หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 58 แผนช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ชื่อตอน : ตอนที่ 58 แผนช่วยเหลือผู้ประสบภัย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2561 15:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 58 แผนช่วยเหลือผู้ประสบภัย
แบบอักษร

เมื่อร้านค้าได้ยินข่าวว่ามีการพระราชทานอะไรให้ผู้บริจาคที่ทุ่มเทแล้ว ต่างดีใจกันจนเนื้อเต้น! ส่งสินค้าให้ราชวงศ์โดยเฉพาะหรือมีตราสัญลักษณ์หลวง ป้ายโฆษณาแบบนี้ช่างเย้ายวนใจนัก เทียบเท่ากับตราตั้งของขุนนางชั้นสูงที่สืบทอดชั่วลูกชั่วหลานได้เลย! ยังมีลายพระหัตถ์ฮ่องเต้อีกต่างหาก แฝงด้วยโอกาสทางการค้ามหาศาล เป็นประโยชน์ต่อกิจการเหลือคณานับ จะได้รับผลกำไรอีกตั้งเท่าไร เป็นของที่เห็นได้ชัดเจน! ที่สำคัญกว่านั้น ไม่ว่าทหารเมืองหลวงหรือหน่วยราชการ   ต้องเห็นแก่อักษรลายพระหัตถ์ของฮ่องเต้ ผ่อนผันให้ร้านค้าเหล่านี้มากเป็นพิเศษ ไม่กล้าตรวจยึดหรือสืบค้นร้านค้าพวกเขาง่ายๆ เป็นความคุ้มครองขั้นสุดยอด! ร้านค้าในเมืองหลวงจึงต่างพากันบริจาค เพื่อจะได้รับอักษรลายพระหัตถ์ฮ่องเต้ไว้แขวนบนป้ายหน้าร้าน

เนื่องจากมีข้อเสนอของซั่งกวนฉางจื้อและการอนุมัติจากฮ่องเต้ องค์ชายรองที่ออกไปตั้งวังเองก็ยินดีบริจาคทรัพย์สินของวังองค์ชายรองครึ่งหนึ่งให้ผู้ประสบภัย องค์ชายสามแม้อยู่ไกลถึงชายแดนเหนือ แต่จ๋างสื่อของวังองค์ชายสามก็ร่วมเห็นด้วยกับองค์ชายห้า ทุกองค์ชายต่างแสดงความรักและห่วงใยประชาชน  ฮ่องเต้พอพระทัยมาก คิดว่าถึงแม้ฟ้าขาดความเมตตาให้เกิดภัยพิบัติใหญ่หลวง แต่ก็ทำให้เห็นถึงความรักยิ่งใหญ่ในหมู่คนและเหล่าองค์ชาย เมื่อคิดถึงว่าวังองค์ชายก็ไม่ได้สะดวกสบายนัก ไม่สำคัญที่จำนวนเงินมากน้อย แค่มีใจแบบนี้ก็พอแล้ว จึงสั่งให้เหล่าองค์ชายไม่ต้องบริจาคครึ่งหนึ่งของทรัพย์สิน ให้แต่ละวังบริจาคเงินสามพันตำลึงก็พอแล้ว ส่วนที่เหลือ โหมให้ขุนนางราชสำนักกับราษฎรเมืองหลวงช่วยบริจาค บนล่างใจเดียวกัน ลดความสูญเสียอุทกภัยเหอเน่ยเต้าให้เหลือน้อยที่สุด ให้ผ่านพันภัยฟ้าครั้งนี้ด้วยกัน

เหล่าองค์ชายต่างแซ่ซ้องในพระมหากรุณาธิคุณของฮ่องเต้ โดยเฉพาะซั่งกวนฉางจื้อยิ่งสมใจ เงินทองไม่ต้องจ่ายมาก แต่ได้หน้าได้ใจเรื่องความมีเมตตายิ่งใหญ่ เช่นนี้ก็บรรลุเป้าหมายของเขาแล้ว ยิ่งเห็นขุนนางราชสำนักไม่น้อยมองเขาด้วยสายตาชื่นชม เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าหมากตานี้เดินได้ถูกต้องแล้ว

