ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 6: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] หน้ากากนางเอก 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 6: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] หน้ากากนางเอก 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.7k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2561 01:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 6: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] หน้ากากนางเอก 100%
แบบอักษร


HATE LOVE 6: หน้ากากนางเอก

​บริษัท NIRINCHA....


ภัทธิรา​กำลังนั่งเลือกคอนเซปในการถ่ายโฆษณาสินค้าของบริษัทจนเวลาล่วงเลยไปเกือบจะตะวันตกดินเสียแล้ว หญิงสาวยังคงนั่งทำงานอยู่คนเดียวด้วยความคร่ำเคร่ง ตอนนี้เธอกำลังเครียดเรื่องการหานางแบบมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าของเธอต่างหาก ลิลียา...นางเอกแถวหน้าของเมืองไทยซึ่งปกติแล้วจะเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์เครื่องสำอางมาเป็นเวลาหลายปีจู่ๆก็มาฉีกสัญญาไปเสีย 


แกร็กๆ....


"จ๊ะเอ๋! พี่สาวคนสวย รอนานไหมครับ?" ภัทธิราเงยหน้าขึ้นมองแขกที่เข้ามาเยือนพลันทำหน้ามุ่ยลง ภิชญ์เห็นดังนั้นก็รู้ถึงความผิดของตัวเองในทันทีที่มาช้ากว่าเวลานัดถึงสองชั่วโมง "อย่าทำหน้าเป็นพี่ภาคย์อีกคนสิครับ แค่นี้ผมก็รู้สึกผิดจะแย่"


"พี่ไม่มีอารมณ์มาเล่นหรอกนะภิชญ์ ตอนนี้คู่แข่งตีตลาดแซงหน้ากันไปเยอะแล้วทางเรายังหานางแบบกับพรีเซ็นเตอร์ไม่ได้เลย" ใบหน้าสวยหวานมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด "ทำหน้าทะเล้นอยู่ได้ พี่จริงจังนะภิชญ์"


"คิดไว้อยู่แล้วว่าพี่ภัทรต้องเป็นแบบนี้ เอาเป็นว่าผมมีอีกคนที่จะนำเสนอ...ผมรับรองว่าคนนี้มาเป็นนางแบบให้เรานะจะปังยิ่งกว่ายัยนางเอกนั่นแน่นอน"


"ใคร? ดารานางแบบดังๆบริษัทอื่นก็จองคิวไปหมดแล้ว"


ภิชญ์ยิ้มพร้อมกับเดินไปนั่งยังโซฟารับแขก ร่างสูงวางกระเป๋ากล้องลงข้างๆตัวพลันเอนหลังแนบไปกับพนักของโซฟานุ่ม "ก็...น้องไออุ่นไง ตอนนี้ผมให้แม่ลองไปช่วยคุยให้ ถ้าได้น้องไออุ่นมาเป็นแบบให้นะยังไงก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บางทีเราไม่จำเป็นจะต้องไปตามกระแสดาราพวกนั้นหรอก แค่นางแบบของเราน่ารักๆ สวยๆ ขาวๆ หุ่นดีๆ ยังไงพวกผู้ชายก็ยังอยากจะซื้อไปให้เมียใช้เลย"


ภัทรธิราหัวเราะตามคำพูดทีเล่นทีจริงขิงน้องชายเธอ ไม่คิดว่าผู้ชายอินดี้อย่างภิชญ์จะมาออกความคิดเห็นทางการตลาดให้กับเธอ "จะพูดอะไรก็เกรงใจภาคย์บ้างนะ เดี๋ยวจะหึงจนเป็นเรื่องเข้า"


ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น เขาหยิบกล้องออกมาเปิดดูรูปภาพที่ถ่ายเอาไว้ในวันนี้ "ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นหรอก พี่ภาคย์ยอมก็เพราะว่าพ่อบังคับไม่ได้เต็มใจหรือสนใจน้องไออุ่นเลยสักนิด ผมน่ะดูออกน่า...หมั้นๆไปเดี๋ยวพอเริ่มลงตัวพี่ภาคย์คงถอนหมั้นเองล่ะ ฉะนั้นผมมีสิทธิ์"


"อย่าบอกนะว่าเรา...."


