Belladonna

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ วันที่ฝนตก 2

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ วันที่ฝนตก 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 466

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2561 05:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ วันที่ฝนตก 2
แบบอักษร

[Mel's part]

ในความมืดมิด ผมนอนนิ่งฟังเสียงหัวใจเต้นครั้งสุดท้าย ยอมรับการดับสูญอย่างเต็มใจ 

จนกระทั่งเท้าหนึ่งก้าวเข้ามาในมิติกระจกแห่งนั้น ไฟมังกรที่ยังลุกไหม้หัวใจมอดดับ พร้อมกับเลือดที่ไหลกลับสู่ช่องอก

อกของผมปิดตัวลง หัวใจดวงใหม่เริ่มงอก พร้อมความหวังที่จะมีชีวิตอีกครั้งเมื่อผมรับรู้สัญญาณว่าคิเคียวยังคงอยู่ในโลกเบื้องล่าง

ความมืดมิดหายไปแล้ว รอยยิ้มของเทพบิดานายเหนือหัวของผมคือสิ่งแรกที่เห็นในชีวิตที่สอง

ผมลุกขึ้นนอนหมอบ ทิวทัศน์เปลี่ยนไป นายพาผมมาที่ห้องคล้ายห้องฟักไข่ ผมมองไปรอบๆ สะดุ้ง รีบเลื้อยเข้าไปหลบหลังนาย เอาหางกอดขานาย

ในห้องนั้นมีเทพีหนี่วาในรูปลักษณ์สาวน้อยนั่งอยู่ที่โซฟา ตรงข้ามมีนางมังกรตนนั้นนั่งประจันหน้า  

ผมมองหน้านาย ... เตรียมจะล้างโลกอีกครั้งเหรอครับ

นายตบหัวผมเบาๆ พึมพำว่า "ไม่เป็นไร เคลียร์แล้ว"

.... ในห้องมีประกายสายฟ้ากับกลิ่นกำมะถันเจือจาง บรรยากาศหนาวยะเยือก

"....................." "...................." 

เทพีหนี่วาหันมามองผมกับนายด้วยสายตาเย็นชา

"ข้าให้สัญญาแล้ว หนี่วา และมังกรตนนี้ก็พิสูจน์ตัวเองแล้ว" นายพูด

องค์เทพีพ่นลมหายใจ หันหน้าไปอีกทาง จมูกเชิด กริยาเหมือนสาวน้อยรอให้คนรักมาง้อ 

นายกับผมสบตากัน นายแอบทำหน้าเพลีย ผมแอบมององค์เทพีกับนางมังกร คราวนี้นางจงใจเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ดูอายุน้อยและโมเอะกว่านางมังกร 

ก็ดีที่เปลี่ยน ... ผมตบบ่านายในใจ .. ถ้าเป็นเมื่อศตวรรษที่นางยังไม่เรียนรู้โลกเบื้องล่าง รูปลักษณ์แบบเมียหลวงของนางคงเป็นป้าของแม่มังกรสาวน้อยตนนี้

​ชิ้ง!

อุ่ย ...

"อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่ามังกรตนนี้มาจากไหน ทำไมท่านถึงห่วงมันนัก" เทพีหนี่วาหรี่ตามองผม

"............." 

"มันกับนังลูกน้องตัวดีนินทาข้าลับหลังแค่ไหนคิดว่าข้าไม่รู้? ท่านและอินาริร่วมมือกันขโมยลูกน้องของข้า คิดว่าข้าจะยอมง่ายๆหรือ"


สัญญาณการคงอยู่ของคิเคียวหายไป!!


ผมรับรู้ตัวตนของคู่ชีวิตไม่ได้อีกแล้ว สีสันบนโลกเหมือนจะหายไป อกของผมเหมือนกลับกลายเป็นหลุมไร้หัวใจอีกครั้ง

ทรุดลงแนบพื้น น้ำตาคลอกับความรู้สึกว่างเปล่า

นายถอนใจ "พอเถอะน่า เจ้าสัญญาแล้วนะ"  

เทพีหนี่วายิ้มมุมปากสาสมใจ ริมฝีปากขยับแผ่วเบาก่อนจะหายไป

 ผมทำปากสั่น มองหน้านาย คลานเข้าไปเอาหัวถูอ้อนรัวๆ ใช้ขาหน้ากอดขานาย​ 

นายกรอกตา 

'ไอ้งั่ง' 

สีหน้าของนายบอกแบบนั้นตอนระดมถีบผมที่ยังดื้อจิกขานายให้ลงหลุมมิติกลับสู่โลกเบื้องล่าง


