วไลกร/ชาล็อต
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับดาว+กุญแจ+เหรียญ ที่สนับสนุนวไลกรนะคะ : )

ชีวิตอับจนหนทาง-2

ชื่อตอน : ชีวิตอับจนหนทาง-2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 503

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2561 20:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชีวิตอับจนหนทาง-2
แบบอักษร

“ไว้เจอกันนะ เอิร์ธรีบไปทำธุระเถอะ” คนที่เพิ่งหมดตัวบอกปัดและรีบกล่าวลา

ณัฐนรีพยักหน้า โบกมือให้เพื่อน จากนั้นจึงเดินกลับไปที่รถยนต์ขับแซงหน้ารถของเพื่อน อณิษฐายิ้มเศร้ามองท้ายรถที่กำลังห่างไป แล้วจึงเคลื่อนรถออกไปบ้าง

หลังจากสองสาวขับรถพ้นจากหมู่บ้านไปราวหนึ่งชั่วโมง รถเอสยูวีสีดำขับมาจอดหน้าบ้านเทวาพงศ์ ร่างบึกบึนมายืนชิดรั้ว มองเข้าไปด้านใน บ้านหลังใหญ่ปิดประตูหน้าต่างมิดชิด เหมือนไม่มีคนอยู่ เขารีบกดโทรศัพท์

“บอสครับ ผมยืนรออยู่ครึ่งชั่วโมงแล้ว ไม่เห็นใครเลยซักคน บ้านปิดเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่” อัมริโกรายงานเสียงเครียด

‘แล้วนายจะยืนทำบื้ออะไรอยู่ที่นั่น รีบตามหาเธอสิวะ!’ นีโอตวาดกร้าว โวยวายอย่างอารมณ์เสีย

อัมริโกรับคำพร้อมตัดสาย เขาขึ้นรถสตาร์ทเครื่องขับออกไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเข้มดุครุ่นคิดว่าจะไปตามหาผู้หญิงของเจ้านายได้ที่ไหน แล้วใบหน้ารูปหัวใจก็ผ่านแว่บเข้ามาในสมอง เขาต้องไปร้านทอง สาวร่างเล็กต้องรู้แน่นอน

ณัฐนรีเดินออกจากร้านทองอย่างเร่งรีบ เธอขับรถออกจากที่จอด หญิงสาวไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกสะกดรอยตาม เธอยอมเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง นัดเจอกับมาเฟียชาวรัสเซียที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ นิสัยที่ไม่เคยกลัวใคร เชื่อมั่นว่าท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านในห้างสรรพสินค้าเธอจะปลอดภัย

ร่างเล็กลงจากรถยนต์เดินเข้าไปภายในอาคารเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ เจ้าของใบหน้าที่รกครึ้มไปด้วยเคราจากจอนผมจนถึงคางเดินตามห่างๆ เธอเดินตรงไปที่ศูนย์อาหาร ยิ่งเห็นเธอนั่งลงบนเก้าอี้ และคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามคือมาเฟียกุตานอฟ ใบหน้าเข้มดุยิ่งแปลกใจ คิ้วขมวดเข้าหากัน

“คิดจะทำอะไรของคุณ” อัมริโกบ่นพึมพำพลางกัดฟันกรอด เขากำลังโกรธเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของหญิงสาวที่เขาตามมา คนสนิทของนีโอขยับเข้าไปนั่งใกล้มากขึ้นโดยหันข้างให้กับคนทั้งสอง เพื่อมองด้วยหางตา

“เชิญนั่ง หวังว่าธุระของคุณจะสำคัญพอให้ผมเสียเวลา” เสียงเข้มของกุตานอฟช่างขัดกับแววตาหื่นกระหายที่จ้องมองคู่สนทนาอย่างจาบจ้วง

“ฉันอยากจะเจรจาเรื่องหนี้ 300 ล้านที่อณิษฐาเป็นหนี้คุณอยู่” ณัฐนรีพูดภาษาอังกฤษรัวเร็ว จนมาเฟียชาวรัสเซียฟังแทบไม่ทัน เขานิ่งทบทวนคำพูดของเธอแล้วส่งยิ้มเจ้าเล่ห์

“ผมไม่คุย นอกจากเธอจะยอมจ่ายดอกเบี้ยเหมือนกับที่จ่ายให้นีโอ เอิ่ม...หรือว่าคุณจะจ่ายดอกเบี้ยแทนดีล่ะสาวน้อย” คำพูดที่มาพร้อมกับการเอื้อมมือมาแตะคาง ทำให้เธอปัดมือชายวัยกลางคนอย่างแรง

“กรุณามีมารยาทด้วย ก่อนจะออกมาพบคุณฉันได้คุยกับรุ่นพี่ที่เป็นตำรวจสากล รู้มั้ยว่าฉันบอกเขาว่าไง ฉันบอกว่าจะมาพบมาเฟียใหญ่ชาวรัสเซีย” หญิงสาวทำเสียงห้าวพูดจาเข้มแข็งเป็นคนละคน เธอทำทุกอย่างเพื่อช่วยเพื่อนรัก

