Amano

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วันที่ 19 บ้านจ้าวเมือง มอบของขวัญ

ชื่อตอน : วันที่ 19 บ้านจ้าวเมือง มอบของขวัญ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2561 15:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
วันที่ 19 บ้านจ้าวเมือง มอบของขวัญ
แบบอักษร

วันที่ 19 บ้านจ้าวเมือง มอบของขวัญ

.

.

"มาแล้วครับ" ผมกลับมาพร้อมกับถังใส่ทองเหลว หรือน้ำเอลโดราโด้นั้นแหละครับ

.

"แล้วนั้นอะไรครับ ทองงั้นหรอครับ?" กริซถามด้วยความสงสัย ตาของเขาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น

.

"นี่คือวัตถุดิบที่ผมจะสร้างเหรียญที่เป็นสัญลักษณ์สำหรับคนในเมืองและนอกเมืองครับ มันมีชื่อว่าน้ำเอลโดลาโด้"

.

"ชื่อเมืองทองคำ อืม ช่างเข้ากับน้ำในถังนี้จริงๆ" กริซพยักหน้า

.

"ผมขอลองจับได้ไหม"โจ้ถามขึ้น

.

"เอาสิ" หลังจากได้รับอนุญาตโจ้ก็ลุกขึ้นมา

.

"แล้วเราจะขึ้นรูปยังไงครับ จากที่ผมลองจุ่มดู มันเหมือนน้ำธรรมดามากทั้งที่มีสีเข้มเหมือนทองเหลวแต่กลับไม่ร้อน ถ้ามันเหลวขนาดนี้จะขึ้นรูปยากนะครับ" หลังจากใช้นิ้วจิ้มลงไปโจ้ก็ถามขึ้นมา

.

"เรื่องนั้นไม่อยากเลยครับ น้ำเอลโดราโด้นี่ ถ้าจะเรียกง่ายๆก็คือทองคำเวทย์ครับ วิธีขึ้นรูปแบบธรรมดาด้วยความร้อนไม่สามารถใช้กับมันได้แต่ว่าเราสามารถใช้เวทย์ขึ้นรูปมันได้ครับ"

.

ผมบอกและเรียกไม้เท้ามังกรออกมาและให้มันลอยอยู่ข้างๆผม จากนั้นผมก็ใช้เวทย์ลมตักมันขึ้นมาและใส่พลังเวทย์ลงไป บังคับให้มันแบนและกลมจนมีขนาดเท่าเหรียญสิบบาท จากนั้นก็ทำขึ้นรูปทั้งสองด้านโดยที่ด้านหนึ่งเป็นรูปผืนนาและดวงอาทิตย์ และอีกด้านเป็นรูปเกวียน หลังจากเสร็จอันแรกก็ทำอีกเหรียญโดยที่มีรูปผืนนาและดวงอาทิตย์แต่อีกด้านเป็นรูปต้นไม้ เมื่อเหรียญทั้งสองเสร็จแล้วผมก็ยื่นมันให้คุณโจ้เพื่อเอาไปแบ่งอีกสองคนดูด้วย

.

"นี่คือเหรียญที่ผมคิดเอาไว้ มันมีสองแบบโดยที่แบบแรกรูปเกวียนหมายถึง 'คนนอกและนักเดินทาง' เหรียญนี้คือตัวแทนคนนอกนั้นเอง

แบบที่สองรูปต้นไม้ คือ 'ประชาชนของผมหรือก็ต้นไม้ที่ผมต้องดูแล' เหรียญสำหรับคนในเมืองของผมนั้นเอง

ส่วนรูปด้านหลังที่เป็นรูปผืนนาก็ไม่มีอะไรมากหรอกแค่ผมคือเกษตรกรเลยให้เป็นตัวแทนผม"

.

"อย่างนี้นี่เอง แล้วมันมีอะไรอีกไหมค่ะ"

.

