greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 17 : คิดถึง

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 : คิดถึง

คำค้น : y yaoi ภรรยาที่ดีไม่ได้มีแค่คุณธรรม เฮียเหวิน น้องหลิว ภรรยาที่ดี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.9k

ความคิดเห็น : 129

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2561 11:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 : คิดถึง
แบบอักษร

ตอนที่ 17 : คิดถึง



เสี่ยวหลิวไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตที่ไม่มีหวังหย่งเหวินนั้นจะทำให้รู้สึกดีได้ขนาดนี้

แต่ก่อนสมองไม่เคยได้หยุดพัก เอาแต่คิดเรื่องคนร้ายกาจตลอด 24 ชั่วโมง  7 วันต่อสัปดาห์  365 วันต่อปี คิดว่าจะทำยังไงให้เฮียกลับมารักเหมือนเดิม จะทำยังไงให้ตนเป็นที่ต้องการ คิดวกไปวนมาจนถ้าผ่าสมองของเด็กหนุ่มออกมาดูคงจะพบคำว่า หวังหย่งเหวิน หวังหย่งเหวิน   หวังหย่งเหวิน   เต็มไปหมด

เสี่ยวหลิวย้ายมาอยู่คอนโดได้สามสัปดาห์แล้ว มันอยู่ในเขตตงเฉิงซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขตเฉาหยางที่เขาเคยพักอยู่ ที่นี่ถือได้ว่าเจริญไม่ต่างกัน มีย่านการค้าและยังสะดวกสบายในการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อีกด้วย

เขาตั้งใจว่าพอย้ายออกมาอยู่ตัวคนเดียวก็จะลองใช้ชีวิตแบบใหม่ดูบ้าง สิบกว่าปีที่ในสายตามีแค่หวังหย่งเหวินและอีกหนึ่งปีครึ่งที่หมดไปกับการวิ่งไล่ตาม เขาเพิ่งจะทราบตอนหลังว่านั่นเป็นอะไรที่โง่เขลาสิ้นดี การกระทำนั้นทำให้เสี่ยว-หลิวพลาดโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่น เสี่ยวหลิวไม่มีเพื่อนสนิท ไม่เคยเที่ยวกับใคร ไม่เคยรู้เลยว่าอาหารรสชาติดีก็มีอยู่เต็มข้างทางไม่ใช่จะลิ้มลองได้แต่ภายในภัตตาคารห้าดาวเท่านั้น เขาพลาดอะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิต และการออกมาจากเส้นทางเดิมครั้งนี้กำลังจะทำให้เด็กหนุ่มเติบโตขึ้น 

“นี่จ้ะ น้าแถมให้อีกถุง”

“อ๊ะ ขอบคุณนะครับ” 

“โชคดีจ้ะพ่อหนุ่ม” 

เด็กหนุ่มผมสีบลอนด์ขาวยิ้มกว้างให้กับคุณน้าร้านขายซุปที่มาซื้อครั้งที่สี่ ครั้งแรกที่มาเธอยังทำหน้าบึ้งตึงไม่รับลูกค้าอยู่เลย คงเป็นเพราะฮอร์โมนจากวัยที่มากขึ้น แต่เพราะรสชาติซุปที่เข้มข้นเลยทำให้เขาต้องกลับมาอีกครั้ง แปลกใจอยู่ไม่น้อยที่วันนี้เธอกลับยิ้มแย้มใจดีราวกับว่ารู้จักกันมาหลายเดือน

เดินเท้ากลับไปยังที่พัก ระหว่างทางก็ซึมซาบบรรยากาศแสนมีชีวิตชีวาไปด้วย คอนโดที่เสี่ยวหลิวเลือกเช่าอยู่นั้นไม่ได้มีระดับอะไร มันเป็นเพียงห้องเช่าขนาดกลางที่มีครัวเล็ก ๆ ไว้ประกอบอาหารไม่ซับซ้อนนักกับระเบียงแคบ ๆ สำหรับตากผ้า  ห้องน้ำในตัวและห้องนอนที่อยู่ติดกับโซนรับแขก ราคาของมันต่อเดือนอยู่ในเกณฑ์ที่คนทำงานตำแหน่งผู้จัดการจ่ายไหว เสี่ยวหลิวอยู่แต่ในคฤหาสน์มาตลอดไม่เคยเจอโลกกว้าง การมาปักกิ่งเพื่อมัดใจสามีครั้งนี้ได้บอกอะไรกับเขาหลายอย่าง 

