ครีบปลาวาฬ/ชญานิษฐ์
facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

05>>กระตุ้นความห่วงใย

ชื่อตอน : 05>>กระตุ้นความห่วงใย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2561 19:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
05>>กระตุ้นความห่วงใย
แบบอักษร

อนาคินเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องนอนของมินตรา เขากำลังสับสนกับความคิดของตัวเอง ระหว่างจะเคาะประตูหรือไม่เคาะดี แต่เธอยังไม่ได้ทานอะไรเลยและเธอก็ต้องมาเจ็บตัวอีก และเพราะเขาจัดการกับคนของตัวเองไม่ได้ เรื่องมันเลยแย่ทำให้มินตราต้องเจ็บตัว ไม่พอแค่นั้นแต่เธอยังต้องขาดสอบสำคัญอีกด้วย

เขารู้สึกผิดและเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“เราก็มีส่วนผิดจะอยู่เฉยได้ยังไงกัน”

“แต่ตอนนี้มินตราคงหลับไปแล้ว”

“เอาไงดีว่ะ?”

อนาคินปรึกษาตัวเองไปมาซึ่งยังไม่ได้คำตอบว่าเขานั้นจะเอายังไงต่อไปดี เขาคิดไปคิดมา สับสนแล้วสับสนอีก แต่จังหวะที่เขาจะเคาะประตูก็ได้ยินเสียงลูกบิดประตูหมุน ซึ่งมาจากห้องของลูกสาวเขานั่นเอง สิ่งที่อนาคินทำก็คือทำทีเป็นเพิ่งเดินมาถึงหน้าห้อง

“อ้าว.....เข้าห้องไปแล้วคิดว่าหลับไปแล้วซะอีก”

“หนูดีจะเข้าไปดูอาการของมินตราน่ะค่ะ เดี๋ยวก็จะนอนแล้ว จะถามหนูดีว่าเอาอะไรหรือเปล่าเผื่อขาดเหลือหรือยากกินอะไร”

“อ้อก็ดีนะถ้ามินตราอยากกินอะไรบอกเลยเดี๋ยวปาป๊าให้คนทำให้ไม่ต้องเกรงใจ”

“ค่ะ งั้นหนูดีขอตัวนะคะ”

หนูดีเข้าไปในห้องนอนของมินตรา ความจริงแล้วอนาคินคาดหวังให้ลูกสาวเอ่ยชวนเขา แต่เมื่อหนูดีไม่ชวนเขาก็ไม่กล้าเดินเสนอหน้าเข้าไป และเขาก็ไม่กล้าเสนอตัวด้วย ไม่รู้ทำไมรู้สึกปากหนัก

5 นาทีผ่านไป

“มินตราเป็นยังไงบ้าง”

“บ่นว่าเจ็บข้อเท้ากับหน้าน่ะค่ะ แต่กินยาแก้ปวดไปแล้วพรุ่งนี้คงดีขึ้น” หนูดีตอบแต่ใบหน้ายังไม่คลายความกังวล อนาคินร้อนใจ แบบนี้เขาคงอยู่เฉยไม่ได้แล้วล่ะ

“ปาป๊าพาไปหาหมอดีกว่านะ”

“หนูดีถามแล้วค่ะมินตราบอกรอดูอาการก่อนถ้าหากไม่ดีขึ้นจะไปหาหมอพรุ่งนี้”

“งั้นเหรอ?”

“ค่ะ ปาป๊ามีอะไรอีกหรือเปล่าคะ นี่ก็เริ่มดึกแล้วราตรีสวัสดิ์นะคะ หนูดีจะไปอ่านหนังสือสอบ สอบสำคัญด้วยถ้าตกมาน่ะแย่เลย”

“ครับ ปาป๊าก็จะไปนอนแล้วเหมือนกัน”

อนาคินบอกและเขายืนส่งลูกสาวเข้านอน จากนั้นเขาก็มองไปยังประตูห้องของมินตรา  ลมหายใจของเขาถอนออกอย่างหนักหน่วง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินไปยังห้องทำงานเพื่อทำงานต่อ

นี่ยังไม่ดึกมากนักยังไม่ใช่เวลานอนของเขา

“สุชาติพรุ่งนี้ฉันมีงานอะไรที่สำคัญหรือเปล่า” อนาคินต่อสายหาเลขา เพราะงานของเขายุ่งมากหน้าที่จดจำตารางงานจึงเป็นของเลขาอย่างสุชาติ

