star_ss

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP.13 แฟนผมเองครับ【ปู❤โจ】

ชื่อตอน : EP.13 แฟนผมเองครับ【ปู❤โจ】

คำค้น : EP.13 ปูโจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2561 00:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.13 แฟนผมเองครับ【ปู❤โจ】
แบบอักษร

★❥Update 04.08.2018


EP.13 แฟนผมเองครับ​】​




ผมเหมือนแทบจะละลายแล้วตายลงตรงนั้น ผมถูกปูจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งในห้องลองเสื้อที่มีเพียงเราสองคน สายตาที่ปูมองมาที่ผมมันทำเอาผมใจสั่นระรัว พื้นที่ทั้งหมดในหัวใจผมควบคุมมันไม่ได้เลย 




จุ๊บ จุ๊บบบ....



ความรู้สึกหมดแรงและรู้สึกเสียดายในเวลาเดียวกัน ผมเสพติดความหอมหวานในรสจูบจากคนรักของผมเสียแล้ว




มือที่กำลังลูบไล้ที่แก้มผมอย่างอ่อนโยน ปลายจมูกกดลงสูดดมที่แก้มขวาผมพร้อมลมหายใจอุ่นๆ ริมฝีปากนั้นกดจูบประทับบนริมฝีปากผมอีกครั้งและผละออก รอยยิ้มร้ายๆ ของคนตรงหน้าทำให้ผมคืนสติก่อนจะเสหน้าหนีด้วยความอาย




"กูเพิ่งรู้นะเนี้ยะว่าแฟนกูก็ขี้หวงเป็นกับเขาด้วย หึหึ" 



"เอ่อ... พูดเรื่องอะไรอ่ะ ใครหึงอะไรใครเหรอ"  




ตายแน่! งานนี้ผมออกอาการชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอ ผมว่าผมก็ทำตัวปกตินะก็แค่เลือกเสื้อให้แฟนตัวเองมันแปลกตรงไหนงั้นเหรอ 




"เออๆ ไม่หึงก็ไม่หึง เลิกหน้าแดงได้แล้วเดี๋ยวออกไปคนข้างนอกเข้าจะรู้ว่ากูจูบมึงในนี้" 


"พูดบ้าอะไรเนี้ยะปู คนข้างนอกเขาจะรู้ได้ไงล่ะ ถ้า...."  


"แน่ะๆ ทำท่าเลิ่กลั่กมีพิรุธอีกล่ะ" 



"ป่าวสักหน่อย ปูรีบๆ ลองเสื้อไปเลย โจออกไปรอข้างนอกนะ" พูดจบผมก็รีบเปิดประตูออกมาข้างนอกทันที 




แต่.... 

พอผมออกมาจากห้องลองเสื้อเท่านั้นแหละ ผมกลายเป็นเป้าสายตาของผู้หญิงทุกคนในร้านทันที มองอะไรกันล่ะ ด้วยความรนผมยกมือขึ้นกำลังจะตรวจสอบบางอย่างที่ริมฝีปากตัวเอง 





เฮ้ย!!! ไม่ได้ดิ ผมดึงสติตัวเองไว้ได้ทันเลยปล่อยมือลงแล้วเดินไปยืนเลือกเสื้อต่อทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 





ผมยืนเลือกเสื้อดูนั่นนี่ไปสักพักปูก็เดินออกมาจากห้องลองเสื้อ ผมแอบเหลือบมองนิดหน่อย ผู้หญิงสองคนนั้นรีบเดินเข้าชาร์ตแฟนผมทันที 





เฮ้ย!! ทำไมผู้หญิงสมัยนี้น่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอ ผมแอบถอนหายใจเล็กน้อย ถ้ากล้าเดินเข้าชาร์ตขนาดนั้นผมคงทำอะไรไม่ได้





ปูยืนเลือกเสื้ออยู่อีกล็อคโดยมีผู้หญิงสองคนนั้นพูดคุยด้วยไม่หยุด ผมยังคงก้มหน้าก้มตายืนเลือกเสื้อต่อไป แต่ก็มีแอบมองบ้างเป็นบางครั้ง เฮ้ออ...







"เลือกอะไรนักหนา ได้สักตัวรึยังหื้อ?" 


