AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 พี่จ๋า

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 พี่จ๋า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 153

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2561 11:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 พี่จ๋า
แบบอักษร

ตอนที่ 4 พี่จ๋า

ฮอปขุดดินไม่มีว่างเว้นกับคำว่าพัก ตั้งแต่จับอุปกรณ์มือทั้งสองข้างก็รัวสกิลขุดดินแบบไม่ยั้ง ปากก็ฮัมเพลงไปด้วยความสุขและความตื่นเต้น หนึ่งคืนกับการกระทำของฮอป เขาสร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก พื้นที่รัศมี 3 กิโลเมตรถูกพรวนจนเสร็จสิ้น เหลือเพียงพื้นที่ทางทิศตะวันออก ที่ออกจะกว้างขวางกว่าทิศอื่น

สำหรับการสร้างฟาร์มของไผ่ เขามีพื้นที่ทั้งหมดก็คือเมืองเดเรนซ์ทั้งเมือง คงไม่ต้องคิดว่ากว้างขวางขนาดไหน

ฟาร์มที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ให้ผลผลิตจำนวนมหาศาล แต่ถึงอย่างนั้นผลผลิตทั้งหลายก็ถูกนำไปแปรรูปเพื่อเก็บไว้ใช้ทำประโยชน์ในอนาคต ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาผลผลิตที่ได้นับว่ามากมายมหาศาล และผลิตภัณฑ์แปรรูปทั้งหลายต่างถูกเก็บไว้ในแหวนมิติที่มีพื้นที่กว้างขวาง

ส่วนจำนวนวงที่ใช้ใส่บรรจุมีนับพันวง ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงวงที่ใช้ใส่อุปกรณ์ต่าง ๆ อีก มาดูทางด้นฮอปที่หยุดการพรวนดินเพราะเสร็จสิ้นทั้งมดแล้ว เขาหันหน้าไปด้านหลังมองดูผลงานของตัวเองพลันก็ยิ้มกรุ้มกริ่ม

“เหลืออีกแค่ทิศตะวันออกทิศเดียว ไม่นานก็จะเสร็จแล้วเย้” ฮอปพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจพลันก็ทิ้งตัวลงนอนหงายกับผืนดินที่พรวนเสร็จสิ้นแล้วโดยไม่กลัวว่าเสื้อผ้าจะสกปรก

เสียงสูดหายใจเพื่อดึงเอาบรรยากาศที่สดชื่นตอนเช้าเข้าปอด ฮอปกลิ้งไปมากับพื้นด้วยความร่าเริงเมื่อนึกถึงอาวุธที่กำลังจะได้ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้ยินเสียงเดินของคนสามคนที่ย่างกรายเข้ามาใกล้ ๆ มันเป็นเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย

“มามัวนอนเล่นอะไรอยู่แถวนี้ฮอป กินข้าวเสียก่อน เดี๋ยวจะได้เริ่มช่วยกันไถดินให้มันเสร็จ ๆ ” เสียงของไผ่พูดในท่าทีขำขันกับฮอป บรรยากาศแบบนี่หาได้ยากนัก สำหรับคนทั่วไปแล้วโอกาสจะเห็นบุคลิกแบบนี้ของไผ่นับว่าแทบเป็นศูนย์ แต่สำหรับที่นี่แล้วไม่ใช่ ไผ่กวาดสายตามองดูดินที่พรวนเสร็จแล้วก็ยิ้มกริ่ม จากนั้นก็เบนสายตาไปด้านทิศตะวันออก

“เอาล่ะ รีบ ๆ กินข้าวแล้วมาช่วยกันไถดิน” ไผ่พูดย้ำกับฮอปอีกครั้ง แพตตี้นำข้าวผัดที่ทำแบบง่าย ๆ ยื่นให้ฮอป เจ้าตัวเมื่อรับไปก็มองดูจานข้าวอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันหน้าไปทางไผ่

“เฮีย ใครเป็นคนทำอ่ะ” เสียงที่ดัดให้คล้ายเด็กที่สุดของฮอปพูดกับไผ่

“แพตตี้เป็นคนทำ รีบ ๆ กินได้แล้ว” ไผ่ตอบคำถาม เมื่อฮอปได้ฟังคำตอบก็ยิ้มกริ่มทำท่าโล่งใจแล้วลงมือทานอย่างรวดเร็วจนหมดจานในเวลาไม่นาน แพตตี้รับจานคืนพร้อมกับยื่นกระดิกน้ำสะอาดให้ฮอป