เสี่ยวหลิว นายควรจะมีประสบการณ์มากกว่านี้ ออกไปเจอผู้คนแล้วเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่า ‘ชีวิต’ เสียบ้าง เก็บความรักครั้งนี้ไว้เป็นบทเรียน ในอนาคตเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่เวลาเจอเรื่องยากลำบากในชีวิต นายจะได้ตัดสินใจอย่างมีสติมากขึ้น 

สัปดาห์แรกใช้เวลาไปกับการจัดเสื้อผ้าเข้าตู้และของจำเป็น ทำความรู้จักเพื่อนข้างห้อง สำรวจร้านอาหารและร้านค้าในบริเวณโดยรอบ รวมถึงซื้อของใช้ที่ไม่ได้นำมาด้วยใหม่ทั้งหมด ซึ่งเงินที่จ่ายไปก็มาจากบัตรเครดิตที่หวังไป๋ลี่ให้ติดตัวมาจากประเทศไทย เสี่ยวหลิวเองไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ด้วยระลึกไว้เสมอว่าเงินที่ใช้อยู่นั้นเป็นของผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่ง หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเธอก็ไม่ใช่แม่สามีของเขาอีกต่อไป

สัปดาห์ที่สองเริ่มต้นด้วยการหัดใช้รถไฟฟ้าใต้ดินไปท่องเที่ยวยังสถานที่สำคัญต่าง ๆ  ทุกสถานที่ที่เพื่อนสามีเคยชวนไป เสี่ยวหลิวกลับไปเยือนด้วยตัวคนเดียว ตั้งใจว่าจะลองหัดผจญภัยเองบ้าง เขาจึงไม่ต้องการมีเทียนฉีเป็นผู้ติดตามราวกับเงาตามตัว ซ้อใหญ่ตระกูลหวังบอกกับชายร่างใหญ่ว่า “ต่อจากนี้ไปผมไม่ต้องการคนดูแล แต่ผมก็เข้าใจว่ามันเป็นหน้าที่ของคุณ ดังนั้นถ้าจะติดตามผม ก็ขออย่าให้ผมรู้ตัวก็พอ” 

อย่าให้เขาเห็นหน้า อย่าให้เขารู้สึกว่ามีคนคอยเดินตามไม่ห่าง มันทำให้เสี่ยวหลิวอึดอัด เทียนฉีก้มหัวรับฟังคำสั่งนั้นแล้วไม่เคยปรากฎตัวให้เห็นอีกเลยนอกจากว่าผู้เป็นนายจะเป็นฝ่ายโทรหาเอง

ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางในสัปดาห์ที่สาม เสี่ยวหลิวรู้สึกว่าตัวเขากำลังฟื้นพลังชีวิต ความเหนื่อยล้า ความเศร้า ความเจ็บปวดต่าง ๆ เริ่มลดน้อยลง เหมือนกลับมาเป็นเสี่ยวหลิวที่มีชีวิตชีวาใหม่อีกครั้ง เขาเริ่มที่จะกล้าทักทายคนอื่นมากขึ้น ถามการค้าของพ่อค้าร้านขายผักและแม่ค้าร้านขายผลไม้ ขึ้นลงรถไฟฟ้าใต้ดินโดยไม่ต้องดูเส้นทางบ่อยครั้ง ที่สำคัญยังสามารถคุยกับคนแปลกหน้าเพื่อถามทางได้ สรุปแล้วการใช้ชีวิตแบบนี้ก็ไม่ได้ลำบากมากอย่างที่คิด เสี่ยวหลิวกลับรู้สึกสนุกที่ได้ลองอะไรแปลกใหม่

ทว่าถึงจะอยู่อย่างมีความสุขมาตลอดสามสัปดาห์ มันก็มีบ้างบางครั้งที่เมื่อเปิดโทรทัศน์ค้างไว้แต่ในหัวกลับคิดถึงใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสามี ตอนจัดโต๊ะอาหารก็ดันหยิบจานมาสองใบเผื่อใครที่ไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ หรือแม้แต่ขณะที่อาบน้ำ... ตอนที่ลูบไล้เรือนร่างตัวเองในหัวกลับนึกถึงสัมผัสของคนร้ายกาจขึ้นมา เหตุการณ์น่าอายในค่ำคืนนั้นยังฝังอยู่ในหัวเขาแน่น สลัดเท่าไหร่ก็สลัดไม่ออก

สามสัปดาห์ที่ไม่ได้ยินเสียงไม่ได้เห็นหน้าของหวังหย่งเหวินทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่ จะตามหาเขาบ้างรึเปล่านะ จะเป็นเดือดเป็นร้อนไหม จะกินไม่ได้นอนไม่หลับรึเปล่า อยากจะรู้ว่าคนที่บอกว่ารักเขาหนักหนาจนยอมโกหกมารดาตัวเองจะเป็นยังไง

