Ranmaru *

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โทรครั้งที่ 20 :: วิธีใช้ของเล่นแมว [ครบ - 100% -]

ชื่อตอน : โทรครั้งที่ 20 :: วิธีใช้ของเล่นแมว [ครบ - 100% -]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2561 14:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โทรครั้งที่ 20 :: วิธีใช้ของเล่นแมว [ครบ - 100% -]
แบบอักษร

โทรครั้งที่ 20 วิธีใช้ของเล่นแมว

            “ถอดเสื้อผ้าออกสิครับ” คำสั่งต่อไปตามมาทันที ผมเม้มริมฝีปากลง ความเกรี้ยวกราดในตัวปลิวหายไปไหนหมดแล้วไม่รู้ เหลืออยู่แต่แจนคนขี้เขินและยืนหน้าแดง

            ไม่รู้พอลมันไปซนอีท่าไหนถึงได้กล่องของเล่นแมวออกมาจากตู้ ผมเก็บไว้ลึกมากนะ ชนิดที่ว่าเปิดตู้หาเสื้อผ้าผ่านๆ ไม่มีทางมองเห็น และที่น่าแปลกใจมากกว่านั้นก็คือ...มันรู้ได้ไงว่าผมเรียกของพวกนี้ว่าของเล่นแมว

            ที่น่าจะเป็นไปได้มากสุดคือพี่แคลร์เป็นคนบอก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงแจนของอนพี่ได้ไหมครับ

            ไม่แปลกที่ผมจะอายขนาดนี้ ก็ในกล่องนั้นนะมีหลายอย่างเลยนะ ทั้งแท่งซิลิโคนหลากสี ทั้งสีเนื้อ สีดำ หรือจะเป็นเจ้าแท่งที่สั่นควงได้นั่นอีก อันนี้ก็หลากสีเช่นกัน แถมบางอันมีปุ่มหนามด้วย ไหนจะไอ้ของเล่นแมวอันเล็กน่ารักที่อีกฝ่ายเอามาแตะคางผมเมื่อกี้อีก

            เป็นของที่ควรเก็บให้พ้นมือเด็กที่สุด โดยเฉพาะเด็กข้างบ้าน

            อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนหื่น ปกติผมไม่เคยรู้สึกว่ามันเยอะหรอกนะ แต่ตอนนี้…มึงสระสมของเล่นแมวเหรอแจน

            “คิดอะไรอยู่ครับ ถอดสิ” ผมสะดุ้งหลุดออกจากความคิด พอลใช้สายตากดดันให้ผมทำตามที่บอกสักที

            นี่เอาจริงเหรอ?

            มือผมสั่น ไม่รู้เป็นเพราะว่าอายหรือตื่นเต้นกันแน่ ยิ่งพอลใช้สายตากวาดมองอย่างลวนลามผมก็ยิ่งก้มหน้าหลบ ค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าบนตัวออกจนร่างกายเปลือยเปล่าโชว์คนตรงหน้า

            พอลกระตุกยิ้ม ดูท่าจะชอบใจอยู่ไม่น้อย “อยากได้อันไหนครับ”

            “...” แหมใจดีจัง ทีอย่างนี้ให้กูเลือก

            “เริ่มจากอันนี้ก่อนดีไหม” พอลส่งของเล่นแมวรูปทรงรีให้ เจ้าตัวลุกขึ้นเดินไปนั่งเก้าอี้หน้าโต๊ะคอม เท้าคางเหมือนรอชมเรื่องสนุก

            อย่าให้ถึงทีกูบ้างละกัน!

            ผมแอบคิดแค้นในใจ ขยับขึ้นไปบนเตียง แยกขาออกกว้างให้อีกฝ่ายมองเห็นชัดๆ ไม่ต้องถามว่าผมอายไหม บอกได้แค่ว่าผมอายจนหน้าแดงหน้าดำกลายเป็นหน้าชาไปซะแล้ว ผมเอื้อมมือไปหยิบเจลล่อลื่นในกล่องมาบีบใส่ของเล่นแมว

            ใช้นิ้วลูบวนเบาๆ แอบเหลือบมองผู้ชมไปด้วย พอลมันจ้องตาไม่กะพริบเลย

            ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกขวัญและกำลังใจ เอนตัวไปด้านหลังนิดๆ ท่อนขาแยกออกกว้างขึ้น ใช้เจ้าของเล่นแตะลงที่ช่องทางด้านหลัง ถูวนตามรอยจีบอยู่พักหนึ่งก่อนจะค่อยๆ กดเข้ามาไป

            ดวงตาคมจ้องมองของเล่นแมวที่หายเข้าไปด้วยสายตาวาววับ เห็นอีกฝ่ายประทับใจก็ทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นมานิดหน่อย

            “12 จังหวะใช่ไหมครับอันนี้”

            มึงก็รู้ละเอียดไป จับมันนานแค่ไหนก่อนกูขึ้นมาน่ะห้ะ

            “สุดเลยดีไหม”

            “จะบ้าเหรอ!” ผมโวยลั่น อย่างที่บอก รุนแรงแบบดิ้นพล่านได้เลย เคยครั้งหนึ่งและไม่คิดจะเอาอีกแล้ว ผมเม้มริมฝีปากนิดๆ ช่องทางมันขมิบตอดรัดของแปลกปลอมโดยอัตโนมัติ

            “ทุกทีพี่เล่นยังไงล่ะครับ”

            “ก็…” ผมพูดค้าง ก้มมองรีโมทก่อนจะปรับให้มันไปอยู่ที่ระดับ 5 ร่างกายผวาเฮือกเมื่อของที่อยู่ภายในตัวมันเริ่มสั่น ผมเกร็งปลายเท้าเมื่อของเล่นแมวมันเสียดสีกับผนังเนื้อด้านใน

            “อึก!...”