“เอาล่ะ อิ่มแล้วเฮียพร้อมที่จะเริ่มทำงานแย้ว!! ” เสียงของฮอปพูด มือขวาทำท่าตะเบ๊ะคล้าย ๆ กับทหารผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา

เมื่อคนพร้อมไผ่ก็นำขบวนไปยังทิศตะวันออกซึ่งอยู่ห่างจากจุดนี้ไม่มากนัก การดำเนินการเริ่มขึ้น ไผ่นำรถไถคันใหญ่ซึ่งมีความกว้างประมาณสองคันรถสิบล้อรวมกัน ด้านข้างรถดูเผิน ๆ นั้นเรียบง่าย แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะเป็นรอยขีดอันสลับซับซ้อน

ซึ่งตรงส่วนเหล่านี้เป็นแผ่นโลหะที่วางกลไกไว้อย่างเรียบง่ายให้สะดวกต่อการใช้งานและการซ่อมแซม เมื่อกดปุ่มเปลี่ยนโหมดเส้นขีดอันสลับซับซ้อนเหล่านี้จะแยกออกจากกันทั้งอ้าออก ยุบเข้า และเลื่อนไปทางซ้ายขวาหน้าหลังเหมือนรถในหนังที่สามารถแปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ได้ แต่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนถึงขนาดนั้นแต่ประการใด ระบบเพียงเปลี่ยนเป็น

-โหมดไถ

-โหมดพรวน

-โหมดหว่าน มี 3 ประเภท คือ หว่านข้าว ข้าวโพด และเมล็ดสติงค์

-โหมดเกี่ยว 3 ประเภท มีเกี่ยวข้าว ข้าวโพด และเกี่ยวเมล็ดสติงค์ซึ่งเป็นข้าวประเภทหนึ่งที่มีความหวานหอม ไม่สามารถทานได้ทั้งเม็ด เพราะมันมีขนาดใหญ่เท่ากำปั้น แต่ต้องนำมาบดทำแป้งก่อน เหมาะสำหรับการนำมาทำขนมปังเป็นที่สุด เพราะมันให้ความนุ่มละไมพร้อมกับรสชาติที่อร่อยบวกกับกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

เมื่อนำรถออกมาทั้งสามคันแล้วก็เริ่มการปรับเป็นโหมดไถ คันแรกขับโดยไผ่ คันที่สองขับโดยฮอป คันที่สามโดยโนบุ ส่วนแพตตี้มีหน้าที่แพ็คของในโกดังสำหรับเตรียมการเดินทาง

แหวนมิติ 1 ลังยื่นให้แพตตี้ ในนั้นมีแหวนอยู่ทั้งหมด 120 วง ความกว้าง 100 คูณ 100 เมตร ซึ่งเป็นความกว้างที่เป็นขีดจำกัดเท่าที่ทำได้ในปัจจุบันนี้ ส่วนการนำของไปเก็บไว้ในมิตินั้นไม่ได้ซับซ้อน เพียงแค่จ่ายพลังเวทเพื่อเปิดมัน วงมิติจะโผล่ออกมา ความกว้างของวงมิติไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับพลังเวทที่จ่ายไป หากจ่ายไปมากความกว้างของประตูมิติก็จะมากตาม ว่ากันด้วยเรื่องของแหวนมิติ นั้นมีองค์ประกอบสองส่วนที่สำคัญคือ

1. ตัวแหวนที่เปรียบเสมือนกุญแจปิดเปิด

2. ห้องมิติซึ่งวงจรของมันอยู่ที่ตัวแหวน

การเปิดช่องมิติเพียงแค่จ่ายพลังเวทไปที่แหวนแล้วยื่นส่วนหัวแหวนไปด้านหน้า ห้องมิติที่อยู่ในตัวแหวนจะลอยออกมาแล้วช่องมิติจะเปิดเป็นวงกว้างตามระดับพลังที่จ่ายไป ส่วนข้างในห้องมิตินั้นเป็นห้องกว้าง ๆ โล่ง ๆ ไม่มีแสงสว่างใด ๆ แม้แต่น้อย เพียงแต่ผู้ใช้สามารถสัมผัสได้ถึงการคงอยู่ของสิ่งต่าง ๆ ที่ใส่ไป