"ไม่มีตัวไหนที่ชอบเลย ปูได้ครบรึยังล่ะ ถ้าได้ครบแล้วเรากลับกันเถอะ" 


"ครบแล้วกำลังจะจ่ายเงินเลยเดินมาตาม" 


"อ้าวเหรอ งั้นปูจ่ายเลยโจไม่อยากได้อะไรแล้ว" 


"อืม... งั้นไปจ่ายเงินกันจะได้ไปหาข้าวกิน" 


"ครับ" 




ผมเดินตามปูไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจ่ายเงิน เสื้อผ้าที่ปูซื้อก็หลายตัวอยู่ครับมีตัวที่ผมเลือกแล้วตัวที่ปูเลือกเองด้วย ผมยืนรอเงียบๆ อยู่ไม่ไกลจากที่ปูกำลังยืนจ่ายเงินสักเท่าไหร่ 




"คุณลูกค้าคะ เสื้อสามตัวนี้ซื้อผิดไซส์รึเปล่าคะ?" พนักงานถาม 


"ไม่ผิดครับผมซื้อให้แฟนผมน่ะ แฟนผมใส่เสื้อไซส์เล็กกว่าผมไซส์หนึ่งครับ" พูดจบปูก็หันมามองที่ผมแล้วยิ้ม 


"อ่อ.. ค่ะ แหมน่ารักจังเลยนะคะ มีแฟนหน้าตาหล่อขนาดนี้เห็นแล้วอิจฉาเลยค่ะ" 




ตอนนี้ทั้งพนักงานทั้งสองสาวนั่นต่างหันมามองที่ผมเป็นสายตาเดียวกัน พวกเธอดูตกใจเล็กน้อยแล้วหันมายิ้ม ผมจะทำยังไงได้ล่ะครับนอกจากยิ้มกลับไปแบบมึนๆ ทำตัวไม่ถูกเลย




ปูจ่ายเงินเสร็จก็ถือถุงเสื้อผ้าเดินเข้ามาหาผม พนักงานในร้านก็พูดกล่าวขอบคุณลูกค้าตามปกติ 




"หิวยัง?" 


"อืม... นิดหน่อย"   


"อยากกินอะไรเลือกเลย เดี๋ยวกินเสร็จค่อยไปดูหนังกัน" 


"ไม่กินปิ้งย่างนะ เดี๋ยวหัวเหม็นอ่ะ" 


"ตามใจ" 




เราสองคนพากันเดินออกจากร้าน ปูเดินจับมือผมตลอดทางที่เราเดินด้วยกัน ระหว่างทางที่เดินก็มีคนมองเราสองคนนะแต่ผมกลับไม่รู้สึกอายเหมือนทุกครั้ง ตอนนี้ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ชอบจัง...





ร้านอาหารผมเลือกร้านอิตาเลี่ยนครับ วันนี้อยากกินพิซซ่า พาสต้า หื้อ.. อยากกินหลายอย่างเลยอ่ะ เรื่องกินปูไม่เคยขัดใจผมสักครั้ง ถ้าผมพูดว่าผมอยากกินอะไรนี่หาให้กินหมด เพราะปกติเรื่องอาหารผมจะเป็นคนจัดการทุกอย่าง ถ้าวันไหนผมบอกว่าอยากกินนี้จังอยากกินนู้นจังแค่พูดลอยๆ ว่าอยากกินเท่านั้นแหละ ของกินทุกอย่างที่ผมบ่นว่าอยากกินก็จะอยู่ตรงหน้าผมทุกครั้ง  




"ทำไมสั่งน้อย?"  


"สั่งมาเยอะกลัวกินไม่หมดอ่ะ ปูไม่ค่อยชอบกินอาหารพวกนี้โจเลยไม่อยากสั่งเยอะ" 


"เกี่ยวอะไรกัน สั่งเพิ่มมาอีกดิเดี๋ยวกูช่วยกินเองถ้ากินไม่หมด" 


"จริงเหรอ?" 


"เออครับ อยากกินอะไรสั่งเลย" ผมยิ้มกว้างทันที 




ปกติปูไม่ค่อยชอบกินอาหารพวกนี้หรอกครับ ปูชอบอาหารไทยส่วนผมติดอาหารพวกนี้ตั้งแต่ตอนเรียนอยู่เมืองนอก ตอนนั้นอาหารไทยก็อยากทานนะครับแต่ราคาแพงเกินไป ผมเลยทานอาหารง่ายๆ ตามที่บ้านเขามีขาย นานๆ ทีผมจะซื้อมาทำกินเองแต่ก็นั่นแหล่ะครับมันได้รสชาติไม่เหมือนบ้านเราร้อยเปอร์เซ็นต์แค่กินให้หายคิดถึงบ้านน่ะ พอกลับมาอยู่ไทยผมก็ตระเวนกินอาหารไทยที่เขารีวิวกันว่าอร่อย เรียกว่ากินกันจนหายคิดถึงไปเลย แต่พอได้กินอาหารไทยบ่อยๆ มันก็มีบ้างที่อยากกินอาหารพวกนี้ใช่ไหมล่ะ นานๆ กินทีคงไม่เป็นไรหรอกมั้งเพราะผมไม่ใช่พวกชื่นชอบค่านิยมอะไร มันก็แค่ความอยากตามปกติเท่านั้นเอง