หวังหย่งเหวินจะรู้สึกเหมือนตอนที่เสี่ยวหลิวรอคอยชายหนุ่มให้กลับมาหาที่ประเทศไทยไหม 

หรือว่ามันจะเป็นเพียงคำโกหกอีกคำหนึ่งก็เท่านั้น เหมือนกับการบอกว่ารักเขาเมื่อสิบปีก่อน



ซิ่นเฉิงซึ่งยืนกุมมือก้มหัวอยู่แอบมองคนที่กำลังถือเอกสารในมือ บนโต๊ะมีเหล้าชั้นดีรินอยู่ในแก้ว หลายวันมานี้บอสดูเปลี่ยนไปมาก ใบหน้าเรียบตึงแผ่รังสีดุดันตลอดเวลาจนลูกน้องหวาดกลัวไปหมด มีแต่คนใกล้ชิดเท่านั้นที่สัมผัสได้ถึงความอ่อนแอซึ่งแสดงผ่านแววตา

“ซิ่นเฉิง” เสียงเย็นเหมือนแส้ที่ฟาดลงมาบนหน้าแหลม คนถูกเรียกสะดุ้งตอบรับ 

“ครับ”

“พวกนักสืบจะหาเสี่ยวหลิวเจอเมื่อไหร่” 

ผู้ติดตามกลืนน้ำลายกับคำถามที่ได้ยินเป็นรอบที่หนึ่งร้อย

“ผมไม่ทราบครับบอส... ตอนนี้พวกเขาก็เร่งมือหาเต็มที่ เพราะภรรยาบอสไม่ทิ้งร่องรอยไว้เลยจึงทำให้ต้องใช้วิธีแบบพื้นฐาน ตอนนี้ค้นหาคอนโดหรูในเขตหมดแล้ว กำลังจะย้ายไปเขตถัดไปครับ”

ได้ยินรายงานแบบนั้นสีหน้าก็มืดครึ้มขึ้นมาอีกสิบระดับ บอสกำลังจะกลายร่างเป็นมังกรยักษ์แสนดุร้าย เอกสารในมือถูกกำแน่นจนยับยู่ยี่

“ยังไงก็ต้องหาเจอแน่นอนครับ บอสโปรดวางใจ”

กล่าวปลอบเจ้านายตัวเองด้วยความสงสาร ซิ่นเฉิงได้อยู่ในเหตุการณ์ที่หวังไป๋ลี่มาก็พอจะรู้ว่าเสี่ยวหลิวหนีไปเนื่องด้วยเหตุอันใด

เพราะบอสขืนใจภรรยาตัวเอง

ความหึงหวงที่นำไปสู่การกระทำนั้นคงทำให้เสี่ยวหลิวหวาดกลัวจนไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ ถึงจะเป็นสามีภรรยาแต่การข่มขืนไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง บอสเป็นคนอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจ เสี่ยวหลิวเองแม้จะดูอ่อนโยนแต่ก็ดื้อด้านในบางครั้ง ตอนนั้นทั้งสองคงเหมือนกับไฟและไฟ พอปะทะกันก็เลยถึงจุดที่แตกหัก  

ซิ่นเฉิงไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่บอสพ่ายแพ้ให้กับฟู่เสี่ยวหลิว ภรรยาที่บอสไม่เคยต้องการ ไม่สิ... มาถึงขั้นนี้ที่หวังหย่งเหวินเองก็ยอมรับหัวใจตัวเองแล้ว หลังจากนี้คงต้องเรียกสะใภ้ตระกูลหวังว่า ‘หวังเสี่ยวหลิว’ แล้วล่ะ

สุดท้ายบอสที่มั่นใจในตัวเองคิดว่าหนีมาไกลมากแล้ว แท้จริงหัวใจกลับไม่เคยอยู่ห่างจากเด็กหนุ่มคนนั้นเลย 

“ออกไป” วางเอกสารที่ผ่านการพิจารณาแล้วลงบนแฟ้มหนัง ตามด้วยการคว้าแก้วสีอำพันขึ้นมากรอกลงไปรวดเดียว เงินมีล้นบัญชีทำไมจะต้องกลัวหมดด้วยล่ะ การจิบทีละนิดมันไม่ได้ช่วยทำให้ใจที่หนักอึ้งเบาลงได้เลย

ไม่ต้องรอให้เสียงทุ้มดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง ซิ่นเฉิงเอื้อมมาถือไว้กับตัว โค้งลา ก่อนจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

ห้องสวีทที่เงียบเหงาเหลือเพียงแต่ชายร่างสูงในชุดสูทและกลิ่นของแอลกอฮอล์ลอยฟุ้ง หวังหย่งเหวินขยับกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ 

ทรงตัวได้เท้าใหญ่สวมใส่สลิปเปอร์ลูกแมวน้อยสีขาวก็ก้าวอย่างเชื่องช้าไปยังห้องนอน

สลิปเปอร์น่ารักที่เคยเตะทิ้งไป เพราะตอนนั้นไม่เห็นค่าเช่นเดียวกับคนที่ซื้อมาให้ ตอนนี้คนใจร้ายอย่างเขากลับเอามาใส่ทุกวันเพื่อให้คลายความคิดถึง 

เสี่ยวหลิว เสี่ยวหลิว เสี่ยวหลิว นายหายไปไหนนะ ?