            ส่วนนั้นเริ่มมีการตอบสนอง ผมเลื่อนมือไปจับแล้วคลึงเบาๆ ยันศอกกับที่นอน ปรือตามองคนที่กำลังนั่งชม พอลเลื่อนสายตาไปมองแท่งซิลิโคนสีเนื้อ ตวัดกลับมาสบตาก็แลบลิ้นเลียกลีบปากช้าๆ

            เข้าใจทันทีว่าร่างสูงต้องการอะไร ได้คืบเอาศอกจริงๆ มึงนี่!

            ผมยันตัวลุกขึ้นนั่งดีๆ และนั่นยิ่งทำให้ของที่อยู่ในตัวมันฝังลึกเข้าไปอีก ผมผวาเฮือกเบิกตากว้าง มันโดนเข้ากับจุดนั้นพอดีราวกับตั้งใจ ปลายเท้าเหยียดเกร็ง ริมฝีปากอ้าออกร้องครางเสียงแผ่ว

            “ตอนนี้เท่าไหร่ครับ”

            “หะ...ห้า”

            “เอาเป็นเจ็ดดีไหม”

            ดวงตาเลื่อนมองคนพูดทันควัน จะรังแกกันไปถึงไหน พอลยิ้มอ่อนโยนให้ผม แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยเพราะเจ้าตัวย้ำคำว่า ‘เจ็ด’ มาอีกครั้ง

            เออได้ เจ็ดก็เจ็ด!

            ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอื้อมมือไปปรับระดับความแรงของเล่นแมว

            “ฮึก...ฮาห์...อ๊ะ!” พยายามจะปรับร่างกายให้ชินทว่ายังไงก็ไม่สามารถอยู่ดี ผมหลับตาแน่นสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลืมขึ้น เอื้อมมือไปหยิบแท่งซิลิโคนสีเนื้อขนาดพอเหมาะ อ้าปากใช้ลิ้นแตะลงที่ส่วนปลาย

            สัมผัสของมันไม่เหมือนของจริงแม้แต่น้อย ทว่าพอมองไปยังคนที่นั่งอยู่ เห็นดวงตาเป็นประกายวาววับหื่นกระหายนั่นก็ทำให้ผมเลิกคิดว่ามันเหมือนของจริงหรือเปล่า

            ผมเลื่อนสายตาลงไปหยุดอยู่ตรงกลางกายอีกฝ่าย ซึ่งขณะนี้มันแข็งนูนดันผ้าเช็ดตัวขึ้นมา

            “อึก...อาห์อื้มมม” ผมอ้าปากดูดเลียแท่งในมือ ดวงตาสบกับคนที่กำลังนั่งชม เหมือนว่าอาการเขินอายก่อนหน้านี้จะไม่เหลือแล้ว เสียงจ๊วบจ๊าบดังออกจากริมฝีปากผม ดูท่าเสียงนั่นจะเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์พอลให้พุ่งสูงขึ้น สังเกตได้จากการเลียริมฝีปากที่แห้งผาก

            “อื้มมมม...พอล...อาห์” กระตุ้นหนักเพิ่มขึ้นไปอีกด้วยการเรียกชื่อ

            “เอาเข้าไปด้วยสิครับ”

            “อะ…แต่ว่า...” ผมเบิกตากว้าง มัน…ยังมีไอ้นั่นอยู่ข้างใน

            “มันเล็กกว่าของผมอีก เข้าได้อยู่แล้วล่ะน่า” น้ำเสียงราบเรียบคล้ายไม่ใส่ใจเหมือนพูดเรื่องธรรมดาทั่วไป หน้าผมแดงขึ้นเมื่ออีกฝ่ายว่าแบบนั้น ผมเอาแท่งซิลิโคนไปจ่อที่ช่องทางก่อนจะกดเข้าไป พลิกตัวหันก้นไปทางคนนั่งชม แยกขาออกกว้างให้เจ้าตัวเห็นชัดๆ

            “อึก...อาส์!...ซี้ดดด...อื้มมม”

            ขยับแท่งซิลิโคนเข้าออก เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์ ทุกครั้งที่กระแทกเข้าไปมันจะไปชนกับสิ่งที่กำลังสั่นอยู่ข้างในให้โดนจุดนั้นย้ำๆ ผมเม้มริมฝีปาก ร่างกายร้อนผ่าวแถมสั่นเล็กๆ มืออีกข้างเลื่อนมาขยับส่วนหน้า

