อ้วนพี/หมึกสีนิล

ฝากติดตามกันด้วยนะคร้าบบบบบบ *0* สามารถทราบความเลื่อนไหวได้ที่เพจเน้อออ เพจ: อ้วนพี/หมึกสีนิล

ตอนที่ 6. เชลย… มันไม่มีอยู่ในแผน!

ชื่อตอน : ตอนที่ 6. เชลย… มันไม่มีอยู่ในแผน!

คำค้น : ชีค

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2561 22:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6. เชลย… มันไม่มีอยู่ในแผน!
แบบอักษร

ตอนที่ 6. เชลย… มันไม่มีอยู่ในแผน!

ข่าวการอภิเษกสมรสระหว่างกษัตริย์หนุ่มแห่งอัลบาฮาและผู้บริหารสาวไฟแรงชื่อดังของเมืองไทยดังไม่แพ้ข่าวการอภิเษกสมรสของเจ้าพ่อถุงยางอนามัยและหม่อมราชวงศ์สาวชื่อดังเมื่อสองปีก่อน มีคนพูดถึงเป็นวงกว้างและต่างรอดูว่าจะเหมือนคู่ของชีคเรนอสกับหม่อมราชวงศ์ปาริดาหรือไม่ ตลอดสองอาทิตย์ก่อนงานอภิเษกจะเริ่มกษัตริย์รามินต้องบินไปมาระหว่างสองประเทศเพื่อเตรียมงานต่างๆ ด้วยตนเอง และลอบดูว่าที่เจ้าสาวว่าคิดจะทำอะไรนอกแผนของเขาหรือเปล่า

“เจ๊ เจ๊คิดใหม่ได้นะ” แทนไทเข้ามาหาพี่สาวคนสวยในห้องแต่งตัวหลังจากช่างแต่งหน้าและช่างแต่งตัวจัดการแปลงโฉมทุกอย่างให้พี่สาวเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว และช่วงเวลานี้แหละคือฤกษง์ามยามดีที่จะหนีงานวิวาห์ตามที่วางแผนไว้ ดังนั้นแทนที่เขาจะเห็นพี่สาวใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวฟูฟ่องเหมือนตอนที่เข้ามากลับต้องมาเห็นแม่คุณเปลี่ยนเป็นชุดแม่บ้านทำความสะอาดแทน ว่าที่พี่เขยเขาก็ใจปล้ำเหลือเกินให้จัดงานแต่งทั้งๆ ที่รู้ว่าเจ้าสาวจะเหาะหนี

“ถ้าฉันเปลี่ยนใจ ฉันจะมาแต่งชุดแม่บ้านแบบนี้มั้ยล่ะ” เขม่นใส่น้องชายผ่านกระจกบานใหญ่ ก่อนจะหันไปล้างเครื่องสำอางค์ออกจากใบหน้าต่อ แทนไทถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่

“แล้วเจ๊ไม่คิดผลที่จะตามมาเลยเหรอ ทั้งคุณลุงคุณป้า โดยเฉพาะองค์รามิน พระองค์เป็นถึงกษัตริย์แล้วถูกทิ้งให้หม้ายขันหมากแบบนี้ พระองค์เสียหายมากนะเจ๊” โรสรินเม้มปากแน่น สีหน้าเครียดไม่น้อยไปกว่าแทนไท ทำไมเธอจะไม่คิด เธอโตขนาดนี้แล้ว รู้ผลลัพธ์ทุกการกระทำที่เกิดขึ้น แต่เรื่องนี้เธอไม่ผิด การแต่งงานที่เกิดขึ้นมันเกิดจากความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ไม่ได้ถามความสมัครใจเธอสักคนเดียว โดยเฉพาะคนที่ขึ้นชื่อเป็นกษัตริย์ องค์รามินเอาแต่ใจ รู้ทั้งรู้ว่าเธอไม่รักไม่ชอบก็ยังดึงดันที่จะแต่ง และเมื่อเธอเดินหน้าแล้วเธอจะไม่มีวันหันหลังเด็ดขาด

“แกเปลี่ยนใจฉันไม่ได้หรอกแทน” น้ำเสียงและท่าทางมุ่งมั่นนั่นทำให้แทนไทได้แต่ยอมรับ ถ้าเจ๊เค้าไม่เปลี่ยนใจ ก็จะเป็นเจ๊เองนั่นแหละที่จะต้องมาเสียใจภายหลัง “คนที่เริ่มไม่ใช่ฉัน”

“ใช่เจ๊ คนที่เริ่มไม่ใช่เจ๊” เพราะมัวแต่ล้างเครื่องสำอางค์โรสรินเลยไม่แอะใจในน้ำเสียงของแทนไทที่เจือไปด้วยความรู้สึกผิด “ขอโทษนะเจ๊”

“ขอโทษอะ…” ร่างบางทรุดฮวบลงในอ้อมแขนของแทนไททันทีที่ชายหนุ่มฉีดยาสลบใส่ เขาจัดการอุ้มพี่สาวกลัวฝนหลบออกมาทางด้านหลังโรงแรม ที่นั่นมีคนของกษัตริย์หนุ่มรออยู่ …นี่ไม่ใช่แผนที่วางกันไว้ตั้งแต่แรก แต่เพราะเกิดเรื่องด่วนที่อัลบาฮาองค์รามินต้องอยู่จัดการ ตอนนี้กษัตริย์หนุ่มเองก็ไม่ได้อยู่เมืองไทย และพระองค์ก็ไม่มีพระประสงค์จะปล่อยให้พระคู่หมั้นไปอยู่ต่างจังหวัดโดยไม่มีพระองค์ ดังนั้นเพื่อที่หญิงสาวจะอยู่ในสายพระเนตรตลอดเวลาคือต้องพาไปอัลบาฮาในฐานะ… เชลย


“เชลย!” เดี๋ยวนะ! เดี๋ยว! นี่มันเรื่องอะไรกัน มันไม่ได้อยู่ในแผน แผนของเธอคือตอนนี้เธอควรอยู่ที่บ้านสวนที่นครนายก ไม่ใช่มาอยู่ในกระโจม และมีชายหน้าโฉดยืนอยู่หน้ากระโจมพอหันกลับมาในกระโจมอีกครั้งก็มีเด็กผู้หญิงอายุแค่ประมาณสิบแปดสิบเก้าปีบอกเธอว่า เธอเป็นเชลยของน้องชายจอมโจรทะเลทราย… เธออยู่ทะเลทราย! นี่เธอฝันอยู่หรือไงเนี่ย!

