gimmeforever_

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : chapter 21: my baby

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.4k

ความคิดเห็น : 69

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2561 23:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 21: my baby
แบบอักษร

“เบบี๋” และ ‘เบบี๋’ คือชื่อเรียกที่คุณพีทใช้แทนตัวผมเมื่อไม่นานมานี้ และผมก็อยากที่จะคุ้นชินกับมันเสียที


“เดี๋ยววาอาบน้ำเสร็จแล้วจะออกมาหานะครับ” ผมพูดจบ รอคุณพีทพยักหน้าใส่ก่อนจะเดินผ่านห้องทำงานไปเพื่อที่จะไปยังห้องนอน


ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ผมใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำ รู้แค่ว่าได้ยินเสียงเคาะประตูสองสามครั้งก่อนจะเงียบหายไป เพราะนี่คือหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ผมจะล็อคประตูห้องน้ำ ผมเชื่อว่าคุณพีทไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำกระทันหัน คุณพีทคงเข้ามาเคาะเพราะเห็นว่าในวันนี้ผมแปลกไป


ผมรู้ตัวว่าวันนี้แปลกไป ตัวผมนั้นเปลี่ยนไป ผมเริ่มแสดงความรู้สึกออกมามากกว่าเดิม ผมเริ่มที่จะฮีลตัวเองอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมไม่ได้ตั้งใจ เพราะทุกๆครั้งที่ผ่านมา ผมกดความรู้สึกนั้นไว้ตลอด แต่ในตอนนี้ เมื่อร่างกายรู้ว่าไม่สามารถที่จะหยุดความเจ็บปวดนี้ไว้ได้อีกแล้ว วันนี้มันจึงเจ็บกว่าทุกๆวันหรือเปล่า เพราะความเจ็บปวดเหล่านั้นถูกปลดปล่อยหรือเปล่า แล้วที่ผมกำลังทำอยู่คือการรักษาตัวเองหรือเปล่า มันคือแบบนี้หรือเปล่า เหมือนที่เขาบอกว่าเมื่อถึงจุดๆหนึ่งแล้ว สมองจะทำหน้าที่เพื่อให้อวัยวะในร่างกายอยู่รอด และเพื่อให้ผมอยู่รอด


ตามที่ผมเรียนมาตั้งแต่สมัยมัธยม การคัดเลือกตามธรรมชาติของนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษอย่างชาร์ลส์ ดาร์วินได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ว่าตัวที่แข็งแกร่งที่สุดจะเป็นตัวที่อยู่รอด ผมรู้สึกว่าผมเคยเป็นตัวนั้น ตัวที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ในตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ผมไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปได้หรือเปล่า 


ผมไม่ได้อยากที่จะร้องไห้โดยไม่มีแอล ผมต้องการแอล ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะเลื่อนไปยังเบอร์ที่อยู่ในรายการโปรด


“ล็อคประตูทำไม” ผมสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเย็นๆแข็งๆที่เปล่งออกมาจากผู้ชายที่ดูเหมือนจะไม่สบอารมณ์ตรงหน้า


ผมเงยหน้าขึ้นเพื่อไล่น้ำตาที่เอ่อคลออยู่ในเบ้า สูดหายใจเข้าลึกๆพลางเอามือปิดหน้าเอาไว้ แต่คนเอาแต่ใจก็รั้งมือเล็กๆทั้งสองของผมออกมาได้สำเร็จอยู่ดี เขาทำสำเร็จแล้ว เหมือนทุกครั้งเลย


ตาแดงๆ จมูกแดงๆ น้ำใสๆที่พร้อมจะเอ่อล้นออกมาทุกเมื่อ เหมือนจะทำให้คุณพีทตกใจไม่น้อย และเมื่อแขนทั้งสองข้ามของผมถูกยึดไว้ ผมจึงเลือกที่จะเบนหน้าหนีแทน


“เบบี๋” คุณพีทนั่งลงที่ขั้นบันไดหินอ่อนข้างๆพลางปล่อยมือทั้งสองข้างของผมลงบนหน้าตัก


“ฮ . . อย่า” และผมก็ต้องเอียงหน้าหนีอีกรอบเมื่อคุณพีทพยายามที่จะปาดน้ำตาที่เริ่มไหลออกมาให้แห้งหายไป การกระทำที่แปลกไปของผมคงสร้างความแปลกใจให้คนข้างๆไม่มากก็น้อย เพราะไม่เคยมีสักครั้งที่ผมหลีกเลี่ยงสัมผัสจากคนตรงหน้า ยิ่งเป็นสัมผัสอ่อนโยนแบบนี้แล้วยิ่งไม่เคย


“ถ้าร้องไห้แด๊ดไม่โอ๋นะ”


“โอ๋หน่อย . . วาคิดว่าวาไม่ไหว” ไม่ไหวจริงๆที่จะห้ามไม่ให้น้ำตาเม็ดแล้วเม็ดเล่าร่วงลงกระทบแก้มเนียน พยายามแล้วที่จะไม่สะอื้น เพราะครั้งนี้ไม่มีแอลแสนดีที่จะมาเช็ดน้ำมูกให้เหมือนก่อนแล้ว


“…”


“ไม่งั้นก็ปล่อยวาไปเถอะนะ นะแด๊ดดี้ วาอยากกลับแล้ว” กลับไปใช้ชีวิตที่เรียบง่ายเหมือนเดิม ชีวิตที่คุณพีทยังเป็นบุคคลที่จับต้องไม่ได้ แบบนั้นจะดีกว่า