สองอาทิตย์กับอีกสามวันคือระยะเวลาที่เมียของเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย ได้แต่สงสัยว่าเสี่ยวหลิวยังอยู่ในแผ่นดินจีนหรือไม่ หรือว่าหนีกลับประเทศไทยไปแล้วกันแน่ แต่ให้ซิ่นเฉิงถามไปทางบ้านก็รู้ว่าเสี่ยวหลิวยังทำตามที่พูดไว้ แค่ย้ายออกไปก็เท่านั้น

แม้ตัวจะไม่ได้อยู่ แต่ร่างเล็กก็ยังทิ้งร่องรอยหลายอย่างไว้ให้นึกถึง ทุกตารางนิ้วในห้องขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มักจะกระตุ้นความทรงจำให้ระลึกได้อยู่เสมอ 

นั่นไงโซฟาห้องรับแขกที่มักจะเห็นภรรยานั่งเล่นแท็บเล็ต ส่วนตรงนั้นคือกรอบรูปที่ใส่รูปเดี่ยวและรูปคู่ของพวกเขาเรียงรายอยู่หน้าทีวี ตรงโน้นอีกโต๊ะทานข้าวที่เคยร่วมรับประทานอาหารมือเย็นด้วยกัน ตอนนี้กลับถูกใช้งานเพียงแค่ครึ่งเดียว ได้ชีวิตแสนสงบกลับคืนมา แต่ทำไมใจไม่ได้รู้สึกสงบเลยสักนิด กลับอยากให้มีเสียงของเสี่ยวหลิวดังขึ้นทุกครั้งที่เปิดประตูไม้สักเข้ามา 

‘ทานข้าวรึยังครับ’

‘วันนี้เหนื่อยไหม’

‘ผมออกไปซื้อของมา นี่ครับของฝาก’ 

เวลาที่ห่างกันยิ่งทำให้หวังหย่งเหวินรู้สึกว่าความรักที่มีต่อคนตัวเล็กนั้นมากมายเพียงใด มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกชั่วคราว ระยะเวลาที่ไม่ได้เห็นหน้ากันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ทั้งหัวใจของเขามันเปล่าเปลี่ยว โหยหาอีกฝ่าย ทุกข์ทรมานไปหมด

นี่รึเปล่านะคือความรู้สึกที่เสี่ยวหลิวได้รับตลอดระยะเวลาสองเดือน ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มทนได้ยังไง เพราะหวังหย่งเห-วินซึ่งเป็นผู้ชายแข็งแกร่งยังรู้สึกอ่อนแอได้ถึงขนาดนี้ในระยะเวลาแค่สองอาทิตย์ 

กินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อไหร่ภรรยาแสนดีจะกลับมาหาสามีคนนี้ อย่าเล่นซ่อนหากันเลยนะ กลับมาหาเฮียเถอะ...

คร่ำครวญในใจพลางถอดชุดสูทออกอย่างคนหมดเรี่ยวแรง คว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปในห้องน้ำ ใจที่รู้สึกผิดอยู่แล้วกลับรู้สึกผิดมากกว่าเดิมเมื่อมองเห็นแปรงสีฟันที่วางอยู่คู่กันในแก้วใบใส ของเป็นคู่ที่เสี่ยวหลิวเป็นคนจัดวางด้วยตนเอง ดวงตาคมไหววูบอย่างห้ามไม่อยู่ ถึงขนาดต้องกัดฟันหันหน้าหนี  

หยาดน้ำเย็นที่พรั่งพรูลงมาจากฝักบัวบนเพดานทำให้หวังหย่งเหวินพอจะดึงสติกลับมาได้บ้าง กระนั้นคงเพราะเหล้าที่เทออกมาจนเหลือไม่ถึงครึ่งขวดทำให้เมื่อหลับตาลงก็ปรากฎภาพของภรรยาตรงหน้า กลิ่นที่ลอยวนอยู่แถวปลายจมูกเป็นกลิ่นชามะลิหอม รู้ว่ามันคงเป็นภาพหลอนจากประสาทที่ถูกมอมเมา แต่หวังหย่งเหวินก็อยากจะใช้ประโยชน์จากมันในค่ำคืนนี้

