแก้วลง


“คุณคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจแบบนี้” เธอไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่สิงห์เอาใส่ไปในน้ำส้มคืออะไร ตอนนี้เธอแค่รู้สึกว่าได้ดื่มน้ำส้มไปก็เท่านั้นเอง


“ฟุ้ง....เป็นอะไรเหรอ ทำไมทำหน้าแปลกๆอย่างนั้น” รวงข้าวที่เมื่อครู่นั่งอยู่ก็เดินมาหาเธอแล้วนั่งลงข้างๆ


“ไม่มีอะไรหรอกข้าว แกไปนั่งกับทนายชวิญเถอะ เดี๋ยวฟุ้งนั่งกับสิงห์ก็ได้” เธอบอกรวงข้าวไปแบบนั้น สิงห์ที่นั่งดื่มอยู่ข้างๆเธอก็หันมายิ้มกับรวงข้าวแล้วบอกรวงข้าวไป


“น้องข้าวไปนั่งกับไอ้หมาเถอะครับ เดี๋ยวฟุ้งพี่ดูแลเองน่ะ” เธอเหลือบมองไปทางสิงห์ที่บอกรวงข้าวแบบนั้น สิงห์มองหน้าเธอแล้วยกยิ้มมุมปากที่ไม่น่าไว้ใจกับเธอทำให้เธอรู้สึกแปลก พอสิงห์บอกแบบนั้น รวงข้าวก็กลับไปนั่งที่เดิม แล้วทนายชวิญก็กลับมาพร้อมกับถ้วยบิงซูมะม่วง มาถึงก็นั่งป้อนให้รวงข้าวกินแบบนั้น จนเธออดยิ้มไม่ได้ ตอนนั้นเธอก็รู้สึกว่ามือของสิงห์จับที่ต้นขาของเธอนอกกระโปรงแล้วเริ่มลูบขึ้นลง


“อย่า....” เธอห้ามอีกฝ่ายเสียงเบาตอนนี้เธอรู้สึกแปลก เธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอไวสัมผัสอย่างไม่เคยเกิดขึ้นและเธอรู้สึกได้ถึงตรงนั้นของเธอที่รู้สึกหวิวๆ ตอนนั้นเองเธอก็เห็นทนายชวิญดึงรวงข้าวมาจูบ แล้วเพื่อนๆของทนายชวิญก็โห่ร้องกันใหญ่เลย มีแต่สิงห์ที่ขยับมือของตัวเองมาที่ตรงที่เธอกำลังรู้สึกร้อนแล้วสัมผัสลูบไล้เบาๆ


“ถ้าอายก็อย่าส่งเสียง” สิงห์บอกเธอแล้วสอดนิ้วลงไปลึกขึ้นแล้วกดลงไปตรงส่วนนั้นของเธอ จนเธอรู้สึกได้ว่าเธอกำลังรู้สึกมาก ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวไปหมดแล้วตอนนี้ เธอเอามือของเธอจับมือของสิงห์เอาไว้ แล้วบีบเพื่อให้อีกฝ่ายหยุดทำแบบนั้น เธอมองไปที่โต๊ะซึ่งตอนนี้ทุกคนกำลังคุยกันสนุกสนานเลย แต่เธอนี่สิกำลังทรมานเพราะความรู้สึกประหลาดแบบนี้


“ไปที่อื่นกัน” สิงห์วางแก้วเบียร์ลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้น เธอเลยลุกขึ้นแล้วเดินตามอีกฝ่ายไป สิงห์พาเธอเดินเข้าไปในบริเวณที่น่าจะเป็นส่วนที่ใกล้กับจุดชมวิวนี่แหละ แล้วพาเธอเดินเข้าไปในส่วนที่เป็นเหมือนลำธารที่เป็นน้ำตกและมีที่นั่งอยู่ตรงนั้น จากนั้นสิงห์ก็นั่งลง เธอเลยนั่งลงข้างๆ


“ตอนนี้รู้สึกแบบไหนเหรอ?” เธอมองหน้าสิงห์ที่ถามเธอแบบนั้น เธอหลบตาไป ตอนนี้เธอรู้สึกว่าร้อนไปทั้งตัวและตรงนั้นของเธอก็รู้สึกถึงความเปียกชื้นไปหมด สิงห์หันมาทางเธอแล้วก็มองหน้าก่อนจะจับ ท้ายทอยของเธอเอาไว้แล้วเลียริมฝีปากได้รูปของตนก่อนจะบดเบียดริมฝีปากเข้ากับริมฝีปากของเธอ


“อื้ออออ” เธอร้องครางออกมาเพราะไม่เคยจูบกับใครมาก่อน เธอไม่รู้ต้องทำยังไง และมือของเธอก็สั่นไปหมด เธอรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายจูบเธอแล้วขยับริมฝีปากช้าๆ ปลายลิ้นของอีกฝ่ายกำลังแทรกมาที่ภายในปากของเธอนอกจากนั้นมืออีกข้างหนึ่งก็สัมผัสมาบนเนินอกของเธอแล้วบีบนวดเบาๆ ฟุ้งรู้สึกเคลิ้มไปกับสัมผัสแบบนี้ เธอกำลังรู้สึกอยาก ทั้งๆที่ไม่เคยมาก่อน สิงห์ให้เธอกินอะไรเข้าไปกันแน่


“แบบนี้เค้าเรียกว่ากำลังเกิดอารมณ์น่ะ” สิงห์ผละริมฝีปากออกจากเธอแล้วบอกเธอเสียงเบา ก่อนจะเริ่มโลมเลียมาที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง มืออีกข้างของสิงห์จับที่ชายกระโปรงของเธอแล้วถกขึ้นก่อนจะสอดนิ้วมือเข้าไปภายในแล้วลูบไล้ไปบนเนินเนื้อนอกชั้นในที่ตอนนี้ชั้นในเปียกจนชุ่มไปหมดแล้ว


“อ๊ะ อื้ออออ อย่า.....ไม่เอา” ถึงเธอจะร้องว่าอย่าก็เถอะแต่ร่างกายของเธอกลับตอบสนองไปตามปลายนิ้วของอีกฝ่ายที่ขยับลูบไล้ไปตามร่องเนื้อเบื้องล่างของเธอภายนอกชั้นใน สิงห์ใช้นิ้วของตนลากขึ้นลงอย่างอ้อยอิ่งเหมือนกำลังทรมานอีกคนอยู่แบบนั้นจนเธอเองต่างหากเป็นฝ่ายขยับสะโพกขึ้นเบียดกับปลายนิ้วของสิงห์เอง


-- -- โปรดติดตามตอนต่อไป --

ความคิดเห็น