หอหมื่นอักษร

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 56 พบอิงหนานถูอีก

ชื่อตอน : ตอนที่ 56 พบอิงหนานถูอีก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2561 16:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 56 พบอิงหนานถูอีก
แบบอักษร

ภายในเรือนชิงจู๋ เสิ่นหนิงหน้าตาหมองหม่น เรื่องราวเช่นนี้ยังคงเกิดขึ้น ชาติก่อนเขื่อนฝั่งแม่น้ำหวงขาดแหว่ง เกิดอุทกภัยบริเวณหยางกู่ ไถเฉียน มีชาวบ้านนับหมื่นตายในอุทกภัยนี้ ถึงแม้ท่านปู่เสิ่นหวาซั่นพยายามอย่างเต็มที่ที่จะยับยั้งอุทกภัยครั้งนี้ แต่คนตายนับหมื่นในภัยฟ้าอันร้ายแรงนี้ ตอนหลังเสิ่นหวาซั่นก็ถูกกล่าวหาว่าจัดการน้ำไม่ได้ผล กลายเป็นหนึ่งในข้อหาที่ซั่งกวนฉางจื้อใช้ฆ่าล้างตระกูลเสิ่น

เสิ่นหนิงรู้แค่ผล แต่ไม่รู้ความเป็นมา เรื่องจัดการน้ำก็ไม่รู้เลย เพื่อช่วยเหลือท่านปู่คิดหาวิธีจัดการอุทกภัยเหอเน่ยเต้า เสิ่นหนิงพลิกตำราดูหนังสือที่เกี่ยวกับการจัดการน้ำเหมือนคนบ้า ไม่เพียงเช่นนั้น นางยังให้สี่สาวใช้ใหญ่กับสี่สาวใช้เล็กช่วยกันค้นหา ขอให้เห็นในหนังสือมีคำเกี่ยวกับการช่วยอุทกภัยการจัดการน้ำ ลอกลงทั้งหมด ให้แม่นมหลิ่วรวบรวมไว้ด้วยกัน

ลืมกินลืมนอน เพียงแค่สามวัน เสิ่นหนิงก็ผอมจนผิดรูปผิดร่าง แม้แต่สาวใช้ก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรง แต่ก็ยังคว้าน้ำเหลว

เสิ่นหนิงเห็นว่าการพลิกตำราแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์ วนเวียนกันอยู่แค่นี้ คงคิดอะไรไม่ออก ดังนั้น เสิ่นหนิงตัดสินใจพาตงฟู่ไปเดินเล่นที่วัดเทียนหนิง นางนึกถึงความเงียบสงบที่วัดเทียนหนิง ไม่แน่ว่าอาจได้วิธีคิดอะไรก็ได้  นางให้พวกชุนซือไปพักผ่อน เรื่องพลิกหาค้นตำราให้หยุดไว้ก่อน

 เสินอวี๋ซื่ออนุญาตคำขอของเสิ่นหนิง นางรู้ว่าเด็กคนนี้กำลังกลัดกลุ้มเรื่องการจัดการน้ำของเสิ่นหวาซั่น เห็นนางผ่ายผอมลง นางคงเป็นห่วง ให้อวี๋มามาตามไปด้วย เสิ่นหนิงพยายามปฏิเสธว่า วัดเทียนหนิงมีพระอาจารย์ฉางเจิน  การเดินทางก็ไม่ไกล พาตงฟู่ไปก็พอแล้ว ผลสุดท้าย ให้เสิ่นหนิงพาตงฟู่กับชิวอู๋คนรับใช้ของเสิ่นเจ๋อจิ้งไปวัดเทียนหนิง

 “คุณหนู มดงานไม่ได้ยินว่าใครจัดการน้ำได้” ชิวอู๋ตอบเสิ่นหนิง ความจริงไม่ต้องให้เสิ่นหนิงสั่ง เขาก็กำลังหาคนทางด้านนี้ เสิ่นเจ๋อจิ้งกับเสิ่นหวาซั่นก็กำลังเตรียมงานนี้ เขารู้ว่าคนสนิทของคุณชายรองก็กำลังมองหาคนที่จะมาจัดการน้ำได้    เพียงแต่ยังไม่มีใครหาได้

 “นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ค่อยๆ ตามดูไปก่อน” ความจริงเสิ่นหนิงก็ไม่ได้มีความหวัง แม้ฮ่องเต้จะให้รางวัลใหญ่ ก็ยังไม่มีใครเสนอตัว เห็นได้ว่าไม่มีใครเชื่อมั่นในการจัดการน้ำ

 ทิวทัศน์ของวัดเทียนหนิงยังคงเช่นเดิม ท่ามกลางฝนที่ตกปรอยๆ ยิ่งเห็นถึงความวิเวกเหนือโลกมนุษย์ที่สับสนวุ่นวาย พอลงจากรถม้า เสิ่นหนิงก็รู้สึกโล่งสบาย กลิ่นหอมของไม้จันทน์กับต้นไม้ใบหญ้าทำให้ลืมความทุกข์ นางหายใจเข้าลึกๆ ถือร่มกระดาษสา ค่อยๆเดินขึ้นบันได

 เสิ่นหนิงเข้าพบพระอาจารย์ฉางเจินก่อน นางเคารพพระสงฆ์ชราที่อ่อนโยนผู้นี้มาก  สามารถอยู่เฝ้าวัดเทียนหนิงหลายสิบปี เผยแพร่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า สอนให้เป็นคนดี จะไม่ให้เคารพได้อย่างไร ?