จากตอนแรกตั้งใจว่าจะรีบชำระล้างร่างกายที่เหน็ดเหนื่อย แล้วข่มตาให้หลับไหลบนเตียงนุ่มคนเดียวแบบทุกวัน ทว่าตอนนี้คนเมากลับเลือกที่จะอยู่ในตู้กระจกอาบน้ำนานขึ้นอีกสักหน่อย

ให้เขาได้อยู่กับภาพของภรรยาตรงหน้าอีกสักนิด

แม้จะหลับตาอยู่แต่ชายหนุ่มกลับเห็นเสี่ยวหลิวอย่างชัดเจน ทุกรายละเอียดเหมือนจริงราวกับว่ากำลังยืนอยู่ตรงหน้า ชุดนอนผ้าซาตินสีขาวที่กลายเป็นแบบซีทรูแนบเนื้อเพราะยืนอยู่ใต้สายน้ำ เนื้อผ้าบางมองทะลุไปเห็นยอดอกสีชมพูเด่นหรา ผมสีบลอนด์ขาวเปียกปอนปรกใบหน้าเล็กดูราวกับเป็นลูกแมวตัวน้อย ๆ   แขนเรียวเล็กคล้องรอบต้นคอแกร่งไว้ให้พวกเขายืนใกล้กันจนลมหายใจร้อนสัมผัสใบหน้า

หวังหย่งเหวินเริ่มที่จะจินตนาการต่อ 


พร้อมกับค่อย ๆ เลื่อนมือใหญ่ไปยังกึ่งกลางลำตัว 

“เฮียเหวิน”

น้ำเสียงแหบพร่าที่เสี่ยวหลิวมักจะใช้ยั่วยวนดังขึ้นที่ข้างใบหู เพียงแค่นั้นก็รู้สึกว่าเริ่มจะร้อนไปทั้งกาย กำลังจะก้มเอาริมฝีปากบดจูบทว่าร่างขาวเนียนกลับถอยห่างไปยืนพิงกำแพงกระจกใส มือเล็กสอดเข้าไปใต้เสื้อเพื่อหยอกล้อกับยอดอกของตนเอง

“เฮียชอบให้หลิวเล่นกับตัวเองไหมครับ" ปากเล็กยังคงเส้นคงวาในการพูดจาหยอกเย้าให้ใจสั่น ดวงตาเรียวสวยราวกับมีมนต์สะกดหรี่ลงอย่างยั่วยวน เชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อยให้เห็นลำคอขาวซึ่งมีร่องรอยรักที่เขาเป็นฝ่ายทำไว้ในคืนนั้น

“อืม”

ไม่ต้องถามหรอกว่าหวังหย่งเหวินชอบไหม ชอบรึเปล่า ชายหนุ่มครางในลำคออย่างพึงพอใจแบบนี้คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้ว ร่างสูงเริ่มขยับข้อมือของตัวเอง รูดรั้งความเป็นชายที่ขยายใหญ่ขึ้นจากคำพูดกระตุ้นอารมณ์ 

คนช่างยั่วหัวเราะในลำคอราวกับถูกใจ ความซุกซนถูกแสดงออกมาด้วยการหมุนตัวหันหน้าเข้ากับกระจกด้านหลัง เสี่ยวหลิวค่อย ๆ ดึงขอบกางเกงตัวเองลงตามด้วยชั้นในตัวเล็ก  ก่อนที่จะใช้มือยันผนังทรงตัวไว้ "อา" ส่งเสียงครางกระเส่าพร้อมค้อมช่วงบนลงต่ำ จากนั้นโก่งโค้งช่วงล่างให้บั้นท้ายลอยเด่นหลา ขาเรียวกางออกจากกันให้จุดที่ทิ้งตัวลงตรงกลางล่อตายิ่งขึ้น

“หลิวอยากโดนเฮียรักจัง รักหลิวแรง ๆ หน่อยนะครับคืนนี้”

สะโพกเล็กส่ายไปมาขณะพูด

แม่งเอ๊ย... 