[“มีนัดกับคุณสมเกียรติเพื่อซื้อขายที่ดินครับและช่วงบ่ายมีประชุมสำคัญกับทีมวิศวกร”]

“เลื่อนนัดออกไปเป็นวันพรุ่งนี้เพราะฉันติดธุระสำคัญ”

[“เลื่อนเลยเหรอครับ”]

“อืม”

[“แต่คุณสมเกียรติเป็นนัดสำคัญของนายท่านนะครับ”]

“ถ้าเขาไม่พอใจที่ฉันเลื่อนนัดฉันก็จะไม่ซื้อที่ดินของเขา ที่อื่นทำเลดีกว่ามีตั้งเยอะแยะ”

[“ครับ ผมจะโทรเลื่อนนัดให้นะครับ”] สุชาติรีบบอกเมื่อน้ำเสียงของผู้เป็นนายเริ่มมีความขุ่นมัว

เพราะหากเขายังเซ้าซี้จะให้อนาคินไปพบคุณสมเกียรติให้ได้เผลอๆ อาจทำให้ตำแหน่งเลขาของเขากระเด็ด อนาคินไม่ใช่คนอารมณ์ร้อนแต่เป็นคนอารมณ์ร้าย และเพราะอานาคินมีอำนาจ นั่นจึงทำให้อนาคินอยากทำอะไรก็ได้

“อืมก็แค่นี้แหละรีบจัดการด้วยล่ะและพรุ่งนี้ฉันจะไม่เข้าออฟฟิศ”

[“ครับนายท่าน”]

ติ๊ด! อนาคินกดวางสาย เขาตั้งใจเข้ามาในห้องทำงานเพื่อทำงานตรวจดูเอกสารที่บอดิการ์ดส่วนตัวไปขนมาให้จากออฟฟิศ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีเวลาทำมันซะแล้ว

อนาคินไม่มีสมาธิและไม่มีกะจิตกะใจขยันทำงานในเวลานี้

ในหัวคิดแต่เรื่องมินตรา.......

>>>>.<<<<

มินตรารอคอยเวลา เธอนอนพลิกไปพลิกมา ตามเนื้อตัวมีรอยช้ำและแผลจากคมเล็บของแพรวา ใบหน้าของเธอเริ่มระบม มินตราเล่นจริงเจ็บจริง แต่ระดับความเจ็บของเธออยู่ขั้นปานกลางและเมื่อเธออยู่ต่อหน้าเขาระดับความเจ็บมันจะเกินจริงไปอีกหนึ่งระดับ

‘มินตราสำออย’จะบอกแบบนั้นก็ได้

เวลา 22.00 น.

มินตราลุกจากเตียงในมือมีเหยือกน้ำอยู่ เธอเดินเปิดประตูออกไปข้างนอก หญิงสาวเดินขากะเผลก แม้จะเล่นละครแต่ข้อเท้าของเธอก็มีความระบมจริงๆ ทุกอย่างจึงดูสมบทบาทมาก

หนูดีบอกกับหญิงสาวว่าปาป๊าของเธอเป็นห่วง คืนนี้คงไม่หลับไม่นอน รู้สึกผิดกระสับกระส่ายอยากดูแลมินตราแต่ไม่กล้า หนูดีบอกให้มินตรากระตุ้นความรู้สึกห่วงใจของอนาคิน มีเพียงมินตราเท่านั้นที่ทำได้ และอนาคินยังอยู่ในห้องทำงานของเขา หนูดีโทรมาบอกเธอหลังจากที่หนูดีเข้าห้องนอนไปแล้ว

มินตราเดินอย่างระมัดระวังเธอเลือกใช่ลิฟต์ตอนขาไปไม่เท่าไหร่ แต่ขากลับเยือกน้ำที่เคยวางเปล่าตอนนี้มีน้ำเย็นอยู่เต็ม ห้องทำงานของอนาคินอยู่ไกลจากลิฟต์พอประมาณ มันไม่ใช่ทางผ่าน แต่มินตราสามารถทำให้เขาวิ่งออกจากห้องทำงานได้

โดยการ.......

ตุบ!

เพล้ง!!!!

