เขียน'สือ

ยินดีต้อนรับ 'ซือซือ' ที่น่ารักของเราทุกคน #ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนทุกรูปแบบนะคะ #ด้วยรัก

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #39

ชื่อตอน : เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #39

คำค้น : วายเด็กช่าง พอร์ชโซ่ เขียนสือ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.1k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2561 17:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #39
แบบอักษร

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{39}




            “ปล่อยมันไปเถอะวะ เดี๋ยวเวรกรรมแม่งก็ตามทันแหละ คนจัญไรแบบนี้อยู่ได้ไม่นานหรอก…เชื่อกูเถอะ”


            “เจ้ากรรมนายเวรของมันก็กูนี่ไง” ก็รู้ว่าอีกฝ่ายเตือนด้วยความหวังดี แต่จิตใจที่ร้อนรุ่มของโซ่มันกำลังร้องบอกว่าเวลาของการแก้แค้นมันได้มาถึงแล้ว


            “ถ้าไม่นึกถึงอนาคตตัวเอง ไม่คิดถึงความรู้สึกของไอ้พอร์ชก็ลองย้อนกลับไปมองความรักความห่วงใยของน้องกูที่พยายามจะปกป้องมึงจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตมันด้วยก็แล้วกัน”


            เค้กเดินออกไปแล้ว แต่โซ่กำลังโดนจิตใต้สำนึกพาย้อนกลับไปยังวันวาน

..

..

            ‘เป็นห่าไรอีกมึงนั่งทำหน้าเป็นส้นตีน’


            ‘หน้ามึงสิเหมือนส้นตีนไอ้เหี้ยเพชร! กูกำลังรอแยม ไม่รู้มัวทำห่าอะไรอยู่ โทรไปก็ไม่รับ’ ด้วยความที่หงุดหงิดคนรักเป็นทุนเดิมอยู่แล้วโซ่จึงสวนกลับทันทีเมื่อโดนเพื่อนรักแซว


            ‘มันไปหาพ่อมันรึเปล่ามึง เมื่อกี้กูเพิ่งเดินผ่านห้องมันมาเห็นปิดประตูล็อคกุญแจไปแล้ว’ ยศตามมาสมทบเป็นคนสุดท้ายหลังจากทำเวรเสร็จพูดบอกกับเพื่อนทั้งสอง เพราะเขาเพิ่งจะเดินผ่านหน้าห้องของแยมโรลมาเมื่อกี้นี้เอง


            ‘ไปไหนของมันวะ’ ถ้าวันนี้ไม่มีนัดไปดูหนังด้วยกันโซ่จะไปเป็นห่วงอย่างนี้เลย เพราะปกติแล้วคนรักจะกลับบ้านพร้อมกันกับพ่อที่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ถ้าวันไหนเขาสองคนมีนัดจะไปไหนด้วยกันความรับผิดชอบก็จะตกมาอยู่ที่เขา เพราะแยมโรลไม่เคยผิดนัดเลยสักครั้ง


            ครืด ครืด

            ‘ตัวเองอยู่ไหน!’ แม้ว่าสรรพนามจะอ่อนหวานคงเดิมแต่น้ำเสียงเข้มขรึมไปแล้ว


‘ตัวเอง...เกษตร…แปลงเกษตร’

            ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายพูดซ้ำ โซ่รีบวิ่งพุ่งตรงไปยังแปลงเกษตรที่อยู่ทางด้านหลังโรงเรียนทันทีด้วยหัวใจที่ร้อนรนเหมือนสัญชาตญาณกำลังบอกว่าคนรักไม่ปลอดภัย


            ‘แยม…แยม!’


