桃林/ฮุ่ยผิง/เถาหลิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ฉินฉีซูฮว่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 482

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2561 20:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉินฉีซูฮว่า
แบบอักษร

หลังจากที่ข้าเดินออกมา ข้าก็เข้าไปคุยกับท่านพ่อเรื่องที่ข้าอยากจะเข้าศึกษาในสำนักแพทย์โอสถ ท่านพ่อก็อนุญาตและไม่ได้ว่าอะไร ส่วนเรื่องที่ข้าอยากจะให้มีอาจารย์มาสอนฉินฉีซูฮว่า

“มิใช่ว่าก่อนหน้านี้เจ้าเป็นคนบอกพ่อเองว่าเจ้าอยากเย็บปักไม่อยากเรียนมิใช่รึ”

“เจ้าค่ะ แต่ว่าตอนนี้ลูกอยากเรียนเพื่อจะได้สามารถอ่านตำราที่เกี่ยวกับการปรุงโอสถเจ้าค่ะ”ไม่อยากเรียนอะไรเล่า พอมีโอกาสก็ไปแอบเรียนอยู่ข้างหน้าต่าง เป็นเพราะหลันอวี้ชิงต่างหากที่ทำให้ข้าไม่ได้เรียนโดยบังคับให้ข้าไปพูดกับท่านพ่อว่าข้าอยากเย็บปักถักร้อย หากไม่พูด ข้าก็จะต้องถูกโบย เฮ้อออ นี่ข้าข้ามภพมาเป็นคุณหนูหรืออีเย็นเนี่ย

“เช่นนั้นก็ตามใจเจ้าเถิด เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ก็แล้วกัน”

“เจ้าค่ะ”หลังจากที่ท่านพ่อพูดจบ ข้าก็เตรียมจะเดินออกไป

“เดี๋ยวก่อน”

“มีอะไรเจ้าคะท่านพ่อ”

“ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ สิบหกใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ”

“อันที่จริงเจ้าก็เลยวัยปักปิ่นมานานแล้ว ตอนนี้เจ้าควรจะแต่งเข้าสักบ้านแล้ว แต่เป็นความผิดของพ่อเองที่ไม่มีเวลามาจัดการเรื่องนี้ให้เจ้า จดหมายดูตัวจากแม่สื่ออยู่ทางนี้ หากเจ้าชอบพอกับผู้ใดก็บอกพ่อ พ่อจะได้คุยกับแม่สื่อให้”

“ไม่ใช่ความผิดของท่านพ่อหรอกเจ้าค่ะ เพราะข้าเองก็ยังเด็กอยู่แล้วก็ยังไม่อยากแต่งงาน ท่านพ่ออย่ากังวลเรื่องของข้าเลยเจ้าค่ะ ไปจัดการเรื่องพิธีมงคลขององค์ชายเจ็ดกับน้องรองเถิดเจ้าค่ะ”จดหมายที่ว่านั่นมีแค่ซองเดียว ต่างจากอีกด้านหนึ่งที่มีจดหมายอยู่เต็มกล่อง ไม่บอกก็รูว่าเป็นของผู้ใด

“หากไม่มีอะไรแล้วลูกขอตัวก่อนเจ้าค่ะ”หลังจากที่ข้าพูดจบแล้วท่านพ่อไม่ได้อะไรข้าก็เลยเดินออกมา

“เสี่ยวอิง เสี่ยวเอิน พวกเจ้าไปหาอุปกรณ์ตัดผมมาซิ ข้าจะตัดให้พวกเจ้าเอง”ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะเดินออกไปเตรียมอุปกรณ์มาให้ข้า

หลังจากนั้นไม่นานสองแฝดก็กลับมาพร้อมกับหวีและกรรไกรแบบต่าง

“เอาล่ะ เริ่มที่ใครก่อนดี”สาวใช้ทั้งสองมองหน้าเจ้านายของตนที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดราวกับว่าปัญหาที่กำลังประสบอยู่ช่างแก้ยากแก้เย็นเหลือเกิน

“บ่าวก่อนก็ได้เจ้าค่ะ”เสี่ยวเอินคนพี่พูดขึ้น

“ก็ได้ งั้นเริ่มที่เสี่ยวอิง”