            “อึกพอล...อ่ะ...ซี้ดพอล” ผมเอี้ยวใบหน้าไปมองเจ้าของชื่ออย่างเว้าวอน สังเกตเห็นว่าส่วนกลางลำตัวอีกฝ่ายนั่นชูชันเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ผมเลียริมฝีปากอย่างต้องการ และนั่นก็ทำให้ร่างสูงทนไม่ไหว

            พรึ่บ

            พอลลุกขึ้น กระตุกผ้าเช็ดตัวทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี ปัดมือผมทิ้งและเป็นฝ่ายจับแท่งของเล่นนั่นกระแทกเข้ามาแทน ซึ่งแรงที่เจ้าตัวใช้นั้นไม่ได้ถามผมก่อนเลยสักคำว่ารับไหวหรือเปล่า

            “อ๊า! พอลช้าหน่อย...อื้อ” ผมเอื้อมมือไปจับทว่ากลับถูกปัดออกอย่างไว ผมส่ายหน้าถูไถกับเตียง แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อของเล่นแมวมันถูกปรับระดับให้สูงขึ้น

            “ไม่!! พอล...อ๊า!!! พี่ไม่ไหว...พอล!!” ผมดิ้นพล่านขยับหนี ทว่าไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถหนีพ้น มือแกร่งกระชากตัวผมกลับไปที่เดิมและรัวแท่งของเล่นกระตุ้นอารมณ์กระหน่ำเข้ามา มันเสียวซ่านจนผมน้ำตาไหล ร่างกายเกร็งไปทุกส่วน

            “ขยับให้ตัวเองสิครับ” พอลโน้มตัวมากระซิบ ผมส่ายหน้าทันที ไม่...มือผมสั่นจนไม่สามารถทำได้ ได้แต่กำผ้าปูที่นอนแน่น

            ใบหน้าของผมแนบอยู่กับเตียง ปรือตามองคนที่รังแกผมอยู่อย่างอ้อนวอน พอลยิ้มเอ็นดู เอื้อมมือมาขยับส่วนนั้นให้

            ผมร้องครางไม่หยุดปาก ใจเต้นแรงเหงื่อไหลทั่วร่าง เพียงครู่เดียวเท่านั้นผมก็กระตุกเฮือก ปลดปล่อยทุกหยาดหยดใส่มืออีกฝ่ายก่อนทิ้งตัวนอนอย่างหมดแรง

            “อะ...เอามัน...แฮ่ก...เอามันออกไป” ผมร้องขอ พอลก็ทำให้อย่างไม่เล่นตัว ผมหลุดเสียงครางอีกครั้งเมื่อพอลดึงของเล่นแมวออกไป ผมถอนหายใจอย่างรู้สึกโล่ง

            พรึ่บ

            หลับตาเพราะเหนื่อยอ่อนก็ต้องลืมขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างมาแตะที่ริมฝีปาก พอลืมขึ้นก็เจอเข้ากับท่อนเนื้อแข็งขืนที่ส่วนปลายถูกเคลือบด้วยน้ำใสๆ

            “พี่คงรับผมไม่ไหวสินะ งั้นทำให้ผมหน่อยครับ” พอลลูบหัวกล่อม เอ่ยเสียงนุ่มคล้ายหลอกล่อเด็กด้วยการยื่นขนมให้ ผมขยับยันตัวขึ้นนิดๆ จับส่วนนั้นตรงหน้าก่อนส่งเข้าปาก ตวัดลิ้นเอาใจคนตัวสูง ซึ่งเจ้าตัวก็ดูชอบใจไม่ใช่น้อย

            “อ่า...ดีครับ”

            ยิ่งผมห่อปากดูดกลืนสิ่งนั้นเท่าไหร่อีกฝ่ายก็ตอบสนองด้วยการกดสะโพกเข้ามา ผมเบ้หน้านิดๆ เมื่อมันเกือบจะลึกลงไปในลำคอ

            “อีกนิดครับพี่แจน” พอลครางบอกเสียงต่ำ ขยับสะโพกเข้ามาหนักหน่วงขึ้น กระแทกลึกเข้ามาสามสี่ครั้งก่อนใบหน้าหล่อเหลานั่นจะเชิดขึ้นคำรามในลำคอ น้ำอุ่นๆ ถูกปล่อยเข้ามาเต็มโพรงปาก พอลแช่ค้างครู่หนึ่งค่อยถอนกายออกไป

            จุ๊บ

            มือใหญ่แนบแก้มโน้มลงมาจูบหน้าผากและเปลือกตาอย่างอ่อนโยน แต่คำพูดต่อมาของมันนี่สิ

            “ไปคายทิ้งสิครับ จะอมไว้ทั้งวันเหรอ”

            ไอ้เด็กเวร!