"ขอเหรียญคืนด้วยครับ รอสักครู่นะ" หลังจากได้เหรียญคืนมาผมก็เริ่มใช้สกิลที่ได้จากพี่เบิร์นทันที สกิลนั้นมีชื่อว่า 'สลักอักษรเวทย์' เป็นการลงอักษรเวทย์ลงบนสิ่งของเพื่อทำให้มันเป็นไอเทมหรืออาวุธ เหรียญทั้งสองลอยขึ้นด้วยเวทย์มนต์ มือของผมขยับไปมาราวกับปากกาสร้างอักษรเวทย์ขนาดเล็กและส่งเข้าไปในเหรียญราวกับการป้อนโค้ดคำสั่งลงในคอมพิวเตอร์ เพียง2นาทีทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย เหรียญทองที่ดูธรรมดาตอนนี้กลับเงาและส่องแสงออร่าสีทองออกมารอบๆตัวเหรียญ

.

ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่าการที่สลักอักษรเวทย์แบบที่ผมทำนั้นผู้เชี่ยวชาญยังต้องใช้เวลากว่า2วันถึงจะทำเสร็จหนึ่งเหรียญ เพราะต้องบีบอักษรให้เล็กตามเหรียญมันจึงยากมาก....ผมทำอะไรเว่อร์เกินไปอีกแล้วหรือพี่เบิร์นมันตามใจผมมากเกินหว่า

.

"เรียบร้อยแล้วครับ"

.

"มันดู...ไม่แตกต่างจากเดิมเท่าไรแต่ผมสัมผัสได้ว่ามันมีพลังเวทย์มากขึ้น"

.

"ถูกต้องครับเพราะสิ่งที่ผมทำเมื่อกี้คือการสลักอักษรเวทย์ทำให้เหรียญทั้งสองมีผลตามอักษรที่สลักลงไปดังนี้ เริ่มจากเหรียญเกวียน

คนนอกหรือนักเดินทาง สามารถเข้ามาในเมืองได้ไม่เกิน30วัน หากคนนอกพวกนี้ทำผิดกฎจะโดนแบนห้ามเข้าเมือง แต่ถ้าทำผิดร้ายแรงก็จะโดนจับเป็นทาส ใช้เลือดหยดลงบนเหรียญเพื่อทำสัญญา

ส่วนคนในเมืองที่ได้รับเหรียญทอง ต้นไม้ จะสามารถเข้าออกเมืองได้ทุกเมื่อ เหรียญนี้ไม่สามารถตกไปอยู่ในมือคนนอกได้เพราะเลือดที่หยดลงไปเพื่อทำสัญญา โดยที่คนของเมืองต้องไปติดต่อรับเหรียญทองนี้ที่'ศาลากลาง'เท่านั้น ที่นั้นจะมีเอไอตรวจสอบรายชื่อ เพื่อป้องกันคนนอกแอบอ้างว่าอาศัยอยู่ในเมือง

โดยที่จะสามารถเข้าเมืองได้ทางกำแพงตรวจคนเข้าเมืองหรือที่ผมเข้ามาได้ทางเดียว ที่นั้นจะต้องมีทหารเป็นผู้ตรวจคนเข้าเมือง ถ้าเป็นคนในเมืองให้แสดงเหรียญและเดินเข้ามาได้เลย ม่านพลังจะให้ผ่านเข้ามาอัตโนมัติแต่คนนอกจะต้องเสียภาษีนะครับ"

.

"เดี๋ยวนะคะ กำแพง ใช่กำแพงที่มีลูกน้องของฉันกับโจ้ตรวจคนเข้าออกเมืองหรือเปล่าคะ?"

.

"ถูกต้องครับ ถึงแต่เดิมมันก็เป็นแค่ราวเหล็กมาต่อเป็นกำแพงก็เถอะครับ"

.

"แบบนั้น ความแข็งแรงรวมไปถึงความสวยงามก็ไม่ผ่านค่ะ ถ้ากำแพงและประตูเมืองคือสิ่งแรกที่ผู้คนจะต้องเห็น เราควรจะสร้างมันขึ้นมาให้มีความแข็งแรงและสวยงามค่ะ"

.

"ในส่วนนั้นคงต้องให้คุณนุ่นหาคนที่มีอาชีพก่อสร้างและออกแบบครับ ส่วนงบในการก่อสร้างก็หักจากเงินของเมืองได้เลยครับ ถ้าไม่พอแล้วบอกได้เลยครับ"

.