“ใช่เจ้าค่ะเชลย” เด็กหญิงคนนั้นย้ำ โรสรินอยากจะเป็นบ้า ตอนนี้เธอสับสน มึนงง ประติดประต่อเรื่องราวแบบมึนๆ ตอนแรกเธออยู่ในโรงแรมชื่อดังของกรุงเทพ กำลังเปลี่ยนคราบจากเจ้าสาวแสนสวยเป็นแม่บ้านฟันเหยิน เธออยู่ในห้องกับแทนไท ลูกพี่ลูกน้องเธอพยายามโน้มน้าวให้เธอเลิกแผนการหนีงานแต่ง …ใช่ เธออยู่กับแทนไท แล้วหมอนั่นเหมือนพูดอะไรสักอย่างเธอไม่ทันได้ฟัง จากนั้นก็สลบไปเลย พอตื่นมาก็มาอยู่รังโจรแล้ว พระเจ้า! พวกมันใช้ยาสลบช้างหรือยังไงเธอถึงได้สลบข้ามน้ำข้ามทะเลมาขนาดนี้!

“ทำไมฉันถึงถูกจับมาเป็นเชลย” โดนลักพาตัวมาเป็นเชลยแบบงงๆ ก็อยากรู้เหตุผลเหมือนกัน เพราะเธอไม่เคยรู้จักมักจี่กับโจรทะเลทรายอัลบาฮา นอกจากโจรทะเลทรายเก๊ของคิงรามิน เฮ้ย! หรือว่านี่ก็เป็นรังโจรเก๊ๆ ของเขา แต่ที่เธอวิ่งไปดูมันไม่ใช่ ไม่มีธง และไม่มีกระโจมที่ตั้งเรียงรายราวกับหมู่บ้านขนาดย่อม นี่เธอถูกจับมาเป็นเชลยจริงๆ เหรอวะเนี่ย เจ้าแม่อย่างเธอเนี่ยนะ!

“เป็นเชลยเพื่อเอาไว้ต่อรองกับกษัตริย์รามินเจ้าค่ะ” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยทันที

“ต่อรอง? ทำไมต้องต่อรอง แล้วอีกอย่างฉันไม่ได้มีค่าขนาดที่น้องชายหัวหน้าโจรของเธอต้องเอาไปต่อรองกับกษัตริย์หรอกนะ”

“ทำไมจะไม่มีค่าล่ะเจ้าคะ เขาโจทย์กันทั่ว ว่าคุณเป็นถึงพระคู่หมั้นของกษัตริย์รามิน ถ้ามีคุณ เราก็จะต่อรองกับองค์รามินให้ปล่อยตัวท่านราอิลหัวหน้าของพวกเราที่ถูกทางการจับตัวไปได้” โรสรินอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าการเป็นคู่หมั้นขององค์กษัตริย์หนุ่มจะพาความซวยมาให้เธอได้ขนาดนี้

“ดะ… เดี๋ยวนะ แล้วถ้าฉันไม่ใช่คู่หมั้นอะไรนั่นล่ะ ถ้า… ถ้าน้องชายหัวโจรจำคนผิดล่ะ!” เอาว่ะ! ลองดูสักตั้งเผื่อจะรอด

“จะจำผิดคนได้ยังไงล่ะเจ้าค่ะ ก็หนังสือพิมพ์ของประเทศลงรูปคุณเสียเต็มหน้าหนึ่ง” ไม่พูดเปล่าเด็กหญิงยังเอาหนังสือพิมพ์ของอัลบาฮามาให้เธอดูเป็นเครื่องยืนยันอีกต่างหาก โรสรินถึงกับอ้าปากพะงาบๆ …หมดแล้วทางรอดของเธอ “อยู่เป็นเชลยอย่างสงบเถอะนะเจ้าค่ะ อีกไม่นานคุณก็ได้อิสระแล้ว” เด็กหญิงยิ้มหวาน

“ฉันต้องดีใจมั้ยเนี่ยที่เป็นเชลยกิติมศักดิ์ แล้วอีกอย่างฉันยังไม่กรี๊ดด้วยความตกใจเลยที่ถูกจับมาแบบนี้” เธอยังไม่ได้กรี๊ดเหมือนนางเอกเลยนะที่รู้ว่าถูกจับตัวมาอยู่ในรังโจร เพราะมัวแต่มึนอยู่ว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

“ไม่ทันแล้วเจ้าค่ะ”


มันเป็นอะไรที่บ้ามาก! ให้ตายสิ! ป่านนี้องค์รามินรู้หรือยังว่าเธอถูกจับตัวมาเป็นเชลยเพื่อต่อรองเขา ไหนบอกว่าบ้านเมืองเจริญแล้วไงทำไมยังมีโจรทะเลทรายโผล่มาแบบนี้ ถึงแม้ว่าสาวน้อยเจมี่จะเพียรบอกเธอว่าไม่อยากจะเป็นตั้งแต่แรกก็ตามแต่เป็นเพราะราชวงศ์พยายามรวมชนเผ่าที่แตกแยกเข้ากับการปกครองแบบตะวันตก ชนเผ่าดั้งเดิมของเธอที่ยึดหลักการปกครองแบบโบราณไม่ยอมรับเลยต้องทำตัวเป็นโจรทะเลทรายอย่างทุกวันนี้