ภิชญ์ยิ้มและไม่ยอมตอบอะไรออกมา ภัทธิราถอนหายใจอย่างหนักหน่วงพลางคิดไปว่าอีกไม่นานคงได้มีศึกชิงนางระหว่างพี่น้องกันแน่ๆ ข้างในได้แต่หวังว่าภิชญ์จะพูดเล่น เมื่อมองเข้าไปในแววตาแล้วกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย น่าแปลกที่ปกติแล้วภิชญ์จะไม่คิดจริงจังกับใครอยู่แล้วแต่ทำไมกับอินทุกรที่เพิ่งจะเจอกันได้ไม่นานเขาถึงสนใจอยู่มาก


เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่....


######


​ร้าน DDM GEMS....

ปวันเดินยิ้มเข้ามาทักทายสองหนุ่มสาวที่กำลังจะมีงานมงคลขึ้นในเร็วๆนี้อีกครั้ง แน่นอนว่าเขาก็ต้องหน้าเสียเมื่อเห็นสายตาคมกริบของภาคย์ที่ดูจะไม่อยากเป็นมิตรเสียเท่าไหร่ "ผมอยากเจอคุณภาคย์มานานแล้วล่ะครับ เอมบอกว่าคุณเป็นคนเก่งมากเลยอยากจะขอคำแนะนำเรื่องแนวทางธุรกิจบ้าง จริงๆผมก็เพิ่งมาบริหารแทนคุณพ่อน่ะครับจะว่ามือใหม่ก็ได้"


"หึ จริงๆแล้วคำแนะนำมันไม่มีประโยชน์อะไรนักหรอก จะดีไม่ดีมันก็ขึ้นอยู่กับคนบริหาร...ถ้าสินค้าดีจริงๆ แพงแค่ไหนคนก็อยากซื้อ" หนุ่มมาดนิ่งชำเลืองสายตาไปที่สองสาวพี่น้องที่นั่งอยู่ไม่ไกล มุมปากหยักยิ้มขึ้นเชิงเย้ยหยันก็ไม่ปาน "น่าแปลกที่สินค้าบางอย่างมีตำหนิมากมาย แต่บางคนกลับไม่เห็นและซื้อมันด้วยราคาที่สูงกว่าคุณค่า"


"หมายถึงอะไรครับ?" ปวันไม่เข้าใจในความหมายที่เขาสื่อจึงได้ถามย้นกลับไป


ภาคย์ส่ายหัวเบาๆ "ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็แค่พูดเปรียบเปรยไปเท่านั้นเอง" ปวันแม้ว่าจะไม่เข้าใจแต่ก็พยักหน้ารับเอาไว้ อาจจะเป็นแนวคิดในการทำธุรกิจให้กับเขาก็ได้ ไม่นานการเลือกแหวนหมั้นก็เสร็จสิ้นเพราะได้สิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อนำไปใช้ในวันงานเรียบร้อยแล้ว


อินทุกรเดินควงแขนอัศนัยผู้เป็นพ่อออกมาด้านหน้าร้านด้วยสีหน้าหม่นหมอง "ลูกสาวพ่อไม่ค่อยร่าเริงเลยนะ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?"


"เปล่าค่ะ อุ่นแค่คิดถึงบ้าน อุ่นอยากอยู่กับคุณพ่อแล้วก็ป้าจิตร..." อินทุกรตอบไปตามความรู้สึกแม้จะพูดออไปไม่หมดก็ตาม


"แหม! คิดถึงแค่คุณพ่อ แล้วคุณแม่ล่ะ...ไม่คิดถึงหรือยังไง" อัญชนาเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างสนทนา "เป็นเด็กดีต้องกตัญญูให้ครบทุกคนที่เลี้ยงดูมานะจ๊ะ"


"พูดอะไรน่ะชะเอม!!" อัศนัยกดเสียงต่ำลงในทันีที่ได้ยิน


"เอมก็แค่แนะแนวทางให้น้องก็แค่นั้นเองล่ะค่ะ อ่อ...ช่วงนี้เอมกำลังสนใจทำธุรกิจใหม่เป็นของตัวเอง อาจจะไม่ได้เข้าไปช่วยงานที่โรงแรมนะคะ แต่ถ้าคุณพ่อพิจารณาตำแหน่งรองประธานให้เอมล่ะก็..."