“โอ๊ยยยยยยยย”

เสียงล้มลงและเสียงเหยือกแก้วตกลงพื้นแตกพร้อมเสียงร้องโอดโอยแสดงความเจ็บปวด มินตราเนื้อตัวเปียกน้ำ และเธอก็ใจกล้าคลำเศษแก้วจนแก้วบาดมือ

ทางด้านอนาคินที่ได้ยินเสียงเขารีบวิ่งเปิดมาประตู เห็นหญิงสาวนั่งอยู่บนพื้นในความมืดพอลางๆ ก็รู้ว่าเป็นมินตราแน่นอน

“มินตรา”

“อย่าเข้ามานะคะ”

“ทำไม”

“มินตราทำเหยือกแก้วแตกค่ะ”

อนาคินได้ยินอย่างนั้นเขาก็รีบไปกดสวิตซ์ไฟทางเดิน ไม่รู้ว่าใครปิดมันเพราะตอนที่เขาเข้าไปในห้องทำงานไฟระหว่างทางเดินมันยังถูกเปิดอยู่ แต่ช่างเถอะ ตอนนี้สภาพของมินตราน่าเป็นห่วงกว่าอะไรทั้งหมด

ร่างสูงสาวเท้ารีบเร่งตรงไปหามินตรา เธอมีแผลเขามองเห็นเลือดในมือของเธอ อนาคินสำรวจร่างกายของมินตราเห็นเธอนั่งห่อไหล่และพยายามกอดตัวเอง นั่นจึงทำให้อนาคินเห็นว่าชุดนอนของมินตราเปียก และเขาก็ยังเห็นอีกว่าภายใต้ชุดนอนสีขาวบางเบาเธอสวมชั้นในสีอะไร

ไม่ได้ตั้งใจมองแต่น้ำที่เปียกมันทำให้เขาเห็น

บัดซบ!

อนาคินสบถด่าตัวเองในใจ ที่เขาต้องสบถด่าตัวเองเพราะเขารู้สึกว่าร่างกายของเขามันกำลังตื่นตัวกับภาพตรงหน้า ซึ่งมันไม่ใช่เวลาและเขาไม่ควรรู้สึกแบบนี้

“ลุกไหวไหม”

“มินตราเจ็บขาค่ะ”

เออนั่นสิ! เขาก็ถามอะไรโง่ๆ ลืมไปได้ยังไงว่ามินตราเจ็บขาอยู่ อนาคินคิดได้อย่างนั้นเขาจึงตัดสินใจอุ้มมินตราขึ้น และพาเธอเดินไปส่งที่ห้องนอนของเธอ

อนาคินยังไม่รบกวนใคร เขาคิดว่าเขาสามารถดูแลมินตราได้ เพื่อนลูกก็เหมือนลูกสาวเขานั่นแหละ มันก็เหมือนๆ กันและเขาก็ต้องดูแลเธออย่างใกล้ชิดให้เหมือนลูกสาวของเขาอีกคนไปพร้อมๆ กับการท่องขันติ.....ขันติ....และขันติ เพื่อสงบสติอารมณ์บางอย่าง

“เปลี่ยนชุดก่อนนะ”

“อะ....เอ่อ....คือว่า......” หญิงสาวอ้ำๆ อึ้งๆ จะพูดก็ไม่พูด ขณะใบหน้ามีความกังวลและสายตาของเธอเลื่อนไปที่ห้องแต่งตัว

อนาคินมองแล้วเข้าใจในทันที

“เดี๋ยวปาป๊าอุ้มไปส่งที่ห้องน้ำ หนูตั้งล้างมือที่โดนแก้วบาดนะ และชุดนอนปาป๊าจะไปหยิบมาให้”

“รบกวนด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรมันเป็นหน้าที่ของปาป๊าอยู่แล้ว”

มินตราจำต้องโดนอุ้มเป็นครั้งที่สอง ทางด้านอนาคินไม่ได้แสดงความอิดออดเลย แต่สีหน้าของเขานั้นกำลังแสดงความลำบากใจอย่างชัดเจน เหตุมาจากภาพความเย้ายวนบนกายสาวนั่นแหละ แต่เมื่อมินตราคือเพื่อนลูกสาวที่เขาต้องดูแลให้เหมือนลูกสาวของตัวเอง อนาคินจึงต้องข่มใจและตัดใจ.......ฉับๆ

**>>>>.<<<<**​

แล้วๆๆๆๆๆๆๆ ปาป๊าจะข่มใจได้นานแค่ไหนแล้วอีหนูมันจะอ่อยอะไร 

ติดตามได้ในตอนต่อไปนะเออ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น