หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 59 ผู้มีความสามารถจัดการน้ำ

ชื่อตอน : ตอนที่ 59 ผู้มีความสามารถจัดการน้ำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2561 15:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 59 ผู้มีความสามารถจัดการน้ำ
แบบอักษร

วันต่อมา ก่อนเสิ่นเจ๋อจิ้งไปราชสำนักได้ปรึกษาเสิ่นหวาซั่นพักหนึ่ง เล่าแผนที่ตัวเองคิดให้เสิ่นหวาซั่นฟัง เมื่อฟังเสิ่นเจ๋อจิ้งแล้ว เสิ่นหวาซั่นผงกศีรษะ กล่าวว่า “ใช้ได้ ดีมาก!  เจ้าไปทำเถอะ”

เข้าเฝ้าช่วงเช้า เสิ่นเจ๋อจิ้งอธิบดีกรมการสอบกระทรวงขุนนางกราบทูล เสนอแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยสามแผนคือ  จ้างแรงงานแทนการให้เปล่า  ย้ายอาหารไปให้ผู้ประสบภัย  ย้ายผู้ประสบภัยไปแหล่งอาหาร  พร้อมกับสามแผนนี้   เขายังเสนอวิธีดำเนินการช่วยเหลือที่ได้ผลคือ  ให้ข้าราชการนอกเครื่องแบบคอยตรวจสอบภัยพิบัติ สุดท้ายแล้วยังเสนอมาตรการรุนแรงหากไม่ดำเนินการให้ดีคือ  ตะเกียบลอยหัวขาด*

พอคำพูดเสิ่นเจ๋อจิ้งออกมา ราชสำนักเงียบกริบ ไม่มีใครนึกว่าคนหนุ่มผู้นี้จะคิดแผนชนิดนี้ออกมาได้ ขุนนางผู้ใหญ่มองเขายังหนุ่มแน่นแน่นอน!  แผนนี้ จะพูดอย่างไรดี? โหด...เกินไปมาก แต่ก็จำเป็นมากเช่นกัน ถึงระนั้นแผนนี้ก็ดีจริงๆ!  เยี่ยเจิ้งฉุนเสนาบดีฝ่ายขวายิ้มอย่างพอใจ การแสดงออกของลูกศิษย์ที่เขาพอใจที่สุดในปีที่ผ่านมาทำให้เขาประหลาดใจจริงๆ    คล้ายกับมองอะไรเฉียบขาด สิ่งที่คิดสิ่งที่ทำ ค่อยๆ สมบูรณ์แบบ เช่นนี้ดีมาก เช่นนี้ดีมาก!

 ดังนั้นเยี่ยเจิ้งฉุนจึงออกมากล่าวเห็นด้วย เห็นว่าแผนของเสิ่นเจ๋อจิ้งนั้นสมบูรณ์แบบ เป็นการแก้ปัญหาอุทกภัยเจียงหนานเต้ากับเหอเน่ยเต้าได้อย่างดี!  ขุนนางไม่น้อยก็เห็นด้วย ที่จริงเพราะแผนและวิธีปฏิบัติของเสิ่นเจ๋อจิ้ง พวกเขาเองก็นึกไม่ออก

 “ตะเกียบลอยหัวขาด?” นั่งอยู่บนบัลลังก์สูง ฮ่องเต้ทบทวนคำของเสิ่นเจ๋อจิ้ง ใบหน้ายินดี อยู่เบื้องหน้าภัยพิบัติใหญ่เช่นนี้ จำเป็นต้องมีมาตรการที่เฉียบขาดรุนแรงเช่นนี้ จึงจะป้องกันความละโมบของขุนนางอย่างได้ผล แก้ปัญหาช่วยเหลือผู้ประสบภัย!

ฮ่องเต้รับข้อเสนอของเสิ่นเจ๋อจิ้งอย่างรวดเร็ว ให้เหล่าขุนนางกระทรวงโยธากับกระทรวงการคลังปฏิบัติตาม  ให้ผู้ตรวจสอบของสำนักตรวจการราชสำนักนอกเครื่องแบบตรวจสอบ ให้บันทึกและรายงานการช่วยเหลือของขุนนางตามพื้นที่ต่างๆ ทั้งสั่งให้เวลาแจกอาหาร จะต้องปักตะเกียบไว้ในข้าวต้ม เพื่อตรวจสอบความหนาของชั้นข้าวต้ม หากตะเกียบลอย จะต้องถูกลงโทษฐานช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ดีพอ

แผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยของเสิ่นเจ๋อจิ้งได้รับรางวัลจากฮ่องเต้ กระนั้นก็ตามตระกูลเสิ่นก็ยังไม่ดีใจนัก!  พวกเขากำลังวุ่นวายเรื่องเตรียมให้เสิ่นหวาซั่นไปไถเฉียน ทุกข์ใจยิ่งนัก หนังสือด่วนของหยวนเค่อเจินก็มาอีก ตลิ่งแม่น้ำไถเฉียนเสียหายหนัก ผลกระทบรุนแรง เขาไม่สามารถซ่อมแซมได้ ขอรับโทษจากฮ่องเต้ พร้อมทั้งขอให้กระทรวงโยธาส่งขุนนางมาช่วย จัดการน้ำที่ไถเฉียน หนังสือนี้ทำให้ฮ่องเต้และเหล่าขุนนางกระทรวงโยธาสั่นสะเทือน ฮ่องเต้ออกคำสั่ง ให้เสิ่นหวาซั่นเสนาบดีกระทรวงโยธาไปจัดการน้ำที่ไถเฉียน อีกสามวันออกเดินทาง

 “ข้าไปไถเฉียนครั้งนี้ ยังไม่รู้จะได้กลับเมื่อไร หูปู้ถูกับพวกหงเอ๋อร์ก็ออกจากหางโจวแล้ว อีกไม่นานก็คงถึงเมืองหลวง เรื่องหรูหลิวชู่ เจ้าต้องดูแลให้ดี หากทางซีเอี้ยนมีข่าวมา ต้องบอกข้าทันที เรื่องการสอบเลื่อนขั้น เจ้าต้องระวังให้มาก เรื่องอื่นๆ ก็ว่าไปตามขั้นตอน” ในห้องหนังสือเสิ่นหวาซั่น   เสิ่นหวาซั่นกำลังสั่งเสิ่นเจ๋อจิ้งถึงเรื่องต่างๆ ที่ต้องระวัง ที่จะต้องทำต่อไป เขาจะไปไถเฉียนแล้ว เมืองหลวงมีเสิ่นเจ๋อจิ้งอยู่ เขาก็วางใจ มีเรื่องสั่งเสิ่นเจ๋อหย่วนอีกไม่น้อย โดยเฉพาะเดือนสิบจะต้องมีการค้าขายกับร้านยาซีหนิง  ต้องระวังมาก นอกจากนั้น ก็เรียกพวกหลานๆเช่นเสิ่นอวี๋ซวง ว่าเขาจะไปทางไกล กำชับพวกเขาให้ศึกษาในสำนักศึกษาสูงสุดกับโรงเรียนขุนนางดีๆ อย่าวอกแวก ให้เชื่อฟังเสิ่นเจ๋อจิ้งทุกเรื่อง

ในเรือนชิงจู๋ ชิวเกอกำลังรายงานเสิ่นหนิงเรื่องหนึ่ง ได้ยินเรื่องนี้จากชิวอู๋พี่ชาย ชิวเกอรู้สึกลำบากใจและรู้สึกไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก คนผู้นั้นทำไมจึงได้บุ่มบ่าม ติดต่อกันเอง จะดีหรือไม่ดี? รอคุณหนูตัดสิน

“เขาจะพบข้า? ไม่ได้บอกมีเรื่องอะไรหรือ?” เสิ่นหนิงรู้สึกแปลกใจ ชิวอู๋เพิ่งส่งข่าวมา ว่าอิงหนานถูลูกชายชิงผิงโหวมีเรื่องด่วนจะขอพบนาง มีเรื่องอะไรก็ไม่ได้บอก คราวที่แล้วที่วัดเทียนหนิง อิงหนานถูได้เจอชิวอู๋ คิดว่านี่คงเป็นคนรับใช้บ้านตระกูลเสิ่นคนเดียวที่เขารู้จัก ก็เลยฝากชิวอู๋ส่งข่าวมา ไม่คิดว่าจุดไต้ตำตอ ชิวอู๋เป็นคนของเสิ่นหนิงพอดี

นี่ก็แปลก เขามีเรื่องด่วนอะไรจะพบข้า? แม้เสิ่นหนิงจะประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกยุ่งยากหรือไม่สบายใจหมือนชิวเกอ ข้อห้ามการพบปะกันเองไร้สาระ พอผ่านไปแล้วชาติหนึ่งนางก็ไม่ใส่ใจแล้ว ที่นางสนใจและแปลกใจคือ อิงหนานถูมีเรื่องอะไรจึงขอเข้าพบนาง?

เสิ่นหนิงหาข้ออ้างออกจากบ้าน ไปพร้อมชิวเกอ ที่ร้านหลงจิ่งไจ อิงหนานถูรู้ว่าร้านหลงจิ่งไจเป็นของตระกูลเสิ่น จึงนัดพบกันที่นั่น ผู้จัดการร้านหลงจิ่งไจไม่เคยพบเสิ่นหนิง  เสิ่นหนิงก็ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร ก็เข้าไปในห้องที่อิงหนานถูจองไว้ จนภายหลังนางจึงนึกขึ้นได้ว่า ตอนนั้นนางใจกล้าเกินไป บุ่มบ่ามไปตามนัดได้อย่างไร? คิดว่าคงไม่ได้ระแวงคนอายุสั้นผู้นี้กระมัง ไม่แน่ว่า อาจมีใจสงสารนิดหนึ่ง แต่นั่นก็เป็นเรื่องทีหลังแล้ว