"แล้วเราจะเอาวัตถุดิบในการก่อสร้างได้ที่ไหนค่ะ"

.

"คุณนุ่นสามารถไปเอาได้ที่ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างได้เลยครับ ระบบของพวกร้านค้าทั้งหมดถูกควบคุมด้วยเอไอ ถ้าวัสดุก่อสร้างหมดก็สามารถใช่รูนที่เป็นทุนเมืองเติมของไปเลยครับ"

.

"อย่างนี้นี่เอง"

.

"ยังไงก็ อย่าลืมทำบัญชีรายจ่ายไว้ด้วยนะครับ"

.

"เข้าใจแล้วค่ะ"

.

"แน่นอนว่าคนนอกที่จะเข้ามาในเมืองเรานั้นไม่ได้ให้เข้ามาฟรีๆนะครับ คนนอกต้องจ่ายค่าภาษีเข้าเมือง20รูนแดงสำหรับคนทั่วไป ถ้าเป็นพ่อค้าจากเมืองอื่นต้องเสีย50รูนแดงเป็นภาษีเข้าเมือง ในตอนแรกเราจะเก็บน้อยเพราะเมืองอยู่ในช่วงพัฒนา แต่ถ้าเมืองเจริญแล้วค่อยขึ้นภาษี ถ้าคนนอกไม่มีเหรียญเกวียนนี้จะติดม่านพลังเข้ามาไม่ได้ และถ้าพยายามทำลายม่านพลังจะโดนสายฟ้าฝาดตาย นั้นคือมาตรการป้องกันขั้นแรก"

.

"แบบนี้ทำให้เราหมดห่วงเรื่องการลอบเข้าเมืองสินะครับ" กริซจับคางอย่างขุ่นคิด

.

"แล้วถ้าพวกโจรเข้ามาในเมืองล่ะครับ เราไม่มีการตรวจสอบอย่างลูกแก้วตรวจคนเข้าเมืองอะไรแบบนี้หรอครับ"โจ้ถามขึ้นมา

.

"ผมก็อยากทำครับแต่มันดูไม่ครอบคลุมเท่าไร เพราะใช่ว่าคนที่ไม่ได้เป็นโจรหรือฆาตกรจะไม่ทำร้ายคนอื่นในเมืองจริงไหมครับ ยกตัวอย่างเช่น เมียที่โมโหสามีจนคิดจะเอามีดแทง หรือเพื่อข้างบ้านทะเลาะกันจนยิงกันตาย หรือคนต่างเมืองฉุดผู้หญิงเมืองเราไปข่มขืน ถ้าแค่ลูกแก้วตรวจสอบคงจะไม่ทันช่วยเหยื่อเหล่านั้นหรอกครับ"

.

"จริงด้วย ผมนี่คิดอะไรเด็กๆไปได้ แล้วเราจะทำไงดีครับ" โจ้ดูเศร้าไป

.

"ตอนนี้ตำรวจก็ยังมีน้อยและทหารก็ไม่ได้ฝึก ฉันคิดว่าเราเลื่อนการเปิดเมืองไปก่อนไหมค่ะ" นุ่นเสนอ

.

"ไม่จำเป็นครับ ผมคิดว่าเมื่อมีการประกาศเรื่องการจ้างงาน จำนวนตำรวจและทหารจะเพิ่มขึ้นไปด้วยแต่ยังไงก็คัดคนที่ตั้งใจหน่อยก็ดีครับ ถึงจะมีการตีตรา 'ตราชั่งแห่งความซื่อตรง' ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะขี้เกียจไม่ได้นะครับแค่ให้ซื่อสัตย์ไม่คิดทรยศต่อเมือง ประชาชน และตัวผม"

.

"...แล้วเราสามารถใช้กับพวกนักโทษได้ไหมค่ะ เพื่อเพิ่มกำลังตำรวจและทหาร"

.

"อืม น่าสนใจนะครับ แต่เรากลับมาคุยเรื่องการป้องกันในเมืองก่อนดีกว่า"

.

