Faddist/ปอฝอ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ขั้นกว่าของคำว่ารัก (END)

ชื่อตอน : ขั้นกว่าของคำว่ารัก (END)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 83.5k

ความคิดเห็น : 234

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ส.ค. 2561 21:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ขั้นกว่าของคำว่ารัก (END)
แบบอักษร

** **

เหนือพระราม 26

[พระราม]


          ผมนอนหน้าแดงอยู่ข้างๆ พี่เหนือ มันแดงมาตั้งนานแล้วล่ะ แดงจนตอนนี้ผมรู้สึกร้อนจนเหมือนจะทนไม่ไหว ผมซุกหน้าเข้ากับอกที่เย็นเพราะเครื่องปรับอากาศของพี่เหนือแล้วครางรับคำพูดหวานๆ นั่นในลำคอ การที่ผมตื่นมาบนเสื้อตัวบางๆ กับกางเกงขาสั้นแล้วพี่เขาก็เปลือยท่อนบนแบบนี้มันทำให้ผมเขินมาก แต่เหมือนว่าพี่เหนือเขาจะไม่พอใจเพราะคำพูดที่ทักทายตอนผมตื่นมันเพิ่มความเขินผมเข้าไปอีก

          ทำไมผมจะไม่เข้าใจพี่เหนือ ในเมื่อผมก็รู้สึกเหมือนพี่เขา

          ทุกอย่างที่พี่เขาทำ ทั้งหมดที่พี่เขาแสดงออกและความรู้สึกที่พี่เหนือมอบให้ ผมเข้าใจและรับรู้มันแล้วทั้งหมด สิ่งที่พี่เขาต้องการไม่ใช่สิ่งที่ผมไม่อยากได้ ความรู้สึกที่พี่เขาถ่ายทอดออกมาก็เป็นสิ่งที่ผมอยากเก็บมันเอาไว้แค่คนเดียวเหมือนกัน

          เหมือนกันกับที่พี่เหนือหวงผมนั่นแหละ

          “พี่เหนือ…” ผมเรียกพี่เขาแล้วเงยหน้าขึ้นมอง คางเป็นรูปสวยรับกับใบหน้าพอดีถูกกดลงมาหาผม

          “ครับผม” เสียงแหบทุ้มตอบรับ

          “เรียกเฉยๆ” ผมบอกอีกคนแบบนั้น ผมแค่อยากเรียกพี่เขา อยากเรียกเฉยๆ อยากเรียกซ้ำๆ  ให้มันแน่ใจว่านี่คือพี่เหนือของผม

          “อะไรของเราเนี่ย” มือซ้ายที่รองคอผมอยู่ถูกเจ้าตัวเขายกขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ ให้ผมได้เคลิ้มเหมือนจะหลับอีกรอบ

          เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ผมยอมรับว่าผมมีความสุขมาก มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่และแน่นอนว่ามันทำให้หัวใจผมเต้นแรงจนตัวสะท้าน ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงเหนื่อยมากมายขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะหัวใจผมสูบฉีดเลือดเร็วเกินไปหรืออาจจะเป็นเพราะผมเรียกชื่อพี่เขาบ่อยเกินไปก็ได้ แต่แล้วมันยังไงล่ะ…คำว่าพี่เหนือสำหรับผมแล้วมันก็เหมือนเป็นคำบอกรักนั่นแหละ

          “พี่เหนือ” ผมเรียกพี่เขาอีกครั้ง มุมปากยกยิ้มตลอดเวลาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าผมรู้สึกดีมากๆ ที่ได้ทำแบบนี้

          “พี่จะเขินเพราะเสียงของเราแล้วนะพระราม” พี่เหนือบอก

          “ผมก็เขิน” ผมว่าแล้วแอบกัดที่อกพี่เขาเบาๆ มันจะเขินอะไรนักหนาก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่มาขนาดนี้แล้วหน้ายังแดงอยู่อีก ถ้าพระลักษมณ์รู้มันต้องด่าว่าผมอ่อนแน่ๆ

          “เวลาเราเขินเราน่ารักมากไม่รู้เหรอ” พี่เหนือบอกพลางสางผมของผมเล่น

          “พี่เคยบอกผมแล้วน่า…” ผมตอบกลับไปเบาๆ

          “หลงจะตายอยู่แล้วน่า…ไม่ต้องทำเสียงแบบนั้นหรอก” พี่เหนือบอก

          “ก็เพราะพี่เหนือนั่นแหละ”

          “เพราะพี่อะไรล่ะครับ?”