 เสิ่นหนิงสั่งตงฟู่ไม่ต้องตามเข้าไป ด้วยเพราะอยากอยู่เงียบๆคนเดียว ตงฟู่ไม่ได้สนใจหอไตรอยู่แล้ว นางกำลังอยากไปไหว้พระที่พระอุโบสถมากกว่า ก็เลยบอกเสิ่นหนิงว่านางจะไปไหว้พระที่พระอุโบสถก่อนแล้วค่อยกลับมาคอยที่หน้าหอไตร

 เสียงดัง “เอี๊ยด” เสิ่นหนิงผลักประตูหอไตร กลิ่นน้ำฝนที่ใสสะอาดตามการเปิดประตูเข้าไปในหอไตร  กลิ่นหอมของหนังสือพระธรรมโชยมา ปลอบประโลมใจที่ห่วงกังวลของเสิ่นหนิง ทำให้นางมีรอยยิ้มน้อยๆ

 ในหอไตรไม่มีใครอยู่ พูดให้ชัดคือในหอไตรไม่มีคน เสิ่นหนิงเลือกที่นั่งตามใจ หันไปหาหน้าต่าง หลังพิงชั้นหนังสือ นั่งอยู่กับพื้น ไหนๆก็ไม่มีคน ไม่ต้องไปห่วงมารยาทผู้ดีอะไรนักหนา ยิ่งไม่ต้องทำเป็นสงบเสงี่ยมเรียบร้อย เสิ่นหนิงนั่งเหม่อมองน้ำฝนที่อยู่นอกหน้าต่าง

 “จัดการน้ำ จัดการน้ำ จะต้องจัดการน้ำอย่างไร” เงียบเชียบรอบด้าน เสิ่นหนิงพึมพำ กำลังคิด หรือถามตัวเอง  

 “ต้าอวี้จัดการน้ำ เรื่องจัดการน้ำแบบปิดกั้นอย่างเดียวไม่เป็นผล ที่ได้ผลคือต้องพร่องน้ำ” ทันใดนั้นเสียงใสชัดเจนลอยเข้าหูเสิ่นหนิง เสิ่นหนิงสะดุ้งเฮือก!  นางไม่คิดว่าจะมีใครอยู่ในหอไตร  รีบลุกขึ้นมาหันหลังกลับไปดู  พอเห็นชัดว่าเป็นใคร  ก็ตกตะลึง

 เป็นเขานั่นเอง อิงหนานถูที่อายุสั้นผู้นั้น! ครั้งนี้เสิ่นหนิงเห็นชัดเจน ที่แท้คิ้วเขายาวมากและดำสนิท อยู่เหนือนัยน์ตาที่ดำขลับ ทำให้เสิ่นหนิงนึกถึงคำกล่าวที่ว่า “ตาคิ้วรับภูเขาแม่น้ำ” ไม่ใช่ว่าคิ้วยาวหมายถึงอายุยืนหรือ? ดูไม่ออกเลยว่าคนผู้นี้จะอายุสั้น

   นางมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจอีก ราวกับกำลังดูคนที่ใกล้จะตาย คุณหนูตระกูลเสิ่นผู้นี้ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้จักนาง เมื่อกี้นางพูดเรื่องจัดการน้ำ ใช่แล้ว ปู่เขาเป็นเสนาบดีกระทรวงโยธา ย่อมต้องกังวลเป็นธรรมดา แต่ดูไม่ออกว่าเด็กสาวคนนี้อยากแบ่งเบาความกังวลจากปู่ด้วย คิดถึงจุดนี้ อิงหนานถูพลันอยากยิ้มขึ้นมาอยู่หลายส่วน