ลมหายใจของหวังหย่งเหวินสะดุดเหมือนกับมอเตอร์ที่ติดขัด คำพูดเชื้อเชิญแบบนั้นมันทำให้ความปรารถนาที่กักเก็บเอาไว้ระเบิดออกมาทีเดียว รวดเร็วยิ่งกว่าการลำเลียงเลือดก็คือความเสียวที่แล่นขึ้นผ่านกระดูกสันหลัง กระนั้นเขาก็ยังคงไม่ยอมลืมตาจากความทรมานที่แสนหวาน 

อยากให้นายอยู่ที่นี่ อยากโอบกอดนาย อยากจูบนาย อยากรักนายในทุก ๆ คืน เสี่ยวหลิว นายกำลังจะทำเฮียตายอยู่ตรงนี้ นายกำลังจะปล่อยให้เฮียตายจริง ๆ ใช่ไหม

คิดตัดพ้อพร้อมกับชักเจ้าลูกชายในมือเร็วขึ้น ส่งเสียงครางหนักออกมาอย่างไม่อับอาย ด่าตัวเองที่ตอนนั้นเสี่ยว-หลิวพลีกายให้แล้วยังฎิเสธได้ลง มันเป็นการกระทำที่พลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เขาควรจะรับความใจดีนั้นเอาไว้ ตอบรับคำเชื้อเชิญที่น่าหลงใหล แล้วตอนนี้ล่ะเป็นยังไง ทำได้แค่จินตนาการภาพเมียแล้วช่วยตัวเองอย่างน่าสมเพช ถ้าใครรู้เข้าคงได้ถูกหัวเราะเยาะแน่

ไม่ต้องให้ร่างเล็กรอนาน หวังหย่งเหวินซึ่งตกอยู่ในมโนภาพเคลื่อนย้ายตัวเองไปยืนซ้อนด้านหลัง เขาคิดถึงภาพที่ตัวเองใช้นิ้วมือแหวกเนื้อแน่นออกจากกัน เร่งรีบจับส่วนหัวปริ่มน้ำพร้อมจู่โจมอย่างไม่ปรานี จ่อเข้ากับช่องทางซึ่งไม่เคยมีโอกาสได้เข้าไปสำรวจ

แต่ทว่ายังไม่ทันได้จินตนาการต่อจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ร่างสูงก็กระตุกเล็กน้อยเมื่อดันถึงจุดสุดยอดก่อนที่คาดเอาไว้ เสียงหอบหายใจดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ หวังหย่งเหวินลืมตาขึ้นมาเพื่อเจอกับความว่างเปล่า ตรงหน้าเขาไม่ได้มีร่างของเสี่ยวหลิวอย่างที่จินตนาการเอาไว้ เช่นเดียวกับกลิ่นหอมชามะลิทีเลือนหายไป จะมีก็แต่กลิ่นของแอลกอฮอล์ลอยคละคลุ้งผสมกลิ่นน้ำกาม

มือใหญ่ลูบหน้าที่พราวไปด้วยหยดน้ำ ความต้องการได้ถูกดับลงไปแล้ว เหลือเพียงแต่ความคาดหวังที่จะได้เจอตัวภรรยาในวันพรุ่งนี้ ถ้าจะให้รอต่ออีกหวังหย่งเหวินคงมีห้องน้ำเป็นบ้านหลังที่สอง

หวังหย่งเหวินก้มมองน้ำสีขาวขุ่นซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาตกสู่พื้นกระเบื้อง เฝ้ามองมันไหลไปตามสายน้ำที่ชำระล้าง ริมฝีปากหนาพึมพำประโยคที่แสดงความรู้สึกในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเบา ๆ พูดออกมาจากใจที่อ้างว้าง

“เฮียคิดถึงนาย เสี่ยวหลิว”

เหมือนกับว่าความปรารถนาของเขาจะแรงกล้าพอ อีกสามวันถัดมา ตอนที่กำลังตั้งใจจะดื่มเหล้าให้หมดขวดอยู่นั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักก็ดังขึ้น ไม่ถึงนาทีซิ่นเฉิงที่ใบหน้าแสดงความดีใจผลักประตูเข้ามาในห้องทำงานของเขา 

“บอสครับ !  เราเจอตัวคุณเสี่ยวหลิวแล้ว”



กลางอาทิตย์ที่สาม เสี่ยวหลิวก็พบว่าเขาเป็นคนที่โชคดีคนหนึ่ง

มีหลายอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าโชคดีอย่างน่าเหลือเชื่อ

ถ้าไม่นับเรื่องที่มักจะได้ของแถมเวลาไปซื้อของในตลาดจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ยังมีของที่มักจะส่งมาผิดวางอยู่หน้าห้องของเขาด้วย 

‘คุณฉิงอี้ ห้องพักที่ 510 ชั้น 5 คอนโด z’ 

ชื่อที่แปะอยู่บนกล่องพวกนั้นไม่ใช่เขา แต่ที่อยู่และเลขห้องเป็นของเขา คิดว่าคงส่งมาผิด พอลงไปถามพนักงานที่อยู่ด้านล่างกลับได้คำตอบว่า