"กินเยอะๆ ล่ะ มึงทำงานหนัก นอนก็นอนน้อยแถมยังต้องมาดูแลกูอีก ดูดิเนี้ยะผอมจนเห็นกระดูกหมดล่ะ"  


"ผอมเหรอ โจว่าช่วงนี้โจกินเยอะแล้วนะ ปูชอบซื้อนั่นซื้อนี่ให้กินตลอดยังจะผอมอีกเหรอ" 


"เออน่า.. อย่าเถียง กินเข้าไปเยอะๆ เลย อ่ะนี่ของโปรดมึง" ปูตักสปาเก็ตตี้คาโบนาล่าใส่จานให้ผม 


"ปูก็กินด้วยซิ นั่งมองโจกินอย่างเดียวมันอิ่มรึไง ไหนบอกจะช่วยกันกินอ่ะ" 


"หืออ.. บ่นเก่ง กินๆ พูดมากขึ้นทุกวันรู้ตัวบ้างไหมเนี้ยะ"  



คนบ้าอะไร นั่งบ่นผมไปเรื่อยแต่ตักอาหารใส่จานให้ผมไม่หยุดมือ ^^ 



"อ่ะ.. ปูลองกินนี่ดูนะ โจว่าร้านนี้ทำอร่อยดี" ผมตักไก่ราดซอสอัลมอนด์ให้ปูลองชิม 


"อืม.. ดูน่ากินดี" 


"ลองกินดูนะ ถ้าปูชอบโจจะทำให้กินเอง"  


"ก็อร่อยดี"  


"ชอบไหมล่ะ โจทำเองอร่อยกว่านี้อีกนะ" ผมมองซ้ายมองขวาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไม่ดังมาก 


"หึหึ งั้นกูจะรอกินที่มึงทำล่ะกัน ดูดิว่าจะอร่อยอย่างที่โม้ไว้รึเปล่า" 


"อร่อย!!" ผมรีบตอบ 


"เออๆ เชื่อแล้วคร๊าบ.. กินต่อได้แล้วเดี๋ยวอาหารเย็นหมดจะไม่อร่อย" 


"โอเค งั้นปูกินนี้ด้วยนะ"





เราสองคนสลับกันตักอาหารใส่จานให้กันและกัน พูดคุยกันทุกเรื่องที่คิดขึ้นได้ ปูยิ้มมากขึ้นไม่ค่อยทำหน้าตาหน้ากลัวเหมือนแต่ก่อนถือว่าเป็นข้อดีสำหรับผม 




แต่... มันก็มีข้อเสียเช่นเดียวกันครับ เพราะเวลาปูยิ้มทีไรสาวๆ ต่างพากันเข้าหาไม่หยุด ไม่ยกเว้นแม้กระทั่งเกย์ตัวเล็กตัวน้อย



เฮ้ออ... มันเป็นอะไรที่ทำให้ผมคิดไม่ตกสักทีว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไงเพราะผมเองก็ชอบรอยยิ้มของแฟนผมเหมือนกันนี่นา...





หลังจากทานอาหารเสร็จปูก็ชวนผมแวะไปดูแว่นกันแดดที่ร้านประจำ รายนี้พลาดไม่ได้หรอกครับ ถ้ามีคอลเลคชั่นใหม่มาเมื่อไหร่ต้องรีบมาจับจองเป็นเจ้าของเสียให้ได้ ถ้ายิ่งเป็นรุ่นลิมิเต็ดนะผู้จัดการที่ร้านจะโทรไปรายงานให้ทราบทันที พูดง่ายๆ คือสั่งให้เลยแทบไม่ต้องถาม เรื่องนี้ไว้ใจปูได้เลย ฟาดเรียบทุกคอลเลคชั่นครับ




พอได้แว่นใหม่ตามที่ต้องการก็ไม่พลาดที่จะซื้อให้ผมด้วย ปูบอกผมว่า....