“น้องชายของหัวหน้าโจรชื่ออะไรนะเจมี่” โรสรินเอ่ยถาม เพื่อที่เวลาผู้ชายคนนั่นมาเธอจะได้เรียกถูก ขื่นเรียกผิดแล้วโดนฆ่าหมกทรายเธอก็แย่น่ะสิ เดาอารมณ์พวกโจรไม่ออกด้วย

“ท่านเรอิลเจ้าค่ะ”

“เอ่อ… แล้วท่านเรอิลของเธอเมื่อไหร่จะมาเหรอ”

“อีกสักครู่มั้งคะ เพราะเห็นพวกผู้ชายบอกว่าไปตรวจโดยรอบหมู่บ้าน” โรสรินพยักหน้าเล็กน้อยแล้วนั่งสงบเสงี่ยมตามเดิม จินตนาการรูปร่างหน้าตาน้องชายหัวหน้าโจร น่าจะเป็นผู้ชายอ้วนๆ หนวดเยอะๆ บ้าผู้หญิง เหมือนพวกเสี่ยลงพุงที่เธอทำธุรกิจด้วยแน่ๆ “โอ๊ะ! เสียงม้า น่าจะกลับกันมาแล้วแน่เลย ฉันต้องขอตัวไปเตรียมสำรับเย็นก่อนนะเจ้าคะ แล้วห้ามออกไปนอกกระโจมเด็ดขาดถ้าไม่อยากตายก่อนได้กลับบ้าน”

“รู้แล้ว” ยายเด็กเจมี่ในความคิดเธอเป็นเด็กที่น่ากลัวจริงๆ ใบหน้ายิ้มแย้มแต่สายตานั่นข่มขู่เธอตลอดเวลา คิดว่าเธอกลัวหรือไง ดูด้วยว่าเธอเป็นใคร เธอคือโรสรินผู้หญิงที่เป็นดั่งนางพญาเชียวนะ แต่อย่างว่า เวลานี้เธออยู่ในถิ่นโจร อาวุธที่เธอถนัดก็ไม่มีสักอย่าง คงต้องตามน้ำไปก่อนล่ะและภาวนาให้องค์รามินมาช่วยเธอไวๆ อีกอย่างเธอก็มีข้ออ้างที่ทำให้เขายกเลิกงานแต่งแบบเธอไม่ด้วย เธอจะใช้วิกฤตนี้แหละ หึๆ หลังจากที่เจมี่ออกไปแล้วโรสรินก็เดินไปด้อมๆ มองๆ ที่หน้ากระโจมก่อนจะแหวกผ้าออกเล็กน้อยเพื่อดูเหตุการณ์ข้างนอก แล้วเธอก็เห็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำสวมเสื้อผ้าเหมือนคนอื่นๆ ในหมู่บ้านต่างกันที่เนื้อผ้าที่ดูจะมีราคามากกว่าคนอื่น อีกทั้งผู้คนสวนมากให้ความเคารพน้อบน้อม ท่าทางจะเป็นน้องชายของหัวหน้าโจร รูปร่างดีกว่าที่เธอคิดไว้เยอะเลย แต่หน้าตาคง…

“ทุกคนแยกย้ายไปพักได้ แล้วหัวค่ำเจอข้าที่กระโจมท่านอามาคัส”

“ครับ!”

“…แม่เจ้า! หน้าตายังกับอสูร” โรสรินถึงกับผงะด้วยความตกใจทันทีที่เธอเห็นใบหน้าที่เธอคิดว่าเป็นน้องชายของหัวหน้าโจร รอยบากขนาดใหญ่พาดพาดจากหน้าผากจรดปลายคางด้านซ้าย อีกทั้งทั่วใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ไม่รู้ว่าไปฟัดกับใครมาถึงได้มีแผลเป็นน่ากลัวแบบนั้น “ถ้าฉันอาสาพาไปเกาหลี หมอนั่นจะไปกับฉันมั้ยเนี่ย เฮ้ย! เดินมาแล้ว!” หญิงสาวเลิกคิดอะไรที่เป็นไปได้น้อยหรือเป็นไปไม่ได้เลยแล้วรีบมานั่งจมปุ๊อยู่ที่เก้าอี้แล้วนั่งหน้าเชิดคอตั้งอย่างเคยตัว

“ดีที่เจ้าไม่คิดหนี หรือถ้าคิดก็คงทำได้ยากถ้าไม่ไปตายกลางทะเลทรายเป็นอาหารแร้งเสียก่อน” โรสรินถึงกับกลอกตามองบนกับคำทักทายของมนุษย์โจร เอาเถอะ เธอก็พอให้อภัยได้ โจรที่ไหนเค้าจะมีมนุษยสัมพันธ์

“ฉันก็คิดอย่างนั้น อีกอย่างคุณจับฉันมาก็เพื่อไปเป็นตัวประกันแลกเปลี่ยนกับพี่ชายของคุณ ฉันก็ได้กลับบ้านอยู่ดี นอกเสียจากว่าคุณจะเล่นตุกติก” โรสรินยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มของความท้าทายมหาโจรผู้ที่แลดูหยิ่งในศักดิ์ศรี

“ไม่ต้องห่วง” มุมปากหนากระตุกยิ้มคล้ายหยัน “ข้าไม่คิดตุกติก พี่ชายข้าสำคัญมากกว่าเจ้านัก” โรสรินตาวาวก่อนจะหัวเราะออกมาเล็กน้อย

“ฉันจะจำไว้” นัยน์ตาคมปราดมองหญิงสาวเพียงเสี้ยววินาทีแล้วเดินไปยังโต๊ะทำงานของตน

“ข้าคงไม่ต้องแนะนำตัวเอง เจ้าคงรู้แล้วว่าข้าชื่ออะไรจากเจมี่” โรสรินพยักหน้าหงึกๆ “ถึงเจ้าจะเป็นเชลย เจ้าก็ไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ จนกว่าจะถึงกำหนดแลกตัวประกันเจ้าจะต้องทำงานแลกข้าวแลกน้ำ”

“หา! เดี๋ยว! ทำงานแลกข้าวแลกน้ำ” โรสรินเท้าเอวมองชายหนุ่มด้วยสายตาและท่าทางเอาเรื่องทันที ลืมสนิทว่าคนตรงหน้าเธอเป็นโจร โจรที่สามารถฆ่าเธอได้ทุกเมื่อ “เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคุณ คุณจับฉันมานะ ฉันไม่ได้มาขออยู่ ทำไมฉันต้องทำงานแลกข้าวแลกน้ำด้วยมิทราบ!” จับมายังไม่พอยังจะใช้แรงงานเธออีก! เมินซะเถอะย่ะ!

