Cactusz

ขอบคุณที่แวะเข้ามาทักทายนะคะ อ่านให้สนุกนะคะ :)

ชื่อตอน : Lesion : 2

คำค้น : BTS kookv

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 616

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2561 22:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lesion : 2
แบบอักษร

00.57 น.

“อ๊ะ อย่า**!! ออกไปนะ ไอ้บ้า อ๊า!”**


เสียงหวีดร้องจากคนเมาดังขึ้นมา เมื่อจองกุกซุกหน้าลงกับซอกคอหอม สัมผัสแรกที่เขาได้รับคือกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นไอดินหลังฝนตก ให้ความรู้สึกสดชื่นและเศร้าในเวลาเดียวกัน


"อ๊ะ ปล่อย นายจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ” แทฮยองพยายามผลักอีกคนออกจากซอกคอของตัวเอง แต่จองกุกก็หาได้สนใจไม่ กลับก้มลงกัดผิวเนื้อเนียนเต็มแรง


“โอ๊ย กัดทำเหี้ยไรวะ”


“หึ นี่สำหรับที่นายคิดจะหนีฉัน” จองกุกกระซิบติดหูเนียน


“อึก ไม่ได้หนี! โอ๊ย เจ็บ” แทฮยองว่ายังไม่ทันจบก็ต้องร้องขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อจองกุกก้มลงกัดด้วยแรงมากกว่าเดิมจนได้กลิ่นคาวเลือด ก่อนที่สัมผัสนุ่มหยุ่นจากลิ้นร้อนจะแตะลงตรงรอยที่กัด แทฮยองเจ็บแต่ไม่เท่าที่ใจ ทำไมเขาต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย แค่ที่เป็นอยู่นี่ยังแย่ไม่พออีกหรือไง


“หึ นี่แค่เพิ่งเริ่มเท่านั้น” จองกุกผละออกมาจ้องมองคนที่นอนราบอยู่ใต้ร่างของตัวเอง ตาเรียวฉ่ำน้ำ หยดน้ำตาไหลเป็นทางไปตามหางตา


จองกุกจ้องหน้าแทฮยองนิ่ง ๆ ระหว่างสองคนไร้ซึ่งเสียงใด ๆ มีแค่เสียงของเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ยังคงส่งเสียงการทำงานอยู่อย่างน้อยก็เพื่อบอกให้รู้ว่าเวลายังคงเดินอยู่ ไม่ได้หยุดเดินแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าระหว่างคนสองคนจะเหมือนเวลาโดนหยุดเอาไว้ก็ตาม


“ฉันจะแนะนำตัวอีกครั้ง ฉันจอน จองกุก เป็นติวเตอร์ที่พ่อนายจ้างให้มาดูแลนาย และทุกเรื่องที่เกี่ยวกับตัวนายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฉัน ย้ำ ว่าทุกเรื่อง หวังว่าคงจะเข้าใจ...”


“.....” นี่พ่อเขาส่งใครมาให้เขาละเนี่ย


“เอาละในเมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว เรามาต่อกันเถอะ” จองกุกว่าก่อนจะก้มหน้าลงมาหวังจะจูบปากอิ่มที่ดูจะยั่วยวนเขาเหลือเกิน


“เข้าใจเหี้ยไรละ เป็นแค่ติวเตอร์ อย่ามาทำแบบนี้ ปล่อย!”