อิงหนานถูก็ยังคงมีท่าทีสบายๆ เหมือนเคย ไม่ได้ยิ้มโจ่งแจ้ง คิ้วงามดั่งขุนเขาอันแสนไกล ดวงเนตรพราวระยับราววารี กำลังรอการมาของเสิ่นหนิงอยู่เงียบๆ ข้างกายเขามีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ อายุราวสี่สิบ หน้าตาเรียบร้อย คล้ายผู้คงแก่เรียน พูดจริงๆแล้ว เขาก็ไม่นึกว่านางจะตอบรับว่าจะมา ความจริงถึงนางไม่มา เขาก็คงต้องหาวิธีส่งคนผู้นี้ไปบ้านตระกูลเสิ่น เพียงแต่ยุ่งยากขึ้นหน่อยเท่านั้น

เสิ่นหนิงเข้ามาแล้ว อิงหนานถูก็ไม่ได้อารัมภบทมาก บอกถึงสาเหตุที่ต้องการพบนางด่วน เขาพบผู้ที่สามารถจัดการน้ำได้ จึงอยากแนะนำเขาให้เสิ่นหนิง!

 “ท่านผู้นี้ก็คือท่านสวีที่เชี่ยวชาญเรื่องจัดการน้ำ! ท่านสวีมีความสามารถพิเศษในการจัดการน้ำ ทั้งเป็นห่วงบ้านเมือง การไปเหอเน่ยเต้า มีเขาคอยช่วยเหลือ อาจช่วยแก้ปัญหาคลองขุดที่ลำบากยากเย็นก็ได้! ”  อิงหนานถูพูดยิ้มๆ ผู้ที่สามารถจัดการน้ำที่เขาแนะนำ ก็คือชายกลางคนอายุราวสี่สิบที่นั่งอยู่ข้างเขานี่เอง!

เสิ่นหนิงดีใจอย่างยิ่ง นางไม่นึกว่าสิ่งที่อิงหนานถูให้นางเป็นสิ่งที่น่ายินดีเช่นนี้!  อารามดีใจ นางรีบขอบคุณเขาทันที ทั้งยังทักทายชายวัยกลางคนที่ชื่อสวีโหย่วเจิน ด้วยน้ำเสียงเคารพนอบน้อม

สวีโหย่วเจินสนใจชลประทานตั้งแต่เด็ก เขาเคยท่องเที่ยวภูเขาแม่น้ำที่มีชื่อเสียงทั้งต้าหย่งกับซีเอี้ยน    จึงได้รู้จักกับอิงหนานถูที่จิงโจว สวีโหย่วเจินมีฝีมือในการจัดการน้ำจริง เพียงแต่นิสัยติดจะขี้เกียจและขี้รำคาญ สนใจแต่เรื่องชลประทาน เบื่อหน่ายเรื่องสังคมอย่างที่สุด!  ตอนฮ่องเต้ต้องการผู้มีความสามารถจัดการน้ำ เขาก็คิดจะไป แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่ต้องคลุกคลีอยู่กับพวกขุนนางแล้วก็เลยถอย ครั้งนี้อิงหนานถูไปหาเขา บอกว่าแค่จัดการน้ำอย่างเดียว เรื่องอื่นๆมีคนทำแทนหมด ทั้งยังรับปากจะดูแลเขาให้ด้วย เขาจึงตอบตกลง

นี่ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีที่ยิ่งใหญ่ เสิ่นหนิงไม่รู้จะขอบคุณอิงหนานถูอย่างไร ถึงแม้อิงหนานถูไม่ได้บอกว่าเขาต้องใช้ความพยายามแค่ไหน แต่เสิ่นหนิงรู้ สวีโหย่วเจินที่แม้แต่ฮ่องเต้เรียกร้องยังไม่สนใจ จะต้องเห็นแก่อิงหนานถู จึงได้รับปากไปเหอเน่ยเต้า บุญคุณยิ่งใหญ่จนไม่รู้จะขอบคุณเช่นไร เสิ่นหนิงเองไม่ได้พูดอีก แค่จำเขาคนนี้ไว้ในใจว่า จะต้องตอบแทนเขาให้ได้!  

---

*ตะเกียบลอยหัวขาด : เป็นวิธีการตรวจสอบการทุจริตอย่างหนึ่งในสมัยโบราณ ในยามที่ประเทศประสบภัยพิบัติทางราชการจะแจกจ่ายข้าวต้มเพื่อผู้ประสบภัย การตรวจสอบจะกระทำโดยปักตะเกียบบนหม้อข้าวต้ม หากน้ำมากจนตะเกียบลอย แสดงว่าข้าวที่ใส่ลงไปมีปริมาณน้อย หมายความว่าขุนนางที่รับผิดชอบนั้นแอบยักยอกไว้เอง และจะต้องถูกประหารโดยการตัดศีรษะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}