แมวขี้อ้อน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Vampire Yaoi Boy's Love (3P) -40- ...อดีตที่ถูกลืมเลือน...

ชื่อตอน : Vampire Yaoi Boy's Love (3P) -40- ...อดีตที่ถูกลืมเลือน...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.9k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2558 11:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Vampire Yaoi Boy's Love (3P) -40- ...อดีตที่ถูกลืมเลือน...
แบบอักษร

Vampire Yaoi Boy’s Love (3P)

อันตรายรักร้ายฉบับนายแวมไพร์ตัวแสบ

 

 

ตอนที่ 40

 

 

...อดีตที่ถูกลืมเลือน...

 

 

 

 

 

            “ผมไม่คิดเลยว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้...” ไอเดียพูดเสียงแผ่ว ร่างเล็กยังคงตัวสั่นเทาอยู่

 

 

 

            “ข้าก็ไม่คิดหรอก เพราะตอนข้าเจอเจ้านะร่างกายและกลิ่นของเจ้านั้นเป็นเหมือนมนุษย์ธรรมดา” ดาร์คพูดบอกและลูบหัวไอเดียเบาๆ

 

 

 

            “ยังไงเรื่องนี้อาจจะไม่จริงก็ได้นะไอเดีย” เสียงหวานของใครบางคนดังขึ้น ทั้ง 3 หันไปมองหน้าต่างที่ถูกเปิดออกพร้อมกับมีร่างบางๆของใครบางคนกำลังมองมาอยู่

 

 

 

            “ท่านลีโอเน่...” ไอเดียพึมพำเสียงสั่น ร่างบางของลีโอเน่ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินมานั่งที่โซฟา

 

 

 

            “สิ่งที่พวกข้าคิดมันยังไม่มีหลักถานเจ้าอย่าได้กลัวไปเลย” ลีโอเน่พูดยิ้มๆ

 

 

 

            “ตะ...แต่ดีเอ็นเอของผม...” ไอเดียน้ำตาร่วงเมื่อนึกถึงคำพูดของลูซที่บอกว่าดีเอ็นเอของตนไม่ตรงกับพ่อและแม่ ดาร์คจึงรีบหยิบผ้ามาเช็ดน้ำตาของไอเดียออกจากแก้ม

 

 

 

            “เอาเถอะ ข้าเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าคารอสนั้นพูดบอกอะไรเจ้าสองคนไปแต่ไอเดีย ถ้าหากเจ้าต้องการจะรู้ความจริง ดื่มเลือดในขวดแก้วนี้สิ ถ้าหากเจ้าอยากจะรู้ความจริงเจ้าก็ดื่มเข้าไป” ลีโอเน่พูดบอก ไอเดียหันไปมองขวดเล็กๆที่มีของเหลวสีแดงสดอยู่ในขวด

 

 

 

            “เลือดของใคร” ไอเดียพูดถามขึ้นก่อนจะหยิบขวดขึ้นมาดู

 

 

 

            “เลือดแห่งราชา หรือเลือดของผู้สร้างโลกต่างมิติ เก็บไว้มาหลายปีแล้วละแต่เลือดก็ยังคงสดอยู่แบบนี้ตลอด” ลีโอเน่พูดยิ้มๆ

 

 

 

            “แล้วพระราชาตรอมใจตายจริงๆงั้นหรอ” ไอเดียพูดถามเสียงแผ่ว

 

 

 

            “อืม...เขาได้ตายอย่างมีความสุขเลยละ” ลีโอเน่พูดยิ้มๆ ไอเดียจึงดืมเลือดเข้าไปจนหมด

 

 

 

            “เอนตัวลงนอนตักดาร์ค” ลีโอเน่พูดบอกไอเดียทำตามไอเดียหลับตาลงช้าๆเพื่อสัมผัสรสขาติของเลือด รสชาติที่เหมือนกับเคยได้ลิ้มลองมาก่อนแล้ว

 

 

 

            ..

 

 

            ..

 

 

            ..

