facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 46 : Flashback6 - circinate vernation

ชื่อตอน : ตอนที่ 46 : Flashback6 - circinate vernation

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 36.3k

ความคิดเห็น : 82

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2561 11:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 46 : Flashback6 - circinate vernation
แบบอักษร

ตอนที่ 46 : Flashback6 - circinate vernation


“ว่าไงใครน้าใหญ่”

อิฐเอ่ยทักเมื่อรับโทรศัพท์ ปลายสายอีกทางเป็นน้าชายซึ่งเป็นน้องชายคนที่โตที่สุดของแม่เขา หลังจากที่แม่เขาตาย พ่อเขาก็แต่งงานใหม่ ส่วนเขาก็ยังต้องติดอยู่ในบ้านหลังเดิมด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อแย่มาก แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นใด เขาไม่ได้มีเงินมากพอจะมาอยู่ข้างนอกได้

“สบายดีไหมอิฐ” อีกฝ่ายทัก ญาติฝั่งแม่ค่อนข้างจะเอ็นดูและรักเขามาก

“เรื่อยๆ ครับน้าใหญ่ นี่ก็ใกล้จบม.ปลายแล้ว ก็ยุ่งๆ นิดหนึ่งครับ” เขาตอบ

“แล้วจะเรียนต่อที่ไหนหละ” น้าใหญ่พูดต่อเชิงชวนคุย

“ผมคงออกไปเล่นกีฬาอาชีพครับน้า หัวผมไม่ค่อยดี สอบมหาวิทยาลัยไม่น่าจะไหว”

อิฐตอบไปตามตรง ความจริงเรื่องออกไปเล่นกีฬาอาชีพ เขาไม่ได้คุยกับใครเลยนอกจากผู้ใหญ่ในสโมสรยิงธนูที่มาเจอเขาตอนไปแข่งเป็นเยาวชนทีมชาติเท่านั้น เขาไม่อยากกบอกใครเพราะการเรียนจบแค่ม.ปลายอาจจะไม่ใช่เรื่องที่หลายคนเห็นด้วย อย่างน้อยก็พ่อของเขาคนหนึ่งหละก็นะ


“อ้าว น้านึกว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยก่อนเสียอีก” ปลายสายถามมาอย่างตกใจ

“ไม่ไหวหรอกครับน้าใหญ่ ที่ผมเข้าโรงเรียนนี้มาได้ก็ด้วยโควต้านักกีฬา พวกโควต้านักกีฬาในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็ต้องเกรดเกิน 2.5 ทั้งนั้น เกรดผมไม่ถึง จะให้ไปสอบ ผมก็คงไม่ไหวหรอกครับ”

ใช่ว่าเขาไม่อยากเรียน แต่ด้วยศักยภาพทางการเรียนของเขาที่ต่ำมาก อย่าว่าแต่เข้ามหาวิทยาลัยเลย สอบปลายภาคนี้จะได้ศูนย์ให้แก้อีกกี่ตัวเขายังไม่มั่นใจ สารพัดโควต้านักกีฬาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็เกินกว่าเกรดเฉลี่ยสะสมของเขาทั้งสิ้น เขาคงไม่มีทางอื่นนอกจากผันไปสายนักกีฬาอย่างเต็มตัว

“เพราะปัญหาเรื่องเงินหรือเปล่า บอกน้าได้นะ ยังไงอิฐก็เป็นหลานน้า”

อีกฝ่ายทักมาด้วยความเป็นห่วง จะบอกว่าปัญหาเรื่องการเงินไม่ใช่ปัญหาของเขาก็คงไม่ถูกต้องนัก เพราะตั้งแต่แม่เสียและพ่อแต่งงานใหม่ เขาก็เลิกรับเงินจากพ่ออย่างเด็ดขาด เงินที่เขาใช้ในชีวิตประจำวันก็มาจากบัญชีออมทรัพย์ของแม่ที่ก็มีไม่มาก แต่ก็คาดว่าจะพอประคองตัวให้เรียนจบม.ปลายไปได้ เขาต้องรีบทำงานเพื่อต่อสายป่านเขาให้ไวที่สุดเมื่อเรียนจบ

“นิดหน่อยครับน้าใหญ่ แต่เงินของแม่ก็ยังมีอยู่ ไว้ถ้าติดขัดจริงๆ ผมจะขออนุญาตรบกวนน้านะครับ” เขาตอบอย่างสุภาพ ญาติฝั่งแม่คงจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเขาแล้ว

“น้าก็จะโทรมาเรื่องนี้แหละ เรียกว่าจะเป็นข่าวดีก็ได้มั้ง ถามเรื่องอื่นยาวจนแทบลืมพูด”

“ครับน้าใหญ่”