“มันเป็นกฎของที่นี่ ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ทำงานแลกข้าวแลกน้ำทั้งนั้น คนที่อยู่อย่างไร้ประโยชน์ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะให้อยู่ที่นี่” โรสรินเบิกตา

“เดี๋ยวนะคะ! ฮัลโหล! ได้ข่าวว่าคุณจับฉันมาเพื่อเป็นตัวประกัน! ฉันอยู่ในข่ายมีประโยชน์ ดังนั้นฉันไม่ทำอะไรอย่างที่คุณพูดแน่ๆ เมินไปได้เลย” เธอเชิดคอแล้วสะบัดบ็อบเดินไปนั่งเก้าอี้ ในใจกำลังขุ่นมัวอย่างที่สุด ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่ไปตรากตรำทำงานงกๆ แน่ เธอคือโรสริน ซีอีโอคนเก่ง สวย และรวยมากนะ!

“คนอื่นอาจจะใช่ แต่ไม่ใช่สำหรับเจ้า คิดดูเอาแล้วกันว่าเจ้าจะทำงานเหมือนผู้หญิงพวกนั้นหรือจะเป็นเครื่องระบายกามรมณ์ของผู้ชาย” แล้วสายตาเข้มก็มองหญิงสาวที่ทำเอาคนถูกมองเสียวสันหลังวาบ เผลอถลึงตาใส่น้องชายหัวหน้าโจร แล้วรีบเอาแขนมาโอบกอดตัวเองคล้ายจะปกปิดถึงแม้จะใส่อาภรณ์ครบ “เจ้าเองก็หน้าตาสะสวยไม่เบา คนของข้าคงถูกใจเจ้าไม่น้อย และข้าคิดว่าคนอย่างกษัตริย์รามินคงไม่เอาหญิงที่มีราคีกับผู้ชายนับร้อยเป็นราชินีให้เสื่อมเกียรติ”

“นึกว่าฉันกลัวเหรอ!” โพล่งไปด้วยความถือดี แต่ข้างในสั่นมาก ถึงเธอจะสู้กับผู้ชายได้แต่ถ้าเป็นผู้ชายตัวโตๆ หน้าเหี้ยมเป็นฝูงขนาดนั้นเทวันโดสายดำดั้งสองก็เอาไม่อยู่

“ใช่” มันเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทำเอาเธอปรี๊ด! แทบอยากจะกรีดกรายเล็บสวยๆ บนใบหน้านั่นให้บากยิ่งกว่านี้ ไอ้โจรนิสัยไม่ดี!! “หรือเจ้าไม่กลัว ข้าจะได้…”

“โอ๊ย!!!!” เธอเกลียดรอยยิ้มปีศาจนั่นที่สุด!!


ปั่กๆๆๆ

 หน้าสวยหงิกงอคอก็หักด้วยความโมโหสุดขีดขณะกำลังตีผ้าบริเวณริมโอเอซิสที่สาวๆ หมู่บ้านโจรใช้เป็นที่ซักผ้า สองวันแล้วที่โรสรินต้องมาทำงานเพื่อแลกข้าวแลกน้ำแลกที่ซุกหัวนอนตามคำสั่งของน้องชายหัวหน้าโจร เพราะถ้าเธอไม่ทำได้ไปทำหน้าที่อื่นอยู่ในกระโจมชายโฉดพวกนั้นแทน นอกจากที่เธอต้องมานั่งซักผ้าแล้วเธอยังต้องทำอาหาร ทำความสะอาดกระโจมของผู้นำรังโจรทุกหลังพร้อมกับเจมี่ มือที่ไม่เคยผ่านการจับอะไรพวกนี้เริ่มด้านอย่างที่เธอเห็นแล้วก็ได้แต่ปรี๊ดแตกในใจ คนอย่างเธอที่เป็นดั่งนางพญาไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องมาเจออะไรอย่างนี้ เหมือนซินเดอเรลล่าที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายและพี่ๆ ทั้งสามกดขี่ข่มแหงใช้งานหนักเยี่ยงทาส ต่างกันกันที่ของเธอโดนโจรหน้าบากกดขี่ แถมไม่มีเจ้าชายมาช่วยอีก ตอนนี้เธอไม่หวังพึ่งองค์รามินแล้ว มันริบรี่เกินไป คนอย่างเขาไม่น่าเกินวันสองวันหรอกที่จะตามหาเธอ เขาคงเหนื่อยกับเธอแล้วจริงๆ เพราะเธอเลือกที่จะหนีจากเขา แต่เธอไม่ได้เลือกให้ถูกจับมาเป็นเชลยนี่หว่า เรื่องนี้เธอก็ไม่ผิดร้อยเปอร์เซ็นต์นะ

“เลิกตีผ้าแบบนั้นได้แล้วเจ้าค่ะ ผ้าจะขาดแทนที่จะสะอาด” เจมี่ท้วงขึ้นเมื่อเห็นแรงคนข้างกายที่ตีผ้าเอาแบบไม่กลัวข้อมือหักหรือผ้าจะขาดวิ่นเพราะตีผ้าแรงเกินไปของเจ้าตัว

“โอ๊ะ! โทษที” โรสรินยิ้มเหยแล้วเปลี่ยนจากตีผ้าเป็นการเอาผ้ามาล้างน้ำสะอาดแทนเพื่อรอนำไปตาก