“ห้ะ”บ่าวตัวน้อยทั้งสองทำหน้างง ก็ช่วยไม่ได้อ่ะ มันเป็นนิสัยที่ติดมาจากชาติที่แล้วของนาง เวลาไปช็อปปิ้งหรืออะไรก็แล้วแต่ พอให้เพื่อนช่วยเลือกให้ เพื่อนบอกให้เอาอันซ้ายนางก็จะเลือกอันขวา พอบอกว่าอันขวาดีกว่านางก็จะเลือกอันซ้าย

“ไม่ต้องงงไปหรอก เสี่ยวอิงมานั่งนี่มา”เสี่ยวอิงเดินไปนั่งคุกเข่าด้านหน้าคุณหนู

“ไม่ใช่ ข้าหมายถึงว่าให้เจ้ามานั่งบนเก้าอี้นี่”

“ไม่ได้เจ้าค่ะ คนเป็นบ่าวจะนั่งขณะที่เจ้านายยืนไม่ได้เจ้าค่ะ”เสี่ยวอิงพูด

“แต่นี่เป็นคำสั่ง เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้าหรือ”ข้าแสร้งทำเป็นโกรธเสี่ยวอิง จนเสี่ยวอิงทำหน้าจะร้องไห้ แต่ก็ยอมมานั่งบนเก้าอี้แต่โดยดี

“ดีมาก ให้มันได้อย่างนี้สิ”ว่าแล้วข้าก็ค่อยๆใช้กรรไกรเล็มหน้าม้าของเสี่ยวอิงที่หนาเตอะให้บางลงจนเป็นเหมือนหน้าม้าซีทรูใสๆสไตล์เกาหลี พอทำให้เสี่ยวอิงเสร็จแล้วก็ทำให้เสี่ยวเอินต่อ

“อ่ะนี้”ข้าส่งกระจกให้ทั้งสองดู

“คุณหนูเก่งมากเลยเจ้าค่ะ”พูดไปยิ้มไปจับหน้าม้าไปพลาง

“เห็นมั้ยข้าบอกแล้วว่าพวกเจ้าน่ะไว้ใจข้าได้”แน่นอนล่ะ เมื่อก่อนนางชอบเปิดยูทูปดูฮาวทูแต่งหน้าเหมือนไม่ได้แต่งเอย ตัดหน้าม้าเองเอย เรื่องแค่นี้อ่ะเหรอขี้ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

“คุณหนูเจ้าคะ ยามเหม่าแล้วเจ้าค่ะ”สาวใช้คนสนิทเข้ามาปลุกเจ้านายของตน

“อืม”ข้าลุกขึ้น ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วเปลี่ยนเป็นชุดกางเกงบางๆที่ใส่สบายแต่ไม้โป้แล้วจึงเดินออกไปหน้าเรือน จะออกกำลังกายสักหน่อย เมื่อวานรู้สึกเหนื่อยจากการเดินทางจึงยังไม่ได้ออกกำลังกาย

“คุณหนูเจ้าคะ ทำไมแต่งตัวเช่นนี้เจ้าคะ”เสี่ยวอิงกับเสี่ยวเอินแทบจะโยนของทิ้งแล้ววิ่งมาหานางทันทีราวกับนนางเพิ่งไปฆ่าใครมา

“จะออกกำลังสักเล็กน้อย ช่วงนี้รู้สึกว่าพุงจะนำนมละ”

“ไอ้หยา คุณหนูทำไมพูดจาเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”

“จะออกกำลังกายสักเล็กน้อย ช่วงนี้รู้สึกว่าไขมันจะนำหน้าหน้าอก”

“แบบนี้ก็ไม่ได้เจ้าค่ะ”เสี่ยวเอินพูด

“อ้าว ข้าก็พูดจาเพราะๆ สุภาพๆแล้วไง หรือข้าต้องพูดแบบราชาศัพท์”

“โถ่ คุณหนู แบบไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้นเจ้าค่ะ ถ้ามีใครมาได้ยินเข้าอาจจะต่อว่าว่าคุณหนูไม่มีมารยาทนะเจ้าคะ”อ้อ ใช่สิ บ้านนี้ไม่ได้มีแค่เรานี่นา ยังมีสองแม่ลูกอสรพิษ

“ช่างเถอะ เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าแค่จะวิ่งออกกำลังกายรอบๆเรือนนอนของข้าสักครึ่งชั่วยามก็เท่านั้น”

“เจ้าค่ะ”แล้วสองสาวก็ไปทำงานที่ตัวเองทิ้งมาก่อนหน้านี้ให้เสร็จแล้วจึงมายืนเฝ้านาง

