email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อยู่่ด้วยกันหนึ่งอาทิตย์

ชื่อตอน : อยู่่ด้วยกันหนึ่งอาทิตย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2561 21:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อยู่่ด้วยกันหนึ่งอาทิตย์
แบบอักษร

เธอเป็นลม ผู้หญิงที่จะมาคอยบริการเขาเป็นลมเพียงเพราะเห็นหน้าเขา มันบ้าชัดๆ

**“กร” แกริคต่อสายหาคนที่จัดหาผู้หญิงคนนี้มาให้

(ครับ)

“คนของนายเป็นลม” แกริคพูดอย่างหัวเสีย ตาคมก็ปรายมองร่างบางที่นอนหมดสติ อารมณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ดับลงเหมือนมีคนเอาน้ำมาราด

(คุณทำรุนแรงกับเธอเหรอครับ)

“ไม่ใช่ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย แม่คุณก็เล่นสลบไปซะงั้น”

(สลบได้ยังไงครับ) ใจจริงกรวิทย์อยากจะหัวเราะแต่ก็กลัวจะโดนดี

“ไม่รู้” แกริคไม่คิดหรอกว่าเธอจะกลัวเขาแล้วเป็นลม เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเป็นแบบนั้น

(แล้วจะให้ผมพาตัวเธอออกมาไหมครับ แล้วให้คนใหม่ขึ้นไป” แกริคยังจ้องร่างบางไม่ละสายตา เขาชั่งใจคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ไม่ต้อง”

(แล้ว)

“ไม่มีอะไรแล้ว แค่นี้แหละ” แกริควางโทรศัพท์ไว้ที่หัวเตียงแล้วเดินกลับมาหาร่างบาง

เขายังสงสัยตัวเองว่าทำไมไม่พาเธอออกไป แล้วจะเอายังไงต่อ

“บ้าน่า” ความคิดบ้าๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ต้องสถบอีกครั้ง

เขายังไม่เคยนอนร่วมเตียงกับผู้หญิงคนไหน เพราะแค่ปลดปล่อยแล้วก็จากลากันไป แต่กับเธอคนนี้ ไม่ใช่ มันไม่ใช่ เพราะเธอยังไม่ทำหน้าที่ของตัวเองต่างหาก และมันจะแปลกอะไรถ้าคนแบบเขาจะมีผู้หญิงนอนด้วยสักคืน

ร่างใหญ่ขยับตัวขึ้นไปบนเตียงจับร่างบางให้เข้าที่เข้าทาง ห่มผ้าให้เธอแล้วเขาก็นอนลงแต่ก็ไม่ได้ดึงเธอเข้ามากอด

พิรุณรักลืมตามองเพดานสีขาวที่ตกแต่งด้วยโคมไฟสวยงาม นอนทบทวนสิ่งต่างๆ ว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วเกิดอะไรขึ้น พอคิดได้ก็ตกใจ รีบมองสำรวจรอบๆ ก็เจอกับความว่างเปล่า

เขาไม่อยู่แล้ว แล้วเมื่อคืนเธอได้ทำหน้าที่ของตัวเองไหม เกิดความสงสัยเธอจึงรีบสำรวจร่างกายตัวเอง ปรากฏว่าไม่มีอะไรผิดปกติ

พิรุณรักตบหน้าผากตัวเองแรงๆ สองสามทีกับความซื่อบื้อ และความตื่นเต้นเกิดเหตุของตัวเองจนเป็นลมไป ความตั้งใจทั้งหมดกลับพังไม่เป็นท่า แล้วถ้าเกิดว่าเขาไม่ต้องการเธอแล้วจะทำยังไง

ยิ่งฟังคำของเพื่อนแล้วเธอยิ่งคิดหนัก หทัยรัตน์บอกว่า คุณกรบอกให้เธอมาอยู่กับแกริคทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี พอเสร็จทุกอย่างก็ออกจากห้องทันทีจะไม่มีการนอนค้างคืนใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเขาจะไม่นอนร่วมเตียงกับผู้หญิงคนไหน