ผมโน้มตัวเข้าหาคนตัวโตกว่าเมื่อเห็นว่าอ้อมกอดนั้นอ้าแขนกว้างชวนผมเข้าไปเหมือนเด็กๆ โน้มเข้าหาความสุขระยะสั้นจากไออุ่นของคุณพีทที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็อบอุ่นเสมอ เกี่ยวรอบคอก่อนที่จะยอมให้คนตัวสูงรั้งตัวผมให้เข้าใกล้มากกว่าเดิม แนบชิดจนสามารถพิงไปกับไหล่นั่นได้


“ฉันขอเวลา แค่เวลาเท่านั้นธันวา”


“ผมว่ามันเหลืออีกแค่สองเดือน สองเดือนเท่านั้นตามสัญญา” ผมพูดตามความจริง เพราะผมไม่คิดว่าตัวเองจะทนไหวแล้ว ไม่อยากจะเข้ามายุ่งเกี่ยว ไม่อยากแม้แค่เรื่องสมัครงานเป็นเลขา


“นั่นคือเวลาที่เธอให้ฉันได้?” คุณพีทถามขึ้นพร้อมกับลูบหลังไปมาเมื่อเห็นว่าผมยังสะอื้นไม่หยุด


“นั่นคือเวลาทั้งหมดที่ผมคิดว่า . . ว่าผมจะยังทนไหว” ผมพยายามพูดออกไปทั้งๆที่ไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ด้วยซ้ำ


“…”


“I just couldn’t stop when it comes to you” (ผมไม่สามารถที่จะหยุดมันได้เลยเมื่อเป็นเรื่องของคุณ) ในที่นี้ ผมหวังว่าคุณพีทจะเข้าใจว่าผมไม่สามารถหยุดตัวผมเองได้ เพราะในทุกๆครั้งผมก็จะถลำลึกมากขึ้นเรื่อยๆ และมันก็จะเกิดขึ้นในทุกๆครั้ง ผมไม่อยากยึดติดกับคุณพีท ไม่ได้อยากที่จะชอบไปมากกว่านี้ ผมอยากหยุดทุกอย่างไว้ตรงนี้ รู้สึกเท่าที่ควรรู้สึก เข้าใกล้แค่ที่ควรเข้าใกล้ เพราะเมื่อไหร่ที่ผมเอาตัวเองเข้าไปมากเกินไป ผมรู้ว่าผมจะไม่สามารถเอาตัวเองออกมาได้ ซึ่งผมไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย


“Then don’t, please” (งั้นอย่า, ได้โปรด) 


ทั้งๆที่คำว่า please อย่างคำขอร้องที่เหมือนเป็นคำต้องห้ามสำหรับเรากลับถูกเปล่งออกมาจากคุณพีทยังไม่สามารถหยุดผมได้ ผมก็ไม่คิดแล้วว่าอะไรจะหยุดผมได้


ดังนั้น ได้โปรด อย่าพูดคำนั้นออกมาเลย


“วาไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้” คำปฎิเสธ นี่คือคำปฎิเสธของผมต่อคำขอร้องของคุณพีทที่ครั้งนี้พูดออกมาได้อย่างง่ายดาย ผมทำไม่ได้ ผมไม่สามารถให้ตัวเองดำดิ่งลงไปลึกมากกว่านี้แล้ว


“…”


“แด๊ดดี้ วาขอโทษ บี๋ขอโทษ” ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าทำอะไรผิดด้วยซ้ำ แต่เหมือนว่าคำขอโทษจะเหมาะสมที่สุดแล้วในตอนนี้


“งั้นสองเดือนที่เหลือ”


“…”


“ช่วยแด๊ดที” และผมก็จะขอบคุณตัวเองที่เริ่มปล่อยวาง เพราะมันไม่ได้แค่จะช่วยตัวผม มันจะช่วยคุณพีทด้วย ไม่ว่าจะเรื่องอะไรที่คุณพีทติดอยู่ในใจตลอดเวลา ผมก็ได้แต่หวังว่าเวลาสองเดือนที่เหลือนี้จะช่วยรักษาเราทั้งสอง


ท่าทางเก้ๆกังๆต่างจากเดิมทำให้ผมเริ่มก่อน ทั้งๆที่ตลอดเวลาคุณพีทแทบจะร้องขอให้ผมทำแบบนี้ มือที่เคยโอบรอบคอเอาไว้ไม่ห่างกลับเลื่อนมาลูบไล้ตามสันกราม ไรหนวดเล็กน้อยที่ขึ้นมาทำให้รู้สึกจักจี้ไม่เบา ผมประทับจูบแผ่วเบาลงบนริมฝีปากที่จูบกันทุกวัน


“ขอบคุณนะครับ . . ที่เข้ามา” เพราะถ้าคุณพีทไม่ไขเข้ามา ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำใจผ่านเรื่องนี้ไปคนเดียวได้หรือเปล่า ไม่รู้ว่าจะยอมแพ้กับความเจ็บนี้อีกหรือเปล่า จะยอมถลำลึกเข้าไปอีกหรือเปล่า ผมไม่สามารถรู้ได้เลย