เขาก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือก่อนจะเดินสาวเท้าเข้าโรงเรียนไปอย่างไม่เร่งรีบ นี่เป็นสัปดาห์ที่สามของการมาติวหนังสือตามคำสั่งครูวิไลวรรณแล้ว อีกแค่สามครั้งเขาก็จะเป็นไท อาทิตย์ก่อนที่มาโคตรอึดอัด ไอ้หน้าจืดนั่นแกล้งไม่คุยกับเขาแม้แต่คำเดียว คิดแล้วหมั่นไส้


“ที่ดินที่สมุทรปราการที่เป็นมรดกของครอบครัวน้าขายได้แล้วนะ ตอนนี้กำลังรอทนายเคลียร์เรื่องเงินให้อยู่ เดี๋ยวส่วนของแม่อิฐ น้าจะจัดการโอนเข้าบัญชีอิฐให้ อิฐไม่ต้องห่วงนะ ทนายเกื้อช่วยดูทุกขั้นตอนอยู่แล้ว รับรองว่าไม่มีขาดหล่นแน่”

“โถ่ น้าใหญ่ครับ พูดเหมือนผมระแวงน้าไปได้”

เขาตอบอย่างปิดเสียงยินดีไว้ไม่มิด สมบัติชิ้นสุดท้ายในพินัยกรรมแม่เขาขายได้แล้ว ที่ดินผืนใหญ่ของครอบครัวในตอบแรกไม่สามารถแบ่งมาให้เขาได้ เพราะติดกับที่ดินของหลายคน กว่าจะขายได้ก็กินเวลามาปีกว่า แปลว่าเขากำลังจะได้เงินก้อนใหญ่เข้ามาจุนเจือชีวิต

“น้าคงไม่ไปก้าวก่ายเรื่องการใช้เงินของอิฐนะ เพราะนี่เป็นเงินของอิฐ แต่น้าจะเตือนว่าจะใช้จ่ายอะไรก็จำวันที่เราลำบากเอาไว้ ประหยัดอดออมเราจะอยู่ได้นาน เราจะได้ไม่ต้องกลับไปลำบากอีก”

“ครับน้า ผมไม่มีทางลืมวันที่ผมลำบากแน่ครับ”

เขาตอบราวกับรับปากกับตัวเอง เขาจะไม่สุรุ่ยสุร่ายกับเงินก้อนนี้เด็ดขาด อย่างน้อยมันก็เป็นสมบัติที่แม่เขาให้แต่เขาเพียงผู้เดียว


“ย้ายออกมาไหมอิฐ มาอยู่หอข้างนอก เลือกที่ไม่แพง น้าว่าจะได้สบายใจกันทุกฝ่าย” อีกฝ่ายเกริ่น

“คิดอยู่เหมือนกันครับน้า ถ้าหาหอไม่แพงได้ ผมก็อยากย้ายออก ผมไม่อยากอยู่ขวางหูขวางตาเขาหรอกครับ” เขาในที่นี้ก็หมายถึงพ่อของเขานั่นเอง

“ลองดูนะอิฐ น้าว่าค่าหอ ถ้าเลือกหน่อยก็ไม่ใช่ภาระที่หนักเกินไป ออกมาอยู่ข้างนอกก็จะได้ดูแลตัวเองได้ อีกอย่าง อิฐเองก็มีใบขับขี่ อิฐน่าจะหารถมือสองสักคัน เดี๋ยวนี้ไม่แพงหรอก หลักแสนต้นๆ เท่านั้น” น้าของเขาแนะนำ

“ไม่เป็นไรหรอกครับน้าใหญ่ ผมนั่งรถเมล์ได้ สบายมาก”

เขาตอบอย่างไม่เห็นความสำคัญ ถึงรถเมล์จะมาช้าบ้างในบางวัน แต่โดยภาพรวมเขาก็ไม่เคยคิดว่าเขาลำบากเมื่อนั่งรถประจำทาง

“น้าไม่ได้ห่วงเรื่องลำบากหรอกอิฐ แต่น้าห่วงเรื่องไปมีเรื่องมีราวมากกว่า โรงเรียนรายงานน้ามาหลายครั้งแล้วว่าอิฐมีเรื่องชกต่อยบนรถเมล์ น้ารู้ว่าบางทีอิฐก็ไม่ใช่ฝ่ายเริ่ม แต่เชื่อน้าเถอะ หลีกเลี่ยงตัวเองออกมาจากสถานการณ์สุ่มเสี่ยง ยังไงก็คุ้มค่านะ รถไม่แพงหรอก”

“แต่...”