“เฮ้ออ เหนื่อยเป็นบ้าเลย”ข้าบ่นหลังจากที่วิ่งรอบเรือนห้ารอบ แล้วต่อด้วยซิทอัพห้าสิบรอบ แล้วกลับไปวิ่งอีกห้ารอบ แล้วก็ทำท่าสควอทอีกประมาณ1เค่อ แค่วิ่งรอบเรือนก็จะตายอยู่แล้ว แต่ไม่เป็นไร เพื่อหุ่นแซ่บๆ เจ้ทนได้

“พี่เสี่ยวเอินว่าคุณหนูกำลังทำอะไรอยู่น่ะ”เสี่ยวอิงถาม

“พี่ก็ไม่รู้สิ เรื่องของเจ้านายเราอย่าไปถามนักเลย”

“นี่ เอาน้ำให้ข้าหน่อยสิ เอาน้ำปล่าวนะ ไม่ต้องเอาน้ำชามา”ข้าพูดพลางเดินมาพักเหนื่อย

“เจ้าค่ะ”พอดื่มน้ำนั่งพักให้หายเหนื่อยสักครู่ ข้าก็ไปฝึกฝนการใช้พลังธาตุต่อ

“คุณหนูเจ้าคะ ไปอาบน้ำเถอะเจ้าค่ะ บ่าวเตรียมน้ำไว้แล้วเจ้าค่ะ”

“ได้ๆ แต่รอบนี้ข้าของอาบเอง”

“ไม่ได้เจ้าค่ะ”

“นี่ข้ามีแม่หรือสาวใช้เนี่ย”ข้าบ่นอุบอิบ

“คุณหนูว่าอะไรนะเจ้าคะ บ่าวได้ยินไม่ชัด”เสี่ยวเอินพูดขึ้น

“ไม่มีอะไร จะอาบน้ำให้ข้าไม่ใช่เหรอ รีบทำเร็วเข้าสิ ข้าหิวข้าวจะแย่แล้ว”

“เจ้าค่ะ”หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วยามข้าก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จและอยู่ในชุดสีกลีบบัวที่ปักลายผีเสื้อกำลังโบยบินอีกเช่นเคย นี่หลันหนิงเซียนมีชุดอื่นบ้างมั้ยเนี่ย หลังจากที่ข้าทานข้าวเสร็จก็ขอตัวไปเรียนกับท่านอาจารย์ที่กำลังมาถึงพอดี

ข้าฝึกคัดอักษรในช่วงเช้า แล้วจึงผ่อนคลายด้วยการฝึกเล่นพิณ พอตอนบ่ายก็วาดภาพ โชคดีหน่อยที่ข้าเคยได้ฝึกเขียนพู่กันจีนกับวาดภาพด้วยพู่กันจีนเลยทำให้ไม่ค่อยขายหน้าเท่าใดนัก มันจะหนักก็ตรงเล่นหมากล้อมนี่ล่ะ

“เมื่อไหร่เกมจะจบสักทีนะ”ข้าบ่นพึมพำ

“ฮ่า ฮ่า อย่ารีบร้อน จะเล่นหมากล้อมต้องใจเย็น คอยดูคู่ต่อสู้ว่าวางหมากที่ไหน”

“แต่หนังตาข้าจะปิดแล้วนะ ปล่อยข้าไปเถอะ”

“ก็ได้ ถ้าหากเจ้าแพ้อีกข้าจะปล่อยเจ้าไปพัก”ท่านอาจารย์ไป๋เจิ้งซื่อพูดขึ้น ก็แน่ล่ะ พอข้าจะวางหมากให้ตนเองเป็นฝ่ายแพ้เมื่อใด อาจารย์ก็ทำให้ข้ากลายเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบ พอครั้งจะเอาชนะ ก็เกรงว่าฝีมือจะไม่ถึงขั้น ผ่านไปอีกสองชั่วยามข้าจึงค่อยชนะท่านอาจารย์ได้อย่างน่าภูมิใจ

“เจ้าเด็กนี่หนิ เจ้าเล่ห์ซะไม่มี”ท่านอาจารย์กล่าว

“ก็พออาจารย์เห็นข้าจะชนะ ก็ทำให้ข้าแพ้ จนท่านไม่ได้ให้ความสนใจกับหมากเม็ดหนึ่งที่อยู่ข้างกระดาน จนทำให้ข้าชนะท่านไปย่างฉิวเฉียด”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาเถิด วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน”

“เจ้าค่ะ เสี่ยวอิง เสี่ยวเอิน ส่งแขก”สองสาวใช้มองดูเจ้านายที่ดูร่าเริงสดใสเป็นพิเศษ

