มีฝนบางเวลา
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณที่แวะมาอ่าน เนื่องจากเรื่องนี้ต้องกดเหรียญ แนะนำให้กดอีบุ๊คดีกว่าเพื่อความคุ้มค่าค่ะ เพราะในอีบุ๊คเพิ่มตอนเพิ่มจากใน เว็บไปอีก 30+ ตอน

ตอนที่ 2 ข้อเสนอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ข้อเสนอ

คำค้น : ฟุ้ง,สิงห์,ชวิญ,NC18+,18+,Love Scene,Contract of Love,สืบคดี,คดีฆาตกรรม

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 36.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2561 00:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ข้อเสนอ
แบบอักษร


“ถึงฟุ้งจะอยากได้คืน ก็คงทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฟุ้งไม่มีเงินเอาออกจากธนาคารน่ะ” เธอบีบมือตัวเองเอาไว้แน่นเลยและรู้สึกแย่ที่ต้องนั่งอยู่แบบนี้โดยมีสิงห์นั่งในรถด้วย


“ให้ผมเอาออกให้มั้ยล่ะ บ้านหลังนั้น” เธอมองหน้าสิงห์แล้วส่ายหน้า


“ฟุ้งจะหาทางของฟุ้งเองค่ะ” เธอได้ยินเสียงหัวเราะในคอเบาๆก่อนสิงห์จะพูดออกมา


“นั่นสินะ แต่ตอนนี้มันกำลังจะโดนขายทอดตลาดแล้ว คิดว่าคงมีคนอยากได้หลายคน รวมทั้งผมด้วย” เธอมองหน้าสิงห์แล้วถอนหายใจยาวเลย ถ้าสิงห์ซื้อไปเธอคงไม่มีโอกาสได้คืนแล้วล่ะ


“สิงห์จะซื้อเหรอ บ้านหลังนั้น” เธอเห็นสิงห์พยักหน้า นั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกโกรธ


“ที่เอาไปยังไม่พออีกเหรอคะ ยังจะเอาบ้านหลังนั้นไปอีกเหรอ” พอเธอบอกแบบนั้น เธอก็ได้ยินสิงห์หัวเราะเบาๆออกมา เธอรู้สึกแย่เพราะมันไม่ใช่เรื่องตลกสักนิดเดียว


“ผมไม่ได้ฟ้องจนบ้านคุณล้มละลายสักหน่อย ตอนนั้นก็แค่ฟ้องเอาเงินที่ยักยอกคืนแล้วก็ขอค่าทำขวัญไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่กี่ล้านเอง” พอสิงห์พูดออกมาแบบนั้นทำให้เธอต้องเงียบไปเลย เพราะสิ่งที่สิงห์พูดเป็นความจริงทั้งหมด


ตอนเธออยู่เมืองนอกพ่อก็ไม่เคยเล่าว่าที่บ้านเป็นอะไรยังไง เธอมารู้ทีหลังก็ตอนโดนเรียกกลับมานี่แหละ นั่นทำให้เธอช็อกพอสมควรเลยเรื่องที่พ่อทำแบบนี้กับหุ้นส่วนคนสำคัญที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทของท่านแบบนั้น ความจริงเธอไม่ได้แค่เคยเจอสิงห์หรอก เธอเจอกับสิงห์ตอนที่พ่อของสิงห์และพ่อของเธอแวะไปเยี่ยมเธอที่ต่างประเทศ ตอนที่เธอเห็นสิงห์ครั้งแรกน่าจะเจ็ดแปดปีที่แล้ว ซึ่งสิงห์ตอนนั้นกับสิงห์ตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไหร่เลย


หน้าตาก็เหมือนเดิม ตอนนั้นเธอเจอเธอยังรู้สึกเลยว่าสิงห์เป็นคนที่หน้าตาดีมาก จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาที่คมกริบรวมทั้งริมฝีปากรูปกระจับที่ดูเข้ากับใบหน้านั่นด้วย และด้วยส่วนสูงที่เกือบจะถึง 190 นั่นทำให้เป็นคนที่โดดเด่นมากๆเมื่อเทียบกับคนรอบข้างตอนที่เจอครั้งแรกๆเธอเองยังรู้สึกหวั่นไหวกับหน้าตาและท่าทางแบบนั้น อาจจะเพราะตอนนั้นเธอยังเด็กมากอยู่ เลยเห็นคนหน้าตาดีแล้วอดที่จะชอบไม่ได้ แต่ว่าตอนนี้มันต่างไปแล้ว เธอไม่ชอบหมอนี่เลยสักนิดเดียวและไม่อยากแม้แต่จะคุยด้วย