___________________________________________ 


[Ettien's part]


หลังจากทริป "กิจกรรมสันทนาการ “มาฆ่าพวกนอกคอกที่หาดสวรรค์กันเถอะ” เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างฝูง ครั้งที่ 2” จิ้งจอกตัวเมียตนนั้นก็หายไป

… พร้อมกับสติของไอ้เมล

พวกข้าถามไอ้บาร์ทกับหนูอลันแล้ว ทั้งสองส่ายหน้าปฎิเสธว่าไม่รู้ ลองให้ผู้ใช้เวทย์รักษามัน พวกนั้นบอกว่าเหมือนเป็นอาการของตัวผู้ที่คู่ชีวิตหายไป

บางทีอาจเป็นเพราะจิ้งจอกตนนั้น

โอ … เด็กเอย

ข้ามองหน้าหลานแล้วส่ายหน้า ได้แต่คอยดูแลไม่ให้มีถลำลึกกับเหล้าและยาเหมือนเมื่อคราวพ่อของมัน

แล้วเวลาจะช่วยเยียวยา …

อย่างไรก็ตาม ชีวิตก็เดินต่อไป จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นหลายเดือน เหล่าอมตะต่างฟื้นตัว พร้อมเรื่องอันน่ายินดี

หลังจากทริปคราวนั้น อมตะตัวเมียทั้งเผ่าของครอบครัวข้าและเผ่าอื่นต่างตั้งท้อง เหล่าตัวผู้ต่างพากันหอนยินดีเมื่อเปล่งสัญญาณการมีทายาท ราวกับว่าพวกเราปลดล๊อกอะไรบางอย่างจนได้พรที่แสนวิเศษ


“แต่แกจะยังมีลูกไม่ได้นะยะ!!”

บิลลี่คำรามต่ำพลางบิดหัวนมไอ้บาร์ทดึงขึ้นดึงลง

อูยยยย … ข้าเสียวนมแทนจนต้องหลบภาพหวาดเสียว ทิ้งลูก รีบคลานต่ำหนีไปหลบอีกห้องสมทบกับไอ้เอริคกับไอ้มิลเลอร์

“คราวนี้พลาดได้ไงวะ” ข้าซุบซิบถาม

พวกมันส่ายหน้า

ในช่วงปาฎิหาริย์แห่งการเจริญพันธุ์ ไอ้บาร์ทเกิดคึกอยากมีลูก แต่ติดที่หนูอลันมาคุยอะไรกับเมียของพวกข้าไม่รู้ บอกว่าจะมีลูกในศตวรรษหน้า รอให้ฝูงใหม่พร้อมกว่านี้

พวกนางตกลง ไอ้บาร์ทกรีดร้อง

“ศตวรรษน๊าาาา ศัต ตะ วั๊ด น๊าาาาา เลยนะป๊ออออออ!!!” มันคลานเข้ามากอดขาร้องไห้อ้อนวอนพวกข้าให้ร่วมมือกับมัน ล่อลวงอลันกับพวกตัวเมีย

โถ …. ไอ้ลูกหมาของพ่อ

ข้าสบตาพี่น้อง พยักหน้ารับชะตากรรมการเสี่ยงชีวิตจากกรงเล็บตัวเมียเพื่อช่วยลูกอีกครั้ง

“พลาดหลายครั้งแล้วนะ เหมือนพวกตัวเมียรู้ หรือว่าเราจะมีหนอน” ไอ้เอริคพึมพำ

หนอน? หนอนตัวผู้?

พวกข้าหันขวับไปมองตัวผู้อีกตัวที่มุมห้อง ไอ้เมลตอนนี้ที่สร่างเมาแล้ว ตาเลื่อนลอย หน้าเอ๋อ ไร้สติ น้ำลายไหลยืด คิดว่ามันคงไม่มีปัญญาสื่อสารกับใคร

ส่วนตัวผู้อีกตัว หนูหยาง ซึ่งตอนนี้สิบขวบแล้วแต่ข้าไม่อยากคิดว่าหนูหยางเป็นตัวผู้ ด้วยตาโตแป๋วแหวว แก้มแดงแป๋วแหวว กับเส้นผมยาวดกหนาหยักสลาย รวบถักเป็นเปีย ผูกโบว์ แสนจะเรียบร้อย … น่ารัก

หนูหยางเงยหน้าจากกองหนังสือ เอียงคอมอง จ้องพวกข้าด้วยแววตาไร้เดียงสา

…. แล้วคลี่ยิ้มหวาน

พวกข้ายิ้มหวานตอบโดยอัตโนมัติ ตบตีตัวเองในใจที่คิดอกุศลกับเด็กน้อย

ถึงจะจับมือใครดมไม่ได้ แต่แคมเปญการมีหลานก่อนศตวรรษหน้ายังคงดำเนินต่อไป


…………………………….....