“อิฐลองเก็บไปคิดดูแล้วกัน ก้อนนี้อิฐคงได้หลายล้าน แบ่งมาซื้อรถไม่กี่แสน น้าว่าไม่น่าห่วง อีกอย่างรถมือสองราคาก็ไม่ได้ตกแรงมาก ฉุกเฉินยังไงก็พอจะขายออกไปได้”

“ครับ”

“อย่าลืมนะว่าอิฐยังมีน้าอีกคน ถึงแม้ว่าอิฐจะไม่ได้อยู่กับน้า แต่น้าก็มองอิฐเหมือนลูกอีกคนหนึ่งนะ มีอะไรก็นึกถึงน้า อย่าวู่วามอย่าใจร้อน ชีวิตเรายังอีกยาวนะอิฐ จะหุนหันพลันแล่นอะไรก็คิดว่าน้าขอไว้แล้วกัน”


********************************


“ดี”

อิฐเผลอหลุดปากทักคนตรงหน้าไปเมื่อก้าวเข้าไปในห้องติวหนังสือที่พวกเขาอ่านหนังสือด้วยกัน ความจริงเขาไม่คิดจะทักคนตรงหน้าแม้แต่นิดเดียว แต่ด้วยความที่วันนี้เขาอารมณ์ดีมาก เขาเลยไม่ค่อยสนใจความกวนประสาทของคนตรงหน้าเขาเท่าไหร่ แค่ได้คิดว่าจะได้ย้ายออกจากบ้านเส็งเคร็งแล้ว ไอ้แว่นนี้ก็กลายเป็นไม่น่าหมั่นไส้เท่าเดิม

“ดี”

ไอ้หน้าจืดตอบมาอย่างสั้นๆ วันนี้มันเงยหน้ามามองเขาหน่อยหนึ่งด้วยก่อนจะก้มไปอ่านหนังสือต่อ เออ ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี อย่างน้อยมันก็หัดมีมนุษยสัมพันธ์กับเขาบ้าง


บรรยากาศกลับเข้ามาสู่ความเงียบอีกครั้ง

หลังจากประโยคทักทายสั้นๆ นั้น พวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยพูดคำใดซึ่งกันและกันอีกเลย ฝ่ายหนึ่งก็กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือวิชาการภาษาอังกฤษอย่างไม่สนใจคนตรงหน้า ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็ควักเอาการบ้านเต็มกระเป๋าขึ้นมาสะสาง อาจารย์หลายวิชาไม่ต้องให้เขาเรียนชดเชย แต่ก็ให้งานเขาเพิ่ม ซึ่งเขาเริ่มคิดแล้วว่าบางทีให้เขามานั่งติวหนังสือกับไอ้จืดนี่เพิ่มยังจะดีซะกว่า ทำคนเดียวส่งคนเดียว จะลอกใครก็ไม่ได้เลย

อิฐหยิบสมุดรวบรวมใบไม้แห้งที่อาจารย์สั่งขึ้นมานั่งเย็บเล่ม

วิชาชีววิทยาไม่ได้เรียนเพิ่ม แต่ให้เขาไปหาใบไม้ในกลุ่มพืชใบเลี้ยงคู่มาอัดเป็นใบไม้แห้งในสมุด แล้วนำมาเย็บเล่มส่งอาจารย์ตามวิชาที่เขากำลังเรียนอยู่ ถ้าเขาจำไม่ผิดเหมือนจะชื่อวิชาอนุกรมวิธาน


“งานนี่คะแนนเยอะไหม”

เสียงเรียบแต่ตะกุกตะกักดึงความสนใจเขาขึ้นมาจากสันหนังสือที่เขากำลังจัดการให้มันเข้าเล่มกันอยู่นี่ ไอ้หน้าจืดเอ่ยถามขึ้นพร้อมมองมาทางเขาอย่างรอคอยคำตอบ แต่ก็ดูจะเกรงๆ อยู่ในที ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจนักว่ามันถามไปทำไม แต่เขาก็ตอบออกไปแต่โดยดี ก็วันนี้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษนี่นา

“30 คะแนนมั้ง ปรกติงานชิ้นนี้ 10 คะแนน แต่ตอนหยุดพอดีขาดสอบย่อยไปด้วย อาจารย์เลยเหมาคะแนนมาเป็นก้อนเดียวเลย”

“อันนี้คือเตรียมจะส่งแล้วใช่ไหม” ไอ้หน้าจืดถามต่อ

“ใช่สิ กำลังเย็บเล่มอยู่เนี่ย” เขาตอบไปแบบไม่เข้าใจว่ามันจะสนใจอะไร

“ขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม” อีกฝ่ายพูดแบบเกร็งๆ

“ว่า”

“ที่ทำอยู่อะ มันผิดนะ”


