ฝากติดตามและสนับสนุนนิยายทุกเรื่องของไรท์ด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

ชื่อตอน : กุ้งคือพาหะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2561 21:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กุ้งคือพาหะ
แบบอักษร

12.30  น.

            พอมาถึงเตชินก็เริ่มคุยงานกับลูกค้าทันที แต่ฉันไม่ได้อยู่กับเขาหรอกนะ เขาสั่งให้ฉันนั่งอยู่อีกโต๊ะถัดจากเขามาประมาณสามสี่โต๊ะได้แต่ก็พอจะมองเห็นหน้าเขาได้ชัดเจน อยู่ตรงนั้นก็มีเตชินกับลูกค้าสองคนเป็นผู้หญิงคนนึงรู้สึกจะเป็นคนมีอายุแต่อีกคนอายุน่าจะประมาณเท่าฉันแถมเธอยังสวยอีกด้วย ส่วนฉันก้ได้แต่นั่งมองเขาทั้งสองคุยกันยิ้มแย้มแจ่มใส ถ้าเตชินมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ยิ้มและพูดให้ฉันเหมือนกับทำกับเธอคนนั้นก็คงดีสินะ ฉันได้แต่จ้องมองรอยยิ้มเตชินที่ผู้หญิงคนนั้นได้รับอย่างอิจฉา ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงไม่ได้ไปนั่งข้างเขาทั้งที่ฉันก็ทำงานบริษัททั้งเป็นแฟนของเขาด้วย ทำไมฉันถึงต้องมานั่งคนเดียวแบบนี้ เห้อ...

" รับอะไรดีครับ "  แต่อยู่ดีๆก็มีเสียงผู้ชายแทรกเข้ามาทำให้ฉันละสายตาจากเตชินหันไปมองอีกคนที่ถือสมุดโน๊ตเข้ามาเตรียมบันทึกรายการอาหาร

" เอ่อ...เอาน้ำเปล่าก็แล้วกัน "

" แค่นี้หรอครับ//- "

" แค่นี้ค่ะ^^  "    ฉันฉีกยิ้มให้ก่อนอีกคนจะโค้งแล้วเดินออกไป แต่พอฉันหันกลับไปกลับไม่เห็นเตชินแล้ว ฉันรีบลุกขึ้นยืนกวาดสายตาเหลียวหาเขา แต่กลับไม่เจอ ผู้หญิงสองคนนั้นก็ไม่เจอไปไหนกันหมด โอ๊ะ! นั่นไง ใช่รึป่าว ฉันรีบคว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพายก่อนจะรีบวิ่งตามไป

" คุยงานเสร็จแล้วหรอ " ฉันเดินตามหลังไปก่อนจะพูดแทรกขึ้นทำให้ทั้งสามหันมามองหน้าฉัน

" อื้ม เดี๋ยวฉันจะไปส่งลูกค้าส่วนเธอรออยู่ที่นี่แหละเดี๋ยวฉันจะมารับ "

" ใครหรอค่ะคุณเตชิน "  เธอหันมาจ้องหน้าฉันก่อนจะหันกลับไปมองหน้าเตชิน

" อ๋อ...พนักงานที่บริษัทน่ะครับ อย่าสนใจเลยเดี๋ยวผมไปส่งดีกว่า "  พนักงานอย่างงั้นหรอ? พูดแบบนี้ได้ยังไง แล้วคนพวกนี้ไม่รู้หรอว่าฉันเป็นใครอ่ะ

" ฉันเป็น... "

" ถ้าอย่างนั้นไปกันดีกว่าค่ะ วันนี้พยากรณ์ว่าจะมีฝนด้วยเดี๋ยวจะตกซะก่อน "   เธอพูดตัดฉันก่อนจะควงแขนเตชินแล้วเดินจากไปต่อหน้าต่อตาฉัน ถ้าเป็นลูกค้าจริงๆทำไมถึงต้องเดินควงแขนกันด้วย นี่มันหมายความว่ายังไง!