 

 

 

            “อึก...” ไอเดียลืมตาขึ้นมาเมื่อรับรู้ถึงความเย็นยะเยือก แต่สิ่งที่ไอเดียเห็นตรงหน้ากลับกลายเป็นเพียงแค่ห้องสีขาว ขาวจนไอเดียต้องยกมือขึ้นมาปิดตาและค่อยๆเปิดออกเพื่อปรับสภาพสายตา ร่างบางค่อยเดินไปตามทางเดินก่อนจะไปหยุดอยู่ห้องๆหนึ่ง มือเรียวของไอเดียค่อยๆเปิดประตูออกก่อนจะนิ่งเมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้พร้อมกับอุ้มเด็กน้อยคนหนึ่งอยู่หญิงสาวยิ้มอย่างอบอุ่นเมื่อมองลูกน้อยที่อยู่ในมือของตน ภายในห้องยังมีชายหนุ่มอีก 2 คน คนหนึ่งตัวขาวซีดราวแวมไพร์ยืนอยู่มุมห้องอีกคนกำลังนั่งคุกเข่าและร่ำไห้อยู่แทบเท้าของหญิงสาว โดยที่หญิงสาวยังคงรอยยิ้มอันอบอุ่นไว้อยู่

 

 

 

 

            “...ขอเพียงให้เจ้ารอดข้าก็พอใจแล้วละ” เสียงหวานๆของหญิงสาวบางคนดังขึ้นภายในห้องสีขาว

 

 

 

          “ใครนะ...ใครกำลังพูดอยู่” เสียงนุ่มของไอเดียดังขึ้น ร่างบางเดินเข้าไปใกล้ๆหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ซึ่งตอนนี้กำลังกอดเด็กน้อยที่พึ่งคลอดอยู่

 

 

 

          “ฟีโอน่า...” ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่มุมห้องพูดเรียกชื่อขึ้น หญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ยกยิ้มจางๆซึ่งดูเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นมาก ขาเรียวยาวของไอเดียค่อยๆกาวเดินไปที่เก้าอี้ช้าๆ

 

 

 

          “องค์หญิงได้โปรด...ทรงคิดทบทวนใหม่อีกรอบ...ได้โปรดเถอะองค์หญิง” เสียงทุ่มอีกเสียงดังขึ้น

 

 

 

          “เราคิดดีแล้ว ข้าขอเพียงให้เจ้านำเขาหนีไป...หนีไปในที่ที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นได้...หนีไปที่ที่สามารถทำให้เขาได้มีชีวิตอยู่ต่อไป” หญิงสาวพูดบอกด้วยรอยยิ้มแก้มขาวอมชมพูของหญิงสาวมีหยาดน้ำใสๆค่อยๆไหลลงมา

 

 

 

          “ฟีโอน่า...ได้โปรดหนีไปกับข้า” ชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมาจากมุมมืดเผยให้เห็นใบหน้าขาวซีดแต่ยังคงทนความดูดีและหล่อเหล่าอยู่ ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ๆและก้มตัวลงกอดร่างกายของหญิงสาว

 

 

 

          “ข้าไม่อยากอยู่แบบหลบๆซ้อนๆ หากนี้คือสิ่งที่ประชาชนต้องการข้าก็จะทำ” หญิงสาวพูดยิ้มๆและมองดูลูกของตนที่อยู่ในอ้อมกอด

 

 

 

          “มิเกล...แม่รักลูกนะ” หญิงสาวพูดยิ้มๆก่อนจะส่งลูกชายให้กับชายหนุ่มที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า

 

 

 

 

          “นี้คือสิ่งที่ข้าได้คิดดีแล้ว...จงนำเขาไปไว้ที่ส่วนกลางเขตแบ่งแยกระหว่างอาณาจักร” หญิงสาวพูดบอก ชายหนุ่มที่กำลังนั่งคุกเข่าค่อยๆยกมืออันสันเทามารับตัวของเด็กน้อย

 

 

 

          “ท่านรีบไปเถอะ อีกเดี่ยวพวกทหารก็จะมารับตัวข้าไปแล้ว” หญิงสาวพูดบอก

 

 

 

