facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 45 : Flashback5 – สุดห้วงมหรรณพ

ชื่อตอน : ตอนที่ 45 : Flashback5 – สุดห้วงมหรรณพ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.9k

ความคิดเห็น : 115

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2561 16:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 45 : Flashback5 – สุดห้วงมหรรณพ
แบบอักษร

ตอนที่ 45 : Flashback5 – สุดห้วงมหรรณพ


“พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอ่านหนังสือมันน่าเบื่อจะตาย บอกให้นอนอยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่เชื่อพี่ ดูซิ๊ ตาจะปิดแล้วเนี่ย”


เจ้าของที่มาของสีฝุ่นบนกาวน์ของเขาพูดจาด้วยน้ำเสียงหวานสนิท มือของอิฐเอื้อมไปลบหัวของผู้หญิงอีกคนที่ดูก็รู้ว่ากำลังอยู่ในช่วงความสัมพันธ์สุดโรแมนติก

แป้งเป็นผู้หญิงที่สวยมาก สวยจนเขาละอายใจ ดวงตากลมโตสอดรับกับแผงขนตาที่หนาเป็นชั้น แก้มทรงได้รูปสอดรับกับจมูกโด่งเป็นสันอย่างธรรมชาติ ปากเล็กเรียวบางรูปทรงกระจับ ผิวขาวกระจ่าง และแก้มสีชมพูระเรื่อที่ดูเป็นธรรมชาติสมวัย เมื่อประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว ผู้หญิงตรงหน้านี้ก็ดูจะเป็นเจ้าหญิงที่คู่ควรกับเจ้าชายประจำโรงเรียนอย่างอิฐจริงๆ

ยิ่งเห็นสิ่งที่อิฐชอบมาเทียบกับสิ่งที่เขาเป็นแล้ว เขายิ่งรู้สึกตกลงไปในห้วงของความพ่ายแพ้อย่างปฏิเสธไม่ได้ เขาพยายามไม่มองภาพตรงหน้า ไป๋สารภาพจากใจว่าเขาสงสารหัวใจของเขาเอง


ไป๋รับรู้ภาพตรงหน้าอย่างเจ็บปวด

ตั้งแต่เขายอมรับกับตัวเองว่าชอบเจ้าชายของโรงเรียนที่อีกฝั่งของโต๊ะนี้ เขาก็ต้องยอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่สิ ใช้คำว่าเป็นไปไม่ได้เลยดีกว่า


ข้อหนึ่ง มันชอบผู้หญิง

ข้อสอง มันมีแฟนแล้ว

และข้อสาม มันเกลียดขี้หน้าเขา


ตั้งแต่รู้ว่ามันมีแฟนแล้วเขาก็หลีกเลี่ยงที่จะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับแฟนมันโดยตลอด

เขารู้ว่าตัวเองยังรับมือกับความผิดหวังได้ไม่ดีนัก การผิดหวังตั้งแต่ยังไม่เริ่มก็เป็นอะไรที่ตลกร้ายดี แต่ตอนนี้คงไม่มีอะไรตลกร้ายไปกว่าการต้องมานั่งมองคนที่ชอบยีหัวกับแฟนเล่นอย่างมีความสุขอีกแล้ว


เขาเหมือนจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรที่ลึกเกินกว่าจะหยั่งถึง

ภาพจำในวันที่มันช่วยเขาไว้จากอันธพาลบนรถประจำทางนั่นยังคงชัดเจน ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์ในตอนนั้นจะฝังความรู้สึกที่มากมายกับเขาได้ถึงเพียงนี้ ไป๋เอื้อมมือไปสัมผัสกาวน์สีฝุ่นที่แขวนไว้ที่กระเป๋าซึ่งวางอยู่ใต้โต๊ะอย่างเบามือ ตั้งใจจะไม่เดินหน้า ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นแล้ว แต่โชคชะตาก็ไม่เป็นใจเขาเสียเลย