“ไม่จำสินะ ไม่เป็นไร ฉันจะทำให้นายจำจนลืมไม่ลงเอง”


“อื้อ เหี้ย ปล่อยกู” แทฮยองแทบจะกัดลิ้นตาย เมื่ออีกคนพยายามก้มหน้าลงมา จนเขาต้องเบี่ยงหน้าหลบเป็นพัลวัน


“จะดิ้นทำเหี้ยไร ทำเป็นไม่เคยไปได้ มั่วอย่างนาย ผ่านมากี่คนแล้วละ” จองกุกว่าอย่างเย้ยหยันใส่หน้าแทฮยอง


“ไอเหี้ย ออกไป จะผ่านมากี่คนก็เรื่องของกู ไม่เกี่ยวกับมึง” แทฮยองเองก็ไม่ยอมแพ้ และไม่คิดจะปฏิเสธ ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธคนที่ปักใจเชื่อไปแล้ว ป่วยการที่จะแก้ตัว สู้รับไปเลย เผื่ออีกคนจะรังเกียจแล้วลุกออกไปจากตัวเขาเสียที


“หึ งั้นง่ายหน่อย ยังไงขอชิมหน่อยแล้วกัน ว่าของเหลือรสชาติเป็นยังไง” จองกุกยังใช้ถ้อยคำดูถูกอีกฝ่ายไม่เลิก เป็นแทฮยองเองที่เลือดขึ้นหน้าแทน


“สัส อื้อ!” จองกุกประกบริมฝีปากลงไปอย่างแรง กะบดขยี้ให้ได้เลือด อยากปากดีไม่เลือกทำไม เป็นแค่เศษคนสำหรับเขา ไม่มีสิทธิ์มาขึ้นเสียงใส่เขาแบบนี้


แทฮยงพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการทั้งหลาย ทั้งทุบก็แล้ว ทั้งจิกก็แล้ว เขาจะยันอีกฝ่ายออกด้วยเท้าแต่อีกคนกลับรู้ทัน ดันแทรกเข้าอยู่ตรงกลางหว่างขาเขา จนตอนนี้สะโพกมนเกยอยู่บนหน้าตักของอีกฝ่ายไปแล้ว และท่าทางแบบนี้มันไม่ปลอดภัยต่อเขาเลย


“เปิดปาก เร็ว” จองกุกพูดกระซิบเสียงเบาติดริมฝีปากอิ่มที่ยังเม้มสนิท ทั้งที่พยายามบดขยี้เพื่อให้อีกคนอ้าปากให้เขาได้เข้าไปสำรวจภายในแล้ว อีกฝ่ายเองยังคงเม้มปากแน่น ไม่ยอมง่าย ๆ จนจองกุกต้อง...


มือแกร่งรวบข้อมือบางไว้ด้วยมือข้างเดียวก่อนจะกดไว้เหนือศรีษะ อีกข้างที่ว่างลูบไปยังเอวบาง ก่อนจะไต่ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงยอดอกเล็ก จนอดไม่ได้ที่ต้องบีบขยี้เบา ๆ แค่นี้ก็แข็งสู้มือเขาแล้ว หึ ดูสิจะยังทนได้อีกนานแค่ไหน


“อึก อ๊ะ อ..อย่า อื้ออ!” สุดท้ายแล้วร่างบางก็ทนไม่ไหว จนต้องส่งเสียงห้ามให้อีกคนหยุดมือเสียที สบโอกาสให้ลิ้นร้อนได้เข้าไปยังชิมโพรงปากหวาน


สัมผัสที่ได้รับทำเอาจองกุกเองเริ่มจะมัวเมาไปกับมัน ซึ่งตอนนี้เองจองกุกเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาเมาเหล้าที่หลงเหลืออยู่ในปากอีกคน หรือเมารสหวานจากเจ้าของมันกันแน่


ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร แรงขัดขืนอันน้อยนิดก็เริ่มหมดลง กลายเป็นว่าแทฮยองต้องนอนนิ่ง ๆ ให้อีกคนขโมยลมหายใจตัวเองโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ร่างกายที่ร้อนรุ่มจากการมีแอลกอฮอลล์ไหลเวียนอยู่ในเลือดแล้วกลับต้องการร้อนรุ่มเพราะการกระทำของคนอีกคนในตอนนี้อีกด้วย ให้ตายเถอะ