          “ไม่รู้” ความรักมักจะทำให้คนเราไม่มีเหตุผล แล้วพี่เหนือก็ทำให้ผมไม่มีเหตุผล ยิ่งตอนนี้ผมมันไม่มีเหตุผลมากๆ แสดงว่าผมรักพี่เหนือมากๆ เลยสินะ

          เรานอนเล่นอยู่ในห้องอีกพักใหญ่ๆ ความหิวก็เริ่มเล่นงานให้ผมได้ขัยบตัวลุก เอาจริงๆ มันก็เจ็บแหละแต่เพราะมีคนดูแลผมดี ผมเลยสบายขึ้นมาหน่อย

          “เดินระวังนะครับ” สบายตัวแต่หัวใจเต้นแรงมาก

          “แค่ลงบันไดเอง” ผมหันไปบอกคนที่กำลังประคองผมอยู่

          “ก็ไม่รู้…ก็เป็นห่วงอ่ะ” พี่บอกกลับมา

          “แหม…เหมือนจะลืมไปเลยว่าเคยมีเพื่อน” ผมกับพี่เหนือหยุดชะงักทั้งๆ ที่กำลังจะก้าวลงบันได มองลงไปข้างล่างเห็นพี่แพน พี่ยี่หวาแล้วก็พี่วียืนมองเราอยู่ ผมนี่หลบสายตาพี่วีแทบไม่ทัน มันเขินๆ แก้มร้อนๆ ยังไงไม่รู้เอเห็นสายตารู้ทันของพี่เขา

          “อ้าว…มาทำอะไรตรงนี้ล่ะ” เป็นพี่เหนือที่ไม่สนใจอะไร หรือพี่เขาสนใจแต่ไม่พูดผมก็ไม่รู้ พี่เหนือแตะข้อศอกผมให้เดินต่อและก็คอยประคองผมไปด้วย

          “กูหิวเนี่ย…ไอ้บาร์ก็หายเข้าห้องไปกับน้องหมอ มึงก็…” พี่แพนหยุดพูดแต่ตาโตกลับมองมาที่ผม มองแบบที่ผมสบตาแล้วรู้เลยว่าหมายความว่ายังไง

          “ทำกินกันเองไม่เป็นเหรอ” พี่เหนือว่าแล้วจะเดินเข้าไปหาเพื่อน แต่ผมกลับจับชายเสื้อของพี่เขาไว้เป็นเชิงบอกว่าอย่าปล่อยผมไว้คนเดียว คนตัวสูงกว่าก้มลงมามองเล็กน้อยแล้วยิ้มให้ผม มือหนาของพี่เหนือจับมือผมไว้แล้วเดินออกไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อบังผมไว้

          “กูทำไม่อร่อย วันเกิดกูนะเว้ยไม่ใช่วันบอกรักของพวกมึง” พี่ยี่หวาว่า

          “ขอโทษว่ะ…บอกไปแล้ว” พี่เหนือว่าแล้วเปลี่ยนจากจับมือเป็นโอบไหล่ผมแทน

          “พี่เหนือ~” ผมเรียกอีกคนเสียงอ้อนๆ เขินที่พี่เขาบอกกับเพื่อนแบบนั้น เขินกับสายตาที่พี่สาวพี่ชายมองมาแบบนี้ เขินจนต้องมุดเข้ากับไหล่ขาวๆ ของพี่เหนือ

          “พระรามน่ารักว่ะ” พี่วีบอก

          “ห้ามมองเลยมึง” พี่เหนือว่าแล้วพลิกตัวหันหลังให้พี่วีแล้วกักผมเอาไว้กับอก

          “อย่าเยอะเหนืออย่าเยอะ กูก็มี” พี่วีตอบกลับมาแบบมายอมแพ้

          “เออ…แล้วมาร์คไปไหน ทำไมมึงมาอยู่กับพวกมัน” พี่เหนือปล่อยผมให้เป็นอิสระแล้วถามเพื่อน

          “มันนอน นี่กูว่าจะมาหาอะไรไปให้มันกินแต่สองคนนี้บังคับให้กูทำให้กินด้วย กูเลยกำลังจะไปปลุกมึงมันก็อยากเผือกตามไป” พี่วีบอก

          “กูเปล่านะ…กูไม่ได้อยากเผือกนะ กูแค่เป็นห่วงพระราม เห็นหายไปนานก็กลัวมึงล่อลวงน้องไง” พี่แพนว่า

          “กูล่อลวงที่ไหน น้องน่ะล่อลวงกู”

          “บ้าสิ!” ผมว่าแล้วตีเข้าที่แขนคนกล่าวหาเบาๆ

          “ไม่ต้องปฏิเสธหรอก เราน่ะตัวล่อลวง นอกจากจะล่อลวงเก่งแล้วยังดึงดูดเก่งอีก” พี่เหนือก้มลงมาพูดกับผมที่เกาะแขนพี่เขาอยู่