“ห๊ะ” เขาเผลอตอบไปแบบไม่เข้าใจ

“หน้าปกเขียนว่ารวมรูปภาพใบไม้ใบเลี้ยงคู่ถูกไหม” อีกฝ่ายทวนเพื่อความมั่นใจ

“ใช่” เขาตอบแบบยังไม่เข้าใจอยู่ดี

“ใบไม้ที่ประดับอยู่ตรงปกหนะ ใบมันแสดง circinate vernation ชัดอยู่นะ ปรกติลักษณะพิเศษพวกนี้จะเป็นพวกเฟิร์นซึ่งจัดเป็น pterophyta ไม่ใช่พวกใบเลี้ยงคู่ นี่ได้เอาใบนี้ใส่ลงไปในเล่มด้วยหรือเปล่า”

อีกฝ่ายพูดอะไรออกมายาวเหยียด เขาเองก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจ รู้เพียงแต่ว่าเหมือนว่าใบไม้ที่เขาเอามาใส่มันจะผิดอยู่หลายใบเลย

“ใส่”

“ตรงหน้ากลางๆ เมื่อกี้ก็เหมือนจะเห็นใบสนด้วย พืชพวกสนก็ไม่ใช่ใบเลี้ยงคู่นะ มันเป็นพืชพวกไร้ดอก อันนี้จัดอยู่ในดิวิชัน coniferophyta”

“อ่อ”

“เลื่อนไปอีกนิดหนึ่งก็เจอมะละกอ มะละกอนี่ก็ไม่ใช่นะ เข้าใจว่าใบมันสวย แต่มันเป็นพวกใบเลี้ยงเดี่ยว”

“อ่า” มันรู้ได้ยังไงวะว่าเขาเอาใบมะละกอมาใส่ในเล่มเพราะใบมันเป็นแฉกสวยดี

“จะให้ง่ายก็ส่งเล่มมา เดี๋ยวช่วยคัดให้ เอาไหมหละ”

ไอ้หน้าจืดนั่นพูดสรุปขึ้นมาเป็นคำถาม พอมันมองหน้าเขาตรงๆ แบบคนปรกติ เขาก็สัมผัสได้ว่ามันไม่ได้หยิ่งจองหองหรือมีสายตาดูถูกอะไรแม้แต่นิดเดียว เขายื่นหนังสือในมือให้คนตรงหน้าพร้อมกับพึมพำว่าขอบคุณเบาๆ ด้วยเสียงดังไม่เกินกระซิบ

ไอ้หน้าจืดนั่นละความสนใจจากหนังสือภาษาอังกฤษเล่มโต ก่อนจะช่วยนั่งคัดใบไม้ให้เขาทีละหน้า ปากมันก็บ่นว่าต้นนี้อยู่วงศ์นั้น ต้นนั้นอยู่ดิวิชันนี้ ถึงแม้ว่ามันจะคัดออกไปให้เกือบร้อยละยี่สิบของของเดิมได้ แต่มันก็ไม่ได้ว่าหรือพูดดูถูกอะไรว่าเขาโง่แม้แต่นิดเดียว เขาเริ่มมองคนหน้าจืดตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้นกว่าที่คิด อย่างน้อย มันก็ช่วยเหลือเขา ถึงแม้ว่าเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน เขาจะเพิ่งพูดจากวนเบื้องล่างมันไปก็ตาม


“ขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม ก่อนจะเอาตัวแปรมาหารทั้งสมการเนี่ย ต้องมั่นใจก่อนนะว่ามันไม่ใช่ศูนย์”

“งานนี้กี่คะแนน ข้อนี้น่าจะคำนวณผิดนะ ความเร็วแสงในสุญญากาศมันสามร้อยล้านเมตรต่อวินาทีนะ ถ้าไม่ได้ใกล้เคียง น่าจะแทนค่าในสูตรผิดนะ”

“อันนี้ต้องส่งครูหรือเปล่า คะแนนเยอะใช่ไหม เหตุการณ์ในโจทย์นี้ต้องอธิบายด้วยหลักของเลอชาเตอริเอนะ ไม่ใช่เหตุผลทางอินทรีย์เคมี”


อนุกรมวิธาน อสมการ กลศาสตร์ และสมดุลเคมีจึงถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งสองคน




นายพินต้า

ฝากเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ นายพินต้า (ninepinta) ด้วยน้า ใครอยากคุยอะไรเรียนเชิญที่เฟสกับทวีตเน้อ เม้นบางทีมันก็รวนๆ ไม่ขึ้นเหมือนกัน อ่อ ฝาก #อิฐไป๋ ด้วยนะ แฮชแท๊คไปหวีดกันได้


อย่าลืมเม้นให้ผมนะ (ทำให้หว่านเสน่ห์แบบหมอว่าน)

เม้นบ่อยเดี๋ยวรีบมาต่อให้นะ ไม่เม้นให้ผมผมน้อยใจจริงๆ ด้วย กรี๊ดดดดดดดด (ตรงนี้เป็นเสียงหวีดร้องตอนแฟนคลับหมอว่านเจอแมลงสาบ) 555555

ความคิดเห็น