- 35% -

            จบกิจกรรมน่าอายผมก็หลบอีกฝ่ายลงมาข้างล่าง ไม่ได้โกรธพอลมันหรอกนะ แต่ผมอาย ปกติเล่นคนเดียวไงไม่ต้องอายใคร คราวนี้มีผู้ชมมานั่งมองจะไม่ให้อายเลยมันก็ไม่ใช่

            เดินเข้าครัวหาน้ำกิน ระหว่างนี้ก็คิดอะไรเพลินๆ เรื่องเมื่อครู่ทั้งนั้นแหละ และน้ำก็แทบพุ่งออกจากปากเมื่อร่างสูงเดินเข้ามา น้องไม่ต้องตามติดพี่ขนาดนี้ก็ได้

            ผมสำลักน้ำไอโขลก พอลหัวเราะ เดินเข้ามาใกล้แย่งน้ำจากมือไปดื่ม

            “พี่แจนครับ”

            “อะไร” หรี่ตาจับผิดไว้ก่อน ไม่ใช่มาแกล้งอะไรกูอีกนะ คราวนี้พี่สู้นะบอกก่อนเลย

            “ไว้อาทิตย์ไหนว่างๆ ไปนอนคอนโดผมกันไหม” เอ่ยชวนพลางส่งน้ำคืน ผมเลิกคิ้วสูง อะไรเข้าสิงวะถึงได้ถามแบบนี้ ส่วนตัวแล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้อยู่ในหัวเลยนะ คิดอย่างเดียวคือรอให้พอลกลับมาที่บ้าน

            อีกอย่าง…

            “ก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมถึงชวน แต่พอลคิดว่าพี่จะว่างเหรอ” ปกติก็วาดงานทุกวันอยู่แล้ว

            “ไม่ว่างเหรอครับ”

            หยุด! ไม่ต้องทำมาหน้าหมาหงอย นายลบภาพคนหื่นกามเมื่อกี้นี้ออกจากหัวพี่ไม่ได้หรอก

            “จะให้พี่ไปทำไม”

            “เอาไปนอนกอดครับ ผมติดหมอนข้าง”

            “ที่นั่นไม่มี?”

            “มีพี่แจนแล้วจะกอดหมอนข้างทำไมล่ะ”

            อยู่ๆ ก็เขินไอ้บ้าเอ้ย!

            “อีกอย่างให้พี่ไปสำรวจห้องผมด้วย จะได้หายกันไงครับ ไปดูว่าห้องผมซุกของเล่นหรือเปล่า” ว่าจบก็ยิ้มมุมปากล้อเลียน คือนายจะไม่จบเรื่องของเล่นแมวใช่ไหม ต้องให้พี่อายแค่ไหนนายถึงจะพอใจ

            “แล้วมี?”

            “อยากรู้ไหมล่ะ” ยิ้มกรุ้มกริ่มตามมา

            “...”

            “ไปดูด้วยตาตัวเองสิครับ”

            หลอกล่อให้ไปให้ได้ว่างั้น!


……………


            ช่วงวันหยุดผ่านไปพอลกลับไปทำงาน ก็ถึงช่วงเวลาของเพื่อนรักคนสวยของผมแล้ว หงส์มันโทรหาแต่เช้าบอกว่าเสร็จงานจะเข้ามาไม่น่าจะเกินบ่ายสาม เมื่อเพื่อนว่ามาอย่างนั้นผมก็หิ้วท้องรอ รอที่จะกินข้าวพร้อมกัน

            ทว่ามันมาถึงจริงๆ ก็นู่น...ทุ่มครึ่ง!

            กูรอมึงเพื่ออะไรวะตอบหน่อย หิวฉิบหาย

            คนเพิ่งเสร็จงานเดินหน้าเหนื่อยๆ เข้ามาทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มๆ ผมลุกไปหาน้ำมาบริการ ร่างบางพึมพำขอบใจเสียงเบาก่อนยกน้ำดื่มหมดแก้วและตามมาด้วยการถอนหายใจเฮือกใหญ่

            “เหนื่อยว่ะ หิวด้วย”

            “กูก็หิว รอกินข้าวพร้อมมึงเนี่ย บอกจะมาบ่ายสาม ไหนบ่ายสามมึง อยู่ประเทศเดียวกันปะวะ” ได้ทีขอบ่นหน่อย ผมเป็นเพื่อนที่น่ารักแค่ไหนคิดดู มันยังมาไม่ถึงก็ไม่หาอะไรกินนะ รอกินพร้อมกันเป็นการชดเชยที่ไม่มีเวลาให้ก่อนหน้านี้

            ดวงตาเรียวสวยที่กรีดอายไลน์เนอร์คมกริบตวัดมอง “อย่าบ่นมากได้ปะ ไปหาอะไรแดกกันเหอะ”

            “ไม่ทำกิน?”

            “เสียเวลา! ไปเร็ว ลุก!”