"อา ขอโทษด้วยค่ะ คิดมากไปหน่อย"

.

"ไม่เป็นไรครับ เพื่อป้องกันภายในเมืองเหรียญเกวียนและเหรียญต้นไม้นี้เมื่อได้รับแล้ว นอกจากจะใช้ผ่านเข้าออกเมืองแล้วยังทำหน้าที่เป็นเครื่องป้องกันภายในเมืองอีกด้วย เมื่อเจ้าของเหรียญได้รับอันตรายภายในเมืองจะกางม่านพลังขนาดเล็กป้องกันรอบตัวเจ้าของเหรียญ ตามด้วยยิงพลุเรียกตำรวจให้เข้ามาช่วย ส่วนคนร้ายที่ทำร้ายเหยื่อจะถูกเหรียญของตนเองสร้างเชือกเวทย์ออกมารัดเอาไว้ นี่คือมาตรการป้องกันการต่อสู้กันในเมือง เชือกเวทย์จะคลายได้ก็ต่อเมื่อผ่านไป2ชั่วโมงเพื่อเป็นการลงโทษสถานเบาหากการกระทำผิดนั้นไม่ร้ายแรง แต่ถ้าผิดร้ายแรงอย่างจ้องจะฆ่ากันก็จับไปดำเนินคดีซะ"

.

"สะ...สุดยอด แบบนี่ก็แทบจะไม่มีการทำร้ายกันภายในเมืองเลยสิครับ" โจ้บอกอย่างตื่นเต้น

.

"ก็ไม่แน่หรอครับ เพราะถ้ามีนักสลักอักษรเวทย์เก่งๆก็อาจจะแก้เหรียญของผมได้" ซึ่งหลังจากรู้เรื่องจากพี่เบิร์นแล้วผมก็คิดว่าอีกซักร้อยปีจะมีคนแก้ได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เพราะอาชีพนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมและการทำความเข้าใจก็ยาก...ถ้าไม่ใช่พวกเอลฟ์ที่อายุยืนยาวก็ยากที่ศึกษาอยู่

.

"แบบนี้ถือว่าเมืองของเราก็น่าจะพร้อมในระดับหนึ่งแล้วนะครับ"

.

"แล้วการผลิตเหรียญล่ะค่ะ"

.

"ผมจะทำเหรียญต้นไม้ให้ครบจำนวนคนในเมืองภายในวันนี้ครับ คุณนุ่นจะได้เริ่มแจกจ่ายและจ้างงานได้โดยเร็ว ส่วนเหรียญเกวียนนั้นผมจะทำจำกัดไว้300ก่อนเพราะยังไม่อยากให้คนนอกเข้ามาเยอะเกินไป"

.

"เข้าใจแล้วค่ะ" คุณนุ่นเริ่มหยิบสมุดขึ้นมาจดแบบแผนการจัดการงานของตน

.

"อ๋อ พื้นที่นอกเขตเมืองห้ามมีการก่อสร้างโดยเด็ดขาดนะครับ"

.

"ทำไมคะ"

.

"เพราะการจำกัดการเข้าเมืองแบบนี้ ต้องมีพวกพ่อค้าหัวใสคิดจะสร้างร้านนอกเมืองให้ติดกำแพงเมืองแทน แบบนั้นจะเป็นการขยายเมืองออกไปและไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเราจะเป็นเหตุให้มีสลัมเกิดขึ้นจากคนไร้บ้าน ที่ซ่องสุมโจรผู้ร้าย ทำให้เราป้องกันศัตรูได้ยาก และระบบนิเวศน์รอบเมืองเปลี่ยนไป"

.

"เรื่องใหญ่เหมือนกันนะครับเนี่ย ผมยังคิดไม่ถึง เรื่องนี้ผมจัดการเอง ใครมันมาลงเสาซักต้นผมนี่จะไปเผาถึงที่เลย" กริซแสยะยิ้ม

.