"ของมันต้องมีครับที่รัก หึหึ" 



สรุปคือปูได้ผมก็ได้ด้วย ผมจะได้ไม่เอ้าท์ ฮ่าๆๆ นี่ผมเฉยขนาดตามแฟชั่นไม่ทันเลยงั้นเหรอ ปูถึงต้องคอยอัพเดทแฟชั่นให้ผมอ่ะ คิดแล้วก็ขำเนอะ




"ปูนี่ไม่ค่อยเห่อเลยเนอะ" 


"ไม่ได้ดิ! ต้องลองของใหม่ใส่เรียกเรตติ้งซะหน่อย หึหึ" 


"แค่นี้ก็เรตติ้งไม่เคยตกอยู่ล่ะ ยังจะใส่เรียกเรตติ้งอีก" ผมพูดงึมงัมกับตัวเอง 


"ว่าอะไรนะโจ เมื่อกี้กูไม่ทันฟัง"  




โหหห... จะทันฟังอะไรที่ผมบ่นไปล่ะครับ ก็มัวแต่ก้มส่องกระจกรถเช็คแว่นคอลเลคชั่นใหม่ที่ใส่อยู่น่ะซิ สนใจอะไรที่ไหนล่ะ  



"โจอยากดูหนังแล้วอ่ะปู หล่อพอรึยังอ่ะไปดูหนังกันเถอะ" ปูหยุดส่องความหล่อของตัวเองแล้วหันมาส่องที่หน้าผมแทน 



เอาล่ะซิ! งานนี้แย่แน่!!



"หล่อล่ะไปดูหนังได้ หึหึ" 


--!! 


"น่าจะไปได้ตั้งนานล่ะ" ผมบ่นอุบ!! เสียเวลากับการเก็บของใส่รถนานไปไหม ไม่ได้ซื้ออะไรมากมายซะหน่อย  


"โอ๋ๆๆ งอนเหรอครับที่รัก ป่ะๆ เดี๋ยวพี่จะพาไปดูหนัง" 


"เดินดีๆ ซิปู!!" 


"แว่นมันมืด โอ๊ะๆ มองไม่เห็นทางเลย โจๆ มึงมาให้กูกอดคอหน่อยกูมองไม่เห็นทางเลยจริงๆ นะ" 


"คนบ้า!!"







"เป็นอะไรมองกูอยู่ได้ ตะลึงความหล่อกูว่างั้น หึหึ" 


"ตลกมากกว่ามั้งปู ใส่แว่นดำยืนซื้อตั๋วหนังเดี๋ยวพนักงานก็นึกว่าคนตาบอดมาดูหนังขำตายเลยนะ"  


"ป๊าดดด!! เดี๋ยวนี้มีกัดกูนะ" 


"กัดอะไรล่ะ โจพูดเรื่องจริงต่างหาก" พูดจบผมก็ลอยหน้าลอยตาทำเป็นตั้งใจยืนต่อคิวซื้อตั๋วหนังต่อ 


"คนแม่งเยอะฉิบหายเลยว่ะ ขนาดรอซื้อตู้ขายบัตรอัตโนมัติยังต่อคิวกันยาวขนาดนี้เลยเหรอวะ" 


"ก็หนังเข้าเยอะมั้ง แล้วที่สำคัญหนังที่เรากำลังจะดูคนดูเยอะมากด้วยนะ เรตติ้งดีสุดๆ เลย กลัวจองแล้วได้นั่งหน้าอ่ะ" ผมทำหน้าหงอย ถ้าได้หนังแถวหน้าๆ กว่าหนังจะจบคงปวดคอกันน่าดู 


"หนังคงมีหลายรอบมั้ง เลือกดูรอบที่เหลือที่นั่งแถวบนเอาแล้วกัน" 


"ปูเดี๋ยวเราซื้อตั๋วหนังเสร็จค่อยไปซื้อป๊อบคอร์นกับน้ำเนอะ" 


"ตามใจดิ นานๆ กูจะพามึงได้ออกมาดูหนังกูตามใจมึงหมดนั่นแหละ" ปูขยี้หัวผมเบาๆ  


"ขอบคุณนะ" ผมยิ้มอย่างมีความสุข 





หลังจากต่อแถวซื้อตั๋วสักพักผมก็ได้ตั๋วหนังมาครอบครอง โชคดีในโชคดีรอบที่ผมเลือกมีที่นั่งว่างแถวบน ตอนแรกจะเลือกที่นั่งธรรมดาแต่ปูบังคับซื้อที่นั่งแบบสวีทโซฟาคู่ ผมขัดใจได้ที่ไหนล่ะคนจ่ายเงินย่อมมีอำนาจสูงสุดเสมอใช่ไหมล่ะครับ เสียดายเงินเพราะราคาแพงเว่อ!! 