ห้องมิติสามารถเข้าไปในนั้นได้ แต่การเข้านั้นมีข้อแม้คือผู้ใช้ต้องจ่ายพลังเวทหล่อเลี้ยงช่องมิติตลอดเวลา ถ้าพลังเวทหมดช่องมิติก็จะปิด ผู้ที่อยู่ข้างในจะถูกดูดออกมาอัตโนมัติ กรณีนี้หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่มีลมหายใจทุกชนิด

เนื่องจากห้องมันกว้าง การเข้าไปจัดสรรแบ่งส่วน จัดระเบียบข้าวของต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องที่ควรทำ (ไม่เหมือนโนบุที่เปิดช่องแล้วโยนเข้าไปอย่างเดียว แต่การโยนส่ง ๆ ของเธอนั้นมันจัดระเบียบเหมือนกับเข้าไปจัดในห้องเองกับมืออย่างไงอย่างงั้น)

ปล. ช่องมิติมันเป็นสี่เหลี่ยม ไม่ได้ติดอยู่กับพื้น การเปิดจะเปิดด้านไหนก็ได้ ซ้ายขวาหน้าหลัง บน หรือล่าง กรณีที่เปิดด้านล่าง แน่นอนว่าของที่อยู่ในนั้นจะเทออกมากองรวมกัน

ส่วนน้ำหนักเมื่อใส่ของเยอะ ๆ มันก็จะหนักเรื่อย ๆ การหนักนี้ไม่ได้หนักที่แหวน แต่หนักที่ผู้สวมใส่ อธิบายง่าย ๆ คือ สมมุติว่าแหวนมิติไม่มีการลดน้ำหนักวัตถุที่ใส่ ซึ่งวัตถุนั้นหนัก 100 กิโลกรัม แม้ว่าจะสวมแหวนอยู่ นิ้วท่านก็จะไม่เคล็ด จะรู้สึกเพียงน้ำหนักของแหวนที่ไม่ถึง 100 กรัม ส่วนน้ำหนักวัตถุที่ใส่ มันจะเพิ่มที่ตัวท่านโดยตรง ท่านจะรู้สึกว่าน้ำหนักตัวเพิ่มมา 100 กิโลกรัม การจะนั่งนอน ยืน เดินแน่นอนว่าต้องรับน้ำหนักนั้นด้วย

แพตตี้รับแหวนไปแล้วทำหน้าที่ของเธอต่อ ส่วนสามหน่อกำลังยกรถไถ ใช่ฟังไม่ผิด พวกเขายกรถไถคันใหญ่วิ่งไปยังจุดศูนย์กลางของทิศตะวันออก (ทำไมมันไม่เอาใส่แหวนแล้วค่อยเอาออกอีกทีเมื่อถึงเป้าหมาย จะยกเพื่อ!!)

ไผ่ปรับเป็นโหมดไถไปแล้ว เขานำรถไถวางลงกับพื้นอย่างเบามือ โนบุก็วางคันของเธอลงเช่นกัน เธอเริ่มปรับโหมดเป็นโหมดพรวนดิน

ส่วนฮอปปรับเป็นโหมดหว่านเมล็ดสติงค์ ไผ่ยื่นแหวนให้ฮอป 10 วงซึ่งเป็นเมล็ดสติงค์ทั้งหมด เมื่อฮอปถือแหวนก็รับรู้ถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมา เขานำมาสวมใส่นนิ้วทั้ง 10 ทันที

เมื่อทุกอย่างพร้อมเพรียงงานก็เริ่มไผ่เริ่มไถนำไปก่อน ซึ่งการไถนี้จะไถเป็นสี่เหลี่ยมเริ่มจากในไปหานอก โนบุก็พรวนดินตาม ฮอปก็เปิดมิติเทเมล็ดสติงค์ลงไปในถังหว่านแล้วเริ่มงานทันที

การทำงานเป็นไปอย่างชิว ๆ ความเร็วของรถอยู่ที่ 60 กม/ชม. เวลาก็ล่วงผ่านเลยไปจนถึงเที่ยง แพตตี้เดินมาหาพร้อมมื้ออาหารกลางวัน ทานเสร็จก็เริ่มงานกันต่อจนถึงเย็น ทั้ง 4 ก็มาร่วมกันทานข้าว แยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็มาเริ่มงานกันต่อในช่วงดึกจนถึงตอนเช้าก็พักทานข้าว แล้วเริ่มงานต่อจนถึงเที่ยงวัน เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ตลอด 3 วันนี้ และในที่สุดการไถ พรวน หว่านเมล็ดก็เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี

ฮอปกลับไปเอาแหวนมิติที่โกดังอุปกรณ์มาจำนวนหนึ่ง ซึ่งในนั้นบรรจุกล่องขนาดลังเบียร์จำนวนมาก ฮอป ไผ่ โนบุช่วยกันนำกล่องนั้นออกมาวางห่างกันจุดละ 100 ตารางเมตร วางไปเรื่อย ๆ ด้วยความเร็วที่เกินกว่าคำว่าธรรมดา กล่องเหล่านั้นถูกวางอย่างรวดเร็วจนทั่งใช้เวลาแค่เพียงครึ่งวันเท่านั้น ฮอปวางลงแบบเดียวกันเป็นเส้นทางเดียวทอดต่อกันไปยังจุดกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งที่นั่นมีเครื่องปั๊ม และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ และมีกลไกเวทมนตร์ที่คอยควบคุมวงจรทุกอย่างในอาณาเขตนี้

กล่องสีดำอีกสองกล่องถูกวางไว้ใกล้กับถังปั๊มน้ำขนาดใหญ่ ฮอปกดที่กล่องสีดำทั้งสองแล้วถอยออกมาเล็กน้อย พลันมันก็เปิดออกแล้วขยายตัวเป็นเส้นสายต่าง ๆ เชื่องกับกล่องที่วางไว้ตอนแรก พลันกล่องเหล่านั้นก็เปิดออกเผยเห็นสายยางข้างในที่ม้วนอย่างเรียบร้อย สายยางถูกคลี่ออกแล้วเชื่อมต่อกับวงจรของอีกกล่องหนึ่ง จากนั้นแต่ละกล่องก็เชื่อมต่อกันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงกล่องสุดท้าย ตัวกล่องมีแท่งเล็กๆ สี่แท่งยื่นออกมา มันคือที่ฉีดน้ำ

นี่นับเป็นระบบที่มหัศจรรย์สำหรับโลกแห่งนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อทุกอย่างปะติดปะต่อกันเสร็จฮอปก็เดินไปกดปุ่มตรงข้างปั๊มเพื่อวางวงจรการแจกจ่ายน้ำ ทุกอย่างเสร็จสิ้นน้ำก็จะลำเลียงไปตามสายยางและรดไร่นาจนชุ่มฉ่ำ

**............................................................

**โถงทานอาหาร ทั้ง 4 คนนั่งพักผ่อนกันอย่างสบายอารมณ์ แก้วน้ำหวานถูกเติมเต็มแก้วแล้วแก้วเล่า นับเป็นเวลาพักผ่อนที่ดีที่สุด

“ฮันนี่ หนูนานะยังไม่มาอีกเหรอ” เสียงหวาน ๆ ของโนบุถามไผ่ที่กำลังนั่งหลับตาจิบน้ำหวานอยู่

“คาดว่าน่าจะกลับตั้งแต่ตอนเช้าแล้วนะ แต่ไม่นึกว่ายังมาไม่ถึง นานะคงแวะทำธุระอะไรบางอย่างระหว่างทางมั้ง เอาเป็นว่าพวกเราก็รออยู่แบบนี้แหละ โนบุเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นไว้ในแหวนและแพ็คลงกล่องดำแล้วใช่มั๊ย” ไผ่ถามขณะจิบน้ำหวานไปด้วย โนบุนั่งยิ้มอย่างผ่อนคลายเธอจิบน้ำหวานด้วยท่าทีสงบ

“เค้าจัดการเสร็จแล้วฮันนี่ แหวนพวกนั้นเมื่อแพ็คใส่กล่องดำแล้วดูเหมือนว่ามันจะหนักไม่น้อย หากต้องการจะเดินทางกันตอนไหนก็นำไปได้เลยจ๊ะฮันนี่” โนบุตอบด้วยน้ำเสียงหวานใส เธอเอียงตัวลงนอนกับเก้าอี้นุ่มพิเศษลัวหลับตาอย่างผ่อนคลาย

“แล้วฮอปกับแพตตี้ล่ะ” ไผ่เอ่ยถามทั้ง ๆ ที่หลับตาอยู่

“เสร็จนานแล้วเฮีย อุปกรณ์ทำครัว เครื่องมือสำหรับทำอาหาร และอื่น ๆ ถูกนำใส่ในแหวนแล้วแพ็คใส่กล่องดำเรียบร้อยแล้ว รอแค่เพียงหนูนานะกลับมาก็ไปกันได้เลย” ฮอปพูด ท่าทางของเขาคือนั่งกระดิกเท้าโยกตัวไปมา สงสัยคงกำลังยืดเส้นยืดสายอยู่ มือก็ยกแก้วซดน้ำหวานเต็มปาก