....................................


คืนนั้นข้ายังคงได้ยินเสียงหอนโหยหวนของไอ้บาร์ทต่ออีกสองชั่วโมง  สะใภ้ของข้ารับถ่ายทอดความโหดเหี้ยมของบิลลี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ


บิลลี่ดึงใบหูของข้าที่เพิ่งฟื้นตัวให้เข้าไปในบ้าน

“ไม่ต้องยุ่งกับครอบครัวของลูกเลยนะ จะวางแผนอะไรลับหลังชั้นอีกล่ะ”

ข้าปั้นหน้าหมาหงอย ช้อนตามอง

“ก็ ลูกมันอยากมี …ตอนนี้ใครเขาก็มี”

บิลลี่ค้อน

“ก็มีลูกแล้วนี่  ยังจะอิจฉาคนอื่น?”

“……”

บิลลี่มองหน้าจ๋อยของข้า เหลือบมองเอริค เหมือนนางนึกได้

“แล้ว … ทำไมถึงยอมให้ฉันใส่เครื่องรางคุมกำเนิดล่ะ”

“ก็ … ไม่อยากให้เจ็บ” ข้ายังจำเหตุการณ์ก่อนวันคริสมาสในปีนั้นได้

บิลลี่อึ้ง

“นี่ … ไม่อยากให้ฉันคลอดเลยไม่อยากมีลูกเป็นของตัวเองเหรอ” นางหน้าแดงนิดๆ ใช้มือปิดปาก

ข้าพยักหน้า

“แน่ใจนะ?”

ข้าคิดถึงเสียงกรี๊ดตอนใกล้คลอดของนางแล้วจำใจพยักหน้าอีกรอบ

มือเล็กๆนั่นลูบหัวข้าเบาๆ

“ตางั่งเอ้ย” บิลลี่ยิ้ม ยีผมข้า

นางถอยห่างออกมา ปลดบราออก ตามด้วยเครื่องรางคุมกำเนิด มนตราสีทองลอยหายไป จากนั้นรูดกางเกงในลง เหวี่ยงทิ้ง เดินหายเข้าไปในห้องนอน


ตูมมมม!!

ข้าใช้แขนกันลูกเตะของไอ้เอริคทัน สวนกลับด้วยลูกถีบเข้าข้อเข่า มันเสียหลัก ข้าได้ทีจับขามันยกขึ้น กระทืบรัวๆ บดขยี้ลูกป๋องแป๋ง

มีไอ้บาร์ทแล้วนี่มรึง!!! ไม่ต้องใช้อีกก็ได้ จริงมั้ย?

มันหน้าเขียว น้ำลายฟูมปาก ข้าเตะเสยปลายคางให้มันพ้นทรมาน ซ้ำด้วยไม้เบสบอลกระหน่ำเข้าที่หัว กะความเสียหายให้มันเป็นผักไปสักเดือน … หรือหลายๆเดือน

ผิวปากเรียกลูกน้องมาเก็บซากไอ้เอริคไปทิ้ง มือขวาจิ้มโทรศัพท์โทรจองเครื่องบินเตรียมฮันนีมูนอีกรอบ มือซ้ายฉีกเสื้อผ้า ก่อนวิ่งกระปู๋ส่ายลั้นลาเข้าไปทำลูก


___________________________________


ลูกของข้ามาเร็วกว่าที่คิด

สัปดาห์ที่สองหลังจากกลับจากฮันนีมูนรอบสองอันแสนสุข สัญลักษณ์คู่ชีวิตและการกำเนิดทายาทเปล่งประกายที่อกของข้า

ข้าได้เป็นพ่อแล้ว … สมหวังแล้ว อย่างที่เคยฝันมาตลอด

แต่ไม่ใช่บิลลี่คนเดียว ราเวนก็ท้องเหมือนกัน

ซัคคิวบัสกับแวร์วูลฟใช้เวลาท้องในระยะเวลาใกล้เคียงกันคือปีครึ่ง ระหว่างนั้นทั้งสองเผ่าสถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด เพราะต้องคอยวางกำลังดูแลเหล่าตัวเมียที่พร้อมใจกันท้อง

… และคอยรองรับอารมณ์พวกนาง

ช่วงนั้นตัวผู้หลายตัวขนร่วงจนล้านเป็นกระจุก ทั้งจากน้ำมือของเมีย (และแม่) และจากความเครียด พ่อของข้าถึงกับต้องใช้วิก เพราะร่างกายซ่อมแซมตัวเองไม่ทัน

แต่ใช่ว่าพวกข้าไม่ยินดีหรอกนะ


……………..................................….