"ปูอยากกินป๊อบคอร์นรสอะไร?" 


"อะไรก็ได้มึงเลือกเลย" 


"โอเค งั้นปูนั่งรอตรงนี้แป๊ปนะเดี๋ยวโจไปซื้อเอง" 


"อืม.. เอากระเป๋าตังค์ไป อยากกินอะไรก็ซื้อมาล่ะกัน" ^^ 




ผมเดินอารมณ์ดีมายืนต่อแถวซื้อป๊อปคอร์น กลิ่นมันช่างหอมยั่วยวนเหลือเกิน ระหว่างรอคิวผมก็ยืนพิสูจน์กลิ่นไปพลางๆ ว่าจะเลือกรสอะไรดี คนอื่นๆ เริ่มทะยอยเดินเข้าโรงหนังกันแล้วครับ เหลือผมกับผู้หญิงอีกคนที่ยืนรอสั่งอยู่คนละเคาท์เตอร์  




"สวัสดีครับ ลูกค้ารับเป็นชุดไหนดีครับ"  


"เอ่อ... ผมขอเลือกดูก่อนนะครับ" 


"เมนูครับ อยากได้ชุดไหนบอกผมได้เลยนะครับ" พนักงานพูดจาดี ยิ้มก็เก่งแบบนี้เขาเรียกบริการดี 


"งั้นผมเอาป๊อบคอร์นชุดนี้แล้วกันนะครับ" ผมชี้ที่ชุดป๊อบคอร์น 1 ถัง น้ำ 2 แก้ว  


"รับน้ำดื่มกับป๊อบคอร์นรสอะไรดีครับ?" 


"เอาป๊อบคอร์นรสชีสกับเค็มผสมกันแล้วก็น้ำแป๊ปซี่กับสไปรท์ครับ" 


"ได้ครับ ยิ้มเก่งจังเลยน่ะครับ"  


"เอ่อ... ขอบคุณครับ"  




ผมว่าคนที่ยิ้มเก่งน่าจะเป็นพนักงานคนนี้มากกว่านะ คงไม่ใช่ผมหรอกเพราะผมก็ทำตัวปกติดีทุกอย่างนิ 




"วันนี้มาดูหนังเรื่องอะไรเหรอครับ?"  


"เรื่องน้องพี่ที่รักน่ะครับ"  


"เรื่องนี้สนุกดีนะครับ ผมดูแล้วชอบมากเลย"  


"อ่อ.. เหรอครับ ผมก็คิดว่าน่าจะสนุกดี" ตาผมเริ่มมองไปที่ถังป๊อบคอร์น 


"สนุกมากครับ ผมคิดว่าคุณดูแล้วต้องชอบเหมือนผมแน่นอน"  


"อ่อ.. ครับ"  




ถังป๊อบคอร์นที่ผมสั่งไปในที่สุดก็วางอยู่ตรงหน้าผม ตอนนี้ก็เหลือแค่รอน้ำอีกสองแก้วแล้วจ่ายเงิน 




"คุณมาดูกับใครเหรอครับ?" ผมเริ่มรู้สึกว่าเขาถามผมเยอะไปอ่ะ 


"เอ่อ... ผมมาดูกับ..." 


"มาดูกับกูเอง!!"  




ทั้งผมและพนักงานคนนั้นต่างมองไปที่เจ้าของเสียงที่ตอบคำถามแทนผม 




"อ่อ.. มาดูกับพี่ชายนี่เอง"  




ผมนี่แอบกลืนน้ำลายเฮื้อกใหญ่ สายตาดุๆ ที่มองลอดแว่นออกมาทำเอาผมขนลุกซู่กลัวใจแฟนตัวเอง ปูถอดแว่นออกแล้วจ้องมองไปที่พนักงานคนนั้น 




"เอ่อ... คือ... ไม่ใช่พี่ชายหรอกครับ"  


"แฟน!! มาดูหนังกับแฟนมึงมีอะไรจะถามอีกไหม?" 


--!! 


"ปูไม่มีอะไรหรอกแค่พูดคุยกันระหว่างรออ่ะ" ผมจับมือปูไว้แน่น 


"กูเห็นยืนคุยอยู่นานล่ะ ซื้อแค่ป๊อบคอร์นกับน้ำแค่นี้มึงใช้เวลานานขนาดนั้น รีบๆ ตักรีบๆ กดน้ำมันยากรึไง!!" 