“ผ้านี่เป็นของท่านเรอิลนะเจ้าคะ ถ้าทำเสียไปคุณได้เดือดร้อนแน่เจ้าค่ะ” เจมี่เอ่ยเตือนด้วยใบหน้าจริงจังก่อนจะละไปจัดการกับกองผ้าของตนต่อ โรสรินเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ มองผ้าในมือแล้วจะง้างมือไม้ตีผ้าขึ้นจะตีต่อให้ขาดแต่เจมี่ส่งสายตาปรามมาเธอเลยได้แต่พ่นลมหงุดหงิดแล้วหยิบผ้าใส่ตระกร้า ถ้าคนอื่นเป็นคนรับผิดชอบผ้าโจรคนนี้เธอจะแอบทำให้ขาดไม่เหลือชิ้นดีแน่ แต่เพราะเธอต้องรับผิดชอบดูแลข้าวของเครื่องใช้ผู้ชายคนนี้ทุกอย่างก็เลยทำอย่างที่ใจคิดไม่ได้ เก็บกดสุดๆ เลยว้อย! “เอาผ่าไปตากกันเจ้าค่ะ จะได้ไปเตรียมอาหารกันต่อ” โรสรินพยักหน้า ลุกขึ้นแล้วหยิบตระกร้าผ้าของตัวเองเดินตามเจมี่ไปยังโซนตากผ้าของหมู่บ้าน ระหว่างทางเธอก็หันไปเห็นกระโจมแบบเปิดโล่งหลังหนึ่งซึ่งเจมี่บอกว่าเป็นที่สำหรับประชุมของหมู่บ้าน ในนั้นเต็มไปด้วยบุคคลสำคัญหนึ่งในนั้นก็มีอีตาโจรหน้าบากนั่งอยู่ด้วย โอ๊ย! แค่นั่งคุยทำไมต้องแอ็คอาร์ตท่ามากขนาดนั้นด้วย

“ขนาดนั่งคุยยังมาดเยอะ เหอะ! ทำแบบนั้นแล้วคิดว่าดูดี สาวตามกรี๊ดนักหรือไง อุ๊ย!” โรสรินหันหน้ากลับแทบไม่ทันเมื่อคนถูกนินทาหันมามองพอดี ไม่ใช่ว่าได้ยินที่เธอนินทาหรอกนะ แต่อยู่ตั้งไกล หูจะดีเกินไปหรือเปล่าหรือว่าเลี้ยงกุมาร?

“ท่านเรอิลหล่อจะตายเจ้าค่ะ ถึงใบหน้าจะเป็นแบบนั้นแต่สาวๆ ในหมู่บ้านตามกรี๊ดท่านไม่ต่างกับดาราในเมืองหลวงเลยนะเจ้าคะ” โรสรินหันขวับแล้วทำหน้าสยอง ผู้หญิงในหมู่บ้านนี้ใช้ตรรกะไหนคิดว่าผู้ชายหน้าบากขนาดนั้นหล่อ! ถ้าอีตานี่หล่อคิงรามินนี่ไม่เรียกว่าขี้เหร่หรอกเหรอ “แต่ก่อนท่านเรอิลงามมาก พอๆ กับพี่ชายของท่าน ถึงจะมีแผลเป็นเข้ามาก็ไม่ได้ทำให้ความงามลดลงกลับดูดิบเถื่อนขึ้นไปอีก” นอกจากจะทำหน้าตาเพ้อฝันแล้วยังทำตัวบิดไปบิดมาอย่างเขินอายเข้าไปอีก โรสรินเห็นถึงกับปวดหัวตึ๊บจนต้องคลึงขมับเลยทีเดียว “โอ๊ย! เห็นแล้วละลาย”

“โอ๊ย! ปวดตับ”

“ปวดตับ ไปหาหมอมั้ยเจ้าคะ” โรสรินเผลอมองแรง บางครั้งเด็กคนนี้ก็ดูอินโนเซ็นต์จนเธออยากจะเอาตัวเองปักพื้นทราย

“ตากผ้าเถอะ อย่าสนใจฉันเลย” แล้วก็ตัดบทด้วยการไปหยิบผ้าขึ้นมาตาก เจมี่ย่นคิ้วมองเจ้านายสาวปนพี่สาวอย่างไม่เข้าใจ


“มองอะไรนักหนา” เมื่ออยู่กันแค่เพื่อนเกลอสามคนรามินก็คลายมาดลงแต่ไม่หมดยังความสง่างามเยี่ยงกษัตริย์เอาไว้ทุกกระเบียดนิ้ว เขาหยิบถั่วปาใส่เรย์นอสที่มองเขาด้วยสายตาขบขันวิบวับจนน่าถีบแล้วไม่ใช่แค่หมอนี่คนเดียวเพื่อนที่เหลืออีกสองคนก็มองเขาด้วยสายตานั้นไม่ต่างกัน

“แกต้องเห็นสายตาตัวเองว่ามันหวานเยิ้มแค่ไหนตอนที่มองคุณโรสเธอ” แล้วเรย์นอสก็หัวเราะ หยิบถั่วที่เพื่อนปามานั้นเข้าปากเคี้ยวกรวมๆ “ถ้าไม่ติดว่าพวกฉันนั่งอยู่ด้วยนายคงวิ่งไปจับกดคุณโรสกินแล้วใช่มั้ย”

“รู้ดี” รามินยิ้ม ไม่ปฎิเสธซักคำ เพราะเขาต้องการเช่นนั้นมากจริงๆ จนเพื่อนแซวเขาก็ไม่รู้สึกเขินอะไร

“แล้วนายจะทำตัวเป็นโจรใจโฉดไปถึงเมื่อไหร่วะ พลอยทำให้พวกเราต้องปลอมตัวไปด้วย ฉันล่ะสงสารคุณโรสเธอจริงๆ เธอเป็นเจ้าแม่นักบริหารอยู่ดีๆ นายก็ลากเธอมาเป็นคนใช้เสียอย่างนั้น” ชีคฟาซัสเอ่ยหลังจากที่เขาหันไปมองว่าที่เจ้าสาวของเพื่อนที่กำลังเดินเอาผ้าไปตากหลังค่าย ผิวขาวๆ ที่เขาเคยเห็นตอนนี้มันแดงๆ จนจะกลายเป็นคล้ำถ้าอยู่ที่นี่นานกว่านี้