แล้วทำไมตอนนี้เธอถึงยังอยู่ที่นี่ แถมในสภาพที่ไม่ได้โดนกระทำใดๆ ทั้งสิ้น

แกร็ก

เสียงเหมือนมีใครเปิดประตูเข้ามาทำให้พิรุณรักได้สติ หันไปมองทันที ภาวนาว่าอย่าให้เป็นคนที่เธอคิด แต่คำภาวนาของเธอก็ไม่เป็นจริงเมื่อคนที่เปิดประตูเข้ามาคือคนที่ทำให้เธอตื่นเต้นจนเป็นลม

แกริคมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้เขาอยากจับเธอฟัดข้อหาที่ทำให้เขาอดไปเมื่อคืน ยิ่งตอนนี้ทั้งห้องสว่างไปทั่วยิ่งทำให้เห็นร่างบางชัดเจนขึ้น

พิรุณรักเองเธอก็ยิ่งทำตัวไม่ดูเมื่อเขาเล่นจ้องเธอขนาดนั้น เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร หรือทำตัวยังไง เธอควรออกมาจากห้องเลยไหม

และตอนนี้เธอกำลังหน้ามืดตามัวหัวใจเต้นโครมครามกับความหล่อออล่าของคนตรงหน้า และยิ่งได้สำรวจเขาเต็มๆ ตาแบบนี้เขาดูดียิ่งกว่าในหนังสือพิมพ์ แม้ตอนนี้เขาอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นสีขาวเลยเข่าลงมานิดหน่อยกับเสื้อเชิตสีฟ้าแขนสั้นสีขาวแบรนด์ดังเขายังดูดีมีเสน่ห์

“จ้องแบบนี้คงอยากทำหน้าที่ของตัวเอง” แกริคพูดขึ้นเมื่อโดนสำรวจร่างกายคืนบ้าง หลังจากที่เขาคิดไปเองเมื่อคืนว่าเธออาจกลัวเขา คงไม่ใช่แล้วแหละ เพราะตอนนี้แม่คุณเล่นจ้องเขาเหมือนจะกลืนกินไปทั้งตัวแบบนั้น

“คะ?” พิรุณรักที่ยังจับสติตัวเองไม่ได้ร้องถามเบาๆ อย่างงงๆ

“จะอยู่บนเตียงหรือจะออกไปทานข้าว” นี่มันก็สายมากแล้ว เลยเวลาอาหารเช้ามาเกือบชั่วโมงแล้ว แม่คุณยังนั่งเหมือนจะไม่ยอมลุกไปไหน

“คะ?” พิรุณรักยังงงๆ กับคำถามของเขา แต่พอเมื่อได้สติทบทวนคำถามของเขาอีกรอบในใจเธอก็รีบเด้งตัวลุกขึ้น

“ขอโทษค่ะ” เธอขอโทษเขาก้มหัวให้เล็กน้อย เธอไม่ได้ขอโทษเรื่องเมื่อครู่แต่เธอตั้งใจจะขอโทษเรื่องเมื่อคืน ที่ทำอะไรน่าอายแบบนั้น

“เรื่องอะไร” แกริคทำเป็นไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด

เริ่มคิดขึ้นมาแล้วว่าวันหยุดยาวของเขาตลอดหนึ่งอาทิตย์คงไม่มีอะไรน่าเบื่อแล้วล่ะ

“คือ..”

“ถ้าคิดออกแล้วก็ออกมาข้างนอก” แกริคหันหลังเดินออกจากห้องก่อนที่เธอจะพูด ทำให้พิรุณรักได้แต่อ้าปากค้างตามหลังเขา เธอตั้งสติอีกรอบ และคิดว่าตัวเองควรออกไปจากห้องนี้ ออกไปตั้งหลักและขอคำปรึกษาของเพื่อน ว่าเธอควรทำยังไงต่อ เธอยังต้องทำหน้าที่ของตัวเองไหม

เมื่อคิดได้แบบนั้นเธอก็เดินออกมาจากห้องและตรงไปยังประตู แต่เมื่อคิดได้เธอควรจะบอกเขาสักหน่อยเพื่อที่จะดูไม่น่าเกลียดเกินไป