"ปูใจเย็นๆ นะ เนี้ยะน้องเขาทำเสร็จพอดี เดี๋ยวโจจ่ายตังค์ก่อนนะ" 



ผมสงสารน้องเขามากอ่ะ คงตกใจน่าดูหน้าซีดไปเลย 



"เท่าไหร่ครับ?" 


"ทั้งหมด 440 บาทครับ" 


"นี่ครับ" ผมรีบหยิบเงินในกระเป๋าส่งให้พนักงานทันที 


"ไม่ต้องทอน!!" รู้ใช่ไหมครับว่าเสียงใคร 



น้องพนักงานอีกคนพยายามจะเดินเข้ามาช่วยเพื่อนแต่พอเจอสายตาปูเข้าไปถึงขั้นต้องเดินถอยหลังกลับทันที 



"เอ่อ.. ไม่ต้องทอนนะครับ" ผมรีบพูดบอกน้องคนนั้น  


"ขอบคุณมากครับ ดูหนังให้สนุกนะครับ"  


"ไปเถอะปู หนังเข้าพอดีเลย"  




ผมรีบหยิบแก้วน้ำสองแก้งยัดใส่มือปูให้ปูถือ ส่วนผมก็ถือถังป๊อบคอร์นแล้วใช้อีกมือดันตัวปูให้เดินออกจากตรงนี้ โอ๊ยยย!! ผมจะบ้าตาย 




"คิดจะจีบแฟนกู สงสัยอยากแดกตีนแทนข้าว หึ!!" 


"เฮ้ย!! ขอโทษด้วยนะครับ" ผมตกใจรีบหันไปพูดขอโทษน้องคนนั้นทันที 


"ไม่เป็นไรครับ" 




อ้าว!! ยิ้มซะงั้น  




"มึงเห็นไหมมันยิ้มให้มึง!!" 


"โอ๊ย!! ไม่ใช่หรอก เขาแค่ยิ้มตามมารยาทน่ะปู ไปดูหนังกัน นะๆ นะปูนะ"  


"แม่งเอ้ย!!" 




ปูเดินไปแบบไม่รอผมเลยอ่ะ ผมหันไปโค้งขอโทษน้องเขาอีกที เพื่อนพนักงานอีกคนเขาเดินเข้ามาน้องเขา ผมรีบหันหลังกลับเพื่อที่จะรีบเดินตามไปให้ทันปู




แต่.... สิ่งที่ผมได้ยินนั้น!




"มึงนี่เอาอีกแล้วนะ จีบแฟนคนอื่นไม่ดูหน้าดูหลังเล๊ยย.. เกือบแดกตีนแฟนเขาแล้วไหมล่ะ" 


"กูจะรู้ไหมล่ะว่าเขามีแฟนแล้ว ก็กูเห็นแล้วชอบนี่หว่าเลยลองดูเผื่อเขาอาจจะชอบกูก็ได้"




ผมนี่อึ้งแดกไปเลยครับ ไม่กล้าหันกลับไปมองน้องคนนั้นอีก ไม่น่าล่ะทำเอาแฟนผมควันออกหูขนาดนั้น ผมนี่โง่จริงๆ เล๊ยย แค่นี้ก็ดูไม่ออก




"ยืนทำอะไรอีก รีบๆ เดินตามมาดิ!!" "ปูรอด้วย" ผมรีบเดินตามปูไปในทันที งานนี้ต้องทำตัวดีๆ หน่อยล่ะ





เราสองคนเดินเข้ามาในโรงหนัง ผมเดินเกาะชายเสื้อปูแล้วเดินตามไป หนังตัวอย่างเริ่มฉายไฟในโรงหนังค่อนข้างมืดเลยมองไม่ค่อยเห็นทาง  




"เดินดีๆ ล่ะ" มือเย็นๆ จับเข้าที่มือผมแล้วจูงมือผมเดินตามไป พอถึงที่นั่งปูก็วางแก้วน้ำทั้งสองแก้วไว้ในที่วางแก้วแล้วนั่งลง 


"ยืนทำไมนั่งลงดิ" ผมรีบนั่งลงตามคำสั่ง แขนซ้ายยังกอดถังป๊อบคอร์นไว้แน่น 


"ปูคือ... โจขอโทษนะ" 


"ชู่! เงียบๆ แล้วดูหนังไป" 




ผมเลยรีบทำตามคำสั่ง นั่งเงียบรอดูหนังที่กำลังจะฉาย แต่มันเงียบเกินไปอ่ะครับ เงียบแบบไม่กล้าหยิบป๊อบคอร์ทเข้าปากเลย ปูนิ่งมากจนผมเริ่มกลัว 




"ปูกินป๊อบคอร์นไหม?" 