          “น่าจะเก่งจริง คอเพื่อนพี่นี่แดงจนลืมไปเลยว่าเคยขาว” พี่ยี่หวาว่ายิ้มๆ

          “มะ…ไม่ใช่…”

          “พูดไปก็ฟังไม่ขึ้นค่ะลูกขา หายไปตั้งแต่เช้าออกมาตอนบ่าย ท่าทางเหนื่อยสายตัวแทบขาดกับคอแดงๆ และการเอาใจใส่ที่…”

          “เหมือนกันเป๊ะเลย” พี่แพนพูดยังไม่จบพี่ยี่หวาก็พูดขึ้นแล้วชี้ขึ้นไปข้างบน เราเลยหันไปมองตามมือพี่สาวคนสวย เห็นพี่ชายผมโอบเอวพี่สะใภ้เดินลงมา พี่บาร์มองหน้าผมแล้วหน้าสวยนั่นก็แดง ไม่ต่างจากผมที่สบตาพี่เขาแล้วก็เขิน

          “ทำไมอยู่ในสถาพนั้นน่ะหะ!” พี่กัณฐ์ตะคอก แทบจะเดินลงมาแล้วถ้าไม่ติดที่พี่บาร์

          “แล้วทำไมเพื่อนกูอยู่ในสภาพนั้นล่ะ?” พี่เหนือถาม

          “ก็…ผม…” หน้าของพี่ชายคนหล่อค่อยๆ แดงขึ้นเมื่อจะตอบ จนในที่สุดพี่กัณฐ์ก็เงียบไป ไม่รู้เพราะอะไรแต่ผมเห็นพี่บาร์กระซิบอะไรสักอย่างกับพี่กัณฐ์

          “อะไร? เมียเป่าหูหน่อยนี่เงียบเลยนะครับ” พี่เหนือว่า

          “ไม่ได้อยากจะเงียบหรอก แต่พี่บาร์บอกว่าดูๆ แล้วก็ไม่น่าเท่าผม” พี่กัณฐ์บอกพลางเดินลงมา

          “อะไรที่ไม่เท่า พระรามเพิ่งตื่นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเอง!” พี่เหนือบอกให้ผมได้อ้าปากเหวอ เรื่องแบบนี้พวกพี่เขายังจะอวดกันไปมาอีกเหรอ

          “เหอะ! พี่บาร์เพิ่งตื่นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนเอง” พี่กัณฐ์ตอบกลับมาแบบไม่ยอมแพ้

          “พวกมึงจะอวดกันทำไมวะ เรื่องแค่นี้เอง ไอ้มาร์คยังไม่ตื่นกูยังไม่พูดอะไรเลย” พี่วีว่าเหมือนจะไม่ใส่ใจอะไร แต่ไอ้คำพูดที่พี่พูดมาน่ะมันยิ่งกว่าสองคนหล่อๆ นั่นพูดอีก

          ขั้นกว่าของคำว่าอวดคือคำว่าวีเหรอครับ

          พี่เหนือพาผมเข้ามาที่ครัวเมื่อเถียงกับพวกพี่เขาจบแล้ว ความจริงจะว่าจบมันก็ไม่จบหรอก แต่เป็นเพราะโดนพี่บาร์บอกให้ไปหาอย่างอื่นทำมากกว่า พี่ชายผมเลยพาแฟนไปที่หน้าบ้าน นั่งรอพี่เหนือของผมทำกับข้าว ส่วนพี่วีเข้าไปหาพี่มาร์ค พี่สาวคนสวยสองคนทำหน้าเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างแล้วบอกว่าจะไปที่จุดรวมพล

          “ของแบบนี้มันอยู่ที่ความรู้สึก มันวัดปริมาณไม่ได้สักหน่อย” คนที่อวดไม่สู้เพื่อนยังบ่นพึมพำอยู่กับกระทะผัดผัก ผมที่นั่งมองอยู่บนเคาท์เตอร์ก็ยิ้มให้อย่างขำๆ

          “ยังไม่จบอีกเหรอครับเนี่ย” ผมถามยิ้มๆ

          “มันไม่จบง่ายๆ หรอก เรื่องแบบนี้จะให้จบง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก” พี่เหนือว่าพลางเคาะน้ำตาลลงไปอีก

          “พี่เหนือ…เดี๋ยวหวานเกิน” ผมว่าแล้วลงไปจับมือพี่เขาไว้

          “ลงมาทำไมครับ ขึ้นไปนั่งเลย เดี๋ยวเหนื่อย” อีกคนก็หันกลับมาดูผม

          “ก็ดูที่พี่ทำสิ จะกินได้ไหมเนี่ย” ผมว่าแล้วมองไปที่กระทะ

          “เหอะ! ให้มันรู้ไปสิว่าทศรากับไอ้วีจะหวานกว่าน้ำตาลของพี่ ให้มันรู้ไปสิ”