....................................................


บิลลี่กับราเวนเจ็บท้องพร้อมกันในเช้าวันหนึ่ง


เหตุการณ์เหมือนวนกลับไปในช่วงคริสต์มาสปีนั้น บิลลี่กับราเวนถูกพาเข้าห้องคลอด พร้อมราโมนา เบลล์ที่ทำหน้าที่หัวหน้าหมอ กับกองทัพผู้ใช้เวทย์

พวกข้า เหล่าตัวผู้จากทั้งสองครอบครัวถูกทอดทิ้งไว้หน้าห้องคลอด ขาดแต่ไอ้เมลที่ยังไร้สติ และหนูหยางที่ยังเด็กเกินกว่าจะมาเห็นประสบการณ์เลวร้ายของตัวผู้

เสียงกรีดร้องของแม่กับบิลลี่ดังประสานกัน ข้ากรอกเหล้าย้อมใจ พยายามไม่รับรู้โลก พ่อกรอกตาม ไอ้เอริคเติมเหล้า มิลเลอร์นั่งกัดเล็บ อราเดลนั่งเหม่อ

พ่อเมา ทึ้งผมประสาทเสียกับเสียงร้องของแม่ คุณพ่อตาหันมายิ้มเยาะ พ่อกลายร่าง ข้าห้ามพ่อ เอริคไกล่เกลี่ยกับคุณพ่อตา มิลเลอร์เติมเหล้า ข้ากระดกเหล้าต่อ ไอ้เอริคกวนตีน ข้ากัดกับมัน พ่อเริ่มแขวะคุณพ่อตาอีกรอบ ขวดเหล้าปลิวว่อน ไอ้มิลเลอร์โดนลูกหลงหน้าหงาย …

.... แล้วทุกอย่างก็สงบลงด้วยกรงเล็บของราโมน่า

หลังจากพวกลูกน้องเช็ดคราบเลือดจนหมด พวกเรากลับมานั่งทรมานอยู่ที่เดิม

บิลลี่ยังส่งเสียงโหยหวนในห้องนั้น

“ไม่น่าเลย ไม่น่าใจอ่อนเลย” ข้าอ้อแอ้ กระดกเหล้าย้อมใจ น้ำตาเอ่อคลอ

“ตอแหล” ไอ้เอริคพ่นเบาๆ

เรารอและรอต่อไป ….

ในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น เป็นเช้าที่มีแสงแดดสดใส

ทันใดนั้น มีฝนตกปรอยลงมา พร้อมเสียงร้องจ้าของทารกสองเสียง

และเสียงปีกของมังกร


..................................................

..................................................


ใครบางคนใช้เท้าเขี่ยปลุกข้าให้ได้สติจากการเป็นลม ข้าพุ่งเข้าไปเห็นบิลลี่ที่แสนงดงามและปลอดภัย กับห่อกลมๆที่แสนล้ำค่านั่น

ข้ามือสั่นตอนรับห่อผ้าเล็กๆนั่น

“ละ .... ลู๊กกกกก ลู้กกกกกป๊อออออออออ” ข้าเพิ่งรู้ว่าสามารถทำเสียงสองแหลมสูงได้ขนาดนั้นตอนที่เห็นหน้าลูกสาว ทารกแสนสวยที่งดงามที่สุดในประวัติศาสตร์

“ลู๊กกกกกก ลู๊กกกกกก่องป๊าาาาาา” ไอ้เอริคก็เหมือนกัน

สาวน้อยของข้ามีตาสีเขียวผมสีอ่อนที่ยังดูไม่ออกว่าเป็นสีน้ำตาลคล้ายสีทรายเหมือนพวกข้าหรือบลอนด์เหมือนแม่ แต่ที่รู้คือนางมีฟันเขี้ยวเล็กๆในแบบของซัคคิวบัส และใบหน้างดงามที่เติบโตขึ้นมาจะต้องสวยหยาดเยิ้มเหมือนแม่

ข้าสบตากับไอ้เอริค มันพยักหน้า เราตกลงกันด้วยสายตาวางแผนในตอนนั้น

คืนพรุ่งนี้วินาศกรรมสำนักพิมพ์อมตะหญิงสุดฮอตกับบ้านของไอ้นักข่าวพวกนั้น กับวางแผนขยายฝูงตั้งกองกำลังปกป้องลูกน้อยจากฝูงไอ้หื่น

บิลลี่กรอกตากับสายตาของพวกข้า ร้องเรียกให้ข้าพาลูกมากินนมได้แล้ว

อ่า เจิดจ้า … ช่างเจิดจ้าเหลือเกิน บิลลี่ช่างงดงามยามให้นมลูกของเรา รังสีเจิดจ้าจนข้าน้ำตาแทบไหล


“สวยจัง [น้อง] ของหยางใช่ไหมครับ?”