“เจ้าค่ะคุณหนู อาจารย์เชิญทางนี้เจ้าค่ะ”

ยามเซิน

“นี่เร็วเข้า ข้ารีบ”ข้าเร่งสองสาวใช้ให้ตามมา เพราะข้ารีบไปซื้อเสื้อผ้า ให้ทนใส่สีชมพูทุกวันข้าทำไม่ได้หรอก

“เจ้าค่ะ”หลังจากนั้นไม่นาน เราก็มาอยู่ในร้านขายเครื่องแต่งกายของสตรี

“คุณหนูจะรับชุดแบบไหนดีขอรับ”เถ้าแก่เจ้าของร้านออกมาต้อนรับลูกค้า

“ข้าอยากได้ชุดที่เป็นสีต่างๆที่ไม่ใช่สีชมพูและมีลายเรียบง่ายท่านมีรึไม่”

“มีขอรับ รอสักครู่นะขอรับ ข้าน้อยจะให้คนไปนำมาให้”หลังจากนั้นไม่นานก็มีบ่าวรับใช้นำชุดออกมาสี่ชุดซึ่งแต่ละชุดล้วนมีเนื้อผ้าที่นุ่ม ลวดลายประณีตสวยงามสมราคา

“มีชุดไหนถูกใจหรือไม่ขอรับ”

“อืม ข้าเอาทั้งสี่ชุดเลยก็แล้วกัน แล้วส่งไปที่จวนแม่ทัพพิทักษ์ดินแดน”

“ขอรับ”หลังจากให้สาวใช้ไปชำระเงินข้าก็เดินกลับบ้าน แต่ระหว่างทางข้ากลับรู้สึกว่าถูกใครบางคนสะกดรอยตามอยู่

-----------------------

 กู่ฉินเป็นเครื่องดนตรีโบราณประเภทเครื่องสายของจีน เมื่อเอ่ยถึงวัฒนธรรมด้านดนตรีจีนโบราณนั้นจะขาดซึ่งกู่ฉินเสียมิได้ ในสมัยโบราณนั้นเรียกแต่เพียงว่า “ฉิน (พิณ)” แต่คนปัจจุบันเรียกว่า “กู่ฉิน (พิณโบราณ)” หรือ “พิณ ๗ สาย” ๔ สิ่งที่วิญญูชนจีนต้องศึกษาคือ “พิณ หมากรุก หนังสือ ภาพวาด” พิณในที่นี้ ก็คือ กู่ฉินนั่นเอง

ฉีหรือหมากล้อม เป็นเกม[หมากกระดาน](https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%99 "หมากกระดาน")ชนิดหนึ่ง เป็น[เกมกลยุทธ์](https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C "เกมกลยุทธ์")ซึ่งผู้เล่นสองคนต่างมุ่งหมายล้อมเอาพื้นที่ในกระดานให้ได้มากกว่าคู่แข่งเหวยฉีเป็นที่นิยมเล่นกันในหมู่ปัญญาชนชั้นสูงและขุนนางผู้บริหารประเทศ ในสมัยนั้น เหวยฉีหรือหมากล้อมเป็นหมากกระดานประจำชาติจีน ถูกจัดเป็น 1 ใน 4 ศิลปะประจำชาติจีน (ได้แก่ หมากล้อม ดนตรี กลอน ภาพ) เป็นภูมิปัญญาจีนแท้

ซู มาจากคำว่า "ซูฝ่า" การเขียนอักษร หรือ การคัดอักษรจีน ซึ่งเป็นศิลปะที่เก่าแก่และแพร่หลายที่สุดของจีน ซึ่งการรับราชการจีนในสมัยก่อนนั้น ถ้าลายมือสวย ถือว่าเป็นการแสดงภูมิปัญญาความสามารถได้อีกอย่างหนึ่ง ลักษณะอักษรที่แตกต่างกัน สามารถแสดงถึงอารมณ์ ความรู้สึกของผู้เขียน 

ฮว่า คือ ศิละปะการวาดภาพแบบจีน ในกระบวนภาพวาดจีน ภาพวาด "ภูเขา และ แม่น้ำ" เป็นแม่บทหลักของภาพวาดของจีนที่สุด ซึ่งศิลปะภาพวาดจีนต้องประกอบไปด้วยปรัชญาอิน-หยาง แทนด้วยนิ่งกับเคลื่อนไหว


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น