รูปลักษณ์ของเขาหล่อเหลายิ่งนัก ทั้งกำลังอยู่ในวัยที่สดใสที่สุด ขณะนี้มือถือหนังสือ พิงชั้นหนังสือ นัยน์ตาล้ำลึก  ปากประดับรอยยิ้มน้อยๆ  ภาพเช่นนี้  เสิ่นหนิงมองจนถอนใจเบาๆ คำกล่าวที่ว่าเด็ดบุปผาประดับด้วยรอยยิ้ม นางรู้เลยว่าเป็นความรู้สึกเช่นไร อดรู้สึกเศร้าสลดไม่ได้ ราวกับเห็นดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่งแล้วเหี่ยวเฉาทันใด อาจเพราะบรรยากาศหอไตรเงียบสงัด หรืออาจเพราะกลิ่นอายสดใหม่ของฝนนอกหน้าต่าง นางลืมเรื่องที่หญิงชายต้องระมัดระวัง ถามเขาว่า “พร่องน้ำอย่างไร?  หากเขื่อนกั้นฝั่งแม่น้ำพังแหว่ง   จะต้องพร่องน้ำอย่างไรจึงจะหยุดน้ำได้ ซ่อมได้เหมือนเดิม?” น้ำเสียงเจือแววขอความรู้

อิงหนานถูครั้นถูกถามก็ชะงักไป เขาผ่านสถานที่มาแล้วมากมาย สิ่งที่ชอบสุดคือท่องเที่ยวป่าเขาลำเนาไพร  เรื่องแม่น้ำลำคลองพอจะเข้าใจ หากตลิ่งถูกซัดพัง แค่พร่องน้ำคงไม่ได้ผล คงต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย! เพียงแต่ วิธีอื่นคืออะไร เขายังไม่ได้คิด จึงไม่สามารถตอบเสิ่นหนิงได้ในเวลานั้น

“ท่านรู้จักคนที่จัดการน้ำได้หรือไม่” เสิ่นหนิงเห็นอิงหนานถูไม่ตอบ ก็ถามไปอีก ชาติก่อนมีคนว่าที่เขาอายุสั้นเพราะฟ้าอิจฉาคนเก่ง ถ้าเช่นนั้นเขาควรจะต้องเป็นคนเก่งมากจึงจะถูก เขาสามารถช่วยนางได้หรือไม่  นางพกความหวังสุดท้าย ถามออกไปเช่นนี้ พูดไปแล้ว นางร้อนรนจนขอแค่ได้ถามก็พอใจ

“ข้าจะช่วยเจ้าลองสืบดูแล้วกัน” มองใบหน้าที่แลดูมีความหวังของเสิ่นหนิง นึกถึงที่นางมีใจช่วยแบ่งเบาภาระผู้เป็นปู่  อิงหนานถูไม่อยากให้นางผิดหวังจึงรับปากออกไปเช่นนี้

 “ขอบคุณท่านพี่แล้ว” เสิ่นหนิงเห็นเขาท่าทางจริงจัง รู้ว่าเขาไม่ใช่แค่พูดอย่างขอไปที ก็นึกซาบซึ้งใจ    ความจริงนางเพียงแต่ถามดูเท่านั้น ไม่คิดว่าเขาจะมีวิธีอะไรจริงจัง เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็ไม่ได้ผิดหวัง คนเก่งที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังหาไม่ได้ คนที่อายุสั้นอย่างคุณชายใหญ่ของชิงผิงโหว จะมีปัญญาได้อย่างไรกันเล่า

เสิ่นหนิงดูหนังสือพระธรรมที่เขาถือในมือ แล้วจึงทำความเคารพ “รบกวนท่านพี่แล้ว” ดูแล้วอิงหนานถูคงอยู่ในหอไตรนานแล้ว เสียงพูดนางคงรบกวนการอ่านหนังสือเขา เขาถึงได้กล่าวต่อคำนางกระมัง

“ทำไมเจ้าจึงมักจะมองข้าด้วยสายตาแปลกๆ เช่นนั้น คล้ายกับว่าเจ้ารู้จักข้าอย่างไรอย่างนั้น” คิดอีกที อิงหนานถูก็ยังถามข้อสงสัยในใจ  เขาพบเด็กสาวผู้นี้สองครั้ง นางล้วนใช้สายตาเช่นนี้ทั้งสองครั้ง เขาอยากรู้จริงๆ

“สายตาแปลกๆรึ พี่ชายท่านคงดูผิดแล้วกระมัง ก่อนหน้านี้ที่พวกเราเคยพบกัน ก็ที่วัดเทียนหนิงนี่แหละ” เสิ่นหนิงสะดุ้งในใจ รีบพูดกลบเกลื่อน นางคงจะบอกไม่ได้ว่าข้ารู้ว่าท่านจะตายในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้

ได้ยินคำพูดกลบเกลื่อนอย่างชัดเจนเช่นนี้ อิงหนานถูไม่แปลกใจ เขาเองก็รู้ว่าคำถามนี้บุ่มบ่ามเกินไป แต่ว่าเด็กสาวผู้นี้ก็ทำให้เขารู้สึกแปลกใจจริงๆ ท่าทางเหมือนมีเลศนัย จัดการน้ำหรือ? ดูท่าคงต้องช่วยนางหาดูว่ามีใครคนไหนที่เก่งเรื่องนี้เสียแล้ว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น