            หัวใจของโซ่แตกสลายเมื่อได้มาเห็นคนรักที่กำลังนอนคุดคู้อยู่กลางแปลงผักแปลงสุดท้ายที่เป็นจุดอับสายตาในสภาพร่างกายเปลือยเปล่าโดยมีเสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดกระจัดกระจายรายล้อมอยู่รอบตัว


            ‘โซ่…’ ฝ่ามือเรียวเล็กที่เคยช่วยคอยกุมมือโซ่ในยามเหงากำลังสั่นเทาเหมือนลูกนกตกรัง ในหน้าเนียนใสเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตามร่างกายที่เคยผุดผ่องก็เต็มไปด้วยร่องรอยการทำร้าย หนักสุดคงจะเป็นช่วงล่างที่เลอะเทอะไปด้วยคราบน้ำกาม


            ‘ตัวเองซุ่มซ่ามเดินหกล้มอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย? ไม่เป็นไรนะเดี๋ยวเค้าช่วยทำแผลให้เอง  คราบดินสกปรกพวกนี้ก็เหมือนกัน…เค้าจะทำความสะอาดมันให้เอง’ ลูบไล้มือไปตามร่องรอยความบอบช้ำบนร่างกายของคนรักอย่างไม่นึกรังเกียจ ใช้สายตาจ้องมองและจดจำคราบเลือด คราบไคลเหล่านี้แล้วทดไว้ในใจ…สักวันหนึ่งกูจะขยี้พวกมึงด้วยส้นตีนของกูเอง!


            ‘พาแยมกลับบ้านก่อนดีกว่าวะโซ่’

            เพชรยื่นเสื้อคลุมตัวนอกของตนเองให้เพื่อนรักใช้คลุมร่างกายแยมโรล โดยที่ไม่ก้มลงไปมองภาพนั้นซ้ำอีก บอกตรงๆ ถึงใครจะมองพวกตนว่าเป็นอันธพาลเพราะชอบมีเรื่องต่อยตีกับคนโน้นคนนี้ไปเรื่อย แต่อย่างหนึ่งคือพวกขาจะไม่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ยิ่งได้มาเห็นคนรักของเพื่อนในสภาพแบบนี้ ก็ยิ่งรับไม่ได้…มันสะเทือนใจเกินไป โดยเฉพาะกับโซ่ที่ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรในขณะที่หัวใจร้อนรุ่มเหมือนโดนไฟเผา


            ‘เป็นเหี้ยอะไรของพวกมันวะมองหน้ากวนส้นตีนฉิบหาย’ ยศบ่นงึมงำเป็นรอบที่ร้อย หลังจากที่ต้องทนมองพวกทอยทำสีหน้าเยาะเย้ยใส่ด้วยเหตุอันใดก็ไม่สามารถคาดเดาได้


            ‘พ่อมันใกล้ตายแล้วมั้ง…ช่างแม่งเหอะ’ เพราะให้คำสัตย์และรับปากกับคนรักอย่างแยมโรลไปแล้วว่าจะไม่มีเรื่องกับพวกทอย และเพื่อความสบายใจของคนรักโซ่จึงทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ทำเหมือนพวกทอยเป็นแค่เศษฝุ่นไร้ค่าไปวันๆ แม้ว่าทางนั้นพยายามจะปั่นประสาทของตนเองอยู่เรื่อยก็ตาม


            ‘เฮ้ยพวกมึงดูห่าอะไรวะเสียงดังไปถึงข้างนอก…เดี๋ยวแม่มึงก็เข้ามายึดโทรศัพท์เอาอีกหรอก’ เพชรเอ่ยแซวเพื่อนๆ ในห้องที่รวมหัวมุงดูหนังอย่างว่าอยู่กลางห้องแบบไม่คิดปิดบังจนเสียงดังออกไปนอกห้อง ก่อนที่จะแหวกกลุ่มเพื่อนแล้วมุดเข้าไปอยู่กลางวงหวังจะไปร่วมดูด้วยแบบขำๆ อย่างทุกที แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรทันทีเมื่อได้เห็นบุคคลในคลิป


            ‘ฉิบหายแล้ว…ไอ้โซ่!’


            เพชรหันมาเรียกเพื่อนด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่ทัน เพราะโซ่วิ่งไปไกลแล้ว สิ่งเดียวที่พอทำได้คือการวิ่งตามไปห้าม ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้นมาจริงๆ


            ‘ไอ้เหี้ยทอย!’


            ‘โอะโอ…ดูสิว่าใครมาหา’


            ‘โซ่!’