ค่ำคืนของการเปิดใจครั้งเเรกเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้นในเวลาต่อมาเมื่อคุณพีทอุ้มผมออกมาจากห้องน้ำก่อนที่จะวางลงบนเตียง คุณพีทปล่อยผมไว้ปลายเตียงก่อนที่ร่างสูงจะหายไปยังห้องแต่งตัวและกลับมาพร้อมกับชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือตามที่เขาชอบ


ผมที่เคยเปียกโชกกลับกลายเป็นแห้งหมาดๆเมื่อผมปล่อยให้น้ำไหลเปียกชุดคลุมอาบน้ำไปเรื่อยๆ มืออุ่นของคุณพีทจับตรงปมที่เริ่มคลายจนไม่เห็นเป็นรูปร่างโบว์ให้หลุดลง ก่อนจะค่อยๆแหวกสาบเสื้อออก และเป็นมือผมเองที่หยุดมือนั่น


“Let me” (ปล่อยให้ฉันทำ) คุณพีทบอก ก่อนที่ผมจะยอมปล่อยมือตัวเองจากการจับกุมมือของคนที่ยืนคร่อมอยู่


คุณพีทดึงมือผมให้ลุกขึ้นก่อนจะดึงให้ชุดคลุมอาบน้ำหลุดออกจากบ่าลงไปกองกับพื้น ก่อนจะหยิบกางเกงขาสั้นผ้าลื่นขึ้นมาสวมใส่ให้อย่างที่อยากทำมาตลอด และเมื่อมันถูกสวมอยู่บนตัวแล้วผมถึงตระหนักว่ามันสั้นกว่าที่คิด สั้นจนเห็นแก้มก้นเนียนวับๆแวมๆที่โผล่พ้นออกมา และเมื่อผมกำลังจะล้มตัวลงนอน คุณพีทกลับหยิบเสื้อสายเดี่ยวเข้าชุดมาเพื่อเตรียมจะสวมให้ผมอีก


“วาไม่อยากใส่สายเดี่ยว” เพราะนี่มันคือชุดนอนเซ็ทของผู้หญิงชัดๆ


“…”


“วาไม่อยากใส่เสื้อผ้าของผู้หญิงคนเก่าๆของแด๊ด” 


“มันไม่ใช่ ฉันซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เธอหมดทั้งตู้ รวมถึงชุดนี้ด้วย” คุณพีทว่าพลางจะสวมเสื้อให้


“วาจะใส่ก็ต่อเมื่อแด๊ดดี้ให้วาไปนอนค้างคอนโดแอลวันศุกร์นี้”


“ดื้อเลยนะ”


“ยังไม่ได้ดื้อเลย”


“…”


“บี๋. .”


“บี๋ขอนะ ไม่ได้เที่ยวกันตั้งนาน” พูดจบก็ชูมือทั้งสองข้างขึ้นคุณพีทจะได้ใส่เสื้อให้ได้ง่ายขึ้น


คนตรงหน้าไม่ได้ตอบรับหรือปฎิเสธข้อเสนอนั้นของผม แต่การที่ร่างสูงสวมสายเดี่ยวสีขาวเข้ากับหัว ผ่านแขนทั้งสองข้างก็เป็นการบ่งบอกที่ดีว่าคุณพีทตกลงกับเรื่องที่ผมได้พูดไป เนื้อสัมผัสผ้าลื่นที่ทำให้รู้สึกเย็นไม่ได้ช่วยทำให้อาการหนาวเย็นจากเครื่องทำอากาศหายไป


“สรุปคือ . .​ วาไปได้นะ” 


“ไปเที่ยว?”


“ครับ แล้วก็นอนค้างคอนโดแอลเหมือนปกติ”


“จริงๆให้เลขาไปรับก็ได้”


“ไม่เอา วาอยากนอนกับแอล” และเมื่อผมพูดจบคุณพีทก็ต้องหันกลับมามองหน้าผมอีกรอบทั้งๆที่เจ้าตัวเตรียมเดินเชื่อมไปยังห้องน้ำแล้ว


“…”


“วาไม่หนีไปไหนหรอกเดี๋ยวรายงานตลอดๆ แต่ไม่ให้ใครตามมาเฝ้าแล้วนะ”


“รายงานแด๊ด?”


“อื้อ รายงานเหมือนเป็นแฟน”


“รายงานเหมือนเป็นแด๊ดดี้-เบบี๋”


“แบบนั้นก็ได้ . .​ ตกลงกันแล้วนะ”


“ฉันจะพยายาม” คนตัวสูงว่าจบก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป ผมที่งงๆกับคำตอบของคุณพีทจึงตีความได้แค่ว่าเขาจะพยายามที่จะไม่ส่งใครไปตามดูผม และจะไม่บังคับให้ผมกลับด้วยวิธีเจ้าเล่ห์ของเขาอีก


เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูห้องน้ำที่ดังออกมา ผมจึงเดินวนเพื่อหาโทรศัพท์ของตัวเอง เข้าแอปพลิเคชั่นต่างๆเพื่อเช็คดูความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ ไลน์ตอบกลุ่มธามกับวีวี่ที่ไม่ได้คุยกันนาน ได้เจอกันก็แต่ตอนเรียนเพราะต้องรีบกลับหลังเลิก เดี๋ยวนี้เราทั้งสามคนเลยไม่ได้ไปกินข้าวแถวมหาลัยบ่อยเหมือนเมื่อก่อน เมื่อเพื่อนทั้งสองคนเห็นว่าผมตอบแชทกลุ่ม วีวี่และธามก็กระหน่ำคำถามเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนจนต้องคอลสายกัน