          “พาลอีก” ผมว่าขำๆ

          “ก็มันว่าพี่นี่” คนตัวโตที่ทำตัวเหมือนเด็กหันมาบอกผมอ้อนๆ

          “เถอะน่า…พวกพี่เขาไม่รู้หรอกว่าเรามีความสุขแค่ไหน” ผมว่าแล้วกอดพี่เหนือจากด้านหลัง “พี่กัณฐ์จะไปรู้ได้ยังไงว่าพี่เหนือของผมดีขนาดไหน พี่กัณฐ์ไม่ใช่ผมนะครับ” ผมว่าแล้วแนบแก้มลงกับเส้อตัวบางของพี่เหนือ

          “พูดเอาใจเก่งอีกแล้ว” คนหล่อว่าแล้วเอี้ยวหน้ากลับมามอง

          “ไม่ได้เอาใจเถอะ ได้ใจมาแล้วเถอะ” ผมว่าแล้วผละออกมา

          “แล้วอยากได้อะไร หืม…ไหนบอกซิ พูดให้พี่พอใจนี่อยากได้อะไรครับ” พี่เหนือหันกลับมาถามผม

          “ไม่อยากได้ แค่มีพี่เหนือก็ไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว” ผมพูดออกไปแล้วก้มมองมือตัวเอง พอเห็นว่าคนตรงหน้าเงียบไปมากผมเลยเงยหน้าขึ้นไปมอง พี่เหนือกำลังยิ้ม…ยิ้มที่ผมคิดว่ามันต้องหวานกว่าผัดผักเชื่อมน้ำตาลในกระทะและน้ำตาลทุกยี่ห้อบนโลก

          จุ๊บ!

          ผมยังไม่ทันจะได้ชื่นชมรอยยิ้มนั้นนาน ปากสวยๆ ก็ทาบลงมาจูบปากผมเร็วๆ แล้วผละออกเร็วไม่แพ้กัน คนหน้าใสยักคิ้วให้ผมแล้วส่งยิ้มให้อีกครั้ง

          “พูดจาน่ารักไม่พอยังมาทำตัวน่ารักอีก เด็กอะไร” พี่เหนือบ่นเบาๆ ให้ผมได้ก้มหน้างุด

          “เด็ก…พี่เหนือแหละ…” ผมว่าแล้วขยับเข้าไปดูพี่เขาทำกับข้าวต่อ

          “พูดแบบนี้ไม่ต้องกินแล้วมั้งข้าวเที่ยงอ่ะ” คนตัวโตหันกลับมาพูดกับผม

          “แล้วจะให้กินอะไรล่ะครับ”

          “เด็กพี่เหนือก็ต้องกินพี่เหนือแหละ” พี่เขาก้มลงมากระซิบที่หูผม

          “โว้ยยยย พวกมึงค่อยกินกันทีหลังได้ไหม มาร์คหิวจนจะกินหัวกูอยู่แล้ว!” พี่วีตะโกนอยู่หน้าประตูครัว

          “พระรามของกูก็หิวจนจะกินกูได้ทั้งตัวเหมือนกันนั่นแหละ”

          “ผมไม่เคยพูดแบบนั้นสักหน่อย” ผมว่าแล้วส่งค้อนให้พี่เหนือ

          “ไอ้วีกับไอ้เหนือน่ะ ออกมาเลย กูทำเอง” พี่บาร์ว่าแล้วเดินแทรกพี่เหนือเข้ามา

          “ไม่ได้สิพระรามต้องกินข้าวฝีมือกูเท่านั้น” พี่เหนือบอกแล้วยึดตะหลิวไว้

          “ขอโทษนะครับ กูหิว…กูจะกินข้าวตอนนี้ ถ้ารอให้มึงกินพระรามเสร็จอีกรอบกูคงเป็นกระเพาะตาย” พี่บาร์ว่าแล้วเบียดพี่เหนือ แฟนผมเขาก็เบะปากให้เพื่อนแล้ววางตะหลิวไว้ที่กระทะ

          “ทำเผื่อพวกกูด้วย” พี่เหนือว่า

          “เออ….เมียมึงก็น้องผัวกู”



-----------


“พี่บาร์!” ผมเรียกอีกคนเสียงหลง ก็ดูคำพูดพี่บาร์สิ พูดออกมาแบบนั้นผมก็ ไม่รู้จะทำอะไรต่อแล้ว

“หรือไม่จริงล่ะ?” พี่กล้าถามอยู่หน้าประตู

“ก็…”

“ใครจะเมียใครผัวใครก็ทำกับข้าวให้เสร็จเถอะ เมียกูหิว!”