            แยมโรลร้องเรียกชื่อคนรักเสียงหลงเมื่อเห็นคนรักมายืนทำหน้าถมึงทึงอยู่หน้าประตูห้อง


            ‘ไงวะ? ลองได้เหมือนหมาบ้ามาอย่างนี้คงเห็นคลิปลับที่กูกับเพื่อนๆลงทุนเปลืองเนื้อเปลืองตัวเป็นพระเอกให้สุดที่รักของมึงแล้วซินะไอ้พี่โซ่ขาใหญ่…ฮะฮะฮ่า’


            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโมโหหรือเก็บกดมานาน พอได้เห็นสีหน้าสะใจของอีกฝ่ายโซ่ก็ไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงคว้ากรรไกรตัดกระดาษในมือของคนแปลกหน้าที่กำลังจัดบอร์ดอยู่แทงเข้าตรงบริเวณหน้าท้องข้างซ้ายของทอยมิดด้าม ก่อนที่จะออกแรงง้างด้ามกรรไกรออกจากกันแล้วหมุนควงเป็นวงกลมท่ามกลางความตื่นตนกตกใจของผู้ร่วมเหตุการณ์มากกว่าสี่สิบคน


            ‘ก่อนตายก็อย่าลืมวิ่งกลับไปฟ้องพ่อมึงนะว่ากูเป็นคนทำ’ พูดจบกระชากกรรไกรออกจากหน้าท้องของทอยได้อย่างเลือดเย็น ทิ้งให้ทอยยืนตาเหลือกอยู่กับที่โดยที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเลยสักคน


            ‘ตัวเองระวัง!’


            แยมโรลที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่แรกหลุดจากภวังค์ความตกใจทันทีเมื่อเห็นคนรักตกอยู่ในอันตราย เพราะคนที่โซ่คิดว่าสิ้นฤทธิ์ไปแล้วอย่างทอยฝืนความเจ็บหยิบมีดพกของตัวเองขึ้นมาทำท่าจะจ้วงแทงโซ่ที่กำลังยืนหันหลังให้


            ‘แยมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!’


            โซ่ร้องเรียกคนรักสุดเสียงเมื่อหันหลังกลับมาพบความจริงที่ว่าแยมโรลวิ่งเอาตัวเข้ามารับคมมีดจากทอยแทนตนเอง


            ‘โรงพยาบาล! พาแยมไปโรงพยาบาลก่อนไอ้โซ่!’ คนที่มีสติที่สุดอย่างเพชรร้องบอกกับเพื่อนด้วยความร้อนใจเมื่อเห็นบาดแผลของแยมโรลที่อยู่ระดับหน้าอกพอดี


            ‘ทนก่อนนะแยม…ทนก่อน’ ไม่ต้องรอให้เพชรพูดซ้ำ โซ่รีบช้อนตัวคนรักอุ้มออกจากจุดเกิดเหตุแล้วมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลทันที ด้วยฝีเท้าการเหยียบคันเร่งแบบมิดไมล์ของผู้อำนวยการซึ่งก็คือพ่อผู้ให้กำเนิดของแยมโรลนั่นเอง ก่อนที่จะบอกให้รถพยาบาลออกไปรับทอยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ที่โรงเรียนอีกคน หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากการบอกเล่าของเพชรที่กระโดดขึ้นรถตามมาด้วย

..

..

            “เมาแล้วก็กลับบ้านสิวะ ป่านนี้น้องกูชะเง้อหาจนคอหักแล้ว”


            “แล้วมึงเสือกอะไรวะ?” โซ่หันไปเลิกคิ้วถามคนแปลกหน้าด้วยน้ำเสียงคางยานเพราะเมามากแล้ว หลังจากที่นั่งดื่มคนเดียวมาตั้งแต่เช้ายันค่ำด้วยชุดช็อปปักแถบโชว์ความเป็นเด็กช่างเต็มยศที่แบบว่าถ้าบังเอิญเจอตำรวจเข้าคงได้มีเรื่องบันเทิงเริงใจกันอีกเยอะเลย และคนที่จะซวยที่สุดก็คงไม่พ้นเจ้าของร้านอย่างเค้กที่อนุญาตให้โซ่เข้ามาดื่มจนเละแบบนี้


            “กูจะไม่เสือกเลย ถ้ามึงไม่ใช่เมียน้องกู” ออดี้หยิบยกคำพูดที่โซ่เคยใช้ตอกหน้าตนเองในวันวานขึ้นว่าเจ้าตัวบ้าง