"ลืมไปแล้วหรือยังไงว่าคนที่มีสิทธิ์พิจารณาเลื่อนตำแหน่งในตอนนี้เป็นใคร!" ภาคิณเดินตามหลังมาจึงได้ยินทุกอย่างพอดี "ก็ไม่ได้อยากจะย้ำอะไรนักหรอก แต่ถ้าเรียกร้องมากเกินไปก็ควรจะรู้ด้วยว่าฐานะของตัวเองสามารถเรียกร้องได้แค่ไหน"


อินทุกรมองเพื่อนของพ่อตาไม่กระพริบ ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าตอนนี้ที่บ้านของเธอนั้นกำลังประสบปัญหาอะไรอยู่ แต่ที่ภาคิณพูดมานั้นก็ชวนให้แปลกใจอยู่ไม่น้อย อัศนัยโอบไหล่ของเธอเอาไว้แน่นราวกับว่ากำลังเบี่ยงเบนความสนใจของเธอเสียอย่างนั้น


อัญชญายกยิ้มตามเรียวปาก "เอมก็แค่ลิมไปครู่ชั่วคราวค่ะ เดินทางปลอดภัยทุกคนนะคะ" พูดจบร่างระหงก็ปลีกตัวออกมาจากวงสนทนาในทันที เธอเดินผ่านผ่านภาคย์ที่เดินสวนออกมาปลายนิ้วเรียวยกขึ้นสัมผัสแขนของเขาพร้อมปรายตาหยาดเยิ้มมอง ภาคย์ยกแขนขึ้นแล้วปัดบริเวณที่ถูกสัมผัสออกเบาๆราวกับว่ามันเปื้อนคราบสกปรกอะไรบางอย่าง เขาแสดงออกอย่างชัดเจนจนอัญชนาหน้าชาไปครึ่งซีก


ทำเป็นรังเกียจไปเถอะ ...


"เอม !"


เฮือก !!!


"ตกใจอะไรขนาดนั้นครับ" ปวันยิ้ม "แม่ผมเพิ่งโทรมา ท่านอยากให้เราไปทานข้าวกันที่บ้านใหญ่ รีบกลับกันดีกว่านะเดี๋ยวท่านจะรอนาน"


"บ้านใหญ่ รวมกับพวกๆป้าๆของคุณน่ะหรอคะ? วันๆคุยกันแต่เรื่องสมัยสาวๆ น่าเบื่อ!!"


"เอม! ทุกคนรักและก็เอ็นดูเอมมากนะ ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ"


อัญชนาถอนหายใจเบื่อหน่ายพร้อมเหวี่ยงสายตามองสามีของตัว "ไปเดี๋ยวแม่คุณก็ถามว่าเมื่อไหร่จะมีลูก เอมเบื่อที่จะบอกว่าเอมยังไม่พร้อมแล้วล่ะค่ะ เอาเป็นว่าวันนี้เอมจะไปก็ได้แต่คุณก็อย่าลืมบอกแม่คุณและป้าๆด้วยนะคะ เอมขี้เกียจหาเหตุผลว่าทำไมเอมถึงยังไม่อยากมีลูก" พูดจบก็เดินไปหยิบกระเป๋าใบหรูของตัวเองในทันที "เอมไปรอที่รถนะคะ"


ปวันมองตามแล้วส่ายหัว เขาพยายามคิดในแง่ดีว่าตอนนี้อาจจะเป็นช่วงวันนั้นของเดือนของภรรยาเขาก็ได้ อารมณ์ผู้หญิงในช่วงวันนั้นก็มักจะขึ้นๆลงๆแบบนี้แหละ หลังจากที่จัดการงานที่ร้านเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วเขาก็เดินออกมาแล้วลงไปยังลานจอดรถทันที ในระหว่างที่กำลังก้มหน้ากดโทรศัพท์อยู่นั้นเลยไม่ได้มองทางหน้าจนกระทั่งเดินไปกระแทกกับใครบางคนที่เดินสวนมา


ตุบ!!