“เบื่อพวกมีคู่โว้ยยย”

“นี่งานรวมตัวเพื่อน ไม่ใช่เปิดตัวผัวเมียนะคะ”

“เออ…ถ้าจะทำขนาดนี้ก็แยกบ้านเลยไหม? แยกไปจองอีกหลังเลยไป๊!” เพื่อนพี่เขาที่อยู่แถวนี้ต่างตะโกนเข้ามา แต่เหมือนพี่บาร์จะไม่สนใจอะไร และพี่วีเองก็หันกลับไปยิ้มหล่อๆ ให้เพื่อนด่าต่ออีกด้วย ไม่ต่างจากพี่เหนือที่ทำแค่เดินเข้ามาหาผมและจูงมือออกจากห้องครัว

“อย่าพาน้องผมไปข้างบนอีกนะครับ ให้น้องผมกินข้าวบ้าง” พี่กัณฐ์ว่า

“อ้าว…ไอ้หมอนี่ กูไม่ใช่มึงที่จะได้ทรมานเมียไม่ให้กินข้าวกินน้ำ” พี่เหนือบอกกลับแต่แขนขาวๆ ยังพาดอยู่ที่ไหล่ผมไม่ห่าง

“ผมไม่เคยทรมานเถอะ มีแต่พี่บาร์อ่ะสมยอมและทรมานผม”

“กูได้ยินนะไอ้หมอ!”

“ไม่มีอะไรเลยครับ! ให้ผมเข้าไปช่วยนะครับ!” พี่ชายผมตะโกนตอบแฟนแล้วเดินเข้าไปในครัว

“หลงเมียจนกู่ไม่กลับแล้วพี่เรา ทั้งหลงทั้งกลัวเลยไหมนั่น” พี่เหนือว่าหลังจาก

ที่พาผมมานั่งที่โซฟาแล้ว

“แล้วพี่เหนือล่ะ?” ผมเงยหน้าขึ้นแล้วถามคนที่ให้ผมนอนซบอก

“พี่เหนือเหรอ? พี่เหนือหลงน้องพระรามตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นเมียอีกครับ”

“บ้าสิ!” ผมว่าแล้วมุดหน้าหลบสายตาแพรวพราวนั่น ใครใช้ให้พูดแบบนั้นกัน มันรุนแรงต่อใจผมมากนะ ใจผมยิ่งบางๆ อยู่

“มันอาจจะคิดว่าอยู่กันสองคน” พี่ยูเงยหน้าขึ้นมา

“เออ อาจจะคิดว่าโลกนี้เป็นของพวกมันไปแล้ว” พี่ปินว่าต่อ ผมเลยค่อยๆ ขยับออกห่างจากพี่เหนือเมื่อเห็นว่ายังมีพี่ชายสองคนนั่งอยู่ที่พื้น ไม่ใช่ที่โซฟาแบบเรา แล้วพอมองไปที่โซฟาอีกตัวผมก็เห็นพี่เฟยนั่งมองมายิ้มๆ

“ทำไมพวกพี่ไม่ส่งเสียงเลยล่ะครับ” ผมถามออกไป

“ใครจะไปคิดว่าจะมานั่งกอดกันกลางบ้านล่ะครับ” เสียงที่เหมือนกันกับผมดังอยู่ที่หน้าประตูบ้าน

“พระลักษมณ์!”

“ยังไม่เลิกอีกเหรอครับ ไอ้นิสัยพลอดรักกันกลางบ้านน่ะ” ฝาแฝดที่ไม่รู้ว่ามา

ตั้งแต่เมื่อไหร่เดินเข้ามาหา

“ของแบบนี้ติดแล้วเลิกยาก” คนที่นั่งข้างผมก็ตอบกลับไปพลางลูบไหล่ผมไป

“ผมเชื่อ” พระลักษมณ์มันก็ตอบกลับ แล้วเดินเข้ามาหาผม มือเรียวแบมาตรงหน้าผม “ขอกุญแจห้อง”

“กุญแจห้องอะไร?” ผมถามมันกลับ

“ห้องนอนไง กูลืมไว้ในห้องอ่ะ” มันบอก

“เดี๋ยว! ลืมไว้ในห้องแล้วเมื่อคืนมึงนอนที่ไหน” ผมถามมันแล้วมองสำรวจตัวพระลักษมณ์ “แล้วที่คอนี่อะไร!”