"แฮะๆ อีกอย่างคือผมอยากจะให้ทำนาข้างนอกเมืองด้วยครับ ถึงผมเองจะสามารถขายข้าวให้ได้แต่คนทั่วไปยังมีคนที่มีอาชีพเกษตรกรอยู่ด้วย ผมไม่อาชีพนี้หายไปแต่ผมก็ยังเอาข้าวมาขายให้ตลอดนะ เพียงแต่อยากให้จัดพื้นที่นอกเมืองให้พวกเขามีพื้นที่ในการพัฒนาสกิลด้วยไม่จำเป็นต้องทำนาอย่างเดียว ปลูกผักผลไม้ด้วยก็ได้ จะได้กระจายรายได้ให้ทั่วถึง"

.

"คุณวิศนี่...เป็นคนดีจังเลยนะครับ"โจ้ชมผม

.

ในเวลาต่อมา เมืองของผมนอกจากจะเป็นแหล่งค้าขายแล้วยังเป็นที่ผลิตวัตถุดิบคุณภาพสูงเพราะคนที่มีอาชีพเกษตรกรเลเวลสกิลสูงมากกว่าที่อื่นและลูกๆของพวกเขาก็สืบสานอาชีพของพ่อแม่ต่อๆไป....ยกเว้นวัตถุดิบและผลิตผลของผมที่ถูกนับว่าเป็นวัตถุดิบสำหรับชนชั้นสูงในเมืองอื่น อย่างเช่น ข้าวที่มีเสริฟในท้องพระโรงเท่านั้น...ไอ้พวกพ่อค้านี่มัน!!! แต่นั้นก็ยังอีกไกล

.

"เอาล่ะ แยกย้ายได้ ผมเองก็ว่าจะไปหาที่พักซักหน่อย คงยังไม่กลับฟาร์มเร็วๆนี้"

.

"ถ้างั้นขอตัวครับ/ค่ะ"

.

"เดี๋ยวครับ ผมไว้ใจพวกคุณนะครับถึงได้มอบหมายงานและตำแหน่งให้ อย่าทรยศความไว้ใจที่ผมให้เพราะความโลภและยศศักดิ์" ผมบอกแค่นั้นแล้วให้พวกเขาไปคิดที่เหลือต่อเอง

.

"ไม่มีวันครับ/ค่ะ"

.

ผมยิ้มให้ หลังจากพวกเขาออกไปผมก็เริ่มทำเหรียญต้นไม้ก่อนเป็นอย่างแรก เพียงชั่วโมงเดียวทุกอย่างก็เรียบร้อยทั้งเหรียญต้นไม้และเกวียนที่มีเกือบพันเหรียญ จากนั้นจึงให้เอไอร้านส่งไปให้เอไอของนุ่นทางช่องมิติส่วนตัว และเพราะผมสนใจงานมากเกินพอหันไปหาพี่เบิร์นก็พบว่า...เค้กสตอเบอรี่1ก้อนใหญ่หายไปจากตู้ ไปอยู่ในท้องพี่เบิร์นเสียแล้ว

.

"กินเข้าไปได้ไงอ่ะพี่ เยอะขนาดนั้น"

.

"อร่อยสาส ตอนแรกจะหาอะไรกินเล่นว่ะแต่เค้กนี่สีแดงสีโปรดพี่ไง แล้วแม่งก็อร่อย! ตัดสินใจแล้ว เค้กสตอเบอรี่จะเป็นเมนูของหวานหลักของพี่" ไม่จัดเป็นฟลูคอร์สเหมือนโท**ไปเลยล่ะ

.

บางทีผมก็ทึ้งกับความต๊องของพี่มันเหมือนกัน ถึงจะไม่ได้มีใครห้ามว่าผู้ชายห้ามกินเค้กสตอเบอรี่แต่ผู้ชายแบบพี่เบิร์นนี่มันเหมาะเค้กกาแฟหรืออะไรดาร์กๆมากกว่าไม่ใช่หรอ ความเท่ของพี่มัน...กลายเป็นความคิ้วท์(cute)ไปซะงั้น =_=

.