"ขอโทษด้วยนะคะ คอนโดนี้ไม่มีผู้พักที่ชื่อฉิงอี้ค่ะ"

เรื่องมันชักจะน่าสงสัย เมื่อกล่องพวกนี้ไม่ได้มีตัวอักษรบอกว่ามาจากบริษัทหรือร้านค้าใดกันแน่ มีแค่กระดาษเล็กแปะชื่อผู้รับเท่านั้น ไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งมา และคุณฉิงอี้ที่ว่าจะเดือดร้อนเพราะไม่ได้พัสดุที่ควรจะมาถึงหน้าห้องของตนรึเปล่า

“ถ้าอย่างนั้นผมให้ของพวกนี้กับคุณได้ไหมครับ” มีอยู่สองสามกล่องทั้งเล็กและใหญ่ ยังไม่ได้เปิดดูข้างในสักนิด

“ทางพนักงานรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าคุณไม่รับไว้คงต้องเอาไปทิ้งข้างนอก แบบนั้นเสียดายแย่ เก็บไว้เองเถอะนะคะ ในเมื่อไม่รู้ว่าผู้ส่งเป็นใคร ผู้รับเองก็ไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ด้วย”

พนักงานกล่าวยิ้ม ๆ สื่อความหมายว่าให้รับของพวกนี้ไปเป็นของตัวเองก็แล้วกัน เสี่ยวหลิวไม่รู้จะพูดยังไงดี สุดท้ายก็ขนมันกลับขึ้นมาบนห้องเหมือนเดิม เขายังไม่กล้าเปิดมันออก กองไว้ที่มุมห้องแบบนั้นแหละ รอวันที่ฉิงอี้จะมาติดต่อเคาน์เตอร์ด้านล่างเพื่อแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของ

“คุณเจ้าของร้านเปลี่ยนเครื่องซักผ้าใหม่หมดเลยเหรอครับ”

เสี่ยวหลิวเบิกตากว้างตอนที่หอบตะกร้าใบโตลงมายังร้านซักรีดใต้คอนโด อาทิตย์ก่อนยังมีแต่เครื่องซักผ้าเก่า ๆ ที่มีผงซักฟอกติดอยู่ในที่ปล่อยน้ำยาอยู่เลย บางเครื่องใช้งานไม่ได้ติดป้ายว่ารอยกไปซ่อม จะใช้บริการทีต้องรอต่อคิวเป็นชั่วโมง เคยแอบบ่นตอนเดินกลับเข้าคอนโดว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยน ไม่คิดว่าเจ้าของร้านจะมีเงินมากมายถึงได้ถอยเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดเงาวับเกือบสิบเครื่อง แถมยังมีเครื่องอบผ้าเพิ่มอีกสองตัว เป็นโชคดีของเสี่ยวหลิวที่ไม่ต้องตากเองในราวแคบ ๆ อีกแล้ว

“อ-อา ใช่ ๆ ” เจ้าของร้านพูดจาติด ๆ ขัด ๆ  เมื่อเห็นเด็กหนุ่มเรือนผมสีบลอนด์ขาวเดินเข้ามา

มองใบหน้าหวานเตะตาพลางคิดในใจ ...ถึงจะไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นใคร แต่ถือว่าเป็นตัวนำโชคของเขาแท้ ๆ 

คุณลุงเจ้าของร้านเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ กล่าวกับเสี่ยวหลิวว่า “เดี๋ยวลุงใส่ผ้าลงเครื่องให้  ไปนั่งรอที่เก้าอี้นะ” 

คิ้วเรียวเลิกขึ้น เจ้าของร้านซักรีดกำลังจะบริการเขาเป็นพิเศษอย่างนั้นเหรอ ?  ไม่ยักรู้ว่าจะต้องทำแบบนี้ให้ลูกค้าด้วย

“ไม่เป็นไรครับ ผมทำเองได้” ปฎิเสธอย่างสุภาพ ลุงดูอายุเยอะแล้ว จะให้มายกผ้าหนัก ๆ ได้ยังไง เขายังหนุ่มยังแน่น ทำเองได้สบายมาก 

“มาเถอะน่า” ชายแก่ทำสีหน้าไม่พอใจ เพียงเสี้ยววิก็ฉีกยิ้มประจบ แต่มีเหรอคนที่เพิ่งเปิดโลกจะตามทัน 

“ให้ลุงทำเถอะนะ คนแก่อยู่ว่าง ๆ ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลย ขอขยับร่างกายหน่อยเถอะ”