“รอยจูบไง รู้จักไหม? ถ้าไม่รู้ว่ามันมาได้ยังไงก็ถามพี่เหนือ”

“ไอ้…” ผมได้แต่อ้าปากพะงาบๆ เมื่อมันตอบกลับมาแบบนั้น

“ไปได้มาได้ยังไงหะ!” พี่ชายผมเดินออกมาพร้อมจานข้าวแล้วถามน้องชายอีกคนของเขา

“อ้าว…คนบ้านนี้นี่ยังไง ไม่รู้ว่าได้รอยจูบมายังไงก็ถามพี่สะใภ้ผมนะครับพี่ชาย” มันหันไปตอบพี่ชายแล้วกระดิกนิ้วขอกุญแจ

“พระลักษมณ์!”

“เถอะน่า…ลูกกวางรอกูจนร้อนแล้วมั้งป่านนี้” พระลักษณ์บอก

“ทำไมไม่พาลงมาด้วยล่ะ” ผมว่าแล้วล้วงเอากุญแจจากกระเป๋ากางเกง        พี่เหนือก่อนจะยื่นให้มัน

“มึงก็รู้ว่าลูกกวางของกูขี้อาย” มันว่า ผมเลยถอนหายใจแล้วโบกมือไล่มันให้กลับไปดูลูกกวางของมัน

ก็บอกแล้วว่าเราสองคนไม่มีอะไรที่ปิดบังกันอยู่แล้ว พระลักษมณ์ที่ผมไม่รู้ว่าเอาเวลาที่ไหนไปตามลูกกวางได้มาสารภาพกับผมเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง ว่ามันตามลูกกวางอยู่ ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะได้เขาไหมหรืออะไรยังไง ไม่รู้ว่ามันไปเจอเขาที่

ไหน รู้แค่ว่าเขาเองก็ไม่ใช่ว่าจะง่าย

“พามาเจอพี่ด้วย ลูกกวางอะไรน่ะ” พี่กัณฐ์บอก

“ก็บอกว่าเขาขี้อาย ใครมันจะมานอนกอดนอนซบกันกลางบ้านอย่างพวกพี่” พระลักษมณ์บอก

“แล้วต้องกอดต้องซบกันที่ไหน ในรถ? หรือว่าร้านเค้ก?”

“พี่เหนือ! ไม่ดี ไม่พูดนะครับ จะทำอะไรที่ไหนกับพระรามก็เชิญเลยครับ” มันทำเหมือนตกใจที่พี่เหนือรู้ แต่แล้วมันก็แค่ยกนิ้วชี้ขึ้นมาแกว่งไปมา

“ขอบคุณมากครับ จะกลับยังครับ?” พี่เหนือก็เล่นกับมันต่อ

“นี่ไล่ผมเหรอครับ? ผมหน้าเหมือนพระรามเลยนะครับ” มันว่าแล้วมายืนข้างผม พลิกหน้าผมให้หันไปหาพี่เหนือ

“ไม่เหมือนเถอะ” พี่เหนือว่า

“ไม่เหมือนตรงไหน” เป็นผมที่ถาม

“หน้าพระรามมีแต่คำว่าทิศเหนือ ส่วนหน้าพระลักษมณ์นี่ไม่รู้” พี่เหนือว่า

“เออ…ยอมก็ได้วะ ไปแล้วนะ” มันบอกผมแล้วโบกมือให้พี่กัณฐ์

“ไม่ได้นะคะ พระลักษมณ์จะเดินมาเอากุญแจห้องแล้วบอกพี่ว่ามีลูกหมีลูกกวางรออยู่แล้วไปง่ายๆ แบบนี้เหรอคะ” พี่ตี๋เดินออกมาแล้วทำหน้าโอดครวญถามพระลักษมณ์

“ผม…รีบครับ” มันตอบกลับยิ้มๆ

“รีบอะไรพี่พอรับได้ แต่จะรีบมีแฟนไม่ได้!” พี่ลี่บอก

“ไม่ใช่แฟนครับ เขาเรียกคนรู้ใจ” มันว่าแล้วยิ้มให้พี่ๆ แล้วหมุนตัวกลับไป ก่อนกลับแฝดมันสบตาผมยิ้มๆ สบตาเพื่อบอกผมว่ามันมีความสุข ผมก็บอกแล้ว…ความรักมันทำให้คนมีความสุข พระลักษมณ์ที่เพิ่งหัดมีความรักก็คงเพิ่งจะรู้ไง แต่ผมที่มีมากกว่าความรักแล้วนี่ได้แต่ยิ้มให้กับมัน ผมมีความสุขไม่แพ้มันหรอก ไม่ต้องมายิ้มอวด

“งานเปิดตัวที่แท้ทรู” พี่กล้าว่า

“นี่ขนาดมาแค่ชื่อนะ ถ้ากูเจอลูกหมีลูกหมานั่นกูจะเป็นยังไง” พี่ลี่ว่าแล้วกุมหัวใจตัวเอง

