วไลกร/ชาล็อต
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับดาว+กุญแจ+เหรียญ ที่สนับสนุนวไลกรนะคะ : )

ชื่อตอน : บ่วงเลอค่า-2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 662

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2561 20:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บ่วงเลอค่า-2
แบบอักษร

ครั้นณัฐนรีเข้ามาอยู่ในลิฟต์กับอัมริโก เธอก็ครุ่นคิดชั่งใจอยู่ และดวงตาของหญิงสาวก็จ้องใบหน้าเข้มดุเขม็งโดยไม่รู้ตัว

“คุณมาจ้องหน้าผมทำไม” คนหน้าดุถึงกับทำอะไรไม่ถูก ไม่เคยถูกผู้หญิงจ้องเอาจ้องเอาแบบนี้

“เผื่อว่ามันจะมีความจริงให้ฉันน่ะสิ” สาวร่างเล็กแกล้งตีรวน

“ความจริงอะไร ผมไม่มีความลับจะบอกคุณ ผมบอกไปหมดแล้ว” อัมริโกเลิกคิ้วพร้อมกับหันหลังให้เธอทันที

“นี่ ฉันถามจริงเถอะ บอสของคุณเป็นอะไรมากรึเปล่า คุ้มดีคุ้มร้าย เพื่อนของฉันจะถูกทารุณกรรมมั้ยเนี่ย” มือนุ่มๆ แตะบนแขนใหญ่ ทำกระซิบเสียงหวาน พูดจบก็เอาหัวไหล่ชนหลังของเขา

“ผมบอกให้คุณเก็บปากเล็กๆ เอาไว้ให้ดี” อัมริโกมองเงาสะท้อนของณัฐนรีภายในลิฟต์ เห็นเธอใช้นิ้วชี้พันเส้นผมเล่น และยังเบียดร่างกระแซะเขาอีก ทำให้ร่างบึกบึนต้องสูดหายใจลึก

“อุ๊บ!” เธออุทานพร้อมกับนำมือมาปิดปาก เหลือกตามองเขา ประสบการณ์ถูกคนหน้าโหดจูบในลิฟต์ยังชัดเจน จนกระทั่งประตูลิฟต์เปิด เธอจึงเอามือออก

“ผู้ชายนี่เป็นไงนะ รักหรือไม่รักก็จะจูบอย่างเดียว” เธอบ่นใส่เขาพร้อมกับถอยห่างออกมาเรื่อยๆ

“สำหรับผมถ้าไม่รักผมก็จูบไม่ลงหรอก” หนุ่มเคราดกโพล่งออกมาอย่างเหลืออด

เขาไม่เคยเจอผู้หญิงเซ้าซี้แบบนี้เลย ให้ตายสิ คนที่กำลังเดินไปขึ้นรถของตนหันขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว จนร่างบึกบึนที่เดินตามมาเบรกไม่ทัน ชนร่างเล็กอย่างจัง หญิงสาวเซอัมริโกจึงคว้าเอวเล็กเอาไว้ไม่ให้เธอล้ม

“ปล่อยได้แล้ว” ณัฐนรีหน้าร้อนวูบ ร่างกายของเธอแนบชิดกับเขาเกินไป

อัมริโกรีบปล่อยเธอ เขาอ้ำอึ้งเล็กน้อย แล้วก็รีบเอ่ยขอโทษพร้อมๆ กับณัฐนรีกล่าวขอบคุณ “เอ่อ...ขอโทษครับ / ขอบคุณค่ะ”

“เมื่อกี๊ สโลแกนเรื่องจูบของคุณว่าไงนะ” หญิงสาวปรับความรู้สึกได้อย่างรวดเร็ว ถามย้ำในสิ่งที่เขาพูด

“เอาเป็นว่าบอสของผมมีเรื่องให้คิดมากมาย แต่ผมยืนยันกับคุณตรงนี้เลย ว่าคนอย่างบอสไม่เคยพาผู้หญิงมาอยู่ในเพนต์เฮาส์ทั้งที่นี่และบ้านพักที่โรม บอสจะมีคอนโดเล็กๆ สำหรับพวกหล่อน บางคนแค่ครั้งเดียว ที่อยู่นานที่สุดรู้สึกจะหนึ่งเดือน” หนุ่มร่างบึ้กเฉไฉไปตอบคำถามแรกของเธอ ณัฐนรีจึงได้แต่ตวัดค้อนให้

“ฉันไปล่ะ คนบ้าอะไร ถามอย่างตอบอย่าง” ร่างเล็กขึ้นรถยนต์ของตน โบกมือพร้อมกับกล่าวลา สุดท้ายก็ยังอดบ่นอุบอิบไม่ได้

ใบหน้าหล่อเข้มสำหรับเธอระบายยิ้มและโบกมือตอบ เขาทำเป็นไม่ได้ยินเธอบ่นพึมพำ พอหญิงสาวขับรถลับหายไป ร่างบึกบึนจึงเข้าลิฟต์กลับขึ้นไปนั่งอยู่ที่โถงถัดจากลิฟต์หน้าประตูเพนต์เฮาส์