" เตชิน! นายจะทิ้งฉันไว้แบบนี้ไม่ได้นะ เตชิน!! "  ฉันได้แต่ตะโกนเรียกเขาตามหลังแต่เขากลับไม่สนใจอะไรฉันเลยสักนิด เดินควงเธอคนนั้นเข้าลิฟท์ไปอย่างหน้าชื่นตาบาน

           ฉันเดินออกมายังริมถนนก่อนจะมองซ้ายแลขวาหารถแท็กซี่ แต่ก็ไม่มีเลยสักคัน ฉันเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งไปถึงป้ายรถเมลล์ อยากจะบอกว่าขึ้นรถเมลล์ไม่เป็นด้วยสิ ทำยังไงดีจะเอายังไงต่อ ฝนก็เหมือนจะตกเลยนะเนี่ย ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า เมฆสีครามเริ่มพัดเข้ามาปกคลุมเรื่อยๆ ไม่นานฝนก็เทลงมาอย่างที่ได้คาดการณ์เอาไว้ เห้อ...ทำยังไงดีล่ะทีนี่ ไหนบอกจะกลับมารับไงล่ะ ไม่เห็นจะผ่านมาเลยสักนิด ฉันก็ได้แต่นั่งรอเขาอยู่อย่างนั้น ฉันหยิบมือถือขึ้นมากดโทรไปหาเขาอย่างร้อนใจเพราะมันก็มืดเข้าเรื่อยๆ

ติ้ด~

' หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ '

' หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ '

' หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ '

             ให้ตายเถอะ!! นี่เขาหายไปไหนตั้งนาน ไปส่งลูกค้าถึงอเมริกาเลยรึไงกัน  ฉันก็ได้แต่นั่งหันซ้ายหันขวากวาดสายตามองหาเตชิน แต่ก็ไม่มีวี่แววเขาเลยสักนิด จริงๆแล้วคอนโดที่ฉันพักอยู่มันก็ไม่ไกลหรอก แต่ถ้าบ้านน่ะก็ไกลพอสมควร ที่ฉันต้องออกมาอยู่คอนโดไม่ใช่ว่าบ้านไม่มีแต่ฉันก็ย้ายมาตามเตชินเพราะเขาเห็นว่ามันใกล้บริษัทอีกอย่างเขารักอิสระด้วยไม่ค่อยชอบอยู่กับพ่อแม่ แต่วันหยุดของอาทิตย์ก็กลับไปกินข้าวอยู่แต่ก็ไม่บ่อย แต่ตอนนี้ฉันจะทำยังไงโทรไปก็ติดต่อไม่ได้ แท็กซี่ รถเมลล์ก็ไม่ผ่านมาเลยสักคัน ถ้าภูผายังอยู่ที่ไทยก็คงจะดีเพราะเขาจะว่างเสมอเมื่อฉันโทรไปปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ไม่ได้ติดต่อกันแล้วแหละเพราะเขาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเราก็เลยห่างหายไป แน่นอนว่าภูผาเป็นแฟนเก่าของฉันเองแต่ว่าเราก็ยังเป็นเพื่อนกันถึงแม้จะเลิกกันไปตั้งนานแล้ว มิตรภาพก็ยังเหมือนเดิมแค่เปลี่ยนสถานะก็เท่านั้น โอ๊ะ O_O แท็กซี่มาแล้ว ฉันรีบลุกขึ้นก่อนจะโบกมือ

" ขึ้นมาเลยจ๊ะหนู "  ป้าตะโกนออกมาจากข้าในรถก่อนจะยิ้มให้ฉัน ฉันรีบเข้าไปในรถทันที

" ไปคอนโด D ค่ะป้า "

" ได้จ๊ะ แล้วทำไมมาคนเดียวแบบนี้ล่ะ เราเป็นผู้หญิงมันอันตรายมากนะ แถวนี้ยิ่งมีพวกไม่ดีอยู่เยอะ "

" เอ่อ..คือแฟนหนูติดธุระน่ะค่ะเลยมาไม่ได้ "

" เห้อ...จริงๆเลยคนเราสมัยนี่ไม่ค่อยมีเวลาให้กันมัวแต่ทำงานหรือสนใจเรื่องอื่น ชีวิตก็แบบนี้แหละหนู "

" นั่นสินะค่ะ... "

" ทีหลังก็บอกแฟนอย่ามารออยู่คนเดียวแบบนี้ แถวนี้ไม่ค่อยมีแท็กซี่ผ่านด้วย ส่วนมากจะเป็นรถเมลล์ แล้วขึ้นรถเมลล์เป็นมั้ยล่ะ "