“ก็จนกว่าจะจัดการกับไอกาตาฟได้ ฉันไม่อยากปล่อยให้โรสอยู่ที่เมืองไทยลำพัง เพราะไอกาตาฟมันอาจจะส่งคนไปเล่นงานโรสได้ ฉันไม่อยากเสี่ยง”

“ก็เข้าใจอยู่หรอก แต่ระวังเถอะถ้าคุณโรสจับได้ขึ้นมา ว่านายหลอกเธอแบบนี้มีหวังได้ง้อกันยาว เผลอๆ เธออาจจะปฎิเสธการแต่งงานกับนายไปตลอดชีวิตก็ได้” เจ้าชายรัลเซลเอ่ยท้วงด้วยความหวังดี เรย์นอสและฟาซัสพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย

“ฉันมีวิธีจัดการอยู่แล้ว อีกอย่างโรสอยากหนีจากฉันมาก ฉันก็ทำตามความต้องการของเธอแล้ว”

“หนีอยู่ในกำมือนาย คุณโรสได้ปรี๊ดวังแตกแน่ๆ” เรย์นอสทำหน้าสยอง เขาก็ได้วีรกรรมโรสรินมาไม่น้อย เธอเป็นวอคกิ้งวูแมนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก (ก.ไก่ล้านตัว) เคยมีคนเล่าให้เขาฟังด้วยว่าเคยทำงานกับโรสรินได้ไม่ถึงสองชั่วโมงก็ต้องบ่อน้ำตาแตกแล้วลาออกตอนนั้นเลยพร้อมกับทิ้งท้ายด้วยคำว่ายายแม่มด

“ยังไงก็อย่ามั่นใจในตัวเองซะสูงลิบนะเพื่อน เผื่อๆ ใจไว้บ้าง คุณโรสน่ะเธอออกจะไม่เหมือนผู้หญิงที่ผ่านๆ มาของนาย” รัลเซลเอื้อมมือตบบ่าเพื่อนแปะๆ ทำหน้าเห็นใจไม่น้อย “เอาล่ะ พวกเราต้องขอตัวก่อน จะได้ไปจัดการเรื่องเวรๆ นี่ให้จบ ฉันอยากเห็นเพื่อนแต่งเมียเต็มแก่แล้ว ฮ่าๆ” รามินกระตุกยิ้มให้กับเพื่อนจอมแสบทั้งหลายที่เหมือนจะหวังดีเตือนเขาเรื่องโรสรินทั้งที่จริงคงอยากเห็นคนอย่างเขาโดนผู้หญิงตัวเล็กๆ หักหน้ามากกว่า อะไรที่ทำให้เขาดูอับอายได้พวกนี้ก็พร้อมใจกันเสมอที่จะร่วมมือกันทำ

“ไม่อยู่ทานอาหารเย็นด้วยกันหรอกหรือ” ทั้งสามมองหน้ากันก่อนที่ทั้งหมดจะพร้อมใจกันเซย์โนว์ เพราะมีนัดกับที่บ้าน รามินเลยไม่เอ่ยท้วงอะไร

“ถ้ามีอะไรคืบหน้า ฉันจะให้อซิสรีบมาแจ้ง” เรย์นอสพูด รามินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะกำหมัดชกมือเพื่อนที่ยื่นมา “ไปล่ะ”

“อืม” หลังจากที่เพื่อนเขากลับไปหมดแล้วสิ่งแรกที่กษัตริย์หนุ่มทำต่อไปคือเดินไปหาโรสรินที่เขาคิดว่าเจ้าหล่อนอาจจะอยู่ในครัว เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงมื้อเย็นแล้ว ในใจเขาเขามีแต่เรื่องของโรสรินเต็มไปหมด และอยากให้เธอมีเรื่องของเขาอยู่ในหัวบ้าง แต่ก็คงยากเพราะหญิงสาวเอาแต่หนีเขาท่าเดียว ตัวเขาเองรู้ว่าเขาและโรสเริ่มกันได้ไม่ดี แต่เขาก็พยายามบังคับให้อยู่ในทิศทางที่ควรจะเป็น เขาเริ่มจีบเธอเหมือนคู่หนุ่มสาวทั่วไป แต่อาจจมีเกินเลยเอาแต่ใจบ้างก็เพราะความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยู่ในอกล้วนๆ ที่ต้องการระบายออก

“เฮ้ คุณระวัง!” เสียงหวานเอ่นเตือนเสียงหลงพร้อมกับร่างเล็กโถมเข้าหาร่างหนาที่เดินเอื่อยๆ เป็นเป้าให้ถูกทำร้าย รามินตาตื่นเมื่อเห็นใบหน้าหวานเหยเกไม่ถึงคืบ เขารีบดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งแล้วรีบมองดูร่างเล็กที่ร้อโอ๊ยออกมาเบาๆ ขณะมองดูที่ต้นแขนต้นเอง เจมี่ที่ตามหญิงสาวมาห่างเห็นเหตุการณ์ก็ร้องกรี๊ดด้วยความตกใจเสียหลงก่อนจะวิ่งมาหาโรสรินแต่ก็ได้แต่ยืนดูด้วยสีหน้าเป็นห่วงเพราะองค์รามินดุแลอยู่ ชาวบ้านที่ได้ยินสเยงร้องของเธอก็ต่างพากันออกมาดูแล้วก็ทำหน้าตกใจไปตามๆ กัน เสียงอื้ออึงรายล้อมพร้อมกับๆ ที่รามินสั่งคนของตนไปจับคนที่ลอบทำร้ายเขาและสั่งให้ทุกคนแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน ไม่ต้องห่วงหรือกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนจะอุ้มร่างบางเดินก้าวยาวๆ ไปที่กระโจมของตน

“เจมี่ ไปเรียกหมอมาหาข้า เร็ว!”

