หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 53 การไปซีเอี้ยน

ชื่อตอน : ตอนที่ 53 การไปซีเอี้ยน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2561 15:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 53 การไปซีเอี้ยน
แบบอักษร

ต้นเดือนเจ็ด ต้าหย่งส่งคณะทูตไปซีเอี้ยนเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี พร้อมทั้งหารือเรื่องร่วมมือกันต่อต้านถูเจวี๋ย หลายปีมานี้ ถูเจวี๋ยเหิมเกริม นอกจากก่อกวนต้าหย่งมิได้ขาด ยังมักมีปัญหาขัดแย้งกับซีเอี้ยนซึ่งมีเขตแดนติดกันด้วย เห็นชัดเจนถึงความต้องการขยายอิทธิพล ซี่งความหมายว่า ถูเจวี๋ยเป็นศัตรูร่วมของต้าหย่งกับซีเอี้ยน ทำให้ต้าหย่งกับซีเอี้ยนมีเงื่อนไขในการออกรบร่วมกันได้ คณะทูตซีเอี้ยนก็ได้ยกประเด็นนี้มาเมื่อปีที่แล้ว โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้วถูเจวี่ยอาละวาดหนัก การร่วมกันส่งทหารเริ่มมีความจำเป็นและจริงจัง การส่งคณะทูตไปซีเอี้ยนครั้งนี้ ก็เพื่อเจรจาในรายละเอียดการส่งทหารร่วมกัน

ฉางไท่ฮ่องเต้ประกาศรายชื่อคณะทูต เส้าชิงแห่งกรมพิธีการทูตฟางฉงเจ๋อเป็นทูตเอก อธิบดีกระทรวงกลาโหมสวี่เซิ่นสิงเป็นทูตรอง ให้สองคนนี้นำคณะไปซีเอี้ยนครั้งนี้ แล้วยังคัดเลือกขุนนางจากกระทรวงทบวงกรมต่างๆอีกไม่น้อยประกอบเป็นคณะทูต ขุนนางคณะทูตมีที่มาหลายหลาก ส่วนใหญ่เป็นขุนนางกรมพิธีการทูตกับกระทรวงกลาโหม  เสิ่นเจ๋อหรูก็รวมอยู่ด้วย ความปราดเปรื่องที่เสิ่นเจ๋อหรูแสดงออกในการต้อนรับคณะทูตซีเอี้ยนปีที่แล้วทำให้ฟางฉงเจ๋อคัดตัวให้ไปโดยเฉพาะ การไปครั้งนี้แม้จะเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี แต่ก็มีเป้าหมายเพื่ออวดศักดิ์ศรีชาติด้วย ด้วยเหตุนี้คนเช่นเสิ่นเจ๋อหรูย่อมขาดเสียไม่ได้

เสิ่นหวาซั่นกับเสิ่นเจ๋อจิ้งต่างดีใจมาก การไปครั้งนี้เหมือนเป็นการชุบทองให้แก่บันทึกประวัติผลงาน หากไม่มีเหตุผิดปกติ หลังกลับจากร่วมคณะทูตแล้ว ขุนนางส่วนใหญ่จะได้รับการเลื่อนขั้น ความโดดเด่นระดับเสิ่นเจ๋อหรู เมื่อมีโอกาสเช่นนี้ ย่อมแสดงผลงานได้โดยง่าย การร่วมคณะทูตคราวนี้ เป็นเวทีสุดยอดเลยทีเดียว

   เสิ่นเจ๋อหรูกับภรรยาเสิ่นเฉินซื่อมาถึงถนนจิ่งไท่ อีกไม่กี่วันเขาก็จะออกเดินทางแล้ว จึงมาบอกลาเสิ่นหวาซั่น ฟังคำชี้แนะ