“เขาชื่อลูกกวางครับ น่ารักมากด้วย” ผมบอก

“ตายๆ กูต้องเจ็บเพราะลูกชายบ้านนี้ไปถึงเมื่อไหร่” พี่ตี๋ว่า

“เขาแค่จีบๆ กันน่า…พี่ตี๋ยังมีสิทธิ์ครับ” ผมบอกแล้วยิ้มให้

“แค่จีบยังมีรอยที่คอ ถ้ามันมากกว่าจีบมันจะมีรอยที่ไหนบ้างวะเนี่ย” พี่วีว่า

“น้องหมอนี่มันน้องหมอจริงๆ” พี่เฟยบอก

หลังจากที่พระลักษมณ์กลับไปเราก็ทานข้าวเที่ยงกัน แม้ว่าจะเป็นช่วงบ่าย

แล้วแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นปัญหากับพวกพี่เขา ผมเองก็เพิ่งเคยนั่งร่วมวงกับคนเยอะๆ แบบนี้ แถมยังเป็นรุ่นพี่อีกต่างหาก ทุกคนดูเฮฮาและคุยกันเหมือนไม่ได้เจอกันมานาน ทั้งๆ ที่พวกเขาก็เรียนด้วยกัน พี่เหนือก้มลงมากระซิบกับผมว่า ช่วงที่ผ่านมายุ่งมากๆ เลยคิดถึงเพื่อนมากๆ

ตกเย็นมาพวกพี่เขาก็เริ่มดื่มกันอีกครั้ง คนเป็นแฟนผมก็อยู่รวมกับกลุ่มเพื่อนด้วย แต่วันนี้มีแค่เพื่อนสนิทพวกพี่เขาเท่านั้น พี่เหนือกวักมือเรียกผมให้ไปหา ผมเลยเดินไปนั่งลงข้างๆ พี่เขา คนที่ถือแก้วเบียร์ขยับเล็กน้อย ไม่ยอมให้ผมนั่งข้างๆ แต่กลับดึงผมนั่งลงที่ตักแทน

“น้อยๆ หน่อยครับ ยังหัววันอยู่” พี่กัณฐ์บอก

“แสดงความรักนี่ต้องเลือกเวลาด้วยเหรอวะ” พี่เหนือว่าแล้ววางคางไว้ที่ไหล่ของผม

“พี่เหนือ…” ผมหันไปหาอีกคนแล้วเรียกชื่อพี่เขาเบาๆ

“อย่าเรียกเสียงแบบนี้สิ นี่กำลังจะเมาแล้วนะ” พี่เขาว่าออกมา ผมเลยขยับออกห่างจากหน้าใสนั่นแต่ลงมาจากตักไม่ได้เพราะพี่เหนือโอบเอวผมไว้ ผมยื่นมือไปแตะแก้มแดงๆ มันร้อนนิดหน่อยแต่คนถูกแตะกลับยิ้มหวานมาให้ไม่ได้มีท่าที       เขินอายสักนิดเลย

“อย่ามาเมานะ” ผมว่าแล้วแตะที่แก้วของพี่เขา

“โอเคๆ ไม่เมามากหรอกครับ” ผมไม่เคยเห็นพี่เหนือเมา ก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็นยังไง แต่ว่าผมก็ไม่อยากให้พี่เขาเมาอยู่ดี เพราะผมรู้สึกว่าผมจะเอาไม่อยู่

“เพื่อนพี่ไม่เมาเหล้าแต่เมาพระรามนะ” พี่วีพูดออกมาจากฝั่งตรงข้าม

“มุกนี้ผมเล่นไปแล้วนะ อย่ามาลอก” พี่กัณฐ์ว่าก่อนจะซบลงกับไหล่พี่บาร์

“พวกมึงเมาแต่พวกกูเหม็นค่ะ เหม็นความรัก” พี่แพนว่า

“รีบมีแฟนเถอะแพน กูก็เบื่อมึงแล้วเนี่ย” พี่เหนือผงกหัวจากไหล่ผมแล้วบอกพี่แพน

“หยาบคาย คิดว่ากูจะง่ายแบบพวกมึงเหรอคะ กูเลือกนะคะ” พี่แพนว่า

“กูก็เลือก นี่เลือกจะรักพระรามไงเลยได้ดีแบบนี้” พี่เหนือว่า

“บะ…บ้า” ผมบอกเบาๆ มันเขินแหละ และก็เขินมากๆ เมื่อได้สบตากับพี่กัณฐ์ สายตาที่ล้อเลียนและมุมปากที่กระตุกยิ้มแบบนี้คืออะไรกันเหรอพี่ชาย

“แน่จริงจูบโชว์อ่ะ” พี่บาร์ว่า

“มึงจะบ้าเหรอ มึงเห็นไอ้กัณฐ์ไหม? มันลุกขึ้นมาบีบคอกูนี่พระรามแย่นะบอกเลย” พี่เหนือว่า