            “ใครวะ?” พยายามจะลืมตาขึ้นมามองคนตรงหน้าแต่ก็ยากเต็มทน


            “ไม่เสือกสิ” เป็นอีกครั้งที่ออดี้ยกคำพูดของโซ่กลับมาว่าเจ้าตัว


            “อ๋อ…กูรู้แล้ว…มึง…ออดี้อ่อ? ใช่ไหม? กูจำได้ๆ พี่ไอ้พอร์ชมีสองคน…มีพี่โฟล์ค…มีมึง…ไอ้เหี้ยดี้”


            “ปกติกูก็ว่ามึงกวนตีนสุดๆ แล้วนะ แต่พอเมาแล้วจะเรียกหมากูยังสงสารมาเลย…ไอ้เด็กเหี้ยลามปามฉิบหาย” ออดี้ได้แต่ส่ายหน้าอย่างละอาเพราะไม่รู้จะทำยังไงกับคนเมาที่ขืนตัวสุดแรงในยามที่เขาพยายามจะประคองมันขึ้นมาจากโต๊ะเพื่อที่จะพากลับไปส่งบ้าน


            “โทรให้ไอ้พอร์ชมันมาจัดการกันเอาเองเถอะพี่ อย่างไอ้โซ่น่ะปกติว่าพูดยากแล้วตอนเมานี่โคตรงี่เง่าเลย น้อยคนนักจะเอามันอยู่” เค้กทีเพิ่งว่างจากการดูแลลูกค้าพูดบอกไปตามที่รู้


            ออดี้พยักหน้ารับคำแล้วทำตามคำแนะนำของเค้กโดยการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาน้องชายให้มารับตัวคนรักของเจ้าตัวกลับไป

..

..

            ‘โซ่…ยิ้ม’


            แยมโรลที่เพิ่งฟื้นตื่นขึ้นมาหลังจากนอนหลับไปสามวันเต็มๆ พยายามพูดบอกให้คนรักที่นั่งทำหน้าเศร้าอยู่ข้างเตียงยิ้มด้วยความลำบากเต็มทนเพราะติดเครื่องช่วยหายใจ


            ‘เค้าขอโทษนะตัวเอง เค้าผิดเอง ตัวเองรีบหายนะ’ จะให้โซ่ยิ้มได้อย่างไรในเมื่อคนรักอาการสาหัสขนาดนี้ จะมาอยู่เฝ้าก็เพราะแยมโรลยังคงต้องนอนดูอาการในห้องปลอดเชื้ออยู่ แม้ว่าหมอจะทำการเย็บปอดที่ฉีกไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังวางใจไม่ได้


            แยมโรลยิ้มตาหยี ส่ายหน้าไปมาช้าๆ ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ ว่า…


            ‘รัก’


            ‘อื้อ…รักเหมือนกัน รักที่สุด จบเรื่องนี้แล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ เค้าจะไม่ใจร้อนแบบนี้อีกแล้ว’ โซ่เองก็ยังมีเรื่องคดีที่ต้องเคลียร์ แต่ไม่กล้าบอกกับแยมโรลเพราะกลัวว่าคนรักจะคิดมากจนเกิดภาวะช็อกที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิต


            พยักหน้ารับก่อนที่จะยื่นนิ้วก้อยข้างที่ไม่ติดสายน้ำเกลือส่งให้โซ่


            ‘สัญญาครับ’ ยื่นนิ้วเข้าไปเกี่ยวก้อยด้วย ก่อนที่จะก้มลงไปจูบหลังมือของคนรักอย่างแผ่วเบาเป็นการบอกลาเพราะพยาบาลเข้ามาเตือนเรื่องหมดเวลาเยี่ยมแล้ว

..

..