            จ้ะแม่ ลุกแล้วจ้ะ ทำไมต้องเกรี้ยวกราดด้วยวะ

            เราแว้นกันออกมาที่ตลาด ออกกลางคืนได้ครับซ่อมไฟหน้ารถแล้ว แถมฟรีซะด้วย ไม่รู้น้องซินมันไปอารมณ์ดีจากไหนมา แต่ได้ยินแว่วๆ ว่ามือขึ้นเล่นได้มาเพราะงั้นจึงไม่คิดเงิน งงนิดหน่อยแต่ก็โอเคเพราะผมไม่ต้องเสียตังค์

            ตลาดมีของกินมากมายให้เลือก แต่เราก็มาจบที่ร้านอิหมวยตามเคย จอดรถเสร็จเดินเข้าร้าน จับจองโต๊ะว่างด้านในพลางหันไปเรียกแม่ค้าคนสวย

            “หมวยเล็ก! มานี่!” ดีนะกวักมือเรียก ถ้าดีดนิ้วคงดูเหมือนเรียกหมา

            “คิดเร็วๆ เลยจะเอาอะไรซีรีส์กำลังสนุก อ้าว...งายยยย~ พี่หงส์” หมวยเล็กในชุดกี่เพ้าเดินเข้ามา บ่นกระปอดกระแปดทว่าพอเห็นไอ้หงส์ก็ยิ้มกวนๆ เอ่ยทักด้วยเสียงที่น่าหาอะไรฟาดปาก เจ้าของชื่อกลอกตา มันเหลือบมองหมวยเล็กอย่างติดรำคาญ

            “ข้าวผัดกุ้งนะหมวย”

            “นี่ก็กินอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ อีกละ จำเจ”

            กูเป็นคนแดกไหมล่ะหมวย

            “สุกี้น้ำรวมมิตร” หงส์สั่งต่อ

            “อะเค~ รอแป๊บนึงนะ” ก่อนหน้านี้ยังบ่นที่กูมาขัดจังหวะการดูซีรีส์อยู่เลย มึงร่าเริงเร็วไปไหม

            “ใครบอกให้มันใส่ชุดกี่เพ้าท่ามกลางคนที่ใส่ชุดธรรมดาวะ หรือช่วงนี้มันอินหนังจีน” หงส์ถามอย่างข้องใจพลางมองตามแผ่นหลังหมวยเล็ก ผมส่ายหน้า

            “คงไม่ใช่แค่อิน มันใส่เกือบทุกวันมึงไม่รู้เหรอ” ยิ่งพักหลังๆ นะเห็นจนชินตาไปแล้ว

            “นั่นลายอะไรวะ กิ้งก่าผงาดเหรอ”

            “ไม่มั้ง กูว่ามันเหมือนจิ้งจก”

            “แล้วนั่นดอกอะไร มีจริงอยู่บนโลกนี้ปะวะทำไมกูไม่เคยเห็น”

            “มันอาจจะเป็นดอกไม้ที่จีนก็ได้ไงมึง เราอาจจะไม่เคยเห็น มึงเอาสักชุดไหมล่ะหงส์”

            “ให้อิหมวยมันใส่คนเดียวพอแล้ว”

            “นี่! นินทาเหมือนหมวยไม่ได้ยินอะ อยู่ใกล้แค่นี้เองนะเกรงใจหน่อยไม่ได้หรือไง” คนถูกนินทาระยะวางเพลิงกระแทกมีดลงเขียงเสียงดัง หันกลับมาเท้าเอวหน้ามุ่ยใส่พวกผม ผมลอยหน้าลอยตา รู้แหละว่าเจ้าตัวได้ยิน ก็อยากให้ได้ยินอะหมวย มึงมันน่าแกล้ง

            “พูดมากว่ะรีบๆ ทำเร็วๆ เลย ถ้าไม่อร่อยกูจะเขกหัวมึง” หงส์เท้าคางว่าเสียงเอือมกลับไป

            “อย่ามาเร่งเดี๋ยวน้ำปลาหกหรอก” มุกเดิมอีกแล้ว

            “ลองดิกูจับกรอกปากมึงแน่” ไอ้นี่ก็ส่ายโหด พอเถียงไม่ได้น้องกี่เพ้าก็สะบัดหน้าหนีอย่างเคืองๆ หงส์ส่ายหน้า แกล้งไอ้หมวยเสร็จก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ผมแทน

            “แล้วมึงล่ะเป็นยังไงบ้าง กับไอ้เด็กข้างบ้านน่ะ”

            “ก็ดี”

            “จะว่าไปกูยังไม่เคยเห็นหน้าแฟนมึงเลย มีรูปไหมเอามาดูหน่อยดิ๊ มันหล่อแค่ไหนมึงถึงหลงได้ขนาดนี้” หยาบคายมากใช้คำว่าหลง ผมเปิดรูปของพอลที่มีในโทรศัพท์แล้วส่งให้ไอ้หงส์ดู เจ้าตัวเลิกคิ้วสูง พิจารณาครู่หนึ่งแล้วส่งกลับ

            “ก็ดีนี่” น้ำเสียงเรียบๆ คล้ายไม่สนใจ

            คือไม่ได้อวยหรืออะไรหรอกนะ แต่หล่อขนาดนี้มึงให้แค่คำว่า ‘ก็ดีนี่’ เหรอ

            “นี่หงส์กูถามจริงๆ เลยนะ” ผมเว้นวรรค หรี่ตามองเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ตัวน้อยๆ “มึงไม่ชอบผู้ชายใช่ปะ แบบสนใจผู้หญิงมากกว่าอะไรอย่างนี้”

            “อะไรของมึงเนี่ย”