ได้ยินแบบนั้นเสี่ยวหลิวที่เป็นคนขี้สงสารก็พยักหน้าอย่างจำยอม ถอยออกมานั่งเก้าอี้ มองลุงแก่ใส่เสื้อผ้าที่สวมแล้วของเขาลงในเครื่อง ตามด้วยผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม พอกดปุ่มเริ่มก็เดินไปหลังร้าน

“น้ำเก๊กฮวยเย็น ๆ ” กลับออกมาพร้อมกับเครื่องดื่มเย็นชื่นใจ เสี่ยวหลิวกล่าวขอบคุณกับน้ำใจที่ได้รับแทบไม่ทัน 

ปากเล็กอ้างับหลอดขาวพลางครุ่นคิดในใจ

นึกถึงความโชคดีและความสะดวกสบายที่ได้รับเหล่านี้ การบริการแบบเอาใจใส่ทั้งที่ไม่ใช่โรงแรมหรูทำให้เสี่ยวหลิวรู้สึกว่าตัวเองเป็นคุณหนูตระกูลฟู่อีกครั้ง จะให้ทำอะไรเองน่ะเหรอ ?  ไม่ต้อง ๆ  คุณเสี่ยวหลิวนั่งพักก่อนนะครับ เดี๋ยวผมทำให้เอง มักจะได้ยินเด็กรับใช้พูดแบบนั้นเมื่อเขาพยายามหยิบจับอะไร

หรือว่าคนพวกนี้จะรู้ตัวตนของเขา ?

รู้ว่าจริง ๆ แล้วเสี่ยวหลิวไม่ใช่เด็กวัยรุ่นธรรมดา ๆ คนหนึ่ง เป็นทายาทเจ้าของบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นลูกสะใภ้ตระกูลหวังที่ร่ำรวย เป็นภรรยาของหวังหย่งเหวิน เจ้าของโรงแรมต้าจี๋ฉายชื่อดังของปักกิ่ง ?

มันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยถ้าเกิดว่าเขาจะไม่ถูกพูดถึงในวงกว้างแล้วรู้ไปถึงหูสามีที่อยู่เขตเฉาหยาง ภรรยาที่แยกออกมาอยู่ในคอนโดราคากลางแบบนี้ไม่ได้พบเห็นจนเป็นเรื่องปกติทั่วไปนัก

เงยหน้ามองคุณลุงอีกครั้งหนึ่ง แต่ฝ่ายนั้นเหมือนจะจ้องมาอยู่ก่อนแล้ว ถามเขาว่า “ร้อนเหรอไอ้หนู ให้เร่งแอร์ให้ไหม”

“ม-ไม่เป็นไรครับ” ปฎิเสธด้วยความเกรงใจ 

ไอ้หนู... เรียกเขาที่มีฐานะร่ำรวยด้วยคำศัพท์แบบนั้นยังไงก็ไม่น่าจะรู้ตัวตนที่แท้จริงได้ เสี่ยวหลิวนึกปลอบใจ คงคิดมากเกินไปสินะ ถ้าเกิดมีคนรู้แล้วเรื่องไปถึงหูหวังหย่งเหวิน อีกฝ่ายคงรีบมาคอนโดของเขาแล้ว แต่นี่แม้แต่เงายังไม่เห็น จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง

เด็กหนุ่มตอบข้อสงสัยได้ว่า บางทีคนตงเฉิงอาจจะแค่มีนิสัยเป็นคนใจดีก็เท่านั้น








------------------------------------- 

สวัสดีค่าาาา ขออภัยที่หายไปนานนะคะ พอดีนักเขียนไปเปิดเรื่องใหม่มาเลยต้องสลับกันลง ตอนแรกว่าจะลงอีกเรื่องสักสามตอนก่อน แต่เห็นหลายคนคิดถึงเสี่ยวหลิวกัน เราก็เลยกลับมาลงให้อ่านกันก่อนนน ดีใจแล้วก็ขอบคุณมากที่ยังติดตามกันอยู่นะคะ

ตอนนี้ก็เป็นตอนที่จะได้เห็นผลลัพธ์ที่หวังหย่งเหวินเคยทำกับภรรยาตัวเอง เคยทำอะไรไว้ เฮียแกโดนหมด5555555555 เหงาหงอยไปเลยทีเดียว

เรื่องที่รู้ที่อยู่ของเสี่ยวหลิวได้ยังไงนั้นจะมาเฉลยทีหลังนะคะ แต่คิดว่าก็คงมีคนเดาถูกแน่เลย5555 เราแต่งไทม์ไลน์สลับกันเล็กน้อย หวังว่าจะไม่งงกันนะคะ TT

ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคอมเมนท์ ทุกการติดตามค่ะ แล้วพบกันตอนต่อไปนะคะ รักทุกคนค่าาา

ความคิดเห็น