“ติวหนังสือจบ พี่อิฐต้องพาแป้งไปกินไอติมเป็นการชดเชยด้วยนะคะ แป้งเบื่อจะแย่แล้ว”

แอบมองด้วยหางตาก็เห็นเด็กสาวตัวเล็กคนนั้นกำลังทำแก้มป่องใส่ไอ้อิฐอย่างกระเง้ากระงอด มันเอื้อมมือไปดึงแก้มยุ้ยนั่นอย่างหมั่นเขี้ยว ความจริงเขาควรจะหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบแล้วอ่านหนังสือไปเงียบๆ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ทำไม่ได้อยู่ดี ถึงแม้ว่าจะเจ็บ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขายังอยากจะรับรู้เรื่องของคนตรงหน้านี้อยู่

“ได้สิครับ ร้านเดิมเนอะ ไอติมเรนโบว์ของโปรดแป้ง เดี๋ยวหลังติวหนังสือเสร็จพี่พาไป”

ไป๋ยังคงนั่งเอาตามองหนังสือ แต่ใช้หูฟังประโยคเสียงหวานของทั้งคู่อย่างเงียบๆ ความจริงเรียกว่าติวหนังสือก็ไม่ถูกหรอก เพราะพวกเขาทั้งคู่ต่างต่างคนต่างอยู่ ตั้งแต่เข้ามาในห้องอ่านหนังสือในห้องสมุดนี่ พวกเขายังไม่ได้เอ่ยปากคุยกันเลยสักคำด้วยซ้ำ แม้แต่มองหน้า เขาก็แทบจะไม่ได้มอง


ไป๋พาตัวเองกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง

ความจริงเขาก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะชอบอิฐได้มากขนาดนี้ ตอนแรกพอรู้ว่าเริ่มชอบก็หวังแค่จะเป็นความรู้สึกแอบชอบคนหน้าตาดีในโรงเรียน ไม่หวังว่าจะได้คุยได้รู้จักได้พัฒนาความสัมพันธ์อะไร แค่อยากเป็นเหมือนปั๊บปี๊เลิฟสนุกๆ แต่ก็นะ ดูเหมือนความรู้สึกของเขาจะไม่เป็นไปตามแผนที่คิดไว้เลย


เขาหยิบจี้รูปกาวน์สีฝุ่นขึ้นมาดูอย่างคิดถึง

บ้านของไป๋เป็นหมอทั้งบ้าน พ่อก็เป็นหมอ แม่ก็เป็นหมอ แถมยังเปิดธุรกิจโรงพยาบาลในชื่อนามสกุลของครอบครัวด้วย ชีวิตของเขาจึงแทบจะถูกกำหนดให้เป็นหมอมาตั้งแต่เกิด ถึงแม้ว่าพ่อกับแม่จะไม่เคยบังคับเขาแม้แต่นิดเดียว แต่เขาก็รู้ว่าเป็นหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบ

เขาสั่งทำจี้รูปกาวน์สีฝุ่นขึ้นมา เพราะสิ่งหนึ่งคือสิ่งที่เขาเลือกไม่ได้ แต่อีกสิ่งหนึ่งคือสิ่งที่เขาเลือกเอง

เขาเลือกที่จะไม่เป็นหมอไม่ได้ อาจจะด้วยภาระหน้าที่ที่ค้ำคอเขาเอาไว้ แต่อย่างน้อย เรื่องหัวใจ เขาก็อยากที่จะมีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตัวเองสักครั้ง

อิฐคือตัวแทนของสีฝุ่น อิฐคือตัวแทนของเส้นทางที่เขาเลือกเอง อย่างน้อย ครั้งหนึ่งเขาก็กล้าที่จะยอมรับว่าเขาชอบใคร เขาตั้งใจจะชอบอิฐเงียบๆ เขาอยากจะเก็บความรู้สึกนี้เป็นความทรงจำที่แสนดี แต่เขาไม่คิดว่าการจะได้มาซึ่งความทรงจำจะเจ็บปวดขนาดนี้