“มึงๆ เดี๋ยวต้องไปละ ไว้เจอกันวันจันทร์” เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินมาหลังเสียงปิดประตู ผมก็รู้ได้ว่าคุณพีทคงจะอาบน้ำเสร็จแล้ว


(ห๊ะ ทำไมไปเร็วอีวา ปกติมึงคุยกับพวกกูเป็นชั่วโมงๆ)


“อือ มีเรื่องนิดหน่อย เดี๋ยววันจันทร์ค่อยเม้าต่อนะ” ก่อนที่เสียงที่ส่งผ่านมาทางลำโพงจะเป็นเสียงบ่นของวีวี่พร้อมกับเสียงนุ่มๆของธามที่เอ่ยคลอ


(เนี่ย เดี๋ยวพอมึงวางไปธามมันก็ไม่อยู่คุยกับกูอยู่ดี กูก็เหงาดิ)


“…”


(รับผิดชอบด้วยพาฉันออกล่าเลย)


“5555555 ได้ เดี๋ยวพาออกล่านะ วี่จะได้ไม่เหงา” ผมรีบๆพูดเมื่อเห็นว่าคุณพีทมองมา “แค่นี้ก่อนนะมึง ไว้คุยกัน”


เมื่อคุณพีทเห็นว่าผมวางสายแล้วเรียบร้อย คนตัวสูงก็พาดผ้าเช็ดผมไว้ที่บ่าก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ทั้งเนื้อตัวของร่างสูงมีแค่กางเกงนอนขายาวเท่านั้น แผงอกแน่นสะอาดตาไม่ได้ถูกปกปิดด้วยเนื้อผ้านุ่มชั้นดีเหมือนหลายๆคืน คนตัวสูงดึงมือผมให้นั่งขึ้นบนเตียงเพราะตอนแรกนอนพิงหัวเตียงคุยโทรศัพท์อยู่ ทำให้ผ้าห่มที่เคยคลุมอยู่ถึงคอร่วงหล่นไปบนหน้าตักแทนตามท่านั่ง


“ออกล่า?”


“…” ผมไม่ได้ตอบอะไร เพราะไม่คิดด้วยซ้ำว่าคุณพีทจะฟังบทสนทนาระหว่างผมกับเพื่อน


“วันศุกร์นี้นะเหรอ”


“เปล่าครับ บี๋แค่คุยกับธามกับวี่ ไม่ได้คุยกับแอลกับเลย์” ผมพูดเพราะกลัวว่าแผลคืนวันศุกร์นี้ของเราจะล่มซะก่อนที่จะได้ไป


“ออกล่าด้วยอะไร” และคุณพีทก็ไม่ได้สนใจคำอธิบายของผมเหมือนเคย


“…”


“ด้วยดวงตาคู่นี้เหรอ”


“แด๊ด คือวาไม่ได้หมายความว่า”


“รู้ไหมว่าเวลาเธอเมา ตาเธอเหมือนลูกแมว . . . ลูกแมวขี้อ้อน”


“…”


“ฉันเลยเรียกเธอว่าแมวเหมียวมาตลอด ก่อนจะมาเรียกบี๋”


“…”


“เหมือนว่าไวน์แดงบนเรือวันนั้นจะทำให้เธอ . . . ล่าเหยื่ออย่างฉันได้” ใช่ ผมยังจำได้ดี ไวน์แดงเจ้าปัญหาที่ดูแล้วน่าจะเบาสุดบนเรือทำให้ตาผมฉ่ำเยิ้ม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


“เปล่า วาเปล่า”


“หรือด้วยผิวเนียนของเธอธันวา เพราะฉันคิดว่ามันได้ผลหมด” คุณพีทพูดพลางลากนิ้วจากไหปลาร้าไปยังลาดไหล่ข้างซ้ายของผม เกี่ยวเส้นสายเดี่ยวที่อยู่บนไหล่ให้ตกลงข้างแขนแทน


“…”


“ขาว จนมันน่าจะมีรอยของแด๊ดบ้าง จะได้รู้ว่านักล่าคนนี้มีเจ้าของแล้ว” คุณพีทไม่เคยรู้หรือไงกันว่าไม่ใช่ผมเลยที่เป็นนักล่า ผมเป็นเหยื่อดีๆของคุณพีทต่างหาก


“ก็ถ้าแด๊ดดี้อยากทำ วายอมเป็นเหยื่อให้แด๊ดก็ได้” ผมพูดออกไปด้วยความสนุก


“…”


“บทเหยื่อเล่นสนุกกว่าเยอะเลยครับ” 


“ก็ดี เพราะฉันชอบบทผู้ล่ามากกว่า”


“แล้วคุณพีทจะทำอย่างไรกับเหยื่อแบบผมดีครับ” ก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเป็นคุณพีทแล้ว เขาจะอ่อนโยนกับเหยื่อกิตติมศักดิ์แบบผมหรือเปล่า


(ต่อ)

จูบอันดุร้ายเหมือนราชสีห์ แขนทั้งสองข้างที่ตรึงยึดไว้ที่ไหล่ทั้งสองข้างก่อนจะผลักลงช้าๆให้นอนลงบนเตียงเหมือนอย่างเก่า มือที่แสนซุกซนสำรวจเข้าไปใต้ร่มผ้านุ่มลื่นมือที่เจ้าตัวเป็นคนบอกเองว่าอยากให้ใส่ แต่ไหนกลับมาเป็นคนถอดเองจนได้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน


ความอุ่นร้อนที่ทาบทับบนร่างยังเหมือนเดิม ยังเหมือนเดิมตั้งแต่คืนวันแรกบนเรือ ไอร้อนที่แผ่ให้อย่างใจดีกับมือร้อนที่คอยลากปัดป่ายไปตามตัวอย่างที่ชอบทำ จนเหมือนเป็นเรื่องเคยชินไปแล้ว 


เคยชินจริงๆ

ในทุกๆอย่าง ลมหายใจร้อน แรงกอดรัด สัมผัสหยาบโลน น้ำเสียงกระเซ่าที่พร่ำเรียกบี๋ซ้ำๆอยู่ข้างหู แรงขบเม้มซุกซน

มันกลายเป็นกิจวัตร กลายเป็นความเคยชิน แล้วผมก็ไม่แน่ใจว่าความเคยชินกลายเป็นความสำคัญหรือยัง

แล้วถ้าวันหนึ่งสิ่งเหล่านี้มันหายไป ผมต้องใช้เวลาอีกนานมากเท่าไหนเพื่อจะลบล้างความเคยชินนี้


“ผมต้องการแด๊ด”


“…”


“ผมไม่ได้อยากไป” และความเคยชินก็ทำให้ผมเผลอพูดความในใจออกไป เปราะบางให้ถึงที่สุด อ่อนแอให้ถึงที่สุด มันก็คงจะเป็นตอนนี้นั่นแหละ ตอนที่สายตาคู่นั้นของคุณพีททาบอยู่ในระดับเดียวกัน และมือทั้งสองของของก็กอบกุมใบหน้าผมเอาไว้ด้วยความอ่อนโยน เหมือนจะปลอบปะโลมว่าเขาจะอยู่ตรงนี้ และผมก็จะยังอยู่ตรงนี้


มันคือค่ำคืนของบทรักรอบที่นับไม่ได้ระหว่างสองเรา มันคือความอบอุ่นที่ทาบทับอยู่ด้านหลังที่ยังไม่หายไปไหน และนั่นคือสิ่งที่ผมชอบที่สุด เช้าวันจันทร์ไม่เคยที่จะสดใสได้ขนาดนี้ คุณพีทตื่นแล้วก็กินอาหารเช้าที่จัดไว้พร้อมกับผม ก่อนที่จะให้เลขาเต้ไปส่งผมที่มหาลัยและคุณพีทก็เข้าทำงาน


เมื่อถึงมหาลัย ก่อนที่ผมจะโดนวีวี่บ่นเรื่องเมื่อคืน ผมก็ต้องรีบเล่าให้เพื่อนๆทั้งสองฟังก่อน


“เมื่อวานกูโดนคุณพีทออกล่า จบนะ”


“…”


“จบจ้าาา” เป็นวี่เองที่พูดขึ้น และมันก็ไม่บ่นผมอีกเลย


“แล้วกับคุณพีทเป็นไง” ธามถามขึ้น ไม่ได้สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นจากวีวี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ


“ก็ดีขึ้น แล้วก็หวังว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ”


“อ่าา กูก็หวังว่ามึงจะมีความสุขมากกว่าเดิมนะเจ้าเด็กน้อย” วีวี่พูดขึ้น “ถ้าไม่ดีขึ้นก็ไปออกล่ากันใหม่” เกือบจะดีแล้วเชียวถ้าไม่ชวนไปออกล่าก่อน


“แล้วเรื่องสมัครงาน คุณพีทบอกให้ทำงานที่บริษัทเขา” ผมพูดขึ้นเพราะเรื่องนี้ยังเป็นประเด็นอยู่ เราทั้งสามคนก็อยากจะเข้าทำงานที่เดียวกันทั้งๆที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่ายาก ทั้งสองคนพูดๆกันไว้แล้วว่าคงไม่ตามไปฝึกที่บริษัทคุณพีทเพราะการแข่งขันมันสูง สู้ไปยื่นทีดีๆหน่อยแต่การแข่งขันน้อยกว่าก็น่าจะดี


“เห็นมะ!!” วีวี่พูดพร้อมกับตบโต๊ะเสียงดังจนสะดุ้ง “บอกแล้วว่ายังไงคุณพีทก็ไม่ปล่อยให้มึงไปทำงานที่อื่นนอกจากที่นั่นหรอก” 


“ก็ตามนั้น แล้วมึงจะยื่นไหนวี่ เราไม่ได้อยากทำที่เดียวกันด้วยซ้ำ” ธามบอก


“ก็เลือกไปสามอันดับเหมือนตอนที่ปรึกษาพวกมึงทั้งสามคนนั่นแหละ ธามจะยื่นเมื่อไหร่”


“วันนี้ขอกลับไปคุยกับที่บ้าน เดี๋ยวพรุ่งนี้มายื่นกัน”


“แล้วมึงละ” วี่ถาม


“เดี๋ยววันนี้ไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องนี้แหละ ตอนหลังเลิก”


“งี้กูก็ไม่ได้ไปกินข้าวเย็นกับมึงอีกแล้วดิ”


“อยากกินก็มากินด้วยกันดิ”