แทฮยองเริ่มจะเกลียดร่างกายตัวเองที่เผลอไผลจูบตอบกลับอีกคนไป บางส่วนที่เคยสงบนิ่งกลับเริ่มมีความรู้สึกเข้ามาแทรกซึม หากอีกคนยังไม่หยุด เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะห้ามใจตัวเองได้อีกนานแค่ไหน


ร่างบางจากที่พยายามขัดขืนตัวเองออกจากจองกุก ในตอนนี้กลับจูบตอบกลับมา ส่วนลึกจองกุกกำลังบอกว่า ตัวเองกำลังพอใจ แต่อีกส่วนหนึ่งกลับตะโกนบอกว่าไม่ใช่แค่เขาที่ได้จูบร่างบางแบบนี้ แค่คิดมาถึงตรงนี้ จากจูบที่ไม่ได้นุ่มนวลอยู่แล้ว กลับยิ่งรุนแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดที่ไม่ใช่ของเขา ร่างบางที่เคยคล้อยตามกลับดิ้นหนีอีกครั้ง มือเรียวหลุดจากการเกาะกุมพยายามผลักอีกคนออกจากการรุกรานร่างกายตัวเอง จนกระทั่ง...


“โอ๊ย นี่นายกล้ากัดฉันเหรอ” จองกุกผละออกเมื่อฟันคมกัดริมฝีปากล่างเขาอย่างเต็มแรง หากช้ากว่านี้คงได้แผลมากกว่านี้


“แฮ่ก ๆ ฉันน่าจะกัดให้มากกว่านี้ซะด้วยซ้ำ” หลังจากหลุดจากจูบกระชากวิญญาณแล้ว แทฮยองก็รีบโกยอากาศเข้าปอด ไม่ต่างจากคนจมน้ำที่เพิ่งจะโผล่พ้นน้ำขึ้นมา ไอ้บ้านี่มันกะจะฆ่าเขาเลยหรือไงวะ


“หึ แต่เมื่อกี้นายก็เคลิ้มไม่ใช่เหรอ ทำมาเป็นปฏิเสธ เป็นไง จูบของฉันมันดีจนอยากจะต่อไหม ฉันให้ได้นะ” จองกุกว่าอย่างเย้ยหยัน


“จูบห่วย ๆ แบบนี้ใครจะเคลิ้ม ไปจูบกับหมา กับแมวยังรู้สึกดีกว่านี้อีก” แทฮยองเองก็ไม่ยอมแพ้


“อย่าปากดีให้มากนักนะครับ คุณหนูแทฮยอง เพราะคุณต้องอยู่กับผมอีกนาน คุณยังต้องชดใช้ให้ผมอีกเยอะ อย่ารีบ....”



ครืดดดด ครืดดดด


จองกุกยังพูดไม่ทันจบกลับมีสายเรียกเข้าดังขึ้นมาขัดเสียก่อน ร่างสูงสบถออกมาเบา ๆ ก่อนจะโดนแทยองผลักออกให้พ้นจากตัวเอง ก่อนที่จองกุกจะคว้าตัวอีกคนได้ แทฮยองก็วิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำเสียแล้ว จองกุกจึงกดรับโทรศัพท์ เมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นใคร


ติ๊ด


“ครับ พี่มีอะไรหรือเปล่า”


(จองกุก แกอยู่ไหน) ปลายสายถามเสียงนิ่ง


“ผมมาทำธุระน่ะ แล้วก็สัปดาห์นี้ ผมไม่กลับบ้านนะพี่ มาดูงานที่ต่างจังหวัด” จองกุกตอบพี่ชายตัวเองออกไป ขณะที่สายตาคมก็ยังจ้องไปยังห้องน้ำนิ่ง คิดเหรอว่าหนีไปอยู่ในนั้นแล้วจะรอด


(แกอยู่กับใคร จินบอกว่าแทฮยองหายไป ไม่กลับบ้านเหมือนกัน) เสียงพี่ชายเขาเหมือนจะจับผิดอยู่กลาย ๆ