            “ทำไมไม่รับสายวะโซ่!” พอร์ชเดินวนไปมาเป็นหนูติดจั่นอยู่กลางบ้านอย่างไม่รู้จะทำอะไร หลังจากที่เที่ยวไปตระเวนตามหาคนแล้วมาทั้งวัน ไปมาแล้วทั่วทุกสารทิศที่คิดว่าคนรักจะไป แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวเป็นทุกครั้ง เพราะที่เหล่านั้นไม่มีแม้แต่ร่องรอยของโซ่


            Tru Tru Tru


            “ถ้าจะโทรมากวนตีนกูไม่ว่างทะเลาะกับมึงหรอกนะเฮีย” เพราะครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันมันจบได้ไม่สวยนัก พอร์ชจึงเอ่ยทักไปอย่างนั้นเมื่อเห็นเบอร์พี่ชายคนรองโทรเข้ามา


            /// ก็ไม่ได้อยากจะโทรนักหรอก ถ้าเมียมึงไม่มาเมาเป็นหมาให้กูรำคาญสายตาตั้งแต่เช้าอะนะ มารับมันด้วยที่…///


            กว่าจะรู้ตัวออดี้ก็วางสายไปแล้ว ยังดีที่พอร์ชมีสติมากพอจะจำชื่อร้านที่เป็นสถานที่บันเทิงซึ่งเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นยามค่ำคืนของยุคนี้ไว้ได้ ก่อนที่จะคว้ากุญแจรถยนต์ของโซ่ที่แขวนไว้ไม่ใกล้ไม่ไกลมาถือไว้แล้วพุ่งตัวออกจากบ้านทันทีด้วยความร้อนใจ

..

..

            ‘เกิดอะไรขึ้น?’ โซ่เอ่ยถามกับเค้กซึ่งเป็นพี่ชายของแยมโรลที่กำลังยืนทำหน้าอมทุกข์อยู่หน้าประตูห้องปลอดเชื้อของแยมโรล โดยมีเจ้าหน้าที่พยาบาลวิ่งเข้าวิ่งออกแลดูวุ่นวายไปหมด


            ‘ความดันเลือดต่ำ ชีพจรแผ่วลง’


            โซ่ถึงกลับทรุดเมื่อได้ยินคำตอบจากพี่ชายของคนรัก เพราะสิ่งเหล่านี้คือหนึ่งในหลายสาเหตุของภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตามที่หมอเคยเตือนไว้ในตอนแรก ซึ่งโซ่ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น


            ‘หมอ!’


            แม้ว่าจะมีเพื่อนๆ และญาติพี่น้องของแยมโรลยืนอยู่ตรงนั้นอีกหลายคน แต่คนที่ถึงตัวหมอเป็นคนแรกกลับเป็นโซ่ที่นั่งอยู่ห่างออกไป


            ‘หมอเสียใจด้วยครับ’


            หมอและทีมผู้ช่วยไปหมดแล้วเหลือทิ้งไว้แต่กลุ่มคนที่มีน้ำตาเพราะความเสียใจ เมื่อต้องเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีทางหวนกลับคืนมา


            ‘ขอโทษแยม เค้าขอโทษ กลับมาก่อนได้ไหม กลับมาหาเค้าก่อนนะ จะด่าจะว่าหรือจะตบจะตียังไงก็ได้ กลับมาบ่นเค้าก่อนนะตัวเอง…เค้ายังบอกรักตัวเองไม่ครบพันครั้งเลย’


            นอกจากเพื่อนๆ ของโซ่แล้วก็มีพ่อแม่พี่น้องของแยมโรลนี่แหละที่ต้องเป็นฝ่ายหันหน้าหนีไปคนละทางเพราะไม่อาจทนมองภาพนี้ได้ แม้ว่าจะตกอยู่ในสภาวะโศกเศร้าเสียใจไม่แพ้กัน แต่การที่ต้องมาเห็นหัวแข็งที่เข้าใจผิดคิดมาตลอดว่าเจ้าตัวน่าจะมีนิสัยหยาบกระด้างอย่างโซ่วิ่งตามเตียงเข็นศพคนรักไปด้วยน้ำตานองหน้าแบบนี้ก็สะเทือนใจไม่น้อย


            ‘อย่าทิ้งเค้าไปแบบนี้สิแยม!’


            ‘กลับมาก่อน…แยม!’


            'แยม'

,,

,,

            “แยม…”


            “โซ่…โซ่…ได้ยินที่กูพูดไหมโซ่!” พอร์ชตบหน้าคนรักเบาๆ เพื่อเรียกสติ หลังจากที่พยายามเรียกอยู่นานก็ไม่มีทีท่าว่าอีกฝ่ายจะตอบรับ แถมเอาแต่เพ้อหาแฟนเก่าให้เขาช้ำใจเล่นอีก


            เกิดเป็นไอ้พอร์ชนั้นแสนลำบาก มีเมีย…เมียก็ไม่รัก!