“ผมมีข้อเสนอให้ สนใจมั้ย?” อยู่ๆสิงห์ก็พูดขึ้นมาแบบนั้นเธอเลยหันไปมองหน้าสิงห์ ก่อนจะถามไป


“ข้อเสนออะไรคะ” สิงห์ยกยิ้มมุมปากนิดหนึ่งก่อนจะบอกเธอ


“ผมจะซื้อบ้านเอาไว้ให้ แล้วคุณค่อยมาซื้อต่อจากผม ดีมั้ย” เธอมองหน้าสิงห์ แล้วถอนหายใจ ถ้าทำแบบนั้นจริงๆเธอก็มีสิทธิ์ที่จะได้บ้านหลังนั้นคืนถ้าหาเงินได้มากพอ


“แล้วจะให้ทำยังไง” สิงห์เหลือบมามองหน้าเธอก่อนจะบอก


“ผ่อนจ่ายกับผม ส่วนดอกเบี้ยคุณก็จ่ายด้วยอย่างอื่นแทน” เธอยกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะถามอีกฝ่าย


“จ่ายด้วยอย่างอื่นคืออะไรคะ” เธอมองสิงห์ที่ยังขับรถไปเรื่อยๆ แล้วก็ตอบกับเธอ


“เวลาผมอยากได้อะไรจากคุณ คุณก็จ่ายมาน่ะ แค่ไม่ใช่เงินเท่านั้นเองครับ” เธอคิดอยู่นานมาก จนสิงห์พูดต่อไปอีก


“ไม่ต้องรีบตัดสินใจก็ได้ ยังมีเวลาอีก เราต้องไปอยู่บนเกาะนั่นตั้งอาทิตย์นึงเลยนะ ค่อยบอกผมบนนั้นก็ได้” ฟุ้งมองหน้าสิงห์ที่บอกเธอแบบนั้นแล้วถอนหายใจยาวเลย นี่อาจจะเป็นโอกาสของเธอที่จะได้บ้านหลังนั้นคืน แต่ว่าที่สิงห์บอกว่าไม่ใช่เงิน สิงห์จะให้เธอจ่ายด้วยอะไรกันแน่ หรือหมายถึงให้เธอ ทำงานให้อย่างนั้นหรือเปล่า ฟุ้งนั่งคิดอยู่แบบนั้นจนสิงห์พาแวะจอดที่พักริมทางซึ่งมีห้องน้ำและร้านสะดวกซื้อ


“คุณควรซื้ออะไรรองท้องนะครับ” สิงห์หันมาบอกเธอ ฟุ้งเลยเปิดประตูรถออกไปแล้วเดินไปที่ร้านสะดวกซื้อ ปล่อยให้สิงห์รออยู่ที่รถ หมอนั่นไม่ได้ลงมาจากรถเธอควรมีน้ำใจซื้อกาแฟให้สักหน่อย เมื่อฟุ้งซื้อของเสร็จก็เดินกลับมาที่รถ พอเธอเข้าไปในรถเธอก็ยื่นแก้วกาแฟให้ เธอเห็นสิงห์ยิ้มแล้วก็รับแก้วไปก่อนจะบอกเธอ


“ขอบคุณครับ” ฟุ้งมองอีกฝ่ายแล้วหลบตาไป เธอเปิดถุงใส่ของที่เธอซื้อมาเมื่อครู่แล้วหยิบน้ำดื่มมาดื่ม แล้วทั้งเธอและสิงห์ก็ต่างเงียบทั้งคู่เลย บรรยากาศในรถเลยเริ่มอึดอัดอีกแล้ว สิงห์คงเห็นว่าเงียบไปเลยกดเปิดเครื่องเสียงเปิดเพลงเบาๆ เธอเองนั่งมองทางแล้วก็ยังคงคิดอยู่ถ้าเทียบจากความเป็นจริงแล้ว เธอจะทำงานได้เงินพอซื้อบ้านเมื่อไหร่เธอก็ยังไม่รู้เลย ถ้าสิงห์บอกเธอแบบนี้ ต่อให้ต้องผ่อนส่งทั้งชีวิตเธอก็ยังมีโอกาสที่จะได้มันคืนมาสินะ


“ย้ายงานมาที่นี่เป็นยังไงบ้างครับ” เธอหันไปมองหน้าสิงห์ที่ถามเธอแบบนั้น แสดงว่าหมอนี่รู้ว่าเดิมทีเดียวแล้ว เธอไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯในช่วงก่อนหน้านี้