   “ร่วมคณะทูตครั้งนี้ ต้องหาโอกาสแสดงความสามารถดีๆ!  กลับมาแล้วมีบำเหน็จความชอบ แม้พูดกันว่ามักจะได้เลื่อนขั้น แต่ก็ต้องมีผลงาน” ระหว่างลุงหลาน ไม่ต้องอารัมภบทหรือปิดบังอะไร การร่วมคณะทูตเช่นนี้ก็เพื่อสร้างผลงาน ถ้าเสิ่นเจ๋อหรูแม้แต่ข้อนี้ยังไม่เข้าใจ ก็เสียแรงอยู่ในเมืองหลวงเสียเปล่า

  “หลานเข้าใจ” แม้เสิ่นเจ๋อหรูจะเชี่ยวชาญด้านหนังสือ แต่ก็ไม่ใช่ประเภทหนอนหนังสือ สมองปราดเปรื่องฉับไว อาจมีกรรมพันธุ์จากเสิ่นเต๋อซั่น แม้เขาจะไม่ทำการค้า แต่การคิดคำนวณผลได้เสียในใจไม่เคยหยุดนิ่ง ขณะต่อกลอนในงานเลี้ยงจากการท้าทายของซีเอี้ยน เขารู้ว่าจะต้องได้ร่วมคณะทูตแน่นอน เพียงแต่ไม่นึกว่าจะรวดเร็วปานนี้ ยังไม่ทันเตรียมตัวให้ดี

 “ไม่ต้องเตรียมมากนักก็ได้ ปัญญาอยู่ในสมอง เตรียมกันไม่ได้หรอก ถึงเวลาก็ใช้ไหวพริบ เอาออกมาใช้ก็พอ” เสิ่นเจ๋อจิ้งพูดกับเสิ่นเจ๋อหรูเช่นนี้ สองพี่น้องอยู่ด้วยกันมานาน เสิ่นเจ๋อจิ้งแค่มองสีหน้าเสิ่นเจ๋อหรูก็รู้แล้วว่าเขาคิดอะไรอยู่

“สวี่เซิ่นสิงเป็นคนที่คบได้ อีกอย่างหนึ่งข้าก็พอรู้จักกับเขา ข้าจะให้เขาคอยดูเจ้าให้” เสิ่นเจ๋อจิ้งพูดอีก นึกถึงหลานของสวี่เซิ่นสิง เขายังต้องสานเรื่องต่อให้จบ

 “ฟางฉงเจ๋อเป็นคนซื่อ แต่ยังขาดเรื่องเล่ห์กลอุบาย ความเถรตรงจริงใจมีมากเกินแต่ขาดความกลิ้งกลอกไหลลื่น หากครั้งนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร ยังต้องอาศัยสวี่เซิ่นสิงจะแน่นอนกว่า” เสิ่นหวาซั่นกล่าว เขากับขุนนางกรมพิธีการทูตไม่ค่อยสนิทกัน แต่พักนี้คบกับเฉียนถงซื่ออยู่บ้าง ได้ยินเขาพูดถึงเรื่องฟางฉงเจ๋ออยู่หน่อยหนึ่ง จึงเตือนเสิ่นเจ๋อหรูถึงเรื่องนี้    ให้เขาตื่นตัวมากขึ้น

 “ข้ามีภารกิจมอบหมายเจ้าอย่างหนึ่ง การร่วมคณะทูตครั้งนี้ ให้พาอี้เอ๋อร์กับอีกสองสามคนไปด้วย นอกจากจะต้องทำให้ดีแล้ว ยังต้องทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ เรื่องนี้จึงจะเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด...” เสียงเสิ่นหวาซั่นช้ามาก  แต่เคร่งขรึมจริงจัง ยามนี้เขาไม่ใช่ลุงที่อ่อนโยน แต่เป็นการออกคำสั่งเสิ่นเจ๋อหรูในฐานะหัวหน้าตระกูล

เสิ่นเจ๋อหรูตั้งใจรับฟัง ยิ่งฟังก็ยิ่งเหงื่อตก สีหน้าเริ่มเครียดขึ้นมา นี่มันจะยากเกินไปแล้ว...

