วไลกร/ชาล็อต
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับดาว+กุญแจ+เหรียญ ที่สนับสนุนวไลกรนะคะ : )

ความจริงที่คลุมเครือ-1

ชื่อตอน : ความจริงที่คลุมเครือ-1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 613

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2561 20:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความจริงที่คลุมเครือ-1
แบบอักษร


จนกระทั่งเที่ยวบินจากฮ่องกงมาถึง นีโอพาอณิษฐาไปรอรับหญิงสูงวัยร่างผอมสูง หญิงไทยวัย 54 ปีตรงเข้ากอดร่างใหญ่ล่ำของลูกชาย เธอรู้สึกถึงอาการแข็งขืน ซึ่งเขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับมานเฟรโดแล้ว

“แม่จะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดทั้งที ทำไมต้องทำเสียงตกอกตกใจขนาดนั้นด้วย” สุชาดาผละออกตัดพ้อกับชายหนุ่ม ดวงตากลมโตของมารดาเหลือบมองหญิงสาวที่ยืนข้างนีโอ

“สาวคนนี้รึเปล่า ที่ทำให้ลูกชายของแม่ลงทุนมาซื้อเพนต์เฮาส์อยู่ที่เมืองไทย” คนเป็นแม่แกล้งเย้าบุตรชาย เธอรู้นิสัยเขาดีว่าเป็นคนเบื่อง่าย

“อณิษฐา เป็นเจ้าของจิวเวลรี่ที่ผมทำธุรกิจด้วย และเรากำลังคบหาดูใจกัน ผมขอให้เธอมาอยู่ที่เพนต์เฮาส์ได้สักพักแล้ว” นีโอทำราวกับว่าเรื่องที่เขาพูดเป็นการเจรจาธุรกิจอีกอย่างหนึ่ง

“ตายจริง! แล้วพ่อกับแม่ของเขาไม่ว่าเอาหรือ” สุชาดาอุทานยกมือทาบอก

คำพูดของหญิงวัยกลางคนทำให้เธอหน้าชา แต่ใบหน้าสวยก็ยิ้มรับกล่าวทักทายและอธิบายเหตุผล “สวัสดีค่ะ พ่อของนิดท่านเสียไปแล้วค่ะ ส่วนแม่...เอ่อ...” แต่พอพูดถึงแม่เธอก็ถึงกับพูดไม่ออก

“แม่ของนิด มีธุระต้องไปอยู่ต่างจังหวัด เลยฝากผมช่วยดูแล ไม่อยากให้นิดอยู่บ้านคนเดียวน่ะครับ รีบไปดีกว่า เดี๋ยวรถติด” ถ้อยคำของนีโอช่วยกู้หน้าผู้หญิงของเขาเอาไว้ได้ เขารีบชักชวนให้มารดาไปขึ้นรถ

ทุกคนเดินตามกันไปขึ้นรถ โดยมีอัมริโกเข็นกระเป๋าเดินตาม พอรถเคลื่อนออกจากสุวรรณภูมิ สุชาดาชวนบุตรชายคุยไปเรื่อยๆ เธอรู้สึกเหมือนว่ามีแต่คนในครอบครัว จึงไม่ได้ระวังคำพูด

“แล้วเรื่องเอเล็ตต้า ลูกจะเอายังไงกันแน่ นี่แม่หนีมาไม่ได้บอกหรอกนะ ไม่งั้นเอเล็ตต้าตามมาหาลูกแน่” คำพูดของผู้สูงวัยทำให้สาวไทยหัวใจกระตุกปวดแปลบ เธอหันหน้าหนีมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีแต่การจราจรหนาแน่น

นีโอไม่ได้ตอบเพราะไม่สนใจฟังตั้งแต่แรก เขาเสียอีกที่มีคำถามหนึ่งอยากจะถามมารดามายี่สิบห้าปีแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยได้ถาม ปล่อยให้มันติดค้างและไม่สามารถรักแม่บังเกิดเกล้าได้สนิทใจ

อัมริโกขับรถพาทุกคนมาถึงเพนต์เฮาส์ของนีโอในเวลาค่ำ สุชาดามองสำรวจเพนต์เฮาส์ของลูกชายด้วยความพึงพอใจ คนเป็นลูกจัดให้มารดานอนห้องนอนใหญ่ซึ่งอยู่ทางฝั่งขวาสุดบนชั้นสองของเพนต์เฮาส์

“หรูพอๆ กับบ้านพักของลูกที่โรมเลยนะ” หญิงสูงวัยกล่าวชื่นชม

“ต้องขอโทษคุณสุชาดาด้วยนะคะ นิดขอตัวก่อน รู้สึกเวียนหัวค่ะ” อณิษฐายกมือไหว้ตามมารยาทคนไทย

“เรียกฉันว่าแม่เถอะจ้ะ หนูคงเป็นตัวจริงของลูกชายแม่ ไม่งั้นเขาไม่พามาอยู่ที่นี่ด้วยหรอก” สุชาดาบอกพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู

“แม่ครับ ให้นิดไปพักผ่อนดีกว่า” นีโอปรามมารดาเสียงเข้ม เขาไม่อยากให้แม่เปิดเผยตัวตนของเขามากเกินไป

ร่างเพรียวฝืนเดินขึ้นบันได เรี่ยวแรงของเธอคล้ายถูกสูบออกไปด้วยถ้อยคำไม่กี่คำ การกระทำที่แห้งแล้งของเขาอีก เธอเดินเข้าห้องนอนเล็ก ปิดประตูแล้วเดินไปทิ้งตัวนอนลงบนเตียง

ดวงตาเรียวนอนมองเพดานด้วยความเลื่อนลอย นิ้วข้างขวาลูบสัมผัสเพชรบนนิ้วนางข้างซ้าย มันไม่ใช่แหวนแต่งงาน ไม่ใช่แหวนหมั้น ไม่แม้แต่จะเป็นแหวนแทนใจ แต่มันคือเครื่องพันธนาการที่เขาจับจองกักขังเธอเอาไว้

หัวใจเจ้ากรรมก็ไม่ยอมเกลียดเขา หญิงสาวเฝ้าถามว่าเธอหวังอะไรจากเขา คนอย่างนีโอไม่มีวันรักผู้หญิงคนไหนมากกว่าตัวเอง แล้วเอเล็ตต้าล่ะ ชื่อนี้ทำให้ร่างกายไร้เรี่ยวแรงมากขึ้น

ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนพิเศษเพราะเธอมีความสนิทสนมกับครอบครัวของเขา ซึ่งก่อนหน้านี้อัมริโกเคยเล่าให้ฟังว่านีโอไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนไปทำความรู้จักกับครอบครัว

“แล้วฉันจะไปยุ่งเรื่องของเขาทำไมกัน” รำพึงออกมาพร้อมกับลุกขึ้น เธอกำลังจะดึงแหวนออกจากนิ้ว แต่เสียงของเขาก็ดังก้องย้ำเตือนในสมอง ใบหน้าแสดงความเหนื่อยหน่ายพร้อมกับถอนหายใจอย่างแรง แล้วจึงเดินเข้าห้องน้ำ

ที่ชั้นล่างของเพนต์เฮาส์ นีโอรับประทานอาหารกับสุชาดาเสร็จ เขาเดินหนีเข้าห้องทำงาน และสั่งให้อัมริโกนำกระเป๋าของมารดาไปเก็บห้องนอนชั้นบน แต่คนเป็นแม่ยังไม่ยอมขึ้นห้องนอน เธอเดินตามเข้าไปในห้องทำงาน

“ยังไม่พักผ่อนอีกหรือครับคุณนายเลวิโก” นีโอเหลือบมองแว่บหนึ่งแล้วเอ่ยถามโดยไม่มองหน้ามารดา

“เลิกประชดแม่แบบนี้ได้แล้วนะนีโอ” สุชาดาเริ่มเสียงแข็ง คำพูดของลูกทำให้คนเป็นแม่เจ็บหัวใจทุกครั้ง

“แม่เคยไปดูคุณกิลโดบ้างรึเปล่า พ่อของผมเป็นยังไงบ้าง” คำถามที่เหมือนกับการตำหนิกลายๆ เหมือนการซ้ำเติมแม่ของเขามากขึ้นไปอีก

“ลูกก็รู้ว่าพ่อไม่ยอมพบหน้าแม่” เสียงเศร้าจากร่างผอมสูงทำให้ใบหน้าเพรียวแกร่งอดไม่ได้ต้องเงยหน้ามอง

“พ่อคงเสียใจ ที่แม่เลือกคนที่มีเงินมากกว่า แทนที่จะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน” นีโอยังคงต่อว่าให้แม่บังเกิดเกล้าเจ็บช้ำน้ำใจต่อไป

“พ่อของลูกกำลังจะล้มละลาย...” สุชาดาพูดเสียงเครือ เธอตั้งใจจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ลูกชายฟัง แต่...

“ผมรู้! เพราะพ่อกำลังจะล้มละลาย แม่ถึงทิ้งพ่อ” ชายหนุ่มกระแทกปากกาลงบนโต๊ะทำงานอย่างแรง แล้วเขาก็ตะคอกเสียงดัง

“ความจริงแม่น่าจะทิ้งผมไว้กับพ่อ!” ดวงตาคมกริบสีดำสั่นไหวหยาดน้ำเอ่อขึ้น เขาจ้ำเท้าเดินหนีออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว

“นีโอ! เดี๋ยว...นีโอ ฟังแม่ก่อน” สุชาดาทรุดลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของนีโอที่เขาเพิ่งลุกจากไป น้ำตาของแม่ไหลริน ลูกกลายเป็นคนแปลกหน้าตั้งแต่เธอพาเขามาอยู่กับมานเฟรโด และตอนนี้เขากำลังห่างเธอออกไปเรื่อยๆ


ความคิดเห็น