“เจ้าค่ะ” เจมี่รีบไปทำตามที่นายเหนือหัวสั่งทันที

“ข้าขอดูแผลเจ้าหน่อยว่าเข้าไปลึกหรือไม่” รามินไม่รอให้หญิงสาวอนุญาติเขาก้มลงไปดูบาดแผลบริเวณต้นแขนหญิงสาวทันที โรสรินมองการกระทำของโจรหน้าบากแล้วถอนหายใจเฮือก

“คำขอบคุณล่ะ” รามินชะงักแล้วมองหน้าคนถาม โรสรินมีสีหน้าเรียบเฉยมากและแสดงออกว่าต้องการคำขอบคุณจากเขามากแค่ไหน เหมือนเธอกำลังสะใจอยู่ลึกๆ ที่ทำให้เขาติดหนี้ชีวิตเจ้าหล่อนได้ ร้ายกาจจริงๆ นะน้องโรสของพี่

“เจ้าไม่เจ็บแล้วหรือ ถึงต้องการคำขอบคุณจากข้า”

“เจ็บมันก็เจ็บ ถึงคุณจะเป็นโจรก็ควรจะมีจิตสำนึกบ้าง แค่คำขอบคุณมันยากตรงไหน คิดดูนะถ้าฉันไม่ร้องเรียกแล้วรีบเข้าไปผลักคุณตอนนั้นฉันว่าตอนนี้คงได้ฝั่งศพคุณหน้าหมู่บ้านไปแล้ว” แล้วเธอก็พ่นลมออกมาอักเฮือก ให้คนตัวโตรู้ไปเลยว่าเธอเอือมระอากับนิสัยหยิ่งยโสของเขาขนาดไหน “เดินเอื่อยเฉื่อยเหมือนวิญญาณออกจากร่างอย่างนั้นแหละ” ประโยคหลังพูดกับตัวเองเบาๆ แต่รามินก็หูทิพย์เหลือเกิน ได้ยินหญิงสาวบ่นพึมพำเสียอย่างนั้น

“ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น วิญญาณและหัวใจข้าได้มอบให้กับหญิงนางหนึ่งไปแล้ว” รามินเอาแต่จ้องหน้าโรสริน เผลอแสดงออกว่าเขารักเธอมากขนาดไหน แต่ดูเหมือนเจ้าแม่นักธุรกิจจะไม่ทันได้ใส่ใจเพราะหูเจ้านางพึ่งราวกับจานเรดาห์เมื่อโจรหน้าบากเอ่ยถึงหญิงคนรักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ซึ่งมันต่างกับเวลาที่พูดกับเธอลิบลับ

“คุณมีคนรักแล้วเหรอ! ว้าว แล้วผู้หญิงคนนั้นอยู่ไหนล่ะ ทำไมหลายวันมานี้ฉันไม่เห็นเธอเลย” โรสรินหันซ้ายหันขวาอย่างกระตือรือร้นเลยไม่เห็นอีกว่าผู้ชายที่ทำให้เธอเข้าใจว่าเป็นน้องชายโจรนั้นเอาแต่จ้องหน้าเธอด้วยสายตาล้นไปด้วยความรักและแสนเอ็นดู แต่พอนัยน์ตาโตหันกลับมามองแบบมีคำถาม ดวงตาเข้มก็กลับเป็นเรียบเฉยเย็นชาเช่นเดิม

“นางไม่ได้อยู่ที่นี่”

“อ้าว แล้วอยู่ไหน...”

“หมอมาแล้ว” รามินในร่างโจรหน้าบากพูดตัดบท เขาลุกขึ้นยืนเพื่อให้แพทย์ประจำหมู่บ้านเข้ามาทำการรักษาหญิงได้สะดวก กษัตริย์หนุ่มมองหญิงสาวพักใหญ่ เมื่อเห็นใบหน้าหวานเหยเกเพราะความเจ็บเขาก็ขบกรามกรอดจนเห็นสันกรามแล้วเดินออกไปข้างนอกกระโจมทันที เพื่อจะจัดการกับไอ้คนที่กล้าเข้ามาลอบทำร้ายเขา

“ไคซัส ได้เรื่องยังไงบ้าง จับมันได้มั้ย” เขาถามทันทีเมื่อไคซัสเดินคู่กันมาเพื่อไปยังกระโจมที่เขาประชุมเสร็จได้ไม่นาน

“ไม่ได้พะยะค่ะฝ่าบาท แต่มันเหมือนจงใจทิ้งหลักฐานไว้” รามินคิ้วขมวด ไคซัสรีบเอาหลักฐานที่ว่าให้องค์เหนือหัวดู รามินรับมาแล้วดูที่ด้ามธนู ดวงตาเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

“ไอ้ซาลัส!” รามินหันลูกธนูด้วยมือเพียงข้างเดียวเพราะความโกรธ ไม่คิดว่าคนที่เลิกรากับบัลลังค์ของเขานั้นจะหวนกลับมาอีกครั้ง ช่างกลับมาได้ประจวบเหมาะที่เขากำลังตามจับไอ้กาตาฟเจ้าพ่อค้ายาจริงๆ

“กระหม่อมให้คนของเราเข้าไปสืบทางตอนใต้แล้ว ว่าเป็นฝีมือคนของเจ้าชายซาลัสหรือไม่ อีกไม่นานคงได้รู้เรื่องราวทั้งหมดพะยะค่ะ”

“หึ ถึงเราจะเชื่อมากไปกว่าครึ่งว่าเป็นฝีมือของมันก็ตาม แต่นั่นแหละทำอะไรต้องมีหลักฐาน ถ้ามันคิดจะกบฎกับเราจริงๆ ก็ต้องใช้กฎหมายบ้านเมืองเล่นงาน แต่! ถ้ามันยังไม่เลิกใช้วิธีสปรกแบบนี้อีก เรานี้แหละจะใช้ศาลเตี้ยจัดการมันเอง” รามินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับโทสะที่พลุ่งพล่าน เล่นงานเขาไม่เท่าไหร่แต่ดวงใจเขาต้องมาโดนด้วยสิ่งที่เขาจะลงโทษพวกมันคือความตายเท่านั้น! “สั่งเพิ่มทหารตรวจตราที่วังเพิ่ม แต่อย่าให้ท่านพ่อท่านแม่รู้เด็ดขาด”