ผมจัดการเก็บขยะ เก็บของและใช้รูนเติมเค้กเข้าตู้แช่ปิดไฟทั้งหมดก่อนจะล็อคร้านตามเดิม เมื่อกลับไปที่แผงก็พบว่าของขายเริ่มหมดแต่ยังมีคนมาซื้ออีกเยอะ ผมเลยเติมของแล้วให้พวกคาทอสขายของกันต่อมีกันต์ช่วยดูแลไม่ต้องห่วงหรอก ส่วนผมกับพี่เบิร์นก็เดินไปหาบ้านพักกันสองต่อสอง...เอ่อ ใช้คำว่าสองคนดีกว่า

.

เราเดินเลือกบ้านเรื่อยๆก็เจอบ้านหลังหนึ่งที่ถูกใจผมมาก ผมเป็นบ้านหลังใหญ่2ชั้นแต่ไม่ถึงกับคฤหาสน์นะครับ มีเนื้อที่เปล่ารอบบ้านที่ผมคิดว่าจะลงปลูกพวกพืชผักต่างๆได้ อีกทั้งยังมีรั้วรอบขอบชิดถึงจะอยู่ในหมู่บ้านที่มีบ้านหลังอื่นๆด้วยก็ตาม อ๋อใช่ หมู่บ้านนี้อยู่ใจกลางเมืองด้วยนะครับ

.

"เอาหลังนี้แหละพี่เบิร์น"

.

"อืม ก็ดีเหมือกัน พี่ของทำสระว่ายน้ำด้วยได้ป่ะ ที่ยังเหลืออยู่นิ"

.

"ก็ได้ แต่อย่าให้ใหญ่นะ ผมจะปลูกอย่างอื่นด้วย"

.

"เอ็งนี่น่า ขนาดหาบ้านใหม่แล้วยังจะทำสวนทำนาอีก" พี่เบิร์นว่าแล้วส่ายหน้า

.

"มันอยู่ในสายเลือดผมไปแล้วอ่ะพี่"

.

"งูหลามครับ ผมต้องการบ้านหลังนี้"ผมติดต่อเอไอประจำหมู่บ้าน หมู่บ้านนี้มีชื่อว่า บึงงูหลาม เอไอเองก็ชื่อ'งูหลาม'อีกด้วย

.

'ได้ครับ ท่านวิศ เชิญชมด้านในได้เลยครับ' เสียงของงูหลามดังขึ้นและประตูรั้วก็เปิดออก

.

ผมเดินชมด้านในบ้านก็พบเฟอร์นิเจอร์หรูมากมายผิดจากด้านนอกที่ดูธรรมดา ว่าแล้วก็อยากยกเฟอร์พวกนี้ไปที่บ้านในมิติฟาร์มจริงๆ ที่ห้องนอนเองก็น่านอนมาก อา ผมขอไม่อธิบายมากแล้วกันครับเพราะผมจะใช้เป็นที่พักในเมืองแค่ชั่วคราวเท่านั้นและเมื่อออกมาจากบ้านผมก็พบกับสระว่ายน้ำที่สร้างเสร็จเรียบร้อยและพี่เบิร์นกำลังนอนอยู่ในน้ำในสภาพกางเกงว่ายน้ำบิกินีตัวเดียว โชว์หุ่นนายแบบอยู่ (=_=)

.

"เร็วไปไหมพี่"

.

"แค่ไม่กี่รูนเอง มาเล่นด้วยกันไหม"

.

"ไม่ล่ะ ผมขอไปจัดสวนก่อนดีกว่า"

.

นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่ผมได้สกิลมาและได้ลองใช้ นั้นคือพรแห่งการเกษตรนั้นเอง ผมเรียกใช้พลั่วที่ผมไม่ได้ใช้มานานสั่งให้มันขุดหลุมสำหรับเมล็ดดอกไม้และสมุนไพรพื้นบ้านที่ผมได้มาจากหมู่บ้านนวลผา

.

หลังจากกลบหลุมเรียบร้อยแล้วผมไม่ได้เรียกใช้บัวรถน้ำแต่ใช้สกิลเรียกฝนแทน ตั้งค่าให้ฝนตกราวๆ15นาที น้ำฝนนั้นให้เร่งการเติบโตและความสมบูรณ์ให้กับพืชทั้งหมดและคงความชุมชื้น1เดือน คือไม่ต้องรดน้ำ1เดือนนั้นแหละ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็มีเมฆฝนตั้งเค้าที่เหนือบ้านผมและตกกระหน่ำลงมา แน่นอนว่าผมเข้ามาหลบในบ้าน....เหมือนผมลืมอะไรไปซักอย่าง

.