          “ฟิโอน่า...ข้ารักเจ้า...ข้ารักเจ้าเหลือเกิน...” ชายหนุ่มพูดทั้งน้ำตาหญิงสาวนามว่าฟีโอน่ายกยิ้มบางๆก่อนจะขยับลุกขึ้นกอดร่างกายของชายหนุ่ม

 

 

 

          “ข้าก็รักท่าน...แต่ชีวิตของข้านั้นสั้นนัก...ข้าขอโทษที่ทำตามสัญญาของท่านไม่ได้...ข้ารักท่านมากนะ...ได้โปรดอย่ายึดติดกับข้า...ท่านจงคิดว่าข้าเป็นเพียงแค่ศัตรูคนหนึ่งที่กำลังจะตายไปก็พอ” ฟีโอน่าพูดด้วยรอยยิ้ม แลดูเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นมากจนไอเดียน้ำตาคลอ ไอเดียยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาด้วยความไม่เข้าใจความเศร้าเริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจราวกับว่าไอเดียกำลังจะโดนพรากหัวใจอันเป็นที่รักไป

 

 

 

 

          ชายหนุ่มที่นั่งคุกเข่าอยู่ยืนขึ้นก่อนจะก้มหัวให้กับชายหญิงทั้งคู่อย่างนอบน้อมและรีบวิ่งทะลุร่างของไอเดียออกไปโดยไม่รู้เลยว่าไอเดียยืนอยู่ตรงหน้าทำให้ไอเดียเข้าใจได้เลยว่านี้คือความทรงจำของพระราชาแวมไพร์ ร่างบางของหญิงสาวที่ใส่ชุดขาวทั้งตัวค่อยๆพลักออกจากอ้อมอกของชายหนุ่มและเดินออกจากห้องไป ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ไอเดียเดินตามออกไป ไอเดียเดินมาถึงที่ๆหนึ่ง

 

 

 

          “ได้เวลาประหารแล้ว!” เสียงๆหนึ่งดังขึ้นทุกสิ่งที่อย่างแปลเปลี่ยนเป็นลานประหารแบบตัดคอพร้อมกับปรากฏร่างของหญิงสาวคนเดิมถูกมัดมือมัดเท้านอนอยู่บนแท่นๆหนึ่งด้านบนมีมีดแหลมคมที่อยู่ตรงระหว่างหัวใจของหญิงสาวราวกับว่าเพียงปล่อยลงมามีดเล่มนั้นจะทิ่มเข้าหัวใจของหญิงสาวทันที

 

 

 

          “ประหารมัน!!

 

 

 

          “ฆ่าอีตัวกาลกีณีนี้ซะ!

 

 

 

          “ฆ่ามัน และฆ่าลูกของมันด้วย ฆ่ามันให้ตาย!! มันจะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ ฆ่ามัน!

 

 

 

 

          เสียงด่าทอดังออกมาจากประชาชนเบื้องหน้าที่กำลังยืนรอดูการประหารเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรฮันเตอร์ ฟีโอน่ายกยิ้มบางๆดวงตาแดงก่ำราวกับกำลังกลั้นอารมณ์โศกเศร้าไว้ภายในใจ ชายหนุ่มผิวสีขาวซีดคนเดิมยืนอยู่อีกมุมหนึ่งโดยใช้ผ้าคลุมตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงแม้ว่าจะปกปิดไม่ให้เห็นตัวตนได้แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดหยาดน้ำตาแห่งความโศกเศร้าได้เลยแม้แต่น้อย

 

 

 

          “นี้เป็นการประหารเพื่อให้รับรู้ว่าหญิงสาวผู้นี้ได้ทำเรื่องชั่วช้าจนไม่น่าให้อภัย...คือการให้กำเนิดบุตรแห่งแวมไพร์ เป็นถึงเจ้าหญิงแห่งฮันเตอร์ท่านกลับทำสิ่งที่ต้องห้ามและนี้คือบทลงโทษของท่านเจ้าหญิงฟีโอน่า เจ้าหญิงฮันเตอร์สายเลือดแห่งรุ่นสุดท้าย” ชายหนุ่มคนที่ดึงเชือกเอาไว้ไม่ให้มีดอันแหลมคมหล่นลงมาพูดบอกด้วยน้ำเสียงเหย่อหยิ่งราวกับพอใจที่องค์หญิงได้ตายจากไปพร้อมความเกลียดชัง