“เอ่อ..คือ..ฉันขอตัวเองนะคะ ขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อคืน” ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจพูดขอโทษเขาออกไปตรงๆ พิรุณรักไม่กล้ามองหน้าเขาที่กำลังจ้องเธอด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นเขาเงียบเธอก็เดินหันหลังตรงไปยังประตูทันที

“ทำหน้าที่ของตัวเองแล้วรึไงถึงจะออกจากห้อง” แต่เสียงแกริคก็เรียกให้เธอหยุดนิ่งอยู่กับที่ซะก่อน แล้วค่อยๆ หันกลับไปมองเขา

“คะ?” ตอนนี้พิรุณรักคิดว่าตัวเองเหมือนคนโง่ที่คิดอะไรไม่ออก เพราะต้องถามเขาซ้ำเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด ทั้งที่ตัวเองเข้าใจ แต่ก็อยากได้ยินให้แน่ใจ

แกริคถอนหายใจออกมากับผู้หญิงคนนี้ นี่เธอซื่อบื้อหรือแกล้งทำเป็นใส่ซื่อไม่เข้าใจความหมายของเขากันแน่ แต่ก็แค่แป๊บเดียวเขาก็ตีหน้าเรียบเหมือนเดิม ได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้ แล้วนั้นแม่คุณไม่ดูชุดตัวเองเลยรึไง ถ้าเล่นเดินออกจากห้องไปลูกน้องเขาได้จ้องตาเป็นมันแน่

“กรวิทย์ไม่ได้บอกเงื่อนไขกับเธอเหรอ”

“คือ บอกค่ะ แต่ฉันคิดว่าคุณคงไม่ต้องการแล้วเพราะฉัน..” พิรุณรักตอบกลับเขาเสียงเบาและพยายามอธิบายให้เขาฟัง

“ใครบอกเธอ” แกริคพูดขัดขึ้นก่อนที่เธอจะพูดจบ

“คือ...”

“ถ้ายังไม่ทำหน้าที่ของตัวเองก็ไม่มีสิทธิ์ออกจากห้อง และเธอก็ต้องอยู่กับฉันตลอดหนึ่งอาทิตย์ลืมรึไง” นี่เป็นกฎใหม่ที่เขาตั้งขึ้นสดๆ ร้อนๆ และต้องมาพูดข้อตกลงให้กับผู้หญิงที่เป็นคู่นอนฟัง

“เข้าใจรึเปล่า” เขาต้องถามย้ำเมื่อเธอยังไม่ตอบรับ ผู้หญิงตรงหน้าทำไมถึงดึงดูดเขาได้ขนาดนี้ ทำให้เขาต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ

“เข้าใจแล้วค่ะ” พิรุณรัก รีบเข้าใจทันทีเมื่อเจอเสียงเข้มๆ ดุๆ ของเขา

“อายุเท่าไหร่” แกริคอดไม่ได้ที่จะถามอายุเธอ เพราะหน้าเธอเด็กมากกลัวว่าตัวเองจะพรากผู้เยาว์เอา

“คะ?”

“ทำไมต้องให้พูดซ้ำ” ที่ต้องถามซ้ำครั้งนี้เพราะอยู่ดีๆ เขาก็ถามอายุเธอ เธอไม่คิดว่าเขาจะถาม

“21 ค่ะ” เมื่อกลัวว่าเขาจะดุอีกเธอก็รีบตอบทันที

แกริคพยักหน้าอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้พรากผู้เยาว์

“มานั่งนี่” เขาเรียกให้เธอไปนั่งข้างๆ พิรุณรักช่างใจนิดหน่อยถึงยอมเดินไปตามความต้องการของเขา

“ชื่ออะไร” นี่เป็นครั้งแรกที่แกริคถามชื่อคู่นอนที่ลูกน้องจัดหามาให้

“พิรุณรักค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว ไม่กล้าสบตากับคนตรงหน้าเพราะแค่นี้ใจเธอก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ไม่คิดไม่ฝันว่าเธอจะมีวันนี้จริงๆ วันที่ได้มานั่งคุยกับเขาผู้ชายในฝันของเธอ ถึงแม้เธอจะนั่งอยู่ตรงนี้ในฐานะนางบำเรอก็ตาม