“เพิ่งมาทำได้สองอาทิตย์เองค่ะ แล้วทำไมสิงห์รู้ว่าฟุ้งย้ายงาน” เธอเห็นสิงห์ยกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะบอกเธอ


“ก็ผมรู้แล้วกัน” พออีกฝ่ายบอกเธอมาแบบนั้นเธอเลยนิ่งไป ก่อนจะถามไปตรงๆ


“แล้วสิงห์รู้อะไรเกี่ยวกับฟุ้งอีกบ้าง” เธอเห็นสิงห์ทำหน้าคิดก่อนจะบอกเธอ


“ถามกว้างไปตอบไม่หมดหรอก เจาะจงเป็นเรื่องๆสิ จะตอบให้” คำตอบของสิงห์ทำให้เธอหงุดหงิดจนไม่อยากจะถามอะไรต่อแล้วล่ะ เธอเลยนั่งนิ่งๆแล้วกินขนมที่ซื้อมา ซึ่งเธอเห็นสิงห์หันมามองเธอกินแล้วก็ยิ้มออกมา


“กินด้วยกันมั้ยคะ” สิ่งที่เธอถามสิงห์เนี่ยคือการถามโดยมารยาทนะ แต่สิงห์บอกกับเธอว่า


“ผมขับรถอยู่ อยากให้กินคงต้องป้อนครับ” ด้วยคำตอบของสิงห์ที่บอกกับเธอแบบนั้นเธอได้แต่ถอนหายใจออกมา คือเธอเป็นคนชวนกินเองด้วย สิงห์ก็ไม่ได้เรียกร้องว่าจะกินนะ ฟุ้งมองถุงขนมอยู่นานพอสมควรเลยก่อนจะตัดสินใจหยิบชิ้นหนึ่งแล้วเอาป้อนใส่ปากของสิงห์ไป เธอเห็นสิงห์ยิ้มออกมาแล้วก็กิน


“ขอบคุณครับ” ก็ไม่รู้เพราะอะไร เธอรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงแปลกๆและหวิวๆในช่องท้อง ไม่พอหน้าของเธอกำลังร้อนผ่าวไปหมด ฟุ้งก้มหน้าลงแล้วหันไปมองทางกระจกด้านซ้ายมือของเธอแล้วมองวิวไปเรื่อยๆ ส่วนสิงห์เองที่นั่งอยู่เธอก็ไม่ได้ยินว่าสิงห์พูดอะไรอีกเลย จนกระทั่งมาถึงสถานที่รับฝากรถใกล้ๆกับท่าเรือ


“เดี๋ยวรอตรงนี้ก่อนนะครับ ผมเอารถไปจอดด้านใน” สิงห์บอกเธอหลังจากเอากระเป๋าของเธอและก็น่าจะเป็นของสิงห์เองวางเอาไว้กับเธอที่ตรงใกล้ๆท่าเรือ เธอเห็นคนอื่นๆน่าจะเป็นเพื่อนๆของทนายชวิญกำลังคุยกันเฮฮาเสียงดังเลย ก่อนจะมีคนหนึ่งในกลุ่มที่ใส่แว่นดูท่าทางใจดีเดินมาทางเธอแล้วทักทาย


“น้องฟุ้งใช่มั้ยครับ ที่เป็นเพื่อนน้องข้าว” เธอพยักหน้าก่อนจะยกมือไหว้ เพราะถ้าเรียกเธอแบบนี้คงเป็นเพื่อนของสิงห์ด้วยและอายุก็ต้องเรียกพี่นี่แหละ


“ใช่ค่ะ” ทางพี่ผู้ชายคนนั้นก็รับไหว้เธอก่อนจะแนะนำตัวเอง


“พี่ชื่อกริชนะ พี่เป็นจิตแพทย์น่ะ มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้นะ ถ้าเป็นเพื่อนน้องข้าวพี่ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมงเลย เหมือนผัวเมียคู่นั้นที่โทรมาไม่เคยรู้เวล่ำเวลา อยากถามปัญหาอาการแปลกๆของตัวเองเมื่อไหร่ก็โทรมาปลุก” พอพี่กริชเล่าให้ฟังแบบนั้น เธอก็เลยยิ้มออกมา พี่กริชทำให้เธอสบายใจขึ้นนิดหน่อยคงเพราะเป็นจิตแพทย์ด้วย น่าจะเป็นหลักจิตวิทยาในการคุยนี่แหละเพื่อให้คนอื่นผ่อนคลาย ตอนนั้นสิงห์ก็เดินกลับมาแล้วมองมาที่เธอ ก่อนจะเดินไปหากลุ่มเพื่อน