หลังจากณัฐนรีและอัมริโกเดินออกไปแล้ว ร่างใหญ่ล่ำเดินมาดูหน้าจอ เห็นลูกหนี้คนสวยทำหน้าปั้นปึ่งใส่จึงนั่งลงเบียด พร้อมกับโอบไหล่ให้ร่างเพรียวแนบชิดกับเขา จมูกโด่งแตะขมับหญิงสาวแผ่วเบา ความรู้สึกจากเจ้าของขมับราวกับเกิดไฟฟ้าสถิตทั่วร่าง เพียงแค่เขาจูบขมับเท่านั้น

“อ้อนวอนผมสิ นิด แล้วผมจะช่วยคุณหาคำตอบทุกอย่างที่คุณต้องการรู้” ดวงตาสีดำวาววับ มีแววท้าทาย และเหยียดหยามในเวลาเดียวกัน

“ฉันไม่มีวันอ้อนวอนคุณ สายตาคุณมันบอกว่าคนอย่างฉันไม่มีวันทำได้ และฉันจะทำให้คุณดู โดยไม่พึ่งคุณ” แววตาสีเทาเข้มจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง

“ผมไม่ได้คิดแบบนั้น และถ้าผมอยากจะช่วย คุณก็ห้ามผมไม่ได้” คำพูดของเขาทำให้คนฟังถึงกับด่าว่าเขาในใจ คนบ้าอำนาจ เธอพ่นลมหายใจออกมาไม่อยากจะเถียงด้วย จึงเปลี่ยนเรื่องคุย

“มาพูดเรื่องหนี้สามร้อยล้านดีกว่า ไม่มีใครมาขัดจังหวะคุณแล้วนี่ อยากจะเอาเปรียบฉันมากแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะรู้ รับรองว่าฉันไม่ปากโป้ง ว่านักธุรกิจที่ขึ้นปกนิตยสารระดับโลกบ่อยๆ แท้จริงแล้วเป็นยังไง” ถ้อยคำหยามหยันเป็นสิ่งที่นีโอไม่เคยชอบ ริมฝีปากน่าจูบนั่นอีกที่เหยียดยิ้มใส่เขา

สองมือแข็งแกร่งจับสองแก้มนุ่มหันมาหา แล้วขบเม้มดึงทั้งริมฝีปากบนและล่าง ก่อนจะแทรกจุมพิตหวานดูดดื่ม เพียงไม่นานก็เปลี่ยนเป็นการบดจูบเร่าร้อน ลิ้นเล็กถูกดูดดึงอย่างแรง ร่างเธออ่อนระทวยราวกับไร้กระดูกในทันที ขณะที่หญิงสาวกำลังผ่าวร้อนกลางร่าง เขาก็ผละออกอย่างรวดเร็ว จนเธอแทบทรงตัวไม่ทัน

“จำไว้อณิษฐา อย่าพูดจาดูถูกเหยียดหยามผมอีก ไม่งั้นคุณจะต้องเป็นลูกหนี้ของผมไม่จบสิ้น” ปากหยักบางเค้นเสียงใส่เรียวปากรูปกระจับ จบสิ้นคำพูด ปากเขาก็เม้มดึงริมฝีปากล่างอีกครั้ง

“ฉัน...” เธอพูดอะไรไม่ออก

“และคุณควรจะขอบคุณผม ที่จ่ายเงินสามร้อยล้านให้กุตานอฟ ลองคิดดูถ้ากุตานอฟยังเป็นเจ้าหนี้คุณอยู่ คุณคงไม่มีวันได้มาลอยหน้าเถียงแบบที่ทำกับผมหรอก” นิ้วแกร่งเรียวยาวทาบริมฝีปากนุ่ม พร้อมกับกล่าวทวงบุญคุณ

“ตกลงคุณจะเอายังไง” อณิษฐาปัดนิ้วเขาออกและถามอย่างเหนื่อยใจ

“ผมจะยกหนี้สามร้อยล้านให้ แต่คุณต้องอยู่กับผมจนกว่า...” นีโอเคาะนิ้วชี้ที่คางของเขาอย่างใช้ความคิด

“จนกว่าคุณจะเบื่อฉัน” เธอต่อให้เขาด้วยน้ำเสียงขมขื่น เสียงโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ตชายหนุ่มดังขึ้น จึงไม่ทันได้แย้งคำพูดของเธอ เขากดรับด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย

“ครับแม่...อะไรนะครับ โธ่ อีกสองสัปดาห์ผมจะบินไปโรมอยู่แล้ว โอเคครับ” นีโอตัดสายอย่างหัวเสีย เขาเดินขึ้นชั้นบนหยิบอะไรบางอย่างใส่กระเป๋ากางเกง แล้วเดินมาหาอณิษฐา