"ไอ้น้องงงงง" ใช่แล้ว!! พี่เบิร์นนั้นเอง

.

"ขอโทษพี่ ผมตื่นเต้นสกิลใหม่เลยลืมไปว่าพี่เล่นน้ำอยู่"

.

"...."

.

"ไม่งอลดิ มาๆเดี๋ยวเช็ดหัวให้เข้ามาบ้านก่อนเดี๋ยวไม่สบายนา"

.

"เออ เช็ดให้แห้งด้วย"

.

ผมได้แต่ส่ายหน้าแล้วส่งชุดคลุมอาบน้ำให้พี่มันสวม พี่เบิร์นเดินไปนั่งที่โซฟาส่วนผมก็เอาผ้าขนหนูไปเช็ดหัวให้พี่มัน อ๋อ ฝนที่ตกก็แค่บริเวณบ้านผมนะ จากนั้นไม่นานฝนก็หยุดลงผมเดินออกไปผลงานก็พบว่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

.

จนกระทั่งเมฆฝนสลายหายไปและแสงแดดส่องลงมาที่พื้นดิน ต้นอ่อนมากมายของพืชที่ผมปลูกก็งอกขึ้นมาและโตอย่างรวดเร็ว ดอกไม้ต่างเบ่งบานแข่งกันอย่างสวยงาม สมุนไพรที่โตก็ส่งกลิ่นหอมชวนเอามาทำยาและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย พวกมันไม่โตเกินไปแต่อยู่ในช่วงที่กำลังเบ่งบานเต็มที่เท่านั้น

.

"พี่เคยบอกแล้วใช่มะ ว่ามันไม่ได้ปลูกพืชได้ทุกที่" พี่เบิร์นออกมาจากบ้านโดยที่แต่งตัวชุดประจำตัวเรียบร้อยแล้ว

.

"สุดยอด แบบนี้ผมก็ทำเกษตรได้ทุกที่แล้วดิ"

.

"ก็ตามนั้นแหละวะ" และในเวลาต่อมาทุกคนในเมืองก็เรียกบ้านของผมว่า 'บ้านจ้าวเมือง' และหมู่บ้านแห่งนี้ก็มีแต่คนที่เลเวลสูงๆ อาชีพขุนนางและชนชั้นสูงมาอาศัยเท่านั้น เพราะพวกเขาต้องการจะพบผมนั้นแหละ

.

ผมเดินออกมาจากบ้านเพราะจะไปสำรวจเพื่อนบ้านแต่พบว่ามีร่างของผู้ชายคนหนึ่งนอนอยู่ ผมจึงถามงูหลามจึงทราบว่าเขาบาดเจ็บกลับจากการออกไปล่าและมาเสียชีวิตที่ในบ้าน งูหลามเลยเอาร่างของเขาออกมาและเริ่มทำความสะอาดบ้านเพื่อให้ผู้เช่าอื่นเขามา

.

"แล้วเราจะทำอย่างไงกับศพล่ะ" ผมถาม

.

'ระบบในเมืองสามารถสลายร่างของผู้เสียชีวิตได้ครับ" หลังจากนั้นร่างของชายคนนั้นก็ค่อยสลายจากเท้าขึ้นมาจนถึงเอว

.

"เดี๋ยวก่อน" พี่เบิร์นบอกให้หยุดแค่นั้น เอ่อ ตอนแรกผมไม่คิดอะไรหรอกนะแต่พอมาเป็นคนครึ่งตัวก็แบบจะอ้วกขึ้นมา ทั้งๆที่ผมก็เคยฆ่าคนมาแล้วแท้ๆแต่นี่มันศพไง....เอาเป็นว่าผมสับสนแล้วกัน

.

'ท่านเบิร์นมีอะไรครับ"

.

"นายอยากได้ร่างไหม งูหลาม"

.