            “ก็ดูมึงดิ เจอมากี่หล่อมึงก็ไม่มีอาการวี้ดว้ายเลยสักนิด เอาง่ายๆ แค่คนรอบข้างกูเนี่ย มึงเฉยมาก พี่ณะมึงเองก็เคยเจอ เป็นผู้ใหญ่ดูสุขุมมึงยังเฉย ไอ้น้องเซบหล่อวัยรุ่นมึงก็มองผ่านๆ และเมื่อกี้กูเอารูปของพอลให้ดู หารูปที่หล่อที่สุดเลยมึงยังบอกแค่ว่าก็ดีนี่”

            “แค่กูไม่หวีดผู้ชายก็ไม่ได้หมายความว่ากูต้องชอบผู้หญิงไหมล่ะ” ดวงตาสวยตวัดมองอย่างรำคาญ ผมเบะปากตอบกลับ ก็เค้าแค่สงสัยอะ

            “อะไร พี่หงส์ชอบใครเหรอ” ตัวเผือกเพิ่มเข้ามา หมวยเล็กเอาข้าวมาเสิร์ฟพร้อมลากเก้าอี้มานั่งโดยไม่ต้องมีใครเชิญ

            ผมและไอ้หงส์พร้อมใจกันเหล่มองสาวน้อยกี่เพ้า

            “มองหมวยแบบนี้ด่าหมวยเลยก็ได้นะ”

            “เสือกค่ะหมวยเล็ก” ไอ้หงส์จัดให้ทันที มันยิ้มมุมปากด้วยท่าทีที่เหนือกว่า มึงนิสัยเหมือนกูสินะ แกล้งใครได้แล้วจะอารมณ์ดี ยิ่งเป็นอาหมวยคนนี้ยิ่งสนุก

            “หมวยบอกให้ด่าแต่พี่ไม่ต้องด่าจริงๆ ก็ได้ปะ! หมวยจะคิดค่าข้าวพี่สองเท่า!”

            “กูให้สามเท่าเลยถ้ามึงหุบปาก”

            “พี่หงส์พูดแล้วนะ”

            “กูหลอก” หงส์ยิ้มเลว แหม ปั่นคนอื่นได้มึงดูสะใจจังนะ

            “ชิ! ดูซีรีส์ต่อดีกว่าไม่คุยด้วยแล้ว” น้องกี่เพ้าลุกขึ้นยืน สะบัดหน้าเดินหนีกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง ไอ้หงส์ยืดตัวมองตาม เห็นโน้ตบุ๊กที่ตั้งอยู่มันก็เผยยิ้มเลวออกมาอีกครั้ง

            “เรื่องนั้นตอนจบพระเอกตาย”

            “อย่ามาสปอย!!”

            ผมส่ายหน้า กินข้าวละปล่อยทั้งสองคนทะเลาะกันไป ส่วนเรื่องที่พอลชวนไปคอนโดค่อยบอกไอ้หงส์มันทีหลังละกัน


- 75% -

            ชนกันต์บอกไว้อาทิตย์ไหนว่างๆ ให้ผมไปนอนด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้รอผมว่างอย่างที่พูดไว้ เพราะแค่กลางสัปดาห์อีกฝ่ายก็ขับรถมารับแล้วอ้อนให้ผมไปนอนด้วย โน้มน้าวต่างๆ นาๆ เดี๋ยวถึงวันหยุดค่อยกลับบ้านพร้อมกัน พูดจนผมใจอ่อนเก็บเสื้อผ้าและของที่จำเป็นขึ้นรถมาด้วยจนได้

            แจน…คนใจง่าย!

            ห้องที่พอลอยู่ไม่ได้ใหญ่อะไรมาก ก็เหมาะดีสำหรับอยู่คนเดียว ห้องนอนหนึ่งห้อง มีโซนครัวเล็กๆ มีระเบียงที่ไม่ได้กว้างเท่าไหร่ มุมนั่งเล่น และห้องน้ำที่ติดกับตรงประตูทางเข้า

            เมื่อก้าวเข้ามาในห้องผมก็กวาดสายตามองรอบๆ อย่างสำรวจ พอลเห็นแบบนั้นก็เข้ามาชิด โน้มใบหน้าลงกระซิบข้างหู

            “หาของเล่นเหรอครับ”

            “ของเล่นพี่ไม่สนใจ ต้องดูก่อนว่าซุกกิ๊กไว้หรือเปล่า”

            “กิ๊กผมไม่ซุกหรอก ผมน่ะซุกเมีย”

            “ใคร! อยู่ไหน!” ถามอย่างไว หันหลังกลับไปคาดคั้นสีหน้าพร้อมเอาเรื่อง ถ้าเป็นความจริงกูกระโดดงับหัวมึงทันทีแน่ชนกันต์

            ร่างสูงอมยิ้ม ส่งนิ้วมาเคาะปลายจมูกผม “คนนี้ไง”

            เออะ…

            “ให้พี่เอาของไปเก็บที่ไหน”

            “เขินแล้วอย่าเปลี่ยนเรื่องสิ”

            “หยุดพูดแล้วไปหาน้ำให้พี่กินเดี๋ยวนี้เลย” ผมโวยแล้วชี้นิ้วไปทางครัว

            “คร้าบๆ~”