 

 

 

          “...ไว้มีโอกาสอีกครั้ง...เรากลับมารักกัน...นะ...” องค์หญิงพึมพำเบาๆเพื่อไม่ให้คนได้ยิน แต่ชายหนุ่มที่กำลังร่ำไห้อยู่กลับทรุดเข่าลงเมื่อได้ยินเนื่องจากการได้ยินของแวมไพร์นั้นเหนื่อชั้นกว่ามนุษย์มากนัก ฟีโอน่าหันมาทางชายหนุ่มพร้อมกับยิ้มจางๆมาให้ซึ่งมันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ไอเดียหลั่งน้ำตาอีกครั้ง

 

 

 

 

          “ประหาร!!!” สิ้นเสียงของชายหนุ่มคมมีดที่ถูกปล่อยลงมาดับชีวิตของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ไอเดียนิ่งอึ้งทันทีเข่าของร่างบางอ่อนระทวยหยาดน้ำตาแห่งความโศกเศร้าเริ่มหลั่งรินลงมาอาบแก้มของไอเดียช้าๆ ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงมุมมืดค่อยๆลุกขึ้นยืนช้าๆ ไอเดียหันไปมองช้าๆ

 

 

 

          “อะไรกัน...นี้มันเรื่องอะไรกัน...” ไอเดียนิ่งอึ้งหยาดน้ำตาหลั่งรินด้วยความโศกเศร้า

 

 

 

 

          ชายหนุ่มคนเดิมยังคงยืนอยู่ที่เดิมรอให้ผู้คนไปหมดเสียก่อนบางคนก็หยิบก้อนหินมาปาใส่ร่างกายอันไร้วิญญาณของหญิงสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไอเดียรีบวิ่งไปกอดร่างกายของหญิงสาวที่ไอเดียคิดว่าเป็นแม่ของตนอย่างรวดเร็ว ไอเดียกอดแม่เอาไว้เพื่อไม่ให้ก้อนหินปาเข้าไปโดนตัวแม่ผู้ให้กำเนิดตนแต่มันก็เปล่าประโยชน์ เพราะหินทุกก้อนนั้นผ่านทะลุร่างของไอเดียไปโดนตัวหญิงสาวจนเลือดออกนองที่ประหาร

 

 

 

 

          “ไม่...ไม่เอาแบบนี้...ฮึก...อย่าทำ...ขอร้อง...” ไอเดียพร่ำพูดอ้อนวอนเขารู้สึกสงสารแม่ผู้ให้กำเนิดตนเป็นอย่างมาก ไอเดียยังคงกอดร่างไร้วิญญาณของแม่ตนอยู่ถึงแม้ว่าจะกอดไม่โดนก็ตามแต่ภายไปนานจนไม่มีใครอยู่ที่ลานประหาร ร่างของแม่ไอเดียก็ถูกอุ้มขึ้นโดยฝีมือของชายหนุ่มผู้ซึ่งคาดว่าเป็นพ่อของไอเดีย น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาของผู้เป็นพ่อหยดลงที่ร่างกายอันไร้วิญญาณอย่างน่าสงสาร

 

 

 

          วูบ!

 

 

 

          “อ๊ะ!...” ไอเดียร้องขึ้นเมื่อจู่ๆภาพทุกอย่างก็หายวับไปและปรากฏภาพของที่ๆหนึ่ง

 

 

 

 

          ร่างบางเดินไปยืนอยู่ตรงโลงแก้วที่มีกุหลาบสีดำวางอยู่ที่พื้นที่มีกุหลาบสีดำเป็นฐานรองรับ หญิงสาวคนเดิมหรือฟีโอน่านอนหลับตาอยู่ข้างๆโลงชุดสีขาวแปลเปลี่ยนเป็นชุดสีดำสนิทราวกับชุดเจ้าสาวสีดำ ชายหนุ่มคนเดินยืนมองหญิงสาวกับลูกชายด้วยน้ำตาที่หลังริน