“ไปคุณ” เขาบอกพร้อมกับฉุดให้เธอลุกขึ้น

“ไปไหน” คนถูกฉุดถามห้วนกลับไป

นีโอไม่ตอบพาเธอเดินออกจากเพนต์เฮาส์จนได้ เขาเห็นอัมริโกนั่งอยู่ด้านนอกจึงพยักหน้าให้ตามมา จนกระทั่งเข้าลิฟต์ลงมาถึงที่จอดรถ

“นายขับรถให้ฉันที” คนเป็นนายสั่งเสียงเครียด

“ไปไหนครับบอส และจะให้ผมขับคันไหน” อัมริโกถามพลางชี้ว่าจะให้ขับคันไหน นีโอจึงชี้ไปที่รถยนต์คันใหญ่โอ่อ่า ซึ่งที่นั่งด้านหลังสามารถนั่งหันหน้าเข้าหากันได้สี่คน

“ไปสุวรรณภูมิ” สิ้นคำสั่ง คนสนิทมือขวาก็เปิดประตูให้เจ้านายและสาวไทย

“ไปรับใครหรือครับบอส” อัมริโกถามขึ้นหลังจากเคลื่อนรถออกมาแล้ว

“คุณนายเลวิโก” นีโอเรียกแม่ของเขาแบบนี้เรื่อยมา ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าชายหนุ่มประชดมารดาของตัวเอง

“คุณแซนดร้าคือคุณแม่ของบอสครับ คุณนิด” คนที่ทำหน้าที่ขับรถรีบแนะนำเพราะไม่อยากให้หญิงสาวเข้าใจผิด

“อย่ามาทำรู้ดีอัมริโก!” นีโอทำเสียงดุใส่คนสนิท แล้วหันไปอธิบายเรื่องมารดากับสาวไทยข้างกาย “แม่ของผมเป็นคนไทย เธอชื่อสุชาดา แต่พ่อชอบเรียกว่าแซนดร้า ไม่มีใครรู้จักชื่อไทยของแม่ผมเท่าไหร่หรอก” อัมริโกได้ยินจึงยิ้มรับอย่างรู้ใจ

“ค่ะ” อณิษฐารับคำอย่างงุนงง เธอยังอยู่ในอาการตกตะลึง จู่ๆ เขาก็พาเธอมารับแม่ที่สนามบิน แล้วเรื่องชื่อของแม่เขาก็ไม่จำเป็นต้องบอกเธอเสียหน่อย

การเดินทางไปสนามบินใช้เวลาค่อนข้างมาก โชคดีที่สุชาดาแวะเที่ยวที่ฮ่องกงสองคืนแล้ว ก่อนขึ้นเครื่องที่ฮ่องกงจึงโทรมาบอกเขา กว่าอัมริโกจะพาเจ้านายมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิก็ใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่า

“ไปนั่งรอที่ร้านอาหารดีกว่า” บอกโดยไม่รอคำตอบ เขาโอบเอวคอดพาเข้าร้านอาหาร

“ฉันยังไม่หิวค่ะ” หญิงสาวเพิ่งรับประทานอาหารกับเพื่อนมา แต่ไม่คิดจะอธิบายให้ยืดยาว

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมสั่งน้ำให้” นีโอสั่งน้ำเสร็จเรียบร้อย

มือของเขาล้วงเข้ากระเป๋ากางเกง หยิบกล่องกำมะหยี่ออกมา สิ่งที่อณิษฐาเห็นเมื่อเขาเปิดกล่อง คือแหวนเพชรแบบเก๋น่ารัก เธอกะขนาดของเพชรน่าจะประมาณสองกะรัต ไม่มีคำพูดใดๆ เขาจับมือซ้ายของเธอ แล้วสวมแหวนเพชรบนนิ้วนาง ไม่มีความโรแมนติก ไม่มีความนุ่มนวล มีแค่คำว่า

“ใส่ติดนิ้วคุณเอาไว้ ห้ามถอด ผมพูดอะไรกับแม่ ห้ามเถียงหรือปฏิเสธ” แม้นีโอจะโกรธการกระทำบางอย่างของมารดา แต่คำสอนของหญิงไทยที่เป็นผู้ให้กำเนิด ทำให้เขาไม่กล้าทำร้ายหญิงสาวชาติเดียวกับท่าน

อณิษฐาได้แต่อึ้ง และรู้สึกเหมือนตนเองเป็นเพียงหุ่นยนต์ เขาจะใส่โปรแกรมอะไรเข้าสมอง เธอจำใจต้องยอมรับและทำตามโดยไม่มีข้อแม้ ห้ามขัดขืนหรือคัดค้าน ดวงตาเรียวสวยมองเพชรบนนิ้วตนเอง เห็นแต่ความพล่าเบลอ น้ำตาเอ่อขึ้นเพราะรู้สึกว่าตัวเธอช่างไร้ค่า เธอฝืนยิ้มกะพริบตาเร็วๆ และพยักหน้ากับเขา

ความคิดเห็น