เสิ่นเจ๋อหรูถูกเลือกให้อยู่ร่วมคณะทูต เสิ่นหนิงรู้อยู่แต่แรกแล้ว เสิ่นเจ๋อหรูมีชื่อเสียงด้านความสามารถ  จึงไม่ใช่เรื่องที่คาดเดายากแต่อย่างใด ชาติก่อนเขาก็ร่วมคณะทูต แต่ครั้งนั้นซั่งกวนฉางจื้อนำคณะ จากการร่วมคณะครั้งนั้น เสิ่นเจ๋อหรูจึงได้ชื่นชมกับการแสดงออกของซั่งกวนฉางจื้อมากมาย ทำให้ใกล้ชิดเขามากขึ้นด้วย มีผลต่อท่าทีที่ตระกูลเสิ่นมีต่อซั่งกวนฉางจื้อ    อีกทั้งเสิ่นอวี๋หงก็ทำงานในวังองค์ชายห้า ตระกูลเสิ่นจึงเอียงไปทางองค์ชายห้า อีกไม่นานก็จัดการเรื่องการแต่งงานของเสิ่นหนิงกับซั่งกวนฉางจื้อ

โชคดี คราวนี้ซั่งกวนฉางจื้อไม่ได้ไปซีเอี้ยนแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นฟางฉงเจ๋อแทน

พอเสิ่นเจ๋อหรูกลับ เสิ่นหวาซั่นเรียกพบเสิ่นเจ๋อหย่วน ถามว่าหูซื่ออันเหอถังตระเตรียมเรียบร้อยหรือยัง ที่แท้ คณะทูตคราวนี้ก็พาคณะพ่อค้าไปซีเอี้ยนด้วยกันบางส่วน เสิ่นหวาซั่นจัดหาที่ให้หูซื่ออันเหอถังอยู่ก่อนแล้ว ตระกูลเสิ่นไม่เหมาะที่จะออกหน้าอย่างยิ่ง พอดีหูซื่ออันเหอถังไปสำรวจความตื้นลึกของซีเอี้ยนได้ ให้ถือโอกาสนำลูกหลานตระกูลเสิ่นส่วนหนึ่งไปซีเอี้ยนด้วย สอดคล้องกับการไปซีเอี้ยนของเสิ่นเจ๋อหรู

“ตระเตรียมเรียบร้อยแล้ว เจ๋อเสวียพาอวี๋จางกลับจากหางโจวมาเมืองหลวงแล้ว ปลอมเป็นคนของอันเหอถังไปซีเอี้ยนด้วย” เสิ่นเจ๋อหย่วนตอบ เขารู้เรื่องหรูหลิวชู่แล้ว ใจก็ยังไหวหวั่น ตระกูลเสิ่นทำงานนี้ ออกจะยิ่งใหญ่   พอคิดถึงเรื่องที่เสิ่นเจ๋อหรูจะไปทำที่ซีเอี้ยน ใจก็ยังครวญว่า จะยากเกินไปแล้ว

ซั่งกวนฉางจื้อแค้นเคืองนัก ความจริงเขาดำรงตำแหน่งอยู่ที่กรมพิธีการทูต การส่งคณะทูตครั้งนี้  เขาควรจะต้องมีส่วนร่วมด้วยจึงจะถูก เหตุไฉนรายชื่อที่ฮ่องเต้ประกาศจึงไม่มีเขา เพราะอะไร เขาก็เข้าใจ ดูแล้วผลกระทบจากข่าวลือยังมีอยู่ ไม่เช่นนั้นทำไมเสด็จพ่อจึงไม่ให้เขาไป? สถานการณ์ในเวลานี้ เขาก็รู้ว่าเฝ้ารออยู่ที่เมืองหลวงย่อมไม่ได้มีประโยชน์อะไร สู้ร่วมคณะทูตไปซีเอี้ยน ยังอาจจะมีโอกาสมากกว่า