            เห็นไหมว่าอยู่กับพอลแล้วผมโดนรังแกตลอดเลย อายุมากกว่าไม่ช่วยอะไรนะฮะ

            ผมวางกระเป๋าข้างโซฟาแล้วนั่งลง ถึงแม้สถานะของเราคือคนรักกันก็ตาม แต่จะให้เดินดุ่มๆ เข้าห้องนอนอีกฝ่ายเลยผมก็รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ ระหว่างที่รอคนขี้แกล้งเอาน้ำมาบริการผมก็มองรอบๆ อีกครั้ง ห้องตกแต่งด้วยโทนสีเรียบๆ ตามแบบฉบับผู้ชายทั่วไป ถ้าเทียบกับที่บ้านแล้วที่นี่ของไม่เยอะเท่าไหร่ คงเอาไว้นอนหลังเลิกงานอย่างเดียวสินะ

            “น้ำครับพี่แจน” ร่างสูงเดินกลับมา วางแก้วที่มีน้ำสีม่วงเข้มตรงหน้า แต่นอกเหนือจากน้ำแล้วยังมีอย่างอื่นด้วย

            กุญแจกับคีย์การ์ด?

            “อะไร”

            “ผมให้”

            “ให้ทำไม”

            “เผื่อพี่มาหาผมไง ถ้าผมไม่อยู่พี่จะได้เข้าห้องได้” วางแผนการไกลมากผมยังไม่คิดถึงขั้นนั้นเลย แต่บอกได้อย่างหนึ่งเลยว่าผมรู้สึกดี การกระทำของพอลมันบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวไว้ใจผมขนาดไหน

            “มาเมื่อไหร่ก็ได้งั้นเหรอ”

            “แน่นอนสิครับ”

            “ทำไมชอบทำตัวน่ารัก”

            เสียงหัวเราะน่าฟังดังขึ้น “ต้องการรางวัลมั้งครับ”

            บอกมาขนาดนี้มีหรือผมจะไม่ให้ มือฉุดให้คนตัวสูงลงมานั่งแทน ผมปีนขึ้นตักไปนั่งคร่อม แนบริมฝีปากเป็นรางวัลให้คนทำตัวน่ารัก พอลตวัดแขนกอดรัดแผ่นหลังผมแทบทันที ผมกดจูบย้ำๆ หลายทีก่อนผละออกมายิ้มให้คนที่ส่งตาหวาน

            “หิวข้าวหรือยังครับ”

            “คำถามดูดีนะแต่มือไม่ต้องสอดเข้ามาในเสื้อพี่ก็ได้”

            “โทษครับ ผมเผลอ” พอลยิ้มเผล่ ดูไม่สำนึกสักนิดที่ถูกจับได้ เกี่ยวผมเข้าไปกระชับกอดแน่นขึ้น เอาคางเกยที่ไหล่และโยกตัวผมเบาๆ

            Rrrrrr

            แง่มมมม! ใครมันโทรมาตอนนี้

            เราผละออกจากกันเมื่อเสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นร่างสูงก็ไม่ปล่อยให้ผมได้ขยับลงจากตัก มือใหญ่ล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงผมแล้วส่งให้ แหม...ล้วงซะเผลอขนลุกเลย พี่หยิบเองก็ได้นะที่จริง

            “ว่าไงมึง” ผมเอ่ยทักเมื่อรับสาย เป็นไอ้หงส์ที่โทรเข้ามา

            [มึง เดี๋ยวกูไปหานะ อยากแดกหมูกระทะ] เพื่อนรักบอกสิ่งที่ต้องการทันทีอย่างไม่เสียเวลา

            อยากกินตอนใกล้ทุ่มนึงเนี่ยนะ และถ้าเกิดผมอยู่บ้านจริงๆ กว่าอีกฝ่ายจะขับรถไปถึงก็เกือบสามทุ่ม หงส์!! มันอ้วน!

            “ไอ้เรื่องกินไม่มีปัญหาหรอก แต่ตอนนี้กูไม่ได้อยู่บ้าน”

            [มึงสิงอยู่ไหน] หยาบคายมากใช้คำว่าสิง

            “อยู่คอนโดพอล” เรื่องที่จะมาคอนโดพอลเอาเข้าจริงผมยังไม่ได้บอกไอ้หงส์เลย ก็กะจะบอกแล้วแหละแต่ลืมไง อีกอย่างผมไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาวันนี้ด้วยซ้ำ ผมโดนหิ้ว!