“เหรอครับ ผมไม่เห็นจะรู้เลย ผมเองก็ไปรับเขาเมื่อเช้า แต่เขาก็ออกไปก่อนแล้ว สงสัยจะคลาดกัน” แต่จองกุกกลับปฏิเสธพี่ชายตัวเองไป เขาไม่อยากให้พี่ชายต้องเป็นกังวล และรับรู้อะไรก็ตามที่เขากำลังจะทำกับอีกคน


(งั้นเหรอ ฉันจะลองเชื่อแกนะ จะทำอะไรก็คิดให้ดี ๆ ละกัน อย่าให้ต้องมาเสียใจทีหลัง เข้าใจไหมจองกุก) นัมจุนว่าเสียงนิ่งแต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วง


“ผมรู้ครับ ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ และผมไม่มีวันเสียใจทีหลังแน่นอน” จองกุกตอบกลับเสียงนิ่ง เขาเข้าใจในสิ่งที่พี่ชายต้องการจะสื่อ แน่นอนว่าเขาจะไม่ทำอะไรที่มากเกินความจำเป็นแน่นอน ขอแค่อีกคนได้สำนึกในสิ่งที่ได้ทำลงไปจากความเห็นแก่ตัวของตัวเองก็เท่านั้น นอกเสียจากว่าอีกคนจะรนหาที่เองละนะ


(อืม ดูแลตัวเองด้วยล่ะ แค่นี้นะ)


“ครับ พี่ก็เหมือนกัน” พี่นัมจุนวางสายไปแล้ว เขารู้ว่าพี่ชายไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดหรอก แต่ในเมื่อเขาได้ตัดสินใจลงไปแล้วใครก็เปลี่ยนไม่ได้ซึ่งข้อนี้พี่ชายของเขารู้ดี ดังนั้นจึงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเรื่องที่เขาต้องจัดการ



ปัง ปัง ปัง


“ออกมา ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน แทฮยอง!!"


"....."


"อย่าให้ฉันต้องพังเข้าไปนะ คิม แทฮยอง”


“.....”


“แทฮยอง เปิดประตูเดี๋ยวนี้!!”  จนสุดท้ายแล้วก็ยังไม่เสียงตอบรับจากคนที่อยู่ด้านของประตู


ปัง ปัง ปัง!


จองกุกเคาะประตูอีกครั้งหากอีกคนยังดื้อด้านที่จะไม่เปิดให้เขา เขาคงต้องใช้ไม้แข็ง คิดหรือไงว่าประตูแค่นี้จะช่วยอะไรเจ้าตัวได้น่ะ ฝันอยู่หรือเปล่า


“ถ้าฉันเปิดเอง นายเจอดีแน่แทฮยอง”


“.....”


“เห้ คิม แทฮยอง ได้ยินฉันไหม ได้! จะเอาแบบนี้ใช้ไหม แล้วนายจะได้เห็นดีกัน” เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับอีกครั้ง จองกุกเริ่มจะขมวดคิ้วกันแน่น อีกคนเป็นอะไรหรือเปล่าถึงได้หายเงียบแบบนี้ คิดได้ดังนั้นจึงลุกไปหยิบกุญแจสำรองในลิ้นชักข้างเตียง ก่อนจะไขกุญแจเข้าไป ภาพที่เห็นกลับทำให้เขาถึงกับขมวดคิ้ว


แทฮยองกำลังนอนหลับอยู่ในอ่างอาบน้ำ โดยนำผ้าเช็ดตัวมารองกับพื้นอ่างก่อนละนอนคุดคู้กอดตัวเองเอาไว้ เป็นภาพที่น่าเอ็นดูไม่น้อย แต่คงไม่ใช่กับจอนจองกุกในตอนนี้ หากเป็นคนอื่นคงสงสารที่ต้องนอนในที่เย็นชื่นแบบนี้ และคงอุ้มกลับไปนอนบนเตียงแล้ว แต่กับจองกุกที่มองภาพนี้ทำแค่เพียงส่งสายตามองนิ่ง ๆ ก่อนจะขมาดคิ้วแล้วเดินออกไป