            “ใครวะ? ทำไมเสือกกับกูจัง” โซ่พยายามที่จะผลักพอร์ชออกห่างจากตัว


            “กูพอร์ชผัวมึงไงครับเมีย” พอร์ชเองก็พยายามที่จะแบกโซ่กลับบ้านอย่างไม่ยอมแพ้


            “กูไม่เคยมีผัวชื่อพอร์ช!”


            พอร์ชถึงกับใจหายวาบ อ้าปากค้างชะงักค้างกลางอากาศ หยุดทุกอย่างที่กำลังทำ ปล่อยให้โซ่ได้มีโอกาสกลับไปกอดขวดเหล้าได้ต่อ


            ในตอนนั้นจู่ๆ โซ่ก็เด้งตัวลุกขึ้นมาชูแล้วเหล้าขึ้นเกว่งไปมากลางอากาศ แล้วพูดขึ้นว่า…


            “แต่…ผัวกูชื่อไอ้หมาพอร์ชต่างหากล่ะ…ไอ้ควาย! วะฮะฮ่า…” คนเมาหัวเราะร่าในขณะที่คนสติสัมปชัญญะครบถ้วนอย่างพอร์ชเองก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน


            พอร์ชทรุดตัวนั่งลงข้างคนรักด้วยใบหน้าแดงก่ำที่เกิดจากความขวยเขินแบบกะทันหัน


            “ถ้ามันทำให้มึงกล้าบอกกับคนอื่นว่าเป็นอะไรกับกูได้แบบนี้ กูจะยอมเป็นหมาให้ก็ได้” คว้าตัวคนรักเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงเป็นการใหญ่ เหมือนจะลืมไปแล้วว่าก่อนนี้ตนเองได้น้อยใจอะไรไปบ้าง


            “กอดไม? ไม่กอดๆ ห้ามกอดกูนะ…กูหวง” ใช้สองแขนกอดรัดตัวเองแล้วหมุดตัวไปมาทำเหมือนหวงแหนเสียเต็มประดา


            “มึงจะหวงทำไม มากกว่ากอดกูก็ทำมาแล้ว” จัดการหอมแก้มไปอีกฟอดใหญ่ให้รู้กันไปเลยว่าอะไรเป็นอะไร


            “ทำพ่อง! มึง…มึง…กูจะฟ้องไอ้พอร์ช…มึงแกล้งกูอีกแล้วใช่ไหมไอ้เหี้ยดี้” คนเมาก็คือคนเมา สติไม่มี สตางค์ก็หาย ไม่รู้หรอกว่ากำลังคุยกับใคร เพราะมันเกินขีดจำกัดของร่างกายแล้ว


            แต่เขาว่ากันว่า*…คนเมามักจะพูดความจริงนะ*

            “ไงวะ…หนักเลยใช่ไหม?” ออดี้ที่เพิ่งจะสังเกตเห็นน้องชายรีบเข้ามาทักทาย


            “เออ…เอาเรื่องอยู่ ว่าแต่หมดทั้งหมดนี่เท่าไหร่ ยังไม่ได้คิดเงินใช่ไหม” ชี้โบ้ชี้เบ้ไปที่กองขวดเหล้าและโซดาบนโต๊ะที่เหลือแต่ขวดเปล่า เพราะไหลลงท้องโซ่ไปหมดแล้ว


            “พามันกลับได้เลย ญาติมันเคลียร์ให้หมดแล้ว”


            “ญาติ?” พอร์ชถามเสียงหลง ไอ้เรื่องเพื่อนเก่าหรือแฟนเก่าของโซ่เขาอาจจะยังรู้ไม่หมด แต่สิ่งหนึ่งที่พอร์ชมั่นใจมากคือ เขาได้รู้จักกับญาติทั้งฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่ของโซ่ครบหมดทุกคนแล้วแน่นอน ไม่มีพลาดหรอก