“ไม่แย่หรอก เดี๋ยวผมหาให้น้องผมใหม่”

“ไม่ได้นะเว้ย! พระรามรักกูแล้วอ่ะ หาคนอื่นให้ไม่ได้นะเว้ย!” คนขี้งอแงเขากอดผมแน่น ไม่รู้ว่าเพราะเมาหรือเพราอะไรที่ทำให้ผมชอบใจขนาดนี้ ก็แค่พี่เขาแสดงมุมงอแงออกมาให้เห็นก็แค่นั้น ทำไมผมถึงใจเต้นไม่เป็นส่ำกับการงอแงเพราะกลัวผมหายด้วยนะ

“ผมไม่รักใครอีกหรอกน่า…”

“จริงนะ?” พี่เหนือช้อนตาขึ้นมองผม ผมเลยยิ้มขำๆ ก่อนจะก้มหน้าลงไปหาพี่เหนือ

“รักใครมากกว่าพี่เหนือไม่ได้แล้ว” ผมว่าแล้วจูบพี่เขาเบาๆ ไม่สนใจเสียงแซวหรือเสียงโห่ของเพื่อนพี่เขา ไม่สนใจเสียงโวยวายของพี่ชาย ผมหลับตาเบาๆ แล้วยอมให้พี่เหนือเป็นคนพาผมให้ล่องลอยไปในดินแดนของความรัก

“พี่ก็รักพระรามมากกว่าใครเหมือนกัน” พี่เหนือบอกหลังจากที่ถอนริมฝีปากออกมาแล้ว พี่เขาระบายยิ้มหลังพูดเสร็จแล้ว พี่เหนือจูบที่หน้าผากผมเบาๆ แต่มันทำให้ผมอบอุ่นมากๆ

“รักพี่เหนือ”

“พี่เหนือก็รักพระราม” คำบอกรักเบาๆ แต่ไม่ได้มีแค่เราสองคนที่ได้ยิน

ไม่ใช่คำสัญญาแต่มีพยานมากมายอยู่ตรงนี้ ไม่ได้ขอแต่งงานแต่ก็เหมือนคำบอกกล่าวว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ซึ่งผมเองเต็มใจที่จะอยู่กับพี่เหนือตลอดเวลา

เพราะสิ่งที่เหนือกว่าอะไรทั้งหมดคือความรักของเราสองคน

-THE END-


#เหนือพระราม


31/8/2018

          งื้ออออ หายไปนานเลยใช่ไหมคะ ขอสารภาพก่อนเลยว่าลืมจริงๆ เคลียร์เล่มแล้ว เคลียร์อะไรต่างๆ แล้ว เพิ่งเห็นรีดเดอร์ไปตามพี่เหนือในอินบ็อก แป้งนี่แบบ...อ้าวเฮ้ย! ยังลงพี่เหนือไม่จบนี่นาาาาา

          มาแล้วค่ะมาแล้ว มาส่งตอนจบแล้วค่ะวันนี้ อิ่มหนำสำราญกันไปกับความขิงข่าตะไคร้และการบอกรัก มีพระลักษมณ์โผล่มาแบบว่าตามกวางด้วยนะ เอ้ยยยอย่างนี้ต้องรออออ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาจนจบนะคะ ขอบคุณที่อยู่อ่านความรักหวานๆ นี้มาด้วยกัน รอผลงานเรื่องใหม่ด้วยน้าาา ขอบคุณมากค่ะ

          ขิงงงงงงงงงงงงง ขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูดก็ต้องยอมพี่วีแล้วนะคะงานนี้ ชอบนางจังเลย มาน้อยเดียวแต่เห็นภาพเลยค่ะพี่วีขา ทศรานี่ก็ใช่จะน้อย พี่กัณฐ์จะพูดอะไรก็ไม่ได้ ก็น้องแกยอมเขาเองอ่ะกัณฐ์ เขาก็บอกให้ห้ามให้ห้าม น้องแกมันไม่ห้ามเขาอ่ะกัณฐ์ แกจะพูดอะไรได้ ห้ะ ห้ะ ห้ะ ส่วนคู่หลักนั้นเหรอคะ? พิจารณากันเองเถอะท่านผู้ช้มมมมม ใจก็ได้มาแล้ว ตัวก็ได้มาแล้ว อยากได้อะไรอีกไหนกระซิบซิ~ อ่านทอล์กเสร็จก็กลอกตาเป็นเพื่อนแป้งด้วยนะคะ รักทุกคนมากมายก่ายกองยิ่งกว่าพี่เหนือรักน้องพระรามอีก

เฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์**: @pflhzt**

ความคิดเห็น