“โอเค คุณจะจ่ายหมดทีเดียวรึเปล่าล่ะ บวกดอกเบี้ยมาด้วยแล้วกัน” กุตานอฟยกสองแขนแบมือเสมอไหล่ และพูดขึ้นพร้อมกับนั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้

“เงินสามร้อยล้านฉันจะจ่ายทีเดียวหมดได้ยังไงกัน” ขืนจ่ายหมดแม่ก็รู้กันพอดี เธอต่อประโยคท้ายในใจ เพราะวรางค์สั่งห้ามไม่ให้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเทวาพงศ์ซึ่งก็รวมถึงเพื่อนของลูกสาวด้วย

“ก็ได้ ผมยินดีรับเป็นงวดพร้อมดอกเบี้ย” รอยยิ้มของกุตานอฟรู้สึกแปลกๆ ในสายตาของคนฟัง

ขณะที่อัมริโกนั่งฟัง และสุดจะทนมาเฟียที่คิดจะเอาเปรียบหญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร จึงเดินมาถามเสียงเข้ม

“แน่ใจว่าคุณยังไม่ได้รับชำระหนี้สามร้อยล้าน”

“อัมริโก!” กุตานอฟอุทานเสียงแหบ

“ใช่ ฉันเอง เราเพิ่งพบกันครั้งสุดท้ายเมื่อวานนี้ ถ้าบอสของฉันรู้เรื่องนี้ นายอาจจะหายสาบสูญไป โดยไม่ได้กลับรัสเซีย” วาจาข่มขู่ของคนหนุ่ม คงไม่มีอำนาจมากพอจะทำให้มาเฟียเฒ่ากลัว ถ้าเขาไม่เอ่ยชื่อนีโอ

“ฉันแค่ล้อเล่นกับเธอ” ชายวัยกลางคนบอกเสียงอ่อย

“ฉันไปก่อน มีอะไรเธอคุยกับอัมริโกแล้วกัน” กุตานอฟรีบลุกขึ้นบอกกับณัฐนรีสั้นๆ แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

“คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้านัดพบกับกุตานอฟ” อัมริโกลากเก้าอี้มานั่งข้างเธอ แล้วต่อว่าด้วยเสียงดุ

“แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาว่าฉันฉอดๆ แบบนี้” ณัฐนรีหรือจะยอม อยู่ดีๆ เขามาว่าเธอเรื่องอะไร

“กุตานอฟมันไม่มีสัจจะ สิ่งที่มันพูดเชื่อไม่ได้ซักคำ ถ้ามันบอกว่าจะไม่ลวนลามคุณ เผลอนิดเดียวคุณอาจจะโดนมันวางยา หรือไม่ก็ขืนใจกันซึ่งหน้าเลย” หนุ่มหน้าเข้มดุ กัดฟันพูดอย่างกรุ่นโกรธ

“แล้วนายมาโกรธฉันเรื่องอะไร สติดีรึเปล่าเนี่ย ฉันก็แค่อยากจะช่วยเพื่อน อืม...จริงสิ กุตานอฟบอกให้ถามนาย” ดวงตาสีดำวาววับฉายแววรู้ทัน เธอชี้นิ้วหลิ่วตายื่นหน้าไปใกล้ๆ เขา เจ้าของเคราเข้มรีบถอยห่าง

“ถามอะไร บอกไว้เลย ผมไม่รู้” เขาโบกมือใส่หน้าเธอ

“ฉันนึกว่านายเป็นคนดี เป็นคนน่าคบเสียอีก” ณัฐนรีเอาคางวางบนมือที่ประสานกันทำตาปริบๆ อ้อนเสียงหวาน

“ไม่ต้องมาทำตาหวาน ยังไงผมก็ไม่ใจอ่อนบอกความลับของเจ้านาย” ใบหน้าดุระบายยิ้มบอกพลางเคาะข้อนิ้วชี้เบาๆ ที่หน้าผากมน

มือขาวๆ คลำหน้าผากพลางร้องออกมา และทำเสียงเข้มเอาจริง “อุ๊ย มากไปแล้วนะ ถ้าพูดกันดีๆ ไม่ยอมบอก ฉันจะบอกยัยนิดให้หมดเลย ว่าแม่ของฉันแนะนำให้ซื้อจิวเวลรี่ที่อื่นตั้งไม่รู้กี่แห่ง บอสของนายก็ไม่ยอมซื้อจากที่อื่น ให้แม่ของฉันติดต่อแต่เทวาจิวเวลรี่เท่านั้น มันน่าสงสัยอยู่นะ” แววตาของหญิงสาวจับผิดจนคู่สนทนาต้องหลบสายตา

ความคิดเห็น