โอ๊ย !!


"ขอโทษครับ เป็นอะไรหรือเปล่า?" ชายหนุ่มรีบเข้าไปช่วยพยุงร่างหญิงสาวที่สวมชุดนักศึกษาตรงหน้าเอาไว้ "น้อง...เด็กพาร์ทไทม์ร้านอาหารใช่ไหม?"


กันตาใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับตั้งหลักตัวเอง "คุณ จำหนูได้หรอคะ?"


"จำได้สิ ภรราผมดุใส่ใครผมจำได้ทั้งนั้นแหละ ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม?"


กันตาส่ายหัวเป็นการให้คำตอบ "ขอโทษด้วยนะคะเรื่องวันนั้น หนูไม่ระวังเองค่ะ"


ปวันยิ้ม "ช่างมันเถอะครับ ไม่เป็นไรก็ดีแล้วล่ะ ผมขอตัวก่อนนะ" ชายหนุ่มรับไหว้กันตาก่อนจะรีบเดินออกจากพื้นที่ตรงนั้นด้วยความเร่งรีบ 


กันตามองตามจนร่างสูงลับสายตาของเธอไป ถ้าผู้ชายคนทั้งโลกมีนิสัยได้สักครึ่งหนึ่งของเขาโลกนี้ก็คงจะน่าอยู่มากกว่านี้อีกเยอะ หญิงสาวยืนนิ่งได้ไม่นานก็ต้องสะดุ้งเบาๆเมื่อจู่ๆก้มีสายโทรศัพท์เข้ามา


"ฮัลโหลไออุ่น....ได้จ้ะ กันย์เลิกงานแล้วล่ะ....โอเค เจอกันที่คอนโดของไออุ่นนะ"


#####


วันนี้ทั้งวันเป็นอะไรที่อินทุกรรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าพอเสร็จจากธุระแล้วภาคิณจึงสั่งให้ภาคย์มาส่งเธอยังคอนโดที่พักอาศัย ตอนอยู่ที่อังกฤษเธอก็รู้สึกโดดเดี่ยวมากพออยู่แล้วเพราะป้าที่มาขอให้เธอไปอยู่ด้วยนั้นจริงๆแล้วไม่ได้เหงาอะไรหรอก แต่แค่ให้เธออยู่ไว้คออยใช้งานก็เท่านั้น เงินที่อัศนัยส่งให้และหวังว่าลูกสาวจะได้เรียนในโรงเรียนชั้นนำของประเทศซึ่งอันที่จริงไม่ได้เป็นแบบนั้น ป้าของอินทุกรส่งให้เธอเข้าเรียนก็จริงแต่เป็นเพียงโรงเรียนรัฐบาลแถมยังยักยอกเงินส่วนตัวของเธอออกไปใช้เสียอีก อัศนัยรู้เรื่องนี้เข้าจึงให้เธอย้ายกลับมาและหวังว่ากลับมาที่ไทยว่าจะได้อยู่กับครอบครัวแต่ก็โดนจับแยกมาเสียนี่ 


อะไรมันจะรู้สึกรันทดขนาดนี้นะ...