ดังนั้นจึงยื่นฎีกาถึงฮ่องเต้ ขอร่วมคณะทูตไปซีเอี้ยน ด้วยเหตุผลว่าจะไปเพิ่มพูนความรู้ เป็นประโยชน์ต่อแคว้นและราชสำนัก เสียดายที่ฮ่องเต้ก็ไม่ยินยอม คนที่คิดเช่นเดียวกันยังมีซั่งกวนเฉิงโย่ว เขาได้รับการเสนอจากเต๋อเฟยกับเฉินจือเฮ่า จึงทำหนังสือขอร่วมคณะทูตไปซีเอี้ยนด้วย

ฮ่องเต้ได้รับฎีกาจากพระโอรสทั้งสอง ขอร่วมคณะทูตไปซีเอี้ยน แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะส่งองค์ชายไปทั้งสองคน ก็ต้องไม่ไปทั้งคู่ ดังนั้นฎีกาของทั้งสองคนฮ่องเต้จึงไม่ได้ตอบตกลง แน่นอนว่าซั่งกวนฉางจื้อผิดหวัง แม้ให้หลี่กุ้ยผินไปช่วยเจรจาไม่น้อย ก็ทำให้ฮ่องเต้เปลี่ยนพระทัยไม่ได้

เดือนเจ็ดวันที่แปด ฟางฉงเจ๋อมือประคองป้ายคำสั่ง ถวายบังคมลาฉางไท่ฮ่องเต้ นำคณะทูตสามร้อยกว่าคน ทั้งนำวัว แพะผ้าไหม และทองนับหมื่น ไปยังซีเอี้ยน ขณะที่คณะทูตออกจากเมืองหลวง ตระกูลเสิ่นก็ไปส่งทั้งหมด เพราะในคณะมีเสิ่นเจ๋อหรู เสิ่นหนิงเห็นเสิ่นอวี๋อี้อยู่ข้างเสิ่นเจ๋อหรู แต่งเป็นผู้รับใช้ ดูแล้วอาหกไปซีเอี้ยนครั้งนี้มีภารกิจพิเศษด้วย เสิ่นหนิงคิด คงเป็นการจัดการของปู่อีกแล้ว

เสิ่นเจ๋อหรูหันกลับไปมองประตูเมืองหลวง จนกระทั่งประตูเมืองเหลือแค่จุดเล็กๆ จึงหันศีรษะกลับ ใบหน้าฉายแววหนักใจ นึกถึงภารกิจที่เสิ่นหวาซั่นมอบหมายแล้วอยากเกาศีรษะ จัดตั้งฐานรับส่งข่าวสารที่ซีเอี้ยน จะทำได้ง่ายนักหรือ อย่าว่าแต่ความเคร่งครัดในการตรวจสอบทะเบียนบ้านที่ซีเอี้ยน แค่คนแก่อย่างเสิ่นจีเหอกับเด็กอมมืออย่างเสิ่นอวี๋อี้ จะฝังรากที่ซีเอี้ยนได้อย่างไร ถึงแม้ตั้งมั่นมีฐานรับส่งได้แล้ว จะส่งข่าวสารกลับไปต้าหย่งได้อย่างไร

 “ข้าก็รู้ว่ายาก ไม่เช่นนั้นคงไม่ให้เจ้าไปทำเรื่องนี้ พอดีต้าหย่งก็มีคณะพ่อค้าติดตามไปซีเอี้ยน    มีพ่อค้าไม่น้อยที่มีบ้านเรือนอยู่ในซีเอี้ยน ให้อี้เอ๋อร์เข้าไปอยู่ในนั้นก็ได้ อีกทั้งเจ๋อเสวียก็จะประสานให้” เสิ่นเจ๋อหรูนึกถึงคำพูดของลุง พลางคลำตั๋วเงินก้อนโตในกระเป๋า ความจริงเรื