" ไม่เป็นหรอกค่ะป้า "

" นั่นไง ไม่ดีแล้ว แฟนหนูคนที่ไหนเนี่ยรู้รึป่าวว่าแถวนี้อันตรายน่ะ "

" สงสัยเขาไม่รู้มั้งค่ะ ถึงรู้เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก "  ฉันได้แต่บ่นพึมพำ

" เอ้า ทำไมพูดงั้นล่ะ มีปัญหาอะไรปรึกษาป้าได้นะ "

" ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูแค่หมายถึงว่าเขาทำงานน่ะก็เลยไม่ว่างมารับ "

" อ่อๆ งั้นก็แล้วไป อ๊ะ ถึงแล้วแหละหนู "

" ขอบคุณมากนะค่ะ "  ฉันยิ้มก่อนจะจ่ายเงินแล้วรีบลงจากรถทันที

           ฉันรีบเดินขึ้นห้องไป พอไปถึงก็เห็นอีกคนนั่งดูทีวีอยู่ สบายเกินไปมั้ยไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย ไหนบอกจะไปรับแล้วมานั่งชิวแบบนี้เนี่ยนะ หมายความว่าไง ลืมหรอ หรืออะไร ฉันทิ้งกระเป๋าลงข้างๆเขาก่อนอีกคนจะหันมามองหน้าฉันนิ่งๆ

" ไหนนายบอกจะไปรับฉันไง แล้วมานั่งชิวแบบนี้มันหมายความว่ายังไง "

" ก็ฝนมันตกไม่เห็นรึไง "

" ก็เห็นแต่นายบอกให้ฉันรอ แล้วถ้าฝนมันตกทั้งคืนนายก็คงไม่ออกไปรับฉันใช่มั้ย "

" จะไปทำอะไรก็ไป ไป! อะไรเจ๊าะแจ๊ะ รำคานว่ะ-*- "

" ฉันเป็นแฟนนายนะ ฉันเป็นเมียนายนะนายควรจะเห็นใจฉันบ้างสิ ไม่ใช่เฉยเมยอะไรก็ปล่อยผ่านแบบนี้ "

" แล้วจะให้ฉันทำไง เธอก็กลับมาแล้วนี่ไงจะอะไรนักหนา อย่าทำตัวน่ารำคานได้ป่ะ "

" ถ้าฉันไม่พูดนายก็ปล่อยผ่านฉันตลอด ฉันเป็นแฟนนายแต่กลับโดนมองข้ามไปตอลดเลย นายทำแบบนี้ได้ยังไงถ้าเกิดฉันเป็นอะไรขึ้นมาล่ะนายจะว่าไง "

" เป็นอะไร ถามหน่อย เป็นอะไร! ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่ แล้วจะมาโวยวายทำไม กลัวว่าผู้ชายจะฉุดเหรอ ฉันจะบอกไว้ให้นะแค่ชุดเธอการแต่งตัวของเธอเขาก็ไม่กล้าเข้าใกล้แล้วแหละ "   เขาไล่สายตามองเสื้อผ้าของฉันที่ปิดมิดชิดก่อนจะสะบัดหน้าแล้วเดินหนี

" เตชิน!! จะไปไหนมาคุยกันก่อนสิ เตชิน! "

" โอ๊ย~ รำคานว่ะเลิกพูดสักทีดิ "

***ปัง!!*** กึก~

              เตชินเดินเข้าห้องอย่างหงุดหงิดก่อนจะปิดประตูใส่ฉัน แล้วเหมือนเขาจะล็อคห้องอีกด้วย สงสัยคืนนี้ทั้งคืนฉันต้องนอนข้างนอกแล้วแหละ เรื่องนอนฉันไม่ได้ซีเรียสอะไรหรอกแต่ฉันแค่งงใจเขาว่าเขาทำไมใจร้ายกับฉันได้ถึงขนาดนี้ ฉันทิ้งตัวลงนั่งโซฟาก่อนคำพูดของเตชินจะแว๊บเข้ามาในหูอีกครั้ง

' เป็นอะไร ถามหน่อย เป็นอะไร! ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่ แล้วจะมาโวยวายทำไม กลัวว่าผู้ชายจะฉุดเหรอ ฉันจะบอกไว้ให้นะแค่ชุดเธอการแต่งตัวของเธอเขาก็ไม่กล้าเข้าใกล้แล้วแหละ '