“แหม่ แบบนั้นกูยอมแดกมาม่าที่ห้องยังจะดีกว่า” วี่พูดอย่างเหน็บแหนมว่ากินคนเดียวยังดีกว่าต้องไปกินกับคุณพีท ก็ต้องแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ


พวกเราคุยสัพเพเหระต่อเรื่อยเปื่อยจนเดินเข้ามาในห้องเรียน นั่งลงในที่ประจำก่อนจะคุยต่อเรื่อยๆจนอาจารย์เริ่มการเรียนการสอน




หลังจากเรียนเสร็จ ผมก็ตรงดิ่งไปยังห้องครูที่ประษา และตอนนี้ผมกำลังเดินออกมาก่อนจะต่อสายไปยังเลขาเต้เมื่อเห็นว่าตัวผมไม่ได้รับสายเรียกเข้าจากเบอร์ดังกล่าว


“สวัสดีครับคุณเต้ ขอโทษทีครับพอดีผมมาทำธุระหลังเลิกนิดหน่อยครับ” ผมพูดออกไปเสียงอ่อยเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเลยเวลานัดปกติไว้มาสักพักแล้ว คิดว่าคุณเต้น่าจะรอมาได้เกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว


(ไม่เป็นไรครับ พอดีเห็นว่าคุณธันวาหายไปนานเลยโทรมาเช็คเฉยๆครับ เดี๋ยวผมจอดรอที่เดิม คุณธันวาเสร็จธุระเมื่อไหร่ก็ค่อยมาที่รถก็ได้ครับ หรืออยากให้ขับไปส่งที่ไหนก็ได้ครับ)


“อ่อไม่เป็นไรครับ ผมทำธุระเสร็จแล้วกำลังเดินลงไปครับ” และเมื่อได้ยินคำตอบรับจากปลายสาย ผมก็วางสายก่อนจะเดินไปกดลิฟท์เพื่อลงไปยังหน้าคณะที่ปกติเลขาเต้จะจอดรถรออยู่แล้ว


เราทั้งสองใช้เวลาในการเดินทางมายังบริษัทมากกว่าปกติเนื่องจากรถติดมากถึงแม้ว่าจะออกช้าปกติไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ทำให้ตอนนี้เวลาล่วงเลยกว่าที่คิด


“เราควรจะได้กินมื้อเย็นตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้ว” นั่นคือทำทักทายหลักจากที่ผมเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใช่ ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน คิดเหมือนที่คุณพีทพูดออกมาเป๊ะๆว่าปกติแล้วเราควรจะกินอาหารเย็นเสร็จแล้วเรียบร้อยแล้ว


“แล้วทำไมแด๊ดดี้ไม่กินก่อนเลย” ตอนนี้ผมไม่ได้กะจิตกะใจมาสนใจอะไรทั้งนั้น เพราะว่าหิวมาก แบบมากมาก


คุณพีทไม่ตอบ ทำให้ผมรู้ได้ว่าเขายังไม่ได้ทานอะไรเหมือนกันกับผม ถึงแม้ว่าแต่ก่อนคุณพีทจะกินข้าวไม่เป็นเวลาเพราะมีงานที่ต้องสะสางเยอะ แต่หลังจากที่ผมแทบจะย้ายเข้ามาอยู่กับคุณพีท ทุกๆครั้งที่จะกินข้าวไม่ว่าจะมื้อไหน ผมก็จะทำให้คุณพีทมานั่งกินข้าวพร้อมๆกันกับผมให้ได้ มันเลยเหมือนจะเป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องทำพร้อมๆกันในทุกๆวัน


“แด๊ดดี้ ไปกินข้าวกัน” ผมเดินเข้าไปตรงข้ามฝั่งของโต๊ะทำงาน นั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามก่อนจะเท้าคางมองดูร่างสูงที่ลากสายตาผ่านเอกสารต่างๆก่อนจะจรดปากกาลงเพื่อเซ็นลายเซ็นต์


พันธกานต์ อนันตโชติกุล


ประธานบริษัท อนันต์ ที่เมื่อพูดนามสกุลนี้ขึ้นมาใครๆก็รู้จัก ชื่อเสียงเรียงนามตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคงทำให้คุณพีทเครียดอย่างเห็นได้ชัด ความจริงจังในการทำงานของคุณพีท ผมสัมผัสมันได้เสมอ อย่างเช่นคิ้วที่ขมวดเวลาเจอเอกสารที่ต้องการการแก้ไขแบบในตอนนี้


“อย่าขมวดคิ้วสิครับ” ผมพูดขึ้นพลางส่งนิ้วโป้งเพื่อคลายหัวคิ้วที่พันกันออก


“…”


“แบบนี้ตอนทำงานวาก็งานหนักเลยสิ” ผมตอบตัวเองแทนละกัน ใช่ธันวา เธอจะต้องทำงานหนักแน่นอนเมื่อรับตำแหน่งเลขาของคุณพีท “แด๊ดดี้. . จูบหน่อย แล้วเราไปกินข้าวกัน นะครับ”


“ฉันยังไม่ได้คำตอบเรื่องที่เธอกลับบ้านวันนี้ช้าเลย . . ใช่ไหมเบบี๋”


“วาแค่ไปคุยกับที่ปรึกษามาเรื่องสมัครงานครับ ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน”


“อืม ไปคุยว่า” คุณพีทวางปากกาลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามอง


“ว่าจะยื่นที่ของคุณพีทแทน แล้วก็ปฎิเสธจดหมายเชิญจากบริษัทนั้น” 