"เหม่ออะไรอยู่ได้?" ภาคย์ถามคนที่เดินนำมาถึงหน้าประตูห้องแต่ไม่ยอมแตะคีย์การ์ดเสียที


อินทุกรสะดุ้งเล็กน้อย "เปล่าค่ะ" ติ๊ดๆ แกร็ก... หญิงสาวเปิดประตูห้องออกช้าๆท่ากลางแสงสลัวยามเย็น "ขอบคุณที่มาส่งค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ"


ปึก ! ในช่วงที่กำลังจะปิดปนะตู ภาคย์ใช้แขนเข้ามากันช่องว่างของประตูทำเอาหญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "พี่ภาคย์!!!"


"ลืมของไว้ข้างใน ขอเข้าไปเอาของหน่อย"


"เดี๋ยวอุ่นไปเอาให้ก็ได้ค่ะ"


"ไม่ต้อง เดี๋ยวพี่ไปหาเอง"


พี่!?


เขาเป็นอะไรหรือเปล่านะ ทั้งๆที่เมื่อช่วงบ่ายที่ยังมีท่าทีดูไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับเธอเสียเท่าไหร่แล้วทำไมถึงพูดจาด้วยคำที่สุภาพ แต่ก็คงไม่แปลกใจมากเท่าไหร่นักหรอกเพราะว่าเขาก็ยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉยเช่นเคย


"จะเปิดได้หรือยัง?"


"ค่ะ" อินทุกรจนใจจึงเปิดประตูให้ชายหนุ่มเข้ามา ภายในห้องเริ่มมีแสงสว่างเมื่อไฟนีออนถูกเปิดขึ้น ภาคย์เดินหายเข้าไปในห้องนอนของเธอไม่นานก็เดินกลับออกมาพร้อมกับบางสิ่งบางอย่าง ทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไรแต่พอได้เห็นใกล้ๆอินทุกรก็นั่งไม่ติดทันที "นั่นมันตารางเรียนของอุ่นนะคะ !!"


ภาคย์มองสิ่งของในมือสลับกับใบหน้าของเธอ "ก็ใช่! แล้วมีอะไรหรอ?"


"พี่ภาคย์จะเอาไปทำไมคะ? แล้วของที่ลืมไว้หาเจอแล้วหรือยัง" 


"ของที่ลืมก็คือของที่ตั้งใจจะมาเอา เลิกกี่โมงเรียนกี่โมงจะได้ไม่ต้องไลน์ถาม" เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวร่างเล็กๆเอาไว้ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนใบหน้าไปใกล้ๆ อินทุกรรู้สึกใจเต้านครมครามราวกับว่ามันจะทะลุออกมาจากอก หญิงสาวหลับตาปี๋โดยที่ไม่คิดจะสบตาเขาเลยสักนิด "ขอโทษ เรื่องวันนี้"


"คะ อะไรนะคะ?" เสียงหวานตอบกลับโดยไม่ลืมตา


"บอกว่าขอโทษ ได้ยินหรือยัง" เสียงทุ้มเอ่ยถามเบาๆ "อยากรู้อะไรก็ลองถามมา ถ้าพอจะตอบได้ก็จะตอบให้"


"..."


"ไออุ่น..."


แกร็กๆ...


"โทษทีนะจ๊ะที่กันย์เปิดเข้ามาโดยไม่เคาะ ประตูมันไม่ได้ล็อกน่ะ ว๊าย !!! ขะ ขอโทษค่ะ...ไม่รู้ว่าคุณภาคย์อยู่ด้วย" กันตาที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ที่จะใช้ทำรายงานเปิดประตูเข้ามาโดยไม่ได้มองดูเบื้องหน้าก่อน พอได้เห็นสายตาของสองคนในห้องที่มองมาพร้อมกันก็ตกใจอยู่ไม่น้อยจึงรีบกล่าวขออภัยทันที


"มะ ไม่เป็นไรหรอกกันย์ พี่ภาคย์กำลังจะกลับพอดี" อินทุกรเดินเลี่ยงไปทางด้านซ้ายเพื่อช่วยกันตาถือของเข้ามา "กันตามาแล้ว พี่ภาคย์...กลับบ้านดีๆนะคะ"