จองกุกทิ้งให้แทฮยองนอนในห้องน้ำต่อไป ส่วนตัวเองกลับมานอนที่เตียง ในเมื่ออยากนอนในนั้นก็ปล่อยไป ถ้าหากเป็นอะไรขึ้นมาก็ช่าง ไม่เกี่ยวกับเขาสักหน่อย ในเมื่อเจ้าตัวเลือกแบบนั้นเอง เขาไม่ผิด


เมื่อหาข้อสรุปให้กับตัวเองได้แล้วว่าจะเอาไงต่อก็ปล่อยให้ตัวเองเข้าสู่นิทราตามอีกคนที่จับจองพื้นที่ในห้องน้ำไป




06.15 น.


ซ่า


“อื้ออ อะไรเนี่ย ทำบ้าอะไรวะ!” น้ำเย็นจัดสาดใส่ร่างบางจนแทฮยองสะดุ้งตื่นขึ้น น้ำเย็น ๆ สาดลงมาโดนเขาเต็ม ๆ คนที่สาดใส่เขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คนที่บอกว่าเป็นติวเตอร์เขาเนี่ยแหละ


“ฉันให้เวลานาน 10 นาที อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ แล้วออกมาเจอกันข้างนอก” จองกุกบอกเสียงเรียบก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไป


“เห้อ นี่กูต้องเจออะไรแบบนี้ไปนานแค่ไหนวะเนี่ย” แทฮยองได้แต่ทึ้งหัวด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะรีบลุกขึ้นเมื่อได้ยินอีกคนตะโกนเข้ามา แต่...



วูบ


“อ๊ะ ปวดหัวชิบ” แทฮยองกับต้องทรุดลงไปกับพื้นอ่างอีกครั้ง เมื่อเขารู้สึกว่าโลกมันหมุน อาการครั่นเนื้อครั่นตัวนี่ก็ด้วย ขออย่าให้เขามาป่วยเอาตอนนี้เถอะ เดี๋ยวอะไร ๆ จะแย่มากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ อีกอย่างเขาต้องทนเพื่อใครอีกคนด้วย ทนไว้แทฮยองเดี๋ยวมันก็ดีเอง


หลังจากปลอบใจตัวเองได้ก็รีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะนึกได้ว่าไม่มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน จะให้เขาใส่ชุดเดิมกลับก็คงจะไม่ไหวเล่นสาดให้เปียกกันขนาดนั้น แต่คงไม่เป็นไรเดี๋ยวใส่ชุดคลุมอาบน้ำนี้แหละ แล้วค่อยไปเปลี่ยนที่ห้อง อาจจะดูเสี่ยงหน่อย แต่เขาไม่ได้มีทางเลือกมานัก 


แกรก


ตาคมเลื่อนมองอีกคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมอาบน้ำ แน่ละชุดที่แทฮยองใส่มานะโดนเขาสาดน้ำใส่ขนาดนั้นคงเปียกจนใส่ไม่ได้แล้วละ


“กว่าจะเสร็จ คิดว่าตัวเองเป็นใคร เป็นคุณหนูที่ต้องมีคนบริการให้หรือไง มานี่” จองกุกเดินเข้าหาอีกคนโดยไม่ได้ละสายตาจากตากลมที่กำลังสบกันอยู่


ในขณะที่แทฮยองเองก็ไม่มีท่าทีจะถอยแต่อย่างใด แต่เตรียมตัวหาทางหนีทีไล่หากอีกคนคิดจะทำกับเขาแบบเมื่อคืนอีก ตากลมเหลือบเห็นริมฝีปากบางมีร่องรอยที่เขาฝากไว้เมื่อคืนอยู่