ผมขยับเข้าไปไปไกลปูอีกนิดแล้วพูดกระซิบเบาๆ ใจก็เต้นตึกๆ โคตรลุ้นอ่ะ 



… 




เงียบครับ เอาไงดีอ่ะยังโกรธอยู่แน่ๆ เลย




หนังเริ่มฉาย เริ่มมีเสียงหัวเราะดังขึ้นเพราะหนังค่อนข้างตลก ทุกคนในโรงดูเอ็นจอยกับหนังแต่ผมสองคนนั่งเงียบอ่ะ เอาไงดีถ้าเป็นแบบนี้ผมดูหนังไม่รู้เรื่องแน่เลย




เอาไงเอากัน!! ง้อแฟนตัวเองไม่ผิดอะไรนิ 





ผมขยับตัวเข้าไปหาปูอีกนิด เรียกว่าชิดมากอ่ะครับ ถ้าชิดอีกนิดนี่ขึ้นนั่งตักเลยน่ะ "ปูกินป๊อบคอร์นด้วยกันนะ"  ผมไม่รอคำตอบหรอกครับ หยิบป๊อบคอร์นได้รีบจ่อไปที่ปากปูทันที  




"หึ!"  



นี่คือเสียงที่ผมได้ยินก่อนจะโดนฟันคมๆ งับที่นิ้วผมเบาๆ แล้วป๊อบคอร์นก็หายไป ผมยิ้มกว้างทันที





หลังจากนั้นผมก็กินเองบ้าง ป้อนแฟนตัวเองบ้าง บรรยากาศเริ่มดีขึ้น ผมกินไปสักพักก็เริ่มอิ่ม ถังป๊อบคอร์นถูกวางไว้มุมเก้าอี้ทันที เราสองคนเริ่มมีเสียงหัวเราะไปกับความตลกของพี่ชายจอมป่วนที่มีน้องสาวสุดเนียบ มือผมถูกอีกมือกุมเอาไว้ให้คลายหนาว ถึงฉากดราม่าพี่น้องทำเอาผมน้ำตาคลอเลยครับ ไม่คิดว่าหนังพี่น้องจะทำได้ดีขนาดนี้ มีหลายฉากที่ผมแอบเช็ดน้ำตาตามเลย นักแสดงสื่อความรู้สึกออกมาได้ดีมากจริงๆ พีคสุดคือฉากสุดท้ายก่อนจบทำเอาผมน้ำตาไหลพรากจนปูแอบขำผม กว่าหนังจะจบผมเสียน้ำตาไปกี่ลิตรก็ไม่รู้ หนังดีมากเลยครับขนาดผมเป็นผู้ชายยังแอบร้องไห้ตามเลย




… 




"ตาแดงหมดแล้ว" 


"เห็นชัดขนาดนั้นเลยเหรอ?" ผมรีบถามปูทันที 


"บวมเลยเหอะ ร้องไห้อะไรขนาดนั้น หึหึ" 


"ก็หนังมันเศร้านิ" 


"ไปล้างหน้าในห้องน้ำไป" 


"อืม... ปูรอแป๊ปนะ"  


"เดี๋ยว!!"  


"อะไรอ่ะ?" 


"กูเข้าไปด้วย"






หลังจากเราดูหนังเสร็จปูก็ขับรถพาผมกลับคอนโด ระหว่างทางผมโดนล้อเรื่องร้องไห้ไม่หยุด เรื่องตลกของปูแต่กลายเป็นเรื่องเศร้าของผม แต่ก็ดีนะอย่างน้อยปูก็อารมณ์ดีแล้ว คงเลิกโกรธผมแล้วมั้ง








"ปูอาบน้ำเลยไหมเดี๋ยวโจจะเตรียมชุดให้" ตอนนี้เราอยู่ในห้องนอนแล้วครับ  


"มานี่ดิ" ผมเดินเข้าไปให้ปูอย่างว่าง่าย ปูนั่งอยู่บนที่นอนสายตาปูมองจ้องมาที่ผม 


"มีอะไรเหรอ?" 



หมับ!! 