 

 

 

          “ข้าขอฝากเขตทั้งสีเขตด้วยนะ ข้าแบ่งให้พวกเจ้าอย่างเท่าเทียมกันแล้ว” ชายหนุ่มพูดบอกและมองไปที่แวมไพร์ที่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่แล้ว 4 คู่พร้อมกับเด็กผู้ชายอีก 4 คน ราวกับว่าเป็นพ่อแม่ลูก 4 ครอบครัวยืนอยู่

 

 

 

          “ทำไมท่านไม่เปลี่ยนนางให้เป็นแวมไพร์” เด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นไอเดียหันไปมองก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูงเพราะหน้าตาของเด็กหนุ่มนั้นคล้ายคลึ่งกับเร็นโอมาก

 

 

 

 

          “นั้นมันไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการ...นางต้องการเป็นมนุษย์...แก่ตายแบบมนุษย์...แต่เสียดายนางนั้นทำให้ความฝันเป็นจริงไม่ได้” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆก่อนจะกรีดเลือดของตนและนำเอาเลือดไปใส่ปากของเด็กทารถน้อย ชายหนุ่มหันมามองทั้งหมดอีกครั้ง

 

 

 

          “ดูแลลูกของข้าด้วยนะ” ชายหนุ่มพูดกล่าว ไอเดียพยายามพยุงร่างกายอันสั่นเทาเดินไปหาพ่อกับแม่ของตนอย่างรวดร้าว

 

 

 

          “ได้โปรดอย่าทิ้งผม...อย่าทิ้งผมไว้คนเดียว...ฮึก...อย่าทิ้ง...ฮึก...ผม...”ไอเดียพยายามพูดบอกพ่อและแม่ของตนและพยายามไคว้คว้าแขนของพ่อตนเอง

 

 

 

          “มิเกล...ชื่อนี้มันแปลว่าอะไรงั้นหรอ” เด็กหนุ่มอีกคนซึ่งหน้าเหมือนลีโอเน่พูดถามขึ้น

 

 

 

          “นั้นสินะ...มิเกล...แปลว่าดุจเทพเจ้านะ” ชายหนุ่มพูดบอกก่อนจะลงไปนอนข้างๆของคนรัก ไอเดียเดินมาหยุดอยู่ตรงด้านหน้าโลงพร้อมกับเอามือไปลูบที่โลงศพภาพครอบครัว 4 ครอบครัวหายไปเหลือแต่โลงที่มีเด็กและชายหนุ่มที่กำลังนอนจับมือหญิงสาวอยู่

 

 

 

          “ไม่...อย่าทำแบบนั้น...อยู่กับผมสิ...อยู่กับผมสิ...อย่า....” ไอเดียร้องเรียกเมื่อเห็นพ่อของตนหยิบดาบยาวที่สลักคำว่าฮันเตอร์อยู่ในนั้น

 

 

 

 

          “...ตลอดไป...อยู่กับเจ้า...ตลอดไป...ฟีโอน่า” ชายหนุ่มพึมพำก่อนที่จะขยับนอนตะแคงกอดหญิงสาวเอาไว้และให้ดาบยาวๆแทงทะลุหัวใจจากด้านหลังของหญิงสาวทะลุมาถึงตัวของตน ไอเดียนั่งทรุดลงกับพื้นทันทีเพราะภาพตรงหน้านั้นมันช่างโศกเศร้าเสียเหลือเกิน

 

 

 

          “ถ้าหากท่าน...ฮึก....เป็นพ่อแม่ของผมจริง...ทำไม...ท่านถึงทิ้งผมให้อยู่คนเดียวกัน” ไอเดียร่ำไห้ออกมาทันที ภาพทุกอย่างค่อยๆหายไปช้าๆพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่กำลังดับสลายไป...

 

 

 

++++++++++!!จบตอนที่สี่สิบ!!++++++++++

มาแล้วค่า เศร้าไปมั้ย คงไม่หรอกเนอะ

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น