“แผลสวยดีนี่ เหมาะกับคนอย่างนายดี” แทฮยองว่าก่อนจะยิ้มมุมปาก ส่งสายตาท้าทายอีกคนออกไป


“นั่นสินะ งั้นฉันแบ่งให้นายบ้างละกัน”


“อื้อ!” จองกุกว่าจบก็พุ่งเข้าหาร่างบางโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งตัว แทฮยองผละถอยหลังได้แค่ก้าวเดียว ก่อนที่เอวบางจะถูกรวบเข้าหาร่างแกร่งของอีกคน มือบางระดมทุบตุบตีอีกคนด้วยความตกใจ


“โอ๊ย” จองกุกบีบคางเรียวแน่น เมื่ออีกคนคิดจะกัดเขาอีกครั้ง ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปฉกชิมความหวานในโพรงปากอิ่ม อืม หวานแหะ คงเป็นเพราะไม่มีรสเหล้าหลงเหลืออยู่แล้วด้วยละมั้ง เลยหวานกว่าเมื่อคืน


“ฮึ่ม” จองกุกคำรามในลำคออย่างขัดใจเมื่อแทฮยองจิกเล็บลงบนแขนของเขา ก่อนที่เขาจะเอาคืนด้วยการเลื่อนมือเข้าไปยังสาบเสื้อ จองกุกขมวดคิ้วเมื่อสิ่งที่มือเขาสัมผัสได้คือความนิ่มลื่น จนอดไม่ได้ที่จะบีบแรง ๆ


“ฮื้อ อ่อย (ปล่อย) ” แทฮยองตกใจรีบจับมือหนาเอาไว้ไม่ให้รุกล้ำร่างกายเขามากไปกว่านี้ แค่นี้เขาก็เปลืองตัวมากเกินไปแล้ว


“.....” จองกุกผละจากปากอิ่มมาซุกตรงซอกไซร้คอหอมของอีกคน มือหนาเริ่มบีบตามเอวบางแรงขึ้นตามอารมณ์ที่เพิ่มมากขึ้น เจ้าของร่างบางเองต่างก็ยื้อมือแกร่งไว้สุดฤทธิ์เช่นกัน


จองกุกดันอีกคนให้ถอยหลัง ก่อนที่แทฮยองจะล้มหงายหลังลงบนเตียง ไม่ดีแน่ อย่างนี้ไม่ดีแน่ แทฮยองแทบสิ้นสติเมื่ออีกคนแหวะสาบเสื้อคลุมอาบน้ำของตัวเองออก ก่อนที่สองมือบางจะออกแรงดึงทึ้งผมอีกคนให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากัน


“ทำแบบนี้ทำไม” แทฮยองถามเสียงเรียบ เขาอยากรู้ว่าผู้ชายคนนี้ต้องการอะไร หากเป็นแค่คนที่พ่อเขาส่งมาคุมก็ไม่ใช่ว่าจะมีสิทธิ์มาทำอะไรแบบนี้กับเขา แต่นี่มันเกินไปแล้ว


“อยากทำ” จองกุกสบตากลม ตอบด้วยเสียงแหบพร่าแล้วยิ้มมุมปาก ว่าแล้วก็จับสองแขนเรียวของอีกคนกดลงกับเตียง


“อย่า นายจะทำแบบนี้ไม่ได้ นายไม่มีสิทธิ์!!”


“ใครว่าละ ทุกอย่างของนาย ทุกอย่างที่เป็นนาย เป็นของฉัน และฉันอีกอย่างที่ฉันจะบอกให้นายจำเอาไว้ ฉันไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร” จองกุกสบตากับอีกคนนิ่งเพื่อให้อีกคนซึมซับสิ่งที่เขาพูดให้จำฝังใจ และเป็นการบอกให้รู้ว่านอกจากเขาแล้วใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวแทฮยองทั้งนั้น แม้แต่เจ้าตัวเองก็ตาม เพราะฉะนั้นเขาจะทำอะไรกับร่างบางตรงหน้าก็ได้