หือ?

บิลลี่ยิ้ม ขยี้ผมหนูหยางที่เพิ่งโผล่มา

“จ้ะ นี่ของหยาง”

เอ๋?


……………………..........................…

...................................................


หลังจากคลอเคลียกับเมียและลูกน้อย พวกข้าปล่อยให้พวกนางหลับ เราเดินไปหาน้องคนใหม่ ไม่ลืมที่จะลากไอ้หนูหยางออกมาด้วย

น้องเล็กของข้าเป็นทารกแวร์วูลฟตัวผู้ (อีกแล้ว) ตัวแดงก่ำ หน้าตายู่ยี่ น่าเกลียดเหมือนลูกหนูเกิดใหม่ เทียบกับลูกน้อยที่แสนงดงามของข้าราวกับสิ่งมีชีวิตต่างชั้น

แต่พ่อของข้ายิ้มปากแทบฉีก ยืดอกด้วยความภูมิใจ

ไอ้ตัวเล็กผมสีดำ นอนขมวดคิ้ว หรี่ตามองข้าด้วยตาสีดำ ทำหน้าเหมือนไม่พอใจทุกสิ่งทุกอย่างตลอดเวลา

ตาสีดำ ผมสีดำ ไม่ใช่สีทราย?

ข้ามองหน้าแม่ 

เปรี้ยง!!!

“ไอ้เด็กเวร!! พ่อของปู่พวกแกผมสีดำโว้ย!!” พ่อโบกกบาลข้าจนหัวทิ่ม

แหม … ก็แค่สงสัย

ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น ข้าเห็นตาสีฟ้าแดงก่ำคู่หนึ่งจ้องมองมาที่ไอ้ตัวเล็ก ไอ้เมล … วันนี้มันดูมีสติกว่าทุกวัน เลื้อยหลบพวกพ่อๆลุงๆ เข้ามาดมที่ทารกฟุดฟิดๆ

“แล้วพ่อจะตั้งชื่อไอ้หนูนี่ว่าอะไร?” ได้ยินเสียงไอ้มิลเลอร์ถาม

พ่อทำท่าคิดหนัก ชื่อบรรพบุรุษที่ขึ้นสู่โลกเบื้องบนไปแล้วถูกใช้จนแทบจะหมดบัญชีแล้ว ฝั่งแม่ของข้าก็เหมือนกัน

“…. คิ … เคียว …” เสียงเล็กๆเสียงหนึ่งกระซิบตอบ

?!?!

“ก็นี่คิเคียว …”

ห้ะ??

ไอ้หนูหยางเขย่งมาเขี่ยแก้มเด็ก เด็กเริ่มทำหน้ายู่ส่งเสียงกรี๊ดเหมือนโมโห

หนูหยางชักมือออก “ก็ น้องผมดำตาดำเหมือนคิเคียว”

อ้อ …

.”อ่า … หยางจ้ะ น้องเป็นตัวผู้น่ะ ใช้ชื่อผู้หญิงไม่ได้” แม่เอ่ยแก้ยิ้มๆ

หนูหยางพยักหน้าหงึกๆ ทำหน้าเขินแล้ววิ่งไปหลบที่หลังเบลล์

พริบตาที่มันวิ่งผ่านข้า พริบตานั้นข้าได้ยินเสียงกระซิบมนตราแผ่วเบา เห็นแววตาชั่วร้ายกับลิ้นสองแฉกบนใบหน้าไร้เดียงสาของหนูหยาง กับใบหน้าตื่นตะลึง ประกายตาวาววับบนหน้าของไอ้เมล

??

ข้ากระพริบตา แล้วภาพลวงตาก็หายไป

ประสาทหลอน ประสาทหลอนสินะ ถูกพ่อตบแล้วประสาทหลอนล่ะสิ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ


ในที่สุด พวกเราก็ตกลงกันได้ ลูกสาวของข้ามีชื่อหรูหราว่าออโรร่าตามญาติผู้ล่วงลับฝั่งซัคคิวบัส ส่วนน้องชายใช้ชื่อตกทอดจากญาติแวร์วูลฟฝั่งยุโรปว่าโอลาฟ


_______________________________














แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}