แบบนี้เขาเรียกว่าไล่กันทางอ้อมสินะ...ภาคย์ยืดตัวขึ้นพร้อมสูดหายใจเข้า เขาพยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินออกจากคอนโดแห่งนี้ไปเงียบๆตามสไตล์ ตั้งแต่ถูกวาณิริณตำหนิที่ร้านของปวันเป็นต้นมาเขาก็ได้แต่ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ควรแจะแยกแยะ แม่ของเขาพูดถูกเพราะคนเราในโลกใบนี้ไม่มีใครเหมือนใครทั้งนั้น แต่ก่อนที่ประตูห้องจะปิดลงเขาก็ได้รับข้อความบางอย่างจากอัศนัย


​อาอ้น: พรุ่งนี้เช้าอาขอรบกวนเวลาของภาคย์สักนิดได้ไหม?

เขายังไม่ได้ตอบกลับในทันที ตอนนี้เหมือนชีวติของเขามีอะไรจะต้องคิดอยู่ตลอดเวลา ถ้าเทียบกับการทำงานแล้วความรู้สึกในตอนนี้มันเหนื่อยกว่ากันเยอะ แปลกที่จู่ๆหัวใจมันก็เต้นเร็วขึ้นมาเสียอย่างนั้นทันทีที่นึกถึงใบหน้าที่พวกแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อของอินทุกรเมื่อสักครู่


เขาคงจะแค่กำลังรู้สึกผิดที่ทำเรื่องแบบนั้นกับเธอลงไปก็เท่านั้นล่ะมั้ง...


วันต่อมา...


​โรงแรม Voruntiana...

ภาคย์สวมชุดสูทสีดำดูเนียบไปทั้งตัวนั่งอ่านเอกสารที่เลขาของเขาส่งรายงานมาให้เมื่อสักครู่ .ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อได้อ่านเนื้อความอย่างละเอียด บัญชีของโรงแรมแห่งนี้มีความผิดปกติมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่แล้วโดยที่อัศนัยไม่รู้ตัวเลยเสียด้วยซ้ำ เอกสารการเบิกถอนถูกทำสำเนาได้อย่างแนบเนียนหากว่านำมาอ่านให้ละเอียดและเปรียบเทียบกันดีๆก็คงไม่เห็นความแตกต่าง


นี่คงเป็นสิ่งแรกที่เขาไขปริศนาที่ภาคิณสร้างเอาไว้ให้ได้...


ก็อกๆ 


"คุณอัศนัยมาแล้วครับ" ธกฤตเปิดประตูเข้ามาเพื่อที่จะรายงานเจ้านาย ภาคย์พยักหน้ารับเขาจึงเปิดประตูกว้างเชิญอัศนับเข้ามาด้านในทันที


"อาคงไม่มารบกวนเรามากเกินไปใช่ไหม?" ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ในที่ที่เคยเป็นของเขา


"ไม่หรอกครับ ว่าแต่อามีเรื่องอะไรจะคุยกับผมหรอครับ?"


อัศนัยถอนหายใจเบาๆ "ภาคย์เองก็รู้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับอาตอนนี้ อาจะไม่อ้อมค้อมเลยก็แล้วกัน อันที่จริงก่อนที่ภาคย์จะมาซื้อหุ้นของที่นี่อาก็พอจะสงสัยใครบางคนเอาไว้อยู่แล้ว แต่ที่จัดการอะไรไม่ได้ก็เพราะว่าหาหลักฐานที่ชัดเจนไม่ได้เลย"


"ผมรู้ครับ พ่อถึงให้ผมมาอยู่แทนอาตรงนี้ชั่วคราว" ตาคมมองคนที่นั่งตรงหน้าด้วยแววตาครุ่นคิด "อาคงไม่ได้มาแค่ระบายความรู้สึกหรอกใช่ไหมครับ?"