            คำพูดของเขาทำให้ฉันก้มลงมองชุดเสื้อผ้าการแต่งตัวของตัวเอง ก็อย่างที่เขาว่านั่นแหละ การแต่งตัวของฉันมันมิดชิดไปซะหมด หน้าก็แต่งอ่อนๆ ฉันก็ธรรมชาตินี่จะไปสู้อะไรกับผู้หญิงคนอื่นได้ล่ะ ฉันเทียบกับใครไม่ได้เลยสักนิด หรือว่าฉันต้องเปลี่ยนแปลงการแต่งตัว? เห้อ...ยุ่งยากจริงๆเลยแฮ่ะ แค่จะทำให้คนๆนึงหันมามองเนี่ยทำไมมันยากเย็นซะขนาดนี้ว่ะเนี่ย เฮ้อ....-_-^^

**9.00  น.** 

@บนรถ

             ฉันได้แต่นั่งมองอีกคนที่กำลังขับรถ และแน่นอนว่าฉันก็ต้องได้นั่งเบาะหลังเหมือนเดิม จะว่าไปตั้งแต่เมื่อคืนก็ยังไม่ได้กินข้าวเลยแฮ่ะ หิวแล้วนะเนี่ย

" นายจอดร้านอาหารตามสั่งข้างหน้าให้ฉันทีสิ ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลยอ่ะ "

" ไปกินบริษัทฉันขี้เกียจจอด "  เขาพูดเสียงเรียบก่อนจะขับผ่านร้านอาหารนั่นไป ฉันได้แค่กลืนน้ำลายตามแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

" แต่ว่าร้านที่บริ... "

" ถ้าเรื่องมากนักก็ไม่ต้องกิน ทำไมกินข้าวบริษัทจะตายรึไงหรือว่าลุกคุรหนูนักถึงต้องกินข้าวข้างนอกตลอด "

" ฉันไม่ได้คุณหนูนะ แต่แค่บริษัทมีแต่กุ้งนายก็รู้ว่าฉันแพ้กุ้ง ฉันถึงไม่อยากไปกินที่นั่นไง "

" มีอะไรที่เธอไม่แพ้มั้ย แพ้ไปซะทุกอย่าง ไม่ต้องกินอะไรกันพอดี "  ฉันยอมรับว่าฉันแพ้นู้นแพ้นี่บ่อยมากแต่ฉันก็พยายามดูแลตัวเองเพื่อที่จะไม่ได้เป็นภาระเขา คิดหรอว่าฉันอยากจะแพ้อะไรพวกนี้มากอ่ะ ไม่มีใครอยากจะเป็นหรอกแต่แค่มันเลือกไม่ได้*-*

" ขี้โรคจริง "   เสียงอีกคนขับรถไปบ่นพึมพำไป ถึงแม้จะเป็นคำสั้นๆที่ไม่ได้อะไร แต่มันเสียความรู้สึกมากนะที่เห็นเขารังเกียจฉันแบบนี้

" ขอโทษก็แล้วกันที่ผ่านมาฉันเป็นภาระนายมาตลอด "

" รู้ตัวก็ดีแล้วนี่ "   เตชินตอบกลับก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดแล้วลงรถไปทันที ฉันได้แต่ลงแล้วเดินตามหลังเขาไป ความรู้สึกของทุกวันหรือแม้กระทั่งตอนนี้ฉันจะเก็บเอาไว้ใจ ฉันจะแสดงอ่อนแอให้เขาเห็นไม่ได้//-

             ฉันเดินไปยังโรงอาหารก่อนจะเข้าไปนั่ง ไม่นานก็มีพนักงานเอาน้ำมาเสิร์ฟ  ฉันไล่สายตาอ่านแต่ละรายชื่อเมนู มีสักอย่างที่ไม่เป็นกุ้งไม่เนี่ย ที่อาหารมีแต่กุ้งก็เพราะเตชินเขาชอบกุ้งมาก ทุกอย่างทุกเมนูเลยกลายเป็นกุ้งไปหมด อยากกินข้าวผัดจังแต่ก็มีแต่กุ้ง แต่ว่าถ้าสั่งแล้วไม่กินกุ้ง เขี่ยกุ้งออกก็น่าจะกินได้