            [ไอ้นี่อีกแล้วเหรอ งั้นก็ดี กรุงเทพใช่ไหม มึงพามันมาที่บ้านกูเดี๋ยวนี้เลย เอามาเจอหน่อยสิ] สั่งอย่างเอาแต่ใจ คิดว่าน่าจะบวกอาการโมโหหิวเข้าไปด้วยมั้ง

            “โอเคๆ จะรีบไป มึงสั่งหมูกระทะรอเลย”

            [ให้ไว]

            จ้าแม่~

            “จะไปไหนครับ” พอลถามขึ้นเมื่อผมวางสายเรียบร้อยแล้ว

            “บ้านเพื่อนน่ะ ตอนแรกมันจะไปหาพี่แต่พี่อยู่ที่นี่มันเลยให้พี่ไปหาแทน นายต้องไปด้วย” ผมขยับลงจากตักไปยืน ร่างสูงพยักหน้าตกลงอย่างว่าง่าย พวกของที่ผมเอามาเราคุยกันว่าเดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการ หยิบของที่จำเป็นติดตัวไปเท่านั้น

            เดินถึงหน้าประตูผมก็นึกขึ้นได้ หมุนตัวกลับไปชี้หน้าสั่ง

            “ทำตัวดีๆ ด้วยนะ ไอ้หงส์มันเหม็นขี้หน้านายอยู่”

            “เพราะอะไรครับ”

            “ก็ทำอะไรไว้ล่ะ” ถึงขั้นต้องเหล่ พอลเข้าใจอย่างไวว่าผมหมายถึงเรื่องอะไร สองมือยกขึ้นพนมกลางอก ก้มหัวลงเล็กน้อย

            “ผิดไปแล้วครับ” มันดูกวนตีนมากกว่าสำนึกผิดนะ

            “ไปเร็ว เดี๋ยวมันจะโมโหหิวมากกว่านี้”

            ผมบอกที่อยู่บ้านไอ้หงส์ให้พอล ต้องบอกว่าโชคดีมากที่วันนี้รถไม่ติด มันคือสิ่งมหัศจรรย์จริงๆ ใช้เวลาเพียงไม่นานเราก็มาถึง จอดรถเสร็จผมก็เดินนำเข้าบ้านอย่างคุ้นเคย ทางด้านเพื่อนรักเองก็กะเวลาได้ดีทีเดียว มันจุดเตาตั้งกระทะรอกลางบ้านแล้ว

            หรือไม่มันก็หิวเกินกว่าจะรอ แต่ผมมาได้จังหวะพอดี

            “จุดเตาเหมือนจุดธูป มาเร็วจริงๆ” ร่างผอมเพรียวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ดูทะมัดทะแมงเงยหน้ามาแขวะ แทบอยากหาอะไรเตะกระแทกหน้ามัน ไอ้หงส์เลื่อนสายตาไปยังร่างสูงข้างกายผม

            “อย่ามัวแต่ยืน มาช่วยกันหน่อยสิ”

            “ได้ครับ”

            ผมแอบส่งสายตาเห็นใจให้พอล เป็นเด็กดีไปก่อนนะครับ อย่าไปทำให้พี่หงส์เขาของขึ้นล่ะ

            พอลถูกไอ้หงส์ลากไปช่วยเตรียมของ ส่วนผมนั่งรอ แฮ่~ ดูท่าเพื่อนผมจะหิวจัด มันกินแบบไม่กลัวน้ำหนักขึ้นเลย ถึงจะโฟกัสของกินทว่ายังไม่เลิกหาเรื่องคนที่ผมหิ้วมาด้วย

            “นี่นายน่ะ” ย่างๆ หมูกันอยู่ร่างบางก็เอ่ยขึ้นกลางวง ผมอมปลายตะเกียบพลางมองทั้งสองคนสลับกัน

            อย่าตีกันนะมึง แจนขี้เกียจห้าม

            “ครับ”

            “จะเอาเท่าไหร่ถ้าเลิกกับไอ้แจน ล้านนึง?” ผมสำลักทันทีเมื่อหงส์เอ่ยจบ มึงสายเปย์เหรอหงส์ตั้งล้านนึงแน่ะ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ที่ควรสนใจคือมึงจะให้มันเลิกกับกูทำไม!

            “หงส์มึง…” ผมจะแย้งทว่าโดนคุณแม่ยกมือห้ามมองตาขวาง

            โอเค ได้ฮับ แจนจะอยู่เงียบๆ ฮับ

            คนโดนถามไม่แสดงท่าทีสะทกสะท้านหรือตกใจแม้แต่น้อย ยังคงมีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่บนริมฝีปาก

            “ไม่เลิกครับ”

            “แน่ใจ?” หงส์เลิกคิ้วสูง

            “แน่ใจครับ”

            “...”

            “เพราะพี่แจนน่าจะให้ผมมากกว่านั้น”

            “สัด!” ผมหลุดปาก โทษทีมันออกไปเองโดยอัตโนมัติ คนโดนด่าหันมาทำหน้าหงอยใส่

            “โถ่~ อย่าด่าผมสิครับ ผมหมายถึงความรักของพี่ไง พี่น่าจะให้ผมมากกว่านั้น จริงไหมครับ” พอลยิ้มหวานเอาใจ ดวงตาฉายแววอ่อนโยนให้ผมคันหัวใจเล่น

            “ไม่จริง ใครรักแก”

            “อย่าร้ายใส่กันสิครับ” ผมหลุดยิ้ม ส่งมือไปขยี้ศีรษะเจ้าหมาตัวโต

            ไอ้หงส์กลอกตาเบ้ปาก “นี่ขอโทษนะ กลิ่นแรงกว่าหมูกระทะก็กลิ่นความรักของพวกมึงนี่แหละ รำคาญ!”


- 100% -


○○○○○○○○○○○○

ขอบคุณค่ะ ♥​


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น