อััศนัยพยักหน้าเบาๆ "ที่อาจะบอกก็คือไม่ว่าหลังจากนี้จะเป็นแบบไหน อาเองก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานหรือไม่ ที่อาเป็นห่วงมากที่สุดก็คือไออุ่น" ชายวัยกลางคนก้มหน้าลงแล้วมือมือของตัวเองเอาไว้แน่น ท่าทีของเขาทำเอาภาคย์ต้องแปลกใจอยู่ไม่น้อย "อาไม่เหลือที่พึ่งตรงไหนแล้วนอกจากภาคย์ ไออุ่นเหมือนตัวคนเดียวมาตั้งแต่เกิด อาเองก็คิดผิดที่ส่งไปอยู่อังกฤษก็หวังว่าคนที่นั่นจะดูแลเป็นอย่างดี แต่ไม่เลย...อาเพิ่งมาพบเจอกับตัวเองถึงเพิ่งจะเข้าใจโลกนี้ และมีอีกอย่างที่อาเก็บมันเอาไว้มานานหลายปีจนตอนนี้คิดว่าควรจะบอกให้ภาคย์ได้รับรู้เสียยังดีกว่า"


"หมายความว่ายังไงครับ?"


อัศนัยมองแววตาอันแน่วแน่ของชายหนุ่มตรงหน้าแล้วตัดสินใจพูดสิ่งที่สำคัญที่สุดออกไป อย่างน้อยๆมีบางคนได้รับรู้บ้างแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาเป็นอย่างมาก


นี่แหละนะที่เขาว่า...มีอะไรก็ควรพูดออกไปตามตรง...


#####


​มหาวิทยาลัย....

อินทุกรพร้อมด้วยกันตาและนุชรีย์เดินออกมาจากอาคารเอนกประสงค์ที่รุ่นพี่ปีสี่นัดไปเพื่อคัดเลือกตัวแทนผู้ถือป้ายงานกีฬาของมหาวิทยาลัย สรุปสุดท้ายแล้วคนที่ได้ไปครอบครองก็คืออินทุกรที่ได้รับผลโหวตอย่างล้นหลามนั่นเอง นุชรีย์เดินมุ่ยหน้าไม่สบอารมณ์กับใครทั้งนั้นในเวลานี้ 


เธอหวังจะได้เป็นดาวเด่นอีกครั้ง แต่ทำไมถึงพลาดไปเสียได้!! พลาดไปให้กับคนที่เพิ่งจะย้ายมาใหม่เสียด้วย


"เป็นอะไรหรอนุช ทำหน้าเหมือนโกรธใครมา" กันตาถามทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอก


"จะต้องให้พูดอีกหรือไง ฉันหวังเอาไว้มาก!! ฉันน่ะหน้ากากนางเอกนะ...ก่อนจะจบออกจากที่นี่ฉันจะต้องดีครบทุกด้าน ไม่อย่างงั้นสังคมข้างนอกจะมองว่าฉันไม่เอาถ่าน" เสียงของนุชรีย์ดังขึ้นตามลำดับของอารมณ์ "แต่ดันมีคนมาชิงตัดหน้าไปซะได้"


"ถ้านุชอยากทำงานนี้ เดี๋ยวอุ่นไปบอกอาจารย์ให้ก็ได้" อินทุกรเองก็เริ่มไม่ชอบใจในท่าทีของนุชรีย์ที่คอยจิกกัดเธอมาตั้งแต่ข้างใน ตัดความรำคาญออกไปเสียจะดีกว่า


"โอ๊ย! ขืนเธอไปเดี๋ยวคนก็หาว่าฉันเป็นนางร้ายน่ะสิ ไม่ต้องมาสวมหน้ากากนางเอกทำเป็นเสียสละหรอก น่ารำคาญ!!"


"นุช! อุ่นไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้นุชไม่พอใจหรอกนะ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่พูดๆมาก็ขอโทษด้วย อุ่นก็เป็นแบบนี้ไม่ได้สวมหน้ากากนางเอกอะไรแบบที่ว่านั่นหรอก" อินทุกรโต้ตอบกลับหลังจากที่พยายามนิ่งมานาน 


"เธอก็พูดได้นี่ ตอนนี้เธอได้ไปครบทุกอย่าง คะแนนโหวตเธอก็ได้มากกว่าดาวมหา'ลัย เชียร์ลีดเดอร์ก็เป็นเธอ คนถือป้ายมหาวิทยาลัยก้เป็นเธอ จะไปเหลือพื้นที่ว่างให้ฉันไปปยืนได้ยังไง!!"