ปูกอดเอวผมไว้แน่นก่อนจะซุกหน้าลงที่หน้าท้องผม 




"วันนี้มึงทำกูหึงจนควันออกหูเลยรู้ตัวใช่ไหม?" ปูเงยหน้าขึ้นมาพูดกับผม 


"ไม่รู้มั้ง ปูโวยวายใสน้องเขาขนาดนั้น" ผมตอบยิ้มๆ 


"หึ!! รู้แล้วยังทำอีก" 


"ปูอ่ะคิดมาก น้องเขาไม่ได้คิดอะไรกับโจสักหน่อย เขาแค่คุยกับลูกค้าปกตินั่นแหละ" ผมยิ้มแล้วลูบไล้ที่แก้มของปูเบาๆ  


"ยังจะเข้าข้างมันอีก ดูก็รู้ว่ามันจะจีบมึง คนปกติที่ไหนถามเยอะแยะขนาดนี้ล่ะ กูไปซื้อทีไรเขาก็แค่ถามเอาป๊อบคอร์นรสอะไร น้ำอะไรก็แต่นั้นไหม นี่อะไรวะถามมาได้ไงว่ามึงมากับใคร เสือกเก่ง!!" 



ผมนี่เถียงไม่ได้เลยเพราะผมก็แอบรู้สึกนิดๆ เหมือนกันครับ พอได้ยินน้องเขาพูดกับเพื่อนเท่านั้นแหละผมเพิ่งรู้ตัวว่าผมนี่โง่จริงๆ ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ผมคงจะแค่ยิ้มๆ ไม่ตอบโต้มากขนาดนี้หรอก  



"ปูยังโกรธโจอยู่รึเปล่า?" 


"แล้วถ้ากูบอกว่ายังโกรธอยู่มึงจะทำยังไง?" ผมนั่งลงข้างๆ ปูก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ 


"ปูก็รู้ว่าโจไม่ได้ตั้งใจ โจไม่มีทางชอบเขาอยู่แล้วปูก็รู้นิ แฟนโจนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคนโจจะไปชอบคนอื่นได้ยังไงล่ะ" 



ฟอดดด.... 



"เข้าใจพูดนะมึง" 


"พูดจริงๆ ครับ วันนี้โจดีใจนะที่ปูบอกคนอื่นที่ไม่รู้จักว่าโจเป็นแฟนปู ขอบคุณนะ" 


"ไม่เห็นแปลกตรงไหน มึงแฟนกู ถ้ามีคนสงสัยหรืออยากรู้ว่ามึงกับกูเป็นอะไรกันกูก็พร้อมที่จะบอกทุกคนว่าเราเป็นอะไรกัน ถึงคำตอบของกูมันจะทำให้มึงอายคนอื่นแต่กูก็เลือกที่จะพูดว่ามึงคือคนของกูเพราะกูไม่อยากให้ใครเข้ามาใกล้มึง กูหวง" 


"ขอบคุณนะ ต่อไปโจจะไม่อายอีกแล้วล่ะ ปูจะบอกใครต่อใครว่าโจเป็นแฟนของปูโจก็จะไม่อายแล้วครับ ดีใจด้วยซ้ำไป" 


"พูดจริง?" 


"อืม... จริงซิ" 


"มากอดทีดิ"  ปูรวบตัวผมเข้าไปกอด ผมก็กอดตอบด้วยความยินดี 


"ต่อไปปูจะหึงจะหวงโจก็ยินดีนะ โจแค่ขอให้ปูใจเย็นขึ้นอีกนิดนึงก็พอครับ โจไม่อยากให้ปูมีเรื่องกับคนอื่น ถ้าเกิดมีเรื่องกันขึ้นมาจริงๆ โจกลัวว่าปูจะพลั้งมือทำอะไรรุนแรงลงไปแล้วทิ้งโจไว้คนเดียวโจจะทำยังไงล่ะ โจไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว" 


"กูไม่มีวันทิ้งมึงหรอกน่า"  


"งั้นสัญญาก่อน" 


"อืมๆ สัญญา" 


"โจรักปูนะ สัญญาแล้วนะทำให้ได้ล่ะ" 


"อืม... กูจะรักษาสัญญาเท่าชีวิตกูเลย" 


"ขอบคุณนะ" 




ผมรู้ว่าปูจะทำตามที่ให้สัญญากับผม ผมเชื่อแบบนั้น การกระทำและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่เราคบกันใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มันทำให้ผมเชื่อมั่นในคำพูดทุกคำที่ปูพูดกับผม เราดูแลซึ้งกันและกัน เราเข้าใจกันมากขึ้น ผมเลยเลือกที่จะเชื่อใจคนรักของผมเพราะเราคือครอบครัว





รักนะครับ...




TBC.

ทำไมเรารู้สึกอิจฉาพี่โจล่ะ 5555+  ปล. อ่านแล้วฝากเม้นให้กำลังใจคนเขียนด้วยนะคะ เลิฟๆ น้า...



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}