" คุณน้ำมนต์กินอะไรค่ะเดี๋ยวป้าตักให้ "

" อื้ม...เอาข้าวผัดกุ้งก็แล้วกันค่ะ "

" หื้ม? คุณน้ำมนต์แพ้กุ้งไม่ใช่หรอค่ะแล้วจะกินข้าวผัดกุ้งได้ยังไงกัน "

" ป้าก็ตักๆมาเถอะค่ะเดี๋ยวหนูเอากุ้งออกเอง "   อาหารก็ไม่ได้ทำสดซะด้วยทุกอย่างก็เลยรวมอยู่ด้วยกันไปหมด ไม่เป็นไรอะไรก็กินได้หมดแหละตอนนี้ หิวหนักมาก!<

" จะดีเหรอค่ะคุณน้ำมนต์ "

" ตักมาเถอะค่ะ เร็วๆเลยหนูหิวจะแย่แล้ว "

" ค่ะๆ รอแป๊บนะค่าาา^^ "   ฉันยิ้มให้ป้าก่อนจะหันมาจิ๊บน้ำ ไม่นานก็มีพนักงานเดินผ่านมาก่อนจะยิ้มให้ฉันแถมยังมีโค้งให่้เล็กน้อยอีกด้วย

" ได้แล้วจ๊ะคุณน้ำมนต์ "  ป้าเดินเอาอาหารที่ฉันสั่งมาให้

" ขอบคุณมากเลยนะค่ะ "

" ทานให้อร่อยนะค่ะ อย่าให้ป้าได้ยินข่าวว่าแพ้น้าาา ^0^ "

" ไม่แพ้มั้งค่ะกุ้งก็เอาออกหมดแล้วนี่นา "

" ค่ะๆ ขาดเหลืออะไรก็เรียกป้าได้ตลอดเลยน้าาา "  

            ฉันพยักหน้าก่อนจะฉีกยิ้มให้อีกคนก่อนจะลงมือทานข้าวผัดทันที โอ๊ย~ ไม่เคยหิวอะไรมากขนาดนี้เลยนะเนี่ย ฉันซัดเอาๆไม่สนใจใครทั้งนั้น พึ่งรู้นะเนี่ยว่าป้าก็ทำอาหารอร่อยเหมือนกัน เพราะปกติจะสั่งข้าวข้างนอกมากินเพราะว่ารู้ว่าที่นี่มีแต่เมนูกุ้งก็เลยไม่เคยได้มีโอกาสมากินเลยสักครั้งแต่พอได้สัมผัสแล้วก็ไม่เลวเหมือนกันแฮ่ะ

3  ชั่วโมงผ่านไป

          โอ๊ย//- ทำไมถึงคันอะไรเบอร์นี้เนี่ย เราก็ไม่ได้กินกุ้งสักหน่อยทำไมถึงเกิดผื่นขึ้นมาได้อีกล่ะเนี่ย ฉันนั่งทำงานไปเกาแขนเกาขาไปด้วย แปลกจริงเราก็ไม่ได้กินตัวกุ้งแต่ทำไมยังแพ้มีผื่นคันขึ้นได้อีก ฉันรีบคว้ากระเป๋ามาค้นหายา ซวยแล้วมั้ยล่ะ! ไม่ได้เอา ยาติดตัวมาด้วย ฉันวางกระเป๋าลงอย่างหงุดหงิด ทำยังไงดีฉันคันมากแทบลุกไปไหน ไม่ได้เลยเนี่ย ฉันได้แต่นั่งมองซ้ายขวามองไปที่ประตูก็ไม่มีใครเปิดเข้ามาเลยสักคน  ห้องทำงานฉันกับเตชินก็อยู่คนละห้องด้วย ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ไหน เพราะได้ยิน เลขาบอกเขาจะออกไปข้างนอกคงไม่ได้อยู่ในบริษัทหรอก แล้วฉันจะทำไงล่ะทีนี่อ่ะ  ให้ตายเถอะ สั่งอาหารมากินก็คงจะดีกว่านี้ เผลอใจไปกินอาหารของกุ้งบ้าบอที่สุดเลย ยัยน้ำมันต์เอ๊ยยยย!!!

**ติดตามตอนต่อไป**

ความคิดเห็น