‘บัดซบ’

เขาสบถออกมาเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรชื้นๆ ซึมขึ้นมาตรงหางตาของเขา ไป๋เอาผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้า ก่อนจะปล่อยโฮออกมาจะสุดจะทานทน


ความฝันของเขาพังทลายไปหมดแล้ว

เขาเกลียดความจริงที่ต้องรู้ว่าตัวเองไม่ใช่อะไรที่อิฐจะชอบได้เลย เขาเกลียดตัวเองที่เกิดมาเป็นผู้ชายแต่ดันชอบผู้ชายด้วยกัน เขาเกลียดที่รู้ว่าเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ได้ พอๆ กับที่ก็รู้ว่าเขาก็คงเปลี่ยนอิฐไม่ได้เลยเช่นกัน

ไป๋ปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอย่างพ่ายแพ้

น้ำตาที่ไหลไม่หยุดและอาบทั่วสองแก้มในเวลานี้คือการยอมรับโดยสภาพว่าความคาดหวังกำลังทำร้ายหัวใจของเขา มันปวดร้าวราวเหมือนกับจะมีมือที่มองไม่เห็นกำลังถือมีดสักอันและกำลังแล่ก้อนเนื้อของเขาเป็นชิ้นๆ

มันจุกในอก เจ็บ และทรมาน

มือของเขากำกาวน์สีฝุ่นที่เคยเป็นสิ่งที่เป็นกำลังใจให้การไปโรงเรียนของเขา แต่วันนี้ความเย็นเฉียบของโลหะมันมีแต่ความเจ็บปวด เขาโคตรเกลียดตัวเองที่จริงจังกับความรู้สึกบ้าบอนี่จนร้องไห้ ทั้งที่เขาควรจะแค่ชอบไอ้อิฐเล่นๆ แท้ๆ ทั้งที่เขาควรจะไม่เป็นอะไร ทั้งที่เขาควรจะก้าวผ่านมันไปอย่างง่ายดาย


เขาปิดไฟห้องนอนจนมืดสนิท

ไม่มีแสงไฟ ไม่มีเสียงอะไรทั้งสิ้น นอกจากเสียงร้องไห้ของเขาที่ราวกับว่ามันจะดังขึ้นมาจากหัวใจของเขาเอง ไป๋พยายามเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด แต่เหมือนนานเท่าไหร่มันก็ไม่จบสักที

ภาพไอ้อิฐกับแฟนสาวนั่นวนเวียนกลับมาตอกย้ำ

ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าหงุดหงิดใจว่าทำไมเขาถึงเจ็บปวดกับเรื่องนี้มากเพียงนี้ แต่ด้วยความสัตย์จริง เขาเองก็ไม่อยากหนีกับความรู้สึกนี่อีกต่อไปแล้ว เขาพยายามหลอกตัวเองมาเกือบเดือนว่าเขาไม่เป็นอะไร เขาแค่แอบชอบมันขำๆ พอรู้ว่ามันมีแฟนแล้ว เขาก็แค่ต้องตัดใจ


แต่ความเป็นเขา “โคตร” จะเป็นอะไร

เขาปล่อยให้น้ำตาไหลไปเรื่อยๆ เท่าที่มันอยากจะไหล เขาจมอยู่กับความรู้สึกนี่มานานเกินไปแล้ว เขาไม่รู้จะรออะไรต่อไป เขาก็แค่อยากจะก้าวผ่านมันไป อย่างน้อย วันหนึ่งเขาก็น่าจะกลับมามองหน้าไอ้อิฐได้อย่างปรกติสักที