“ชื่อเล่น”

“ปลายฝนค่ะ”

“ฉันคงไม่ต้องแนะนำตัว”

“ค่ะ คุณแกริค” แกริคพยักหน้าพอใจ อย่างน้อยเธอก็รู้จักเขา ไม่ใช่สิ เธอต้องรู้จักเขาอยู่แล้ว

“มานั่งนี่” แกริคเรียกเธอให้ขึ้นมานั่งบนตักตัวเอง พิรุณรักตกใจเล็กน้อยไม่คิดว่าเขาจะให้ทำอะไรแบบนั้น

“ทำไมไม่มา” เมื่อเห็นสาวเจ้านิ่ง เขาจึงเอ่ยถาม ทำให้พิรุณรักได้สติ ค่อยๆ ขยับตัว เธอจะกล้าทำแบบนั้นได้ยังไง

“ทำงานแบบนี้อยู่แล้วยังต้องกลัวอะไรอีก” เมื่อเห็นว่าเธอไม่กล้า แกริคจึงดึงเธอขึ้นมาซะเอง

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องทำเป็นเขินอายทั้งที่น่าจะถนัดเรื่องแบบนี้ ไม่เช่นนั้นคงไม่รับงานนี้

พิรุณรักเมื่อขึ้นมานั่งบนตักแกร่งเธอก็ตัวแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ

“อย่างเกร็ง อย่าทำให้ฉันคิดว่าเธอกลัว” แกริคลูบหลังเธอขึ้นลงเบาๆ

นึกสถบอยู่ในใจ กรวิทย์หาผู้หญิงประเภทไหนมาให้เขากัน ทำไมถึงทำท่าทางเหมือนไร้เดียงสาขนาดนี้ แต่พอมาคิดดู ถ้าเป็นคนอื่นเขายังจะให้เธออยู่ห้องนี้ต่อไหม คงไม่

“หนูขอโทษค่ะ” พิรุณรักกลัวว่าเขาจะรำคาญเธอที่ทำอะไรไม่เป็นเลย รีบเอ่ยขอโทษและพยายามทำตัวให้ผ่อนคลาย แต่ทำยังไงก้อนเนื้อที่อกข้างซ้ายของเธอมันก็เต้นแรงแทบจะทะลุออกมาข้างนอกอยู่ดี

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสองคนแกริครู้ว่าคนที่มาเคาะประตูคงเป็นแซค

“เข้าไปหยิบเสื้อคลุมในห้องมาใส่” เขาจับพิรุณรักให้ยืนขึ้นแล้วไล่เธอไปใสเสื้อคุ้มก่อนที่ลูกน้องของตัวเองจะเข้ามา คนที่โดนสั่งทำหน้างงนิดหน่อยแต่ก็เข้าใจความหมายโดยไว รีบหันหลังเข้าห้องนอน แล้วส่องกระจกมองดูสภาพของตัวเองเต็มๆ ตา แล้วอยากจะกัดลิ้นตัวเองตาย เธอยืนคุยต่อหน้าเขาภาพแบบนี้ได้ไง

ยัยปลายนะยัยปลาย

ก็เพราะเวลาที่เธออยู่ต่อหน้าเขาหรือใกล้เขาเธอไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย สติก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทำอะไรเงอะงะไปหมด จนกลัวว่าเขาจะรำคาญเอา

พิรุณรักหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติของตัวเองนับหนึ่งถึงสิบ ตอนนี้เธออยู่ต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบและหลงใหล และเธอยังจะได้อยู่กับเขาอีกตั้งหนึ่งอาทิตย์นี่มันความฝันชัดๆ ความฝันที่คิดว่ามันจะไม่เป็นจริง แต่มันก็เป็นเขาที่อยู่ตรงหน้าเธอ ชายหนุ่มที่ผู้หญิงทั่วโลกอยากได้ อยู่ตรงหน้าเธอ และจะเป็นของเธอตั้งหนึ่งอาทิตย์

ก๊อกๆ**

ความคิดเห็น