เคร้ง !!!


"ว๊าย!! นี่!! ไม่เห็นหรือยังไงว่าคนเขาคุยกันอยู่ เสียมารยาท!!" นุชรีย์ตวาดลั่นใส่นักศึกษาสาวที่โยนถาดอลูมิเนียมเข้ามา ท่ายืนของเธอนั้นดูห้าวเกินใบหน้าน่ารักไปเสียนี่


"กับคนที่ขี้อิจฉา ฉันว่าก็ไม่ได้เสียมารยาทตรงไหนนี่" หญิงสาวเชิดหน้าแล้วยักคิ้วให้ เธอหนไปยิ้มบางๆให้กับอินทุกรก่อนจะเดินไปเก็บถาดที่โยนไป "ทำตัวแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่มีใครคบหรอก"


"นังนี่ !!!"


"ภิชา !!!" เสียงทุ้มอันคุ้นหูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ อินทุกรมองไปตามเจ้าของเสียงก็เห็นภาคย์ยืนเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อสูทอยู่ไม่ไกล "ไม่เข้าเรียนหรือยังไง?"


"วันนี้ภิชาเรียนเสร็จแล้วค่ะ มานั่งรอเพื่อนเลยได้ยินคนขี้อิจฉาบางคนกำลังตีโพยตีพายใส่แฟนพี่ภาคย์อยู่" แน่นอนว่าสาวน้อยคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือภิชาภัส...น้องนุชสุดท้องของบ้านรัตนโยธินและเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของภากรกับวาณิชา 


ภาคย์เดินเข้าไปยีผมบของเธอจนยุ่งเหยิง "แสบนักนะเรา ว่างๆก็กลับไปบ้านบ้างนะ ย่ากับป้าเราบ่นคิดถึงอยู่"


สามสาวที่ยืนอยู่ต่างพากันนิ่งงัน นุชรียืที่อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วก็เดินกระแทกเท้าแยกตัวออกไปโดยไม่บอกไม่กล่าว อินทุกรได้แต่ถอนหายใจหนักๆก่อนจะหันไปทางภิชาภัส "ขอบใจนะ แต่จริงๆแล้วไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้"


"แค่นี้ยังน้อยไป ภิชากับยัยนั้นตบตีกันตั้งแต่เข้าปีหนึ่งแล้ว" ภิชาภัสเดินเข้าไปแล้วใช้สายตาสำรวจด้วยรอยยิ้ม "กันตา!! นี่จำภิชาไม่ได้จริงๆหรอ?"


"เอ๋!? ก็คุ้นๆอยู่นะ" กันตาตอบกลับด้วยความงุนงง


"ช่างเหอะๆ พี่ภาคย์คะ ภิชาอยากกินชาบูเราไปกันนะ พาแฟนพี่ภาคย์ไปด้วย"


อินทุกรยังไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้นเสียเท่าไหร่ ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับภาคย์นะถึงได้ดูสนิทสนมกันขนาดนี้ แม้จะขอบใจที่เธอเข้ามาขัดจังหวะก่อนที่จะเป็นเรื่องใหญ่แต่เธอกลับรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์กับการที่ภิชาภัสสามารถจับือถือแขนโดยที่ภาคย์ไม่ว่าสักคำ


แม้จะเรียกเธอว่าแฟนพี่ภาคย์ก็ตามที....

____________________________________________________ 100% __________________________________________________________


มาครบแล้วจ๊าา แต่ว่าจะมาบ่อยๆนะคะ

สาวน้อยจอมแสบปรากฏตัวแล้ววว

รีดเดอร์อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนน๊าาา

เจอกันตอนต่อไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}