            “หรือมึงจะให้กูบอกว่าพี่ชายเมียเก่ามันเคลียร์ให้ดี?” ก็ไม่ได้อยากจะตอกย้ำหรอกนะ แต่เขายังมีปัญหารอให้จัดการต่ออีก จึงไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้


            “กวนตีนกูสินะ…มัวแต่เสือกเรื่องของกู หางของมึงน่ะเก็บไว้ให้มิดแล้วกัน ถ้ายังไม่อยากให้คุณนายปลื้มจิตตามมาฉีกอก ‘ลูกเขยคนรอง’ ถึงที่นี่ โทษฐานที่เอาลูกชายสุดที่รักของเขามากกไว้โดยไม่บอก…ไม่กล่าว”


            ลอยหน้าลอยตาพูดบอกเหมือนไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ตั้งใจให้มันรู้ไปเลยว่าตัวเขานั้นเริ่มระแคะระคายเรื่องของมันตั้งแต่ที่มันเดินเข้าไปบอกกับป๋าและแม่ว่าจะไม่กลับไปเรียน แต่จะร่วมหุ้นทำร้านอาหารกับเพื่อนแทน ทั้งที่ปกติแล้วคุณชายอย่างมันเกลียดงานครัวจะตายไป แถมก่อนหน้านี้เขายังเคยเห็นมันเดินกอดคอหยอกล้อกันอยู่หน้าโรงหนังโดยบังเอิญอีกด้วย แต่ติดที่ว่าตามไปทักไม่ทัน เพราะมันเดินหายเข้าโรงหนังไปซะก่อน


            “ไปๆ รีบพาเมียมึงกลับไปเลยไอ้น้องเวร กูอุตส่าห์ช่วยดูเมียให้ตั้งแต่เช้ายันค่ำยังเสือกมากวนตีนอีก รู้งี้ปล่อยให้ไอ้พวกห่านั่นคาบไปแดกซะก็ดีหรอก” ออดี้เอื้อมมือไปผลักหัวน้องชายอย่างแรงโทษฐานที่มันรู้มากเกินไป ไม่วายที่จะพยักพเยิดหน้าไปทางด้านหลังที่มีวัยรุ่นกลุ่มใหญ่นั่งอยู่เป็นเชิงบอกว่า ‘ไอ้พวกห่านั่นแหละที่จะสอยเมียมึง’


            “เออไปแล้ว มึงก็อย่าลืม…รีบพา ‘ผัวเด็ก’ ไปให้แม่รับขวัญด้วยล่ะ” จะไปอยู่แล้วยังไม่วายที่จะหันกลับมากวนประสาทพี่ชายอีกหนึ่งดอก


            “ไอ้เหี้ยพอร์ช!” กว่าจะรู้ตัวพอร์ชถอยรถหนีไปแล้ว เลยได้แต่ชี้หน้าอาฆาตอยู่ไกลๆ


            “ดี้!” พอร์ชถอยรถกลับมาเปิดกระจกชะโงกหน้าเรียกพี่ชาย


            “จะเอาอะไรจากกูอีก” ยืนกอดอกถามด้วยความเซ็งเพราะไม่รู้จะทำยังไง ในเมื่อพูดเถียงอะไรไปก็สู้ความกวนประสาทของขั้นสูงสุดของน้องชายไม่ได้อยู่ดี


            “กูเคยบอกมึงรึยัง?” เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม


            “อะไร?” เลิกคิ้วถามอย่างงงๆ


            “มึงเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดของกูเลยนะ…รักนะเว้ยไอ้…เฮีย” พูดจบ ไม่สิ ตะโกนบอกรักเสร็จมันก็มุดหัวกลับเข้าไปในรถแล้วขับหนีออกไปทันที ทิ้งให้ออดี้ยืนเหวออยู่ที่เดิมคนเดียว


            “มึงนี่มันห่ามเกินคนจริงๆไอ้พอร์ช แต่ก็…รักเหมือนกันวะไอ้น้องบ้า”




TBC.

ให้พื้นที่พี่น้องเขาเคลียร์กันหน่อย 

ตอนหน้าเตรียมเนื้อเพลงจันทร์เจ้าไว้ให้พร้อม #นุ้งโซ่พร้อมเปิดทำการแสดง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}