แทฮยองดิ้นหนีจองกุกที่พยายามกระชากชุดคลุมของเขาออก ก่อนที่มือบางจะคว้าเอาที่เขี่ยบุหรี่ข้างเตียงฟาดใส่อีกคนเต็มแรง


“.....” จองกุกหลบได้อย่างเฉียดฉิว ทำให้โดนแค่หางคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ได้เลือดเหมือนกัน ก่อนจะสบตาอีกคนด้วยสายตาเรียบนิ่ง ปล่อยให้เลือดหยดลงบนแก้มเนียนที่อยู่ใต้ร่างเขา


“.....ฉ..ฉัน..ล..เลือด ..ด อึก..” แทฮยองที่เห็นเลือดกลับหน้าซีดเผือด เขาไม่ได้กลัวจองกุก แต่ความทรงจำบางอย่างกำลังไหลเวียนเข้ามาเป็นฉาก ๆ แทฮยองเริ่มตัวสั่น ก่อนที่มือเรียวข้างที่เดียวกับที่ฟาดจองกุกจะเปลี่ยนมาขยุ้มเสื้อตรงอกของจองกุกแทน


“ทำไม กลัวหรือไง”


“ม..แม่..อึก ไม่นะ ..ไม่.ได้ตั้งใจ..ขอ...อึก” แทฮยองพูดเริ่มพูดไม่เป็นประโยค ตัวเริ่มสั่นมากกว่าเดิม


“นี่นาย เป็นอะไร” จองกุกที่เห็นอีกคนอาการแปลกไปได้แต่ขมวดคิ้ว มือหนาพยายามตบแก้มเรียกสติของอีกคนที่เหมือนจะหลุดหายไปแล้ว แต่สัมผัสที่ได้ตรงปลายนิ้วคือความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมา เมื่อพิจารณาดีๆ แล้วร่างบางตรงหน้ากำลังแผ่ไอความร้อนออกมามากกว่าเดิม ตัวที่เริ่มสั่นมากขึ้นทำให้จองกุกเริ่มใจไม่ดี ถึงเขาจะอยากเอาคืนขนาดไหน แต่การรังแกคนป่วยก็ไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างเขาจะทำ


“เห้ แทฮยองเป็นอะไร อย่ากัดปาก” จองกุกรีบห้ามเมื่ออีกคนกัดปากตัวเองแน่นจนเลือดไหลออกมา ร่างบางตรงหน้าเกร็งตัวจนเขารู้สึกได้ จองกุกไม่รู้ว่าอาการที่อีกคนเป็นอยู่คืออะไร แต่ไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน


สุดท้ายแล้วจองกุกก็ทำได้แค่ดึงอีกคนเข้ามากอด ก่อนมือแกร่งจะเปลี่ยนมาลูบแผ่นหลังบางไปมา ปากก็พร่ำปลอบ ไม่เป็นไร เพื่อให้สติอีกคนกลับมา แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผล เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่พูดประโยคเดิมวนไป วนมา เรียกหาแม่บ้างละ บอกไม่ได้ตั้งใจมั้งละ จองกุกต้องยอมให้อีกฝ่ายจิกเล็บลงบนแขนเขาเพราะไม่งั้นแล้ว อีกฝ่ายจะกำมือเกร็งแน่นจนได้เลือด แต่ถึงเล็บอีกคนจะไม่ยาว แต่จิกไว้นาน ๆ ก็เจ็บเหมือนกัน แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน เขาต้องจัดการคนตรงหน้านี้ก่อน