น่าตลกที่ความรักครั้งแรกของเขาพังอย่างไม่มีชิ้นดี

ไม่รู้ว่าจะโทษใครดีระหว่างมันที่เข้ามาช่วยเขาในวันนั้น หรือว่าเขาที่ประทับใจในภาพนั้นจนเก็บมานึกถึงอย่างง่ายดาย หรือว่าเขาจะต้องโทษโชคชะตากระมังที่บรรจงสร้างเขาให้เกิดมาเป็นอะไรที่มันไม่มีวันจะลงเอยกันได้เลย


ไป๋เอื้อมไปสัมผัสรสชาติเยียบเย็นของโลหะสีฝุ่นนั่นอีกครั้ง


เขายอมรับว่าเขาชอบมันมาก และความเจ็บปวดที่เขาเจอมีมากกว่าที่เขาจะจินตนาการไว้

แต่เขาก็ยอมรับความจริงแล้ว และเขาเลือกที่จะยอมแพ้กับความจริงที่เป็นกำแพงที่ขวางกั้นอยู่ภายหน้านี้ด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมันไม่มีวันเป็นไปได้

เขาจะทุรนทุรายในคืนนี้เป็นคืนสุดท้าย

เส้นทางที่เป็นไปไม่ได้นี่บอกให้เขาควรเดินหันหลังกลับ อย่างน้อยเขาก็ยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่ามันเป็นเส้นทางที่ตีบตันแล้วจริงๆ ก่อนที่เขาจะเลือกเดินจากมา


ไป๋ผลอยหลับไปในความเงียบ


เขาสัญญาว่าคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่เขาจะร้องไห้ให้ความรักครั้งนี้

เขาสัญญาว่าจะเก็บความรักครั้งนี้ลงลิ้นชักและเปลี่ยนเป็นคนใหม่

เขาสัญญาว่าเขาจะยอมแพ้ในเกมที่เขาไม่มีวันชนะนี้เสียที


ราวกับจะจมดิ่งลงในห้วงมหรรณพที่ไม่มีวันสิ้นสุด

เขารู้สึกเหมือนคนใกล้ตายที่ตะเกียกตะกายหาอากาศเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ มันอึดอัด ทรมาน และเป็นสภาวะที่ผ่านพ้นไปได้ยาก

เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังใช้แขนทั้งสองข้างขวนขวายหาหลักยึดอะไรสักอย่างในความเคว้งคว้างไร้จุดสิ้นสุด แต่มือทั้งสองของเขาก็กวาดเจอแต่ความว่างเปล่า


ตัวเขาค่อยๆ จมลง

จมลง

จมลงสู่ความมืดมิดที่เย็นเยียบสนิท


เด็กชายล่วงเข้าสู่นิทรารมณ์ด้วยความเจ็บปวด

คราบน้ำตาที่เปื้อนเปรอะหน้า

และจี้รูปเสื้อกาวน์สีฝุ่นที่ถูกบีบจนมือเป็นรอยช้ำ


พายุฝนอาจจะนำพามาซึ่งความสว่างไสวหลังพายุสิ้นสุด

แต่ในอีกแง่หนึ่ง

มันก็อาจจะนำมาซึ่งความเข็ดขยาดและหวาดกลัวในพายุฝน


หลังจากวันนั้น

ไป๋ก็ไม่เคยวิ่งตากฝน

แม้ว่าฝนนั้นจะเป็นสิ่งที่ครั้งหนึ่งเขาเคยปรารถนาและใฝ่ฝันถึงก็ตาม




นายพินต้า

เฟสบุ๊คนายพินต้า www.facebook.com/ninepinta

ทวิตเตอร์นายพินต้า www.twitter.com/ninepinta และ #อิฐไป๋


แต่งไปสงสารไป่ไป๋ไป โถ ลูกพ่อ อดทนหน่อยนะ T-T

สงสารไป่ไป๋เสร็จแล้วอย่าลืมสงสารนักเขียนด้วยนะ เมนต์ให้นักเขียนหน่อยนะ อ้อนอ้อน

ความคิดเห็น