“คุณมานี่ เดี๋ยวผมแนะนำให้รู้จักทุกคน” เธอพยักหน้าแล้วมองไปที่กลุ่มเพื่อนของสิงห์ ซึ่งรวมสิงห์ด้วยก็มีทั้งหมดเก้าคน


“คนนี้กริชนะ เป็นจิตแพทย์มันคงบอกคุณแล้ว นี่กร บ้านมันทำบริษัทให้เช่ารถยนต์ คนนี้กับคนนี้ คือเอกับบี เป็นฝาแฝดกัน เอทำร้านเหล้าส่วนบีนี่ทำร้านอาหาร คนนี้นนท์บ้านเป็นเจ้าของธุรกิจรับอาบน้ำน่ะ ส่วนคนนี้อ๊อฟ ที่บ้านทำรับเหมาก่อสร้าง แล้วก็ไอ้นี่คือเส็ง มันทำธุรกิจออนไลน์ แล้วคนนี้ที่นั่งยิ้มปากแทบฉีกเนี่ย คือโป้ที่บ้านเป็นไฟแนนซ์” ฟุ้งมองไปที่ทุกคนแล้วไหว้เรียงตัวเลย ทุกคนก็รับไหว้เธอนะ ก่อนพี่โป้จะพูดออกมา


“น้องฟุ้งน่ารักจังเลย มีแฟนหรือยังครับ” เธอมองพี่โป้ที่ถามแบบนี้เธอยิ้มเจื่อนก่อนจะตอบไป


“ไม่มีค่ะ” เธอเหลือบมองสิงห์ที่มองหน้าเธอนิ่งเลย แล้วก็เห็นหันไปทางพี่โป้แล้วกระซิบอะไรซักอย่าง เธอเห็นพี่โป้ทำหน้าเซ็ง ก่อนจะถอนหายใจ เธอก็ไม่รู้ว่าสิงห์กระซิบอะไรนะแต่ที่รู้คือพี่โป้แค่ยิ้มให้แล้วก็หันกลับไปคุยกับเพื่อนๆเหมือนเดิม เธอเห็นสิงห์มองมาที่เธอก่อนจะหันกลับไปทางกลุ่มเพื่อน


“ลงเรือเถอะ พวกมึงเตรียมของบริการไอ้หมาแล้วใช่มั้ย เดี๋ยวเสือกไม่พอใจอะไรอีกกูแม่งรับภาระนะเว้ย” เธอเห็นทุกคนพยักหน้าก่อนจะพูดออกมา


“เรียบร้อยทุกอย่าง อาหารน้ำมีพร้อม ของสำหรับจัดสถานที่มีพร้อม รวมทั้งพวกเครื่องทำน้ำแข็งอะไรด้วยพร้อมหมด เครื่องดื่มก็พร้อมแล้วด้วย” พอทุกคนบอกแบบนั้นสิงห์ก็พยักหน้า ก่อนจะลากกระเป๋าของทั้งเธอและสิงห์เองลงเรือไป คนอื่นๆที่เดินตามเธอมาก็ได้แต่ยิ้มนะ เพราะเมื่อครู่เธอเห็นพี่โป้กระซิบกับทุกคนแต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรเท่านั้นเอง


หลังจากเก็บกระเป๋าเรียบร้อย สิงห์ก็พาเธอเดินขึ้นไปที่ดาดฟ้าของเรือเพื่อหาที่นั่ง พอเธอนั่งลง สิงห์ก็นั่งที่เก้าอี้ตัวข้างๆเธอนั่นแหละ เธอก็ไม่รู้จะทำยังไง จนพี่เอเดินมาแล้วเอาน้ำผลไม้ปั่นให้กับเธอ


“ขอบคุณค่ะ พี่เอ” พี่เอก้มหัวให้เธอแล้วก็ยิ้ม ส่วนสิงห์เธอเห็นมองพี่เอนิ่งเลย แล้วพี่เอก็ยกนิ้วกลางให้สิงห์ก่อนจะเดินกลับไปอีกฝั่งของเรือ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันปฏิกิริยาแปลกๆของเพื่อนสิงห์คืออะไร รวมทั้งท่าทางของสิงห์ที่ปฏิบัติกับเธอด้วย ฟุ้งถอนหายใจออกมาแล้วดื่มน้ำผลไม้ มองวิวทะเลไปเรื่อยๆ


-- โปรดติดตามตอนต่อไป --

ความคิดเห็น