“แสดงว่าแบบนี้ก็เตรียมทำงานหนักแล้วสิ”


“เตรียมแล้ว ครูที่ปรึกษาก็บอกด้วย”


เมื่อนึกถึงบทสนทนากับครูที่ปรึกษาหลังจากที่บอกไปว่าจะยื่นสมัครงานที่บริษัทที่เคยได้ไปฝึกงานแทน

‘ทำไมละ เธอรู้ใช่ไหมว่ามันยาก และการแข่งขันก็สูงมาก’


‘รู้ครับ แต่ผมคิดว่าการเป็นเลขาฝ่ายการตลาดน่าจะเป็นสายงานผมมากกว่า’


‘รุ่นพี่ที่จบๆไปบอกว่าทำงานหนักมากนะ’


‘ก็ . . ครับ’


‘ฉันหวังดีกับเธอนะธันวา อยากให้เธอได้ที่ทำงานดีๆ มั่นคง’


‘ครับ ขอบคุณครับอาจารย์ แต่ผมตัดสินใจแล้วว่าจะยื่นเอกสารที่นี่ด้วย’


‘…’


‘แล้วก็คงมีคนที่เหมาะกับตำแหน่งนั้นมากกว่าผม’ 


“บอกว่าที่นี่ทำงานหนัก”


“อืมใช่ หลังกินข้าวเสร็จวันนี้เธอมีเอกสารที่ต้องอ่านอีกเยอะ”


“ยังไม่ได้เริ่มงานเลย วาไม่อยากทำงานหนักจนตายนะ” ผมพูดออกไปขำๆพลางหยัดตัวลุกขึ้นยืนเพราะว่าอยากไปกินข้าวแล้วจะแย่


“ขนาดฉันที่ว่าเซ็กส์จัดเธอยังผ่านมาได้ แค่นี้ไม่ตายหรอกน่า” คุณพีทพูดขึ้นมาทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ


“วาพูดเล่นๆ”


“แค่เอกสารเรื่องบริษัทในเครือที่เราจะไปมะรืนนี้ เธอควรจะอ่านไว้ก่อน”


“อ๋อ โอเคครับ” งั้นผมรู้ไว้หน่อยก็ดี ไม่งั้นวันงานคงจะยุ่งไม่ใช่น้อย 


ผมกดจูบหนักๆลงบนคางให้หนึ่งทีก่อนจะดึงคุณพีทให้ลุกขึ้นเพื่อที่จะได้ออกไปกินข้าวสักที




วันพุธมาถึงเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ หลังจากคืนนั้นที่คุณพีทให้อ่านเอกสารทางธุรกิจมากมายเกี่ยวกับบริษัทในเครืออย่างบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์เรื่องรถให้กับทางเรา ซึ่งการที่บริษัทนั้นได้เป็นบริษัทที่ขายควบคู่กับอะไหล่รถยนต์ของทางเรา ทำให้ได้ยอดขายมากกว่าที่อื่นเยอะ การที่เราได้เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจกันทำให้ฝั่งนั้นได้ประโยชน์มากขึ้น และทางบริษัทเราก็ได้ประโยชน์จากการแบ่งเปอร์เซ็นผู้ถือหุ้น


การนัดเลี้ยงฉลองกันในครั้งนี้เกิดจากการที่ทั้งสองตกลงที่จะขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้านเป็นครั้งแรก การเลี้ยงฉลองในครั้งนี้ก็เหมือนกับการนัดคุยธุรกิจระหว่างทั้งสองฝ่ายเพื่อทำให้สัญญาต่างๆกลายเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างถูกต้อง รวมถึงเป็นการเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จของบริษัทด้วย


เมื่อเราทั้งสองมาถึงที่งาน ก็ได้รับการต้อนรับจากประธานบริษัทในเครือเป็นอย่างดี คุณพีททักทายประธานบริษัทที่ดูแก่กว่าอย่างสนิทสนม เราทั้งสามคนเดินเข้ามาในงานเรื่อยๆจนคุณพีทขอตัวไปทักทายคนอื่นๆ แต่กลับให้ผมที่มาเคียงคู่ในฐานะเลขาเดินกับท่านประธานก่อนด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้ช่วยดูเรื่องตารางงานเวลาที่ต้องเปิดงานหรือขึ้นเวที


ผมเดินตามหลังท่านประธานไปเรื่อยๆ ทักทายผู้คนมากหน้าหลายตาก่อนที่จะเดินมาหยุดที่โซนอาหารและเครื่องดื่มที่เรียงรายอยู่รอบๆ


“ธันวาใช่ไหม” ประธานเอ่ยขึ้นเมื่อกันมาพร้อมกับแก้วที่เป็นทรงเหมือนแก้วกรวยคว่ำที่บรรจุน้ำใสๆอยู่ข้างใน


“ใช่ครับ” ผมหยิบแก้วที่ถูกยื่นมาพร้อมกับตอบคำถามไป


“งานหนักเลยสินะ” 


“ก็นิดหน่อยครับ” ผมไม่กล้าพูดอะไรมากเพราะไม่อยากทำตัวสนิทสนมกับคุณพีทมากเกินจำเป็น


“อืม แล้วอย่างนี้ตอนไปเปิดตัวที่เวียดนามคุณเลขาจะตามไปด้วยไหมครับ”


“. . .​เรื่องนี้ยังไม่รู้เลยครับว่าจะเป็นคุณโอหรือผมที่ไปแทน”