“ของแพตตี้เสร็จหมดทุกอย่างค่ะนายท่าน กล่องวัตถุทุกอย่างถูกนำใส่แหวนแล้วแพ็คลงกล่องดำเป็นจำนวนมาก น้ำหนักของมันไม่ต้องถามถึง เพราะแพตตี้ยกได้แค่ครั้งละกล่องดำเท่านั้นค่ะ” แพตตี้รายงาน แม้เธอจะพูดกับไผ่เป็นนายท่าน แต่สถานะก็ไม่ต่างจากฮอปกับโนบุเลยแม้แต่น้อย ต่างแค่ฝีมือของเธอเท่านั้นที่สู้ทั้งสองไม่ได้ ไม่สิต้องเรียกว่าเทียบไม่ติดเลยต่างหาก

“อื้อ ดีมาก ทีนี้เราก็รอนานะกับคิวบ์กลับมา เมื่อถึงตอนนั้นก็ฉลองกันสักมื้อแล้วออกเดินทางโอเคไหม” ไผ่พูดชมพร้อมกับให้เสนองานเลี้ยง

“ได้สิฮันนี่ งั้นโนบุขอเป็นเจ้าภาพในการทำอาหารนะ...

“ไม่ต้อง!!! *3” โดยพร้อมเพรียง สตั้นไป 2 วิ คำว่าค่ะ และคำสุภาพอื่น ๆ ตามมาทีหลังพร้อมกับข้ออ้างต่าง ๆ นานา

สรุปแล้วเจ้าฮอปต้องรับบทในการทำอาหาร เพราะทำอร่อยที่สุดแล้ว ส่วนโนบุรับหน้าที่ในการจัดจาน เพราะเธอจัดสวยมาก

เอ่อ ขอบอกว่าอาหารของโนบุที่ทำออกมานั้นมีหน้าตาน่ากินยั่วน้ำลายเป็นอย่างยิ่ง กลิ่นก็หอมน่าทานยิ่งกว่าอะไรเสียอีก แต่พอกินแล้วคือรสชาติดิ่งลงทะลุก้นเหวเลยทีเดียว กินครั้งเดียวฝังใจไปตลอดชีวิต พร้อมกับสถานะพิษที่มาพร้อมอาหารมรณะนั้น

“เอาเป็นว่าตกลงกันตามนี้” ไผ่สรุปประเด็นทั้งหมด

ขณะที่กำลังจะพักผ่อนกลิ่นอันคุ้นเคยก็ลอยโชยมาตามลม เสียงหวานใสดังมาแว่ว ๆ กับอากาศ

“พี่จ๋า!!! ” เสียงที่เสนาะหูหาได้เปรียบ มันเป็นเสียงที่หวานและนุ่มนวลเป็นอย่างมาก เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของนานะแน่นอน แต่คำพูดของเธอนั้นเหมือนทุกอย่าง สิ่งนี้ทำให้ทั้งสามที่นั่งอยู่โรงอาหารเกิดความ งง งวย

พี่จ๋า พี่จ๋า พี่จ๋า เสียงอันร่าเริงของเธอยังคงดังกึกก้อง

แอ๊ด!! บานประตูค่อย ๆ แง้มออก พร้อมกับทั้งสี่คนที่หันหน้าไปโดยไม่ได้นัดหมาย

พรวด!! โครม!!! เสียงพ่นน้ำหวานของฮอปพุ่งออกจากปาก แรงพ่นนั้นกลายเป็นแรงส่งผลักเขาตกเก้าอี้หัวกระแทกพื้นอย่างจัง

เจ้าไผ่ก็ไม่เว้นเหมือนกัน เขาแค่อ้าปากค้าง ที่ตอนนี้น้ำหวานไหลออกจากปากเป็นทางยาว โนบุกับแพตตี้ถือแก้วไม่มั่นคงจนมันหล่นกระแทกพื้น แน่นอนแก้วอย่างดีนี้ไม่ได้แตกเพียงเพราะแรงกระแทกแค่นี้

“นะ นะ นี่ นี่ นี่ มะ มันน” เสียงอันตะกุกตะกักของฮอปพูดออกมาตาไม่กะพริบ

...........................................****

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น