2 ชั่วโมงผ่านไป ตอนนี้จองกุกขึ้นมานั่งพิงพนักเตียงเอาไว้ แขนแกร่งโอบกอดร่างบางตรงหน้าไว้ไม่ห่าง เขาอยู่ในท่านี้มาสักพักใหญ่แล้ว ถามว่าเมื่อยไหมก็มีบ้าง แผลที่โดนจิกก็แสบจนหายแสบไปแล้ว ในขณะที่แทฮยองกลับขดตัว หดขามากอดเอาไว้ หน้าตาเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากอิ่มช้ำสีเลือดในเมื่อก่อนหน้านี้เจ้าของมันเล่นกัดเสียเต็มแรงขนาดนั้น


แทฮยองกำลังหลับ และเป็นการหลับตะแคงข้างพิงอกแกร่งอยู่ ร่างบางอยู่ภายในอ้อมกอดจากคนที่จ้องจะวุ่นวายกับร่างกายตัวเองนั่นแหละ แต่ในตอนนี้คงไม่ใช่ สายตาเย็นชาได้เปลี่ยนมาเป็นสายตาอ่อนโยน แต่เจ้าตัวคงไม่มีโอกาสได้เห็นว่าแววตาของติวเตอร์ตัวเองในตอนนี้แลดูอ่อนโยนแค่ไหน จองกุกไม่ใช่คนใจร้ายมาตั้งแต่ต้น แต่ด้วยเรื่องราวที่เป็นเหมือนแผลในใจเขามันทำให้เขาต้องเก็บตัวตนเอาไว้ คนไร้สำนึกอย่างคิมแทฮยองไม่ควรได้รับรู้ถึงตัวตนของเขาอีกด้าน


“นายเป็นอะไร แล้วนายขอโทษใคร”


จองกุกมองคนในอ้อมกอดที่หลับตาพริ้ม เขายังคงคาใจกับอาการที่อีกคนเป็น มันเป็นอาการของคนที่ช็อคจากอะไรสักอย่างจนกลายเป็นแผลที่อยู่ในใจ และคงเป็นเรื่องที่ไม่ดีเช่นกัน


“นายเป็นยังไงกันแน่ แต่ฉันคงปล่อยนายไม่ได้หรอกนะ ถ้านายป่วย ฉันจะรักษาให้นายหายเอง เพราะนายต้องชดใช้ให้ฉันอีกเยอะ คิมแทฮยอง”


หลังจากแน่ใจว่าอีกคนดีขึ้นแล้ว จองกุกก็ผละออกมาทำแผลของตัวเอง แผลไม่ได้ใหญ่หรือดูน่ากลัวแต่อย่างใด เขาเองก็ไม่เข้าใจทำไมเลือดไหลเยอะขนาดนั้น จองกุกจัดการตัวเองเสร็จก็กลับมายังเตียงที่ใครอีกคนนอนอยู่


“ฉันไม่ได้ใจดีหรอกนะ แค่กลัวนายจะตายไปซะก่อน หึ แล้วฉันจะคิดทบทั้งต้นและดอกจากนายทีหลังก็แล้วกัน คิม แทฮยอง” จองกุกว่าก่อนจะสอดตัวลงใต้ผ้าห่ม ด้วยกลัวว่าอีกคนจะอาการกำเริบขึ้นมาอีก จึงรั้งอีกคนเข้ามากอดเอาไว้


จองกุกเองก็ชักจะง่วงแล้วเหมือนกัน เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ดึกมากแล้ว ไหนจะต้องมาเสียพลังงานกับการสู้รบกับคนตัวบางนี่อีก ไหนจะต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวพาอีกคนเดินทางกลับ แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็คงต้องพักต่อจนกว่าอีกคนจะดีขึ้นพอให้เดินทางได้ เขายังไม่อยากเป็นสาเหตุให้ใครตายเพราะไม่ยอมให้คนป่วยพักผ่อนหรอกนะ มันจะเสียชื่อเขาเสียเปล่า 

นี่แค่เริ่มทักทายเท่านั้น หลังจากนี้สิของจริง คือความจริงที่นายต้องพบเจอ คุณหนูคิม

>>>>><<<<<

To be con...


อ่านให้สนุกนะคะ :) #มิสเตอร์จอน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น