“แล้วคุณเลขาคิดว่าการที่เราจะทำสาขาที่ประเทศนั้นจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไรครับ”


ผมรู้ดี รู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องมีคำถามแบบนี้มา เห็นได้จากการที่คุณพีทให้ผมอ่านเอกสารมากมาย ข่าวธุรกิจ ตลาดเวียดนาม ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจอันเกิดมาจากอาเซียนต่างๆ และผมก็จะพยายามตอบเท่าที่ได้


“ผมได้อ่านบทวิเคราะห์มาว่าเวียดนามอาจจะยังไม่มีโอกาสมากนักในเรื่องการลงทุนจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศเราได้มีโรงงานผลิตตั้งฐานอย่างมั่งคงแล้ว แต่การตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรป – เวียดนาม จะทำให้เวียดนามได้เปรียบมากว่าประเทศอาเซียนอื่นๆ ในการส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรป เป็นการเชิญชวนนักลงทุนยุโรปเข้ามาลงทุนในเวียดนามมากขึ้น”


“…”


“เมื่อถึงตอนนั้น ยุโรปจะชาวยส่งเสริมให้เวียดนามเป็นตลาดรถยนต์ท่ีมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าเวียดนามเป็นประเทศที่มีต้นทุนต่ำ การลงทุนในเวียดนามจึงถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีและคาดว่าจะนำมาสู่ยอดขายที่เพิ่มถึง 30%ครับ”


“พีทนี่ ไม่เคยเลือกเลขาผิดเลยเนอะ” ท่านประธานพูดด้วยความเอ็นดู เมื่อผมได้ยินท่านว่าอย่างนั้นก็ยิ้มอย่างสบายใจ พูดขอบคุณเบาๆก่อนจะยกแก้วในมือขึ้นดื่มเพื่อดับอาการตื่นเต้นที่เกิดก่อนหน้านี้


เมื่อเราทั้งคู่ต่างไม่มีอะไรที่จะพูด ผมจึงรีบดื่มเครื่องดื่มในมือให้หมดก่อนจะหยิบมะกอกขึ้นมากิน รสชาติข่มปร่าที่ไม่คุ้นชินทำให้ผมต้องหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้ รสชาติมันทั้งบาดคอ รวมไปถึงร้อนมากกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ มากจนผมไม่คิดว่าจะสามารถรับอีกแก้วที่ถูกยื่นมาอีกไหว


ทั้งๆที่ผมคิดว่าเป็นคนคอแข็งอยู่พอตัว แต่พื้นเพไม่เคยดื่มเครื่องดื่มมึนเมาที่แรงมากขนาดนี้ ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าที่พึ่งกินหมดไปเมื่อกี้เป็นอะไร รัม วอดก้า เตกีล่า หรืออื่นๆ


“เดี๋ยวอีกสักครู่เราต้องเปิดงานวันนี้แล้วครับ”


“…” ผมไม่ได้พูดอะไร แค่รู้สึกดีขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของคุณพีทที่พูดขึ้นและเห็นว่าเจ้าตัวยืนอยู่ข้างๆ


“หลังจากที่ท่าประธานขึ้นพูดแล้วเรียบร้อย ผมจะขึ้นไปพูดสรุปงานก่อนที่เราจะเจอกันในห้องรับรองนะครับ” คุณพีทพูดทุกอย่างทั้งๆที่หน้าที่นั้นมันควรจะตกเป็นของผมที่ต้องบอกท่านประธานถึงกำหนดการในงาน


และเมื่อเห็นว่าท่านประธานกำลังเดินไป ผมจึงรีบหยิบแก้วที่ท่านยื่นให้มาถือแทนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะก้มหัวให้เมื่อเขาเดินผ่านไป ผมจึงเดินตามคุณพีทไปยังบาร์ที่เยื้องออกไปอีกหน่อย


“Tanqueray wet martini, stirred” คุณพีทตรงดิ่งไปยังบาร์ก่อนที่จะสั่งเครื่องดื่มที่ตัวเองต้องการ


“…” ผมที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็ได้แต่ยืนงงอยู่ด้านหลัง


“With olives . . . ขอบคุณ” เมื่อคุณพีทสั่งเสร็จเรียบร้อย คุณพีทก็หันหน้ามาทางผมก่อนจะมองมายังมือผมที่ถือเครื่องดื่มแบบเดิมอยู่


“…”


“หน้าแดงนะ” คุณพีทพูดขึ้นเมื่อมองมายังใบหน้าของผม จนผมต้องยกมือขึ้นเพื่อสัมผัสข้างแก้มก่อนจะรับรู้ถึงความร้อนรุ่มที่ส่งผ่านออกมา


ในตอนนั้นเอง ที่ผมรู้ว่าผมไม่สามารถสู้เครื่องดื่มในมือได้อีกแล้วจนต้องส่งให้คนตรงหน้าก่อนที่ร่างสูงจะรับหน้าที่ดื่มน้ำมึนเมานั่นแทน




100% แบบไม่ได้ตรวจคำผิดเด้อออ

ตอนนี้คนอ่านน้อยลงเยอะเลย ไรท์ก็ได้แต่งงว่าทำไมง่ะ อย่าพึ่งทิ้งคุณพีทน้องวาไปฮืออออออออออ กลับมาก๊อนนนนนน ไหว้ย่อ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น