ใจของซั่งกวนเฉิงโย่วแค้นเคืองหนักหนา การได้หน้าของเหล่าพระสนม เสด็จแม่ก็ถูกหลี่กุ้ยผินแย่งไปแล้ว ไม่นึกว่าการได้หน้าในราชสำนักก็ยังถูกเจ้าห้าแย่งไปอีก กลายเป็นเขาต้องมานั่งปวดใจ! ทำไมจึงไม่นึกถึงแต่แรกว่าเรื่องบริจาคครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงอย่างดีนะ ไม่น่าเลย ไม่น่าเลยจริงๆ

 เพียงแค่สองวัน กระทรวงการคลังก็ได้รับเงินบริจาคจากร้านค้าห้าแสนตำลึง จากวังองค์ชายทั้งสามวังอีกหกพันตำลึง ขุนนางราชสำนัก เหล่าพระสนม ราษฎรเมืองหลวงอีกรวมหนึ่งแสนห้าหมื่นตำลึง ก่อนวันสารทจีน กระทรวงการคลังก็รวบรวมเงินบริจาคได้ถึงเจ็ดแสนกว่าตำลึง ยังไม่นับรวมพวกผ้าห่มเสื้อผ้า เสบียงอาหารเครื่องใช้ต่างๆที่ร้านค้ากับประชาชนร่วมบริจาค   ถือว่าสามารถผ่อนคลายความทุกข์ยากเฉพาะหน้าของเหอเน่ยเต้าได้ชั่วคราว

ขุนนางเมืองหลวงไม่น้อยโล่งอก ที่โล่งสุดคือขุนนางกระทรวงการคลัง  เจิ้งผูฉุนเสนาบดีกระทรวงการคลังอดไม่ได้ที่จะมีใจให้ซั่งกวนฉางจื้อ เพราะข้อเสนอองค์ชายห้า กระทรวงการคลังจึงสามารถรวบรวมข้าวของเงินทองได้มากมายอย่างรวดเร็ว ภัยพิบัติเกิดฉับพลัน การทำงานของกระทรวงการคลังก็รวดเร็ว ไม่นานนัก ทั้งเงินทองข้าวของเครื่องใช้ก็ส่งทางถนนไปยังเหอเน่ยเต้า หยางกู่ ไถเฉียน ในบริเวณที่ประสบภัยต่างๆ

สิ่งที่ติดตามของเหล่านี้ไปถึงเหอเน่ยเต้ายังมีชื่อเสียงของหลี่กุ้ยผินกับซั่งกวนฉางจื้อ แม้ไม่ต้องพูด แน่นอนว่ามีร่องรอยที่เป็นฝีมือวังองค์ชายห้าเหลืออยู่ ระหว่างนี้เสิ่นหนิงกำลังหนักใจเรื่องเสิ่นหวาซั่นจะไปจัดการน้ำที่เหอเน่ยเต้า จึงไม่ได้สนใจเรื่องแย่งชิงสร้างชื่อเสียงในราชสำนักนัก

เพราะรักจึงรู้ว่าเขาร้าย เพราะเกลียดจึงรู้จักเขาดี ไม่ว่าจะเกิดจากความประสงค์อะไร ข้อเสนอของซั่งกวนฉางจื้อ สร้างประโยชน์ให้ประชาชนจริงๆ ในข้อนี้ เสิ่นหนิงก็อดนับถือซั่งกวนฉางจื้อไม่ได้ ดูแล้วเขาก็เป็นคนที่มองอะไรได้ถูกต้องชัดเจน ผู้มีฝีมือมีมากมายในวังองค์ชายห้า แค่เผลอหน่อยเดียว เขาก็ก้าวหน้าขึ้นไปได้อีก เป็นเช่นนี้จริงๆ