“แล้วให้เพิ่มทหารที่นี่มั้ยพะยะคะ”

“ไม่ต้องหรอก ที่นี่แค่ทหารฝีมือดีจากสามประเทศก็เพียงพอแล้ว” รามินยิ้มเย็น “ไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วเรียกเจมี่เข้ามาพบเราด้วย”

“พะยะคะฝ่าบาท” ไคซัสรับคำสั่งแล้วออกไปจากกระโจมทันที ไม่นานนักเจมี่ก็เดินเข้ามาแล้วคุกเข่ารอคำสั่ง

“ต่อไปนี้เธอต้องดูว่าที่ราชินีอย่าให้คลาดสายตาหากว่าเธอไม่ได้อยู่กับเรา เราเชื่อว่าเธอทำงานได้ดีเหมือนตอนที่รับใช้ท่านแม่”

“เพคะ หม่อมฉันจะปกป้องว่าที่ราชินีด้วยชีวิต” เจมี่ หรือพันตรีหญิงเจมี่ อัลยาสซา หัวหน้าองครักษ์พิทักษ์ราชินีเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


“นั่นเจ้าจะไปไหน” รามินเรียกวิญญาณจอมโจรหน้าบากเรอิลมาเข้าสิงทั้งๆ ที่เป็นห่วงแม่กุหลาบของเขาใจจะขาด อยากจะเข้าไปปลอบด้วยจุมพิตหวานๆ แต่ก็ทำเช่นนั้นไม่ได้ในเมื่อเรื่องราวทุกอย่างยังไม่เรียบร้อยดี

“ไปทำอาหารไงคะคุณโจร ในครัวอาจจะทำอาหารเสร็จแล้วฉันไปช่วยนิดหน่อยก็ยังดี เดี๋ยวใครเท่านี้จะหาว่าอยู่ในข่ายไม่มีประโยชน์” รามินส่ายหน้ากับความขี้ประชดประชัน แต่นั่นแหละที่ทำให้เขาใจชื้นว่าอย่างน้อยโรสรินก็ไม่ได้รับผิดจากธนูอย่างที่เขากังวล ธนูนั่นแค่ธนูธรรมดา แต่หลังจากนี้มันอาจจะไม่ใช่

“ข้าไม่ว่าอะไรเจ้าหรอก เพราะเจ้าบาดเจ็บเพราะข้า”

“ไม่ได้อยากได้ยินคำนี้เลยแฮะ” ทำเป็นขยับตัวไปมาพร้อมกับเอาผมทัดหูไปด้วยเผื่อคำที่เธอได้ยินจะออกมาจากผู้ชายท่ามาก แต่จนแล้วจนรอดโจรท่ามากก็ไม่มีท่าทีจะพูดออกมาเสียทีจนเป็นเธอเองนั้นแหละที่เริ่มอารมณ์เสีย “โอ๊ย ลำไย!” ว่าเสร็จก็เปิดก้นไปยังโรงครัวทันที แต่มือหนาก็จับหมับเข้าให้ที่ต้นแขนเล็กแล้วกระชากเบาๆ เข้าหาตัว เมื่อร่างเล็กปะทะกับอกกว้างนัยน์ตากลมโตก็เบิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะมองอย่างหวาดๆ เมื่อเห็นใบหน้าคร้ามนั้นเผยรอยยิ้มบางๆ

“ขอบคุณ” เป็นคนขอบคุณที่เล่นเอาคนฟังขนลุกปะปนกับความรู้สึกแปลกประหลาด โรสริสจ้องมองใบหน้ายิ้มๆ นั้นเกือบสองนาทีก่อนจะผละออกเมื่อได้ยินเสียงยายเด็กเจมี่เรียกพร้อมกับเดินเข้ามาหา เธอรีบจัดร่างกายตัวเองแล้วรีบเดินไปหาเด็กสาวฉับๆ ไม่หันกลับมามองจอมโจรหนุ่มที่ยังยืนยิ้มให้เธอจางๆ แต่ก็แอบส่งสายตาคาดโทษไปยังองครักษ์สาวที่เข้ามาขัดจังหวะ พันตรีหญิงถึงกับหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าท่าทางเมื่อว่าที่ราชินีหันมาจ้อด้วย

“นี่เจมี่ เธอก็อยู่ที่นี่มานาน เธอต้องเคยเห็นคนนรักของเรอิลใช่มะ ฉันอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครถึงสามารถปราบผู้ชายท่าเยอะแถมเรื่องมากคนนั้นอยู่หมัด” มันเป็นคำถามที่เล่นเอาคนถูกถามเหวอนิดๆ ไปเลยทีเดียว แล้วรีบหันไปมองคนต้นเรื่องที่เดินเข้ากระโจมไปแล้ว ไม่รู้ว่าไปหลอกอะไรว่าที่ราชินีเพิ่ม คนที่ไม่รู้เรื่องมาก่อนอย่างเธอก็เลยซวยไปเต็มๆ

“เอ่อ...” จะบอกดีมั้ยนะว่าผู้หญิงคนนั้นก็คือว่าที่องค์ราชินีไงเพคะ

*************************************************************************************************

โอ้วเย่ โปรดติดตามตอนต่อไปอย่างใจเย็น กรั่กๆๆๆ -..-

ถ้ารักกันชอบกันก็กดโน่นนี่นั่น หรือคอมเม้นต์บ้างก็ได้น้า *0*

และอย่าลืม กดติดตามเพจด้วยเด้อ สามารถใช้ช่องทางนี้ทวงนิยายได้นะ 555+

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}