'ขะ...ข้าไม่อาจนำตนเทียบท่าน ท่านเบิร์น'

.

"ก็ถึงถามไง อยากได้ร่างไหม ข้าไม่ได้ใจดีบ่อยๆนะเว้ยแต่เพราะไอ้น้องชอบบ้านที่เอ็งดูแลก็เลยจะให้รางวัล"

.

'อยากได้!! ข้าอยากมีร่างกาย!!'

.

"แต่ร่างนี้เหลือครึ่งเดียว คงไม่ว่านะถ้าฉันจะต่อเติมอะไรเข้าไป"

.

'ไม่เป็นไร แค่ท่านเมตตาข้าก็ซาบซึ้งแล้ว'

.

หลังจากงูหลามกล่าวจบมีเบิร์นก็พิมพ์อะไรซักอย่างลงที่คีย์บอร์ดแสงที่ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าพี่เบิร์น จากนั้นก็มีดวงแสงกลมที่ผมคิดว่าน่าจะคือ งูหลาม ลอยเข้าไปในร่างของชายคนนั้น จากนั้นก็มีใยแสงห่อหุ้มร่างนั้นเอาไว้ราวกับรังไหม

.

รังไหมนั้นขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นและแตกออก สิ่งแรกที่ผมเห็นในนั้นคือ หางงูและมันใหญ่มาก จากนั้นมันก็ขยับไปจนผมสามารถเห็นส่วนหัวของมันได้..จะเรียกว่าหัวดีไหมเพราะ

.

"ยินดีรับใช้ท่านทั้งสอง ขอบคุณอีกครั้งที่มอบร่างให้ข้า ท่านเบิร์น"

.


.

//////////----------

       มาแว้วววว มีใครจำงูหลามได้ไหม ตอนนี้เขามีร่างแล้วนะเออ เดี๋ยวตอนหน้าตกใจกว่าอีกแต่ขออุปไว้ก่อน

      ในส่วนของเหรียญนั้นไม่ต้อง งง นะครับ คนเขียนได้ทำตอนแยกบอกรายละเอียดให้แล้วแต่เอาส่วนเนื้อเรื่องไปก่อนเพราะมันไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีอีกหลายรูปแบบซึ่งจะกล่าวในตอนต่อๆไป

----- ช่วงตอบเม้นคนอ่าน -----

       มีเม้นที่บอกว่าพี่เบิร์นร่างนี้ชอบผู้ชายร่างโน่นชอบผู้หญิง คนเขียนได้บอกไปแล้วนะครับว่าเขาเป็นคนละคนกันครับถึงจะใช้ร่างสลับกันก็เถอะแล้วอีกอย่างพี่เบิร์นร่างหลักแค่หวงน้องเท่านั้นเองคร้าบบบบบ

       ในส่วนของดันเจี้ยนในเมืองมีเพียงแค่สวนเสือเล็กๆเท่านั้นครับ พื้นที่ตัวเมืองที่เหลืออีก6ส่วนจะเข้ายึดดันเจี้ยนเหล่านั้นแต่ไม่ได้เปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่เมืองเพื่ออยู่อาศัยแต่ยึดเพื่อไม่ให้คนนอกเข้ามายึดแล้วสร้างฐานได้รายละเอียดนอกนั้น.........

       ขอบคุณทุกคนที่ชอบป้าคุมตลาดนะครับ ตอนนี้ผมกำลังพยายามเก็บทุกตัวละครที่เคยออกมาตั้งแต่ต้นเรื่องให้มีเนื้อหาให้หมด...แต่ก็ชอบสร้างตัวใหม่ขึ้นมาทุกที เฮ้อ...

     คนที่รอหยางเจี้ยนก็อีกไม่นานครับ ได้เจอกับวิศแน่นอน ส่วนคนที่อยากร็เรื่องถ้ำก็รอไปก่อนนะครับ ตอน.5ได้รู้แน่นอน

.

      ติได้แต่อย่าด่านะครับ

      1 เม้น = 1 กำลังใจ

      คนเขียน : Amano ,  ฝ่ายQc : Kibou

ความคิดเห็น