เมื่อรับความรู้สึกของคลื่นใต้น้ำในเมืองหลวงได้อย่างเงียบๆ นางเตือนตัวเองอีกครั้งว่าอย่าได้ดูแคลนเขาเป็นอันขาด

ถึงแม้จะผ่อนคลายความทุกข์ยากของเหอเน่ยเต้าได้ชั่วคราว ข้าวของช่วยเหลือก็ส่งไปเหอเน่ยเต้าแล้ว แต่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยก็ยังไม่ลดลง กลับทยอยเพิ่มขึ้น แสดงว่าการส่งข้าวของช่วยเหลือไม่ใช่ทางแก้ปัญหาระยะยาว ฮ่องเต้จึงมีคำสั่งให้เสนอแผนดูแลผู้ไร้ที่อยู่อาศัย

ด้วยเหตุที่เสิ่นหวาซั่นอยู่ในตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงโยธา และด้วยเหตุที่เสิ่นอวี๋ซื่อมีเมตตา  ตระกูลเสิ่นจึงถือเรื่องบริจาคเป็นเรื่องสำคัญ บริจาคเงินทองข้าวของมากมาย ร้านหลงจิ่งไจกับร้านหวนไหลจุยอีกสองแห่งก็บริจาคในนามเสิ่นเจ๋อหย่วนอีกหนึ่งหมื่นตำลึง นับว่าเป็นจำนวนไม่มากนัก ตระกูลเสิ่นแอบส่งเงินอีกห้าหมื่นตำลึงไปให้หูซื่ออันเหอถัง บริจาคในนามหูซื่ออันเหอถัง รวมทั้งเงินของหูซื่ออันเหอถังเองอีกห้าหมื่นตำลึง ดังนั้นการบริจาคครั้งนี้ หูซื่ออันเหอถังบริจาครวมหนึ่งแสนตำลึง  พร้อมกับร้านค้าในเมืองหลวงอีกสองแห่งคือเจิงเป่าไจกับร้านเงินเชียนชิว เป็นหนึ่งในสามร้านค้าเมืองหลวงที่ได้รับอักษรลายพระหัตถ์จากฮ่องเต้

ตระกูลเสิ่นยังร่วมกับตระกูลหวงรองเสนาบดีกระทรวงโยธากับตระกูลเจียงรองเสนาบดีกระทรวงการคลัง ตั้งซุ้มแจกข้าวต้มที่ถนนเสียงเหอด้านตะวันตกเพื่อให้ผู้ไร้ที่อยู่ได้กิน เสิ่นเจ๋อหย่วนกับเหยียนซางจัดการดูแลเรื่องนี้เอง ข้าวที่ซุ้มข้าวต้มใช้ไม่ใช่ข้าวกล้อง แต่เป็นข้าวขาวจริง ทั้งเป็นข้าวต้มข้น คนไร้บ้านฮือฮากันมา แม้แต่ขอทานเมืองหลวงก็ตามมาด้วย ผู้ว่าเมืองหลวงต้องส่งหน่วยป้องกันเมืองมาดูแลความเรียบร้อยซุ้มข้าวต้ม สามร้านค้าที่ทุ่มทุนบริจาคก็ได้รับความชื่นชมจากชาวเมืองหลวง ขุนนางราชสำนักก็มีความรู้สึกพิเศษต่อเสิ่นหวาซั่น เสิ่นเจ๋อจิ้ง  เพียงแต่เสิ่นหวาซั่นกับเสิ่นเจ๋อจิ้งยังห่วงใยเรื่องทางน้ำในไถเฉียน ใบหน้าจึงไม่สู้ยิ้มแย้มนัก

ในห้องหนังสือเสิ่นเจ๋อจิ้ง เสิ่นหนิงก็อยู่ด้วย กำลังพลิกดูหนังสือจัดการน้ำ เสิ่นเจ๋อจิ้งก็รู้ว่าพักนี้ลูกสาวมัวแต่ยุ่งเรื่องนี้  ในใจนึกถึงลูกสาวว่าเป็นคนรู้เหตุรู้ผลและเล่าเรื่องฮ่องเต้ต้องการแผนการรองรับคนไร้บ้านให้นางรู้

ความจริงตั้งแต่รัชกาลฉางไท่ ภัยฟ้ามีไม่น้อย ก็มีระบบช่วยภัยพิบัติกับการบริจาคช่วยเหลือที่สมบูรณ์อยู่แล้ว การสอบทะเบียนบ้าน สำรวจภัยพิบัติ เปิดยุ้งฉางต่างมีครบถ้วน  วิธีการบริจาคและช่วยเหลือก็มีหลายรูปแบบ เช่น ยกเว้น ผู้ประสบภัยให้ยกเว้นภาษี เป็นมาตรการสำคัญสุดที่รัชกาลฉางไท่ใช้ ทั้งหมดนี้ล้วนใช้ได้ผลดี

แต่ ปัญหาคือวิธีดำเนินการ มีข้าราชการสักกี่คนที่ตั้งใจปฏิบัติตามมาตรการต่างๆเหล่านี้ มีข้าราชการอีกกี่คนที่ถือโอกาสร่ำรวยจากภัยฟ้า ก็ยังไม่รู้แน่ การฉ้อราษฎร์บังหลวง ทำให้แผนเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินการอย่างได้ผล แม้กระทั่งภัยพิบัติยิ่งหนัก ขุนนางยิ่งโลภ ราษฎรยิ่งเดือดร้อน! ภายใต้วงจรอุบาทว์นี้ คนไร้บ้านจึงได้มากขึ้นๆ การที่ฮ่องเต้ขอแผนรองรับคนไร้บ้านจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในเวลาฉุกเฉินเช่นนี้

เสิ่นเจ๋อจิ้งรู้เรื่องเหล่านี้อยู่ ตั้งแต่เสิ่นหวาซั่นกำชับหวงอี้ให้จับตาดูยุ้งฉางคลังผิงกับระวังทะเบียนบ้านนั้น เขาก็รู้สึกได้ว่าวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้นยากที่จะปฏิบัติ “ไม่ใช่ราษฎรลำบากเพราะภัยพิบัติ แต่ลำบากเพราะขุนนางโลภที่ทำชั่ว” เขาเดินไปมาในห้องหนังสือ ระบายความรู้สึกออกมา

 “ข้ามักได้ยินท่านแม่กล่าวว่า การบริหารบ้านต้องมีความเป็นธรรม หากรู้ว่าบ่าวไพร่คนไหนที่ทางบ้านเดือดร้อน ก็จะให้ไปส่งของขวัญหรือส่งเทียบเชิญบ้านอื่นมากขึ้น เพื่อเขาจะได้สินน้ำใจมากหน่อย ท่านพ่อ เวลานี้ราชสำนักเดือดร้อน   จะทำเช่นนี้ได้หรือไม่” เกี่ยวกับแผนการบริจาค เสิ่นหนิงก็ไม่มีวิธีการอะไร ทำได้เพียงหยั่งเสียงเสิ่นเจ๋อจิ้ง ผู้ชายมักไม่ค่อยสนใจเรื่องภายในบ้าน ความจริงภายในบ้านก็คือราชสำนัก ไม่แน่ว่าเสิ่นเจ๋อจิ้งฟังแล้วอาจคิดวิธีอะไรได้

เสิ่นเจ๋อจิ้งได้ยินคำพูดเสิ่นหนิง นิ่งเงียบไปนาน พยายามคิดหาความเป็นไปได้ แต่ก็ยังนึกไม่ออก   เสิ่นหนิงก็ไม่มีคำพูดอื่น จนนางกลับไปเรือนชิงจู๋ ไฟในห้องหนังสือเสิ่นเจ๋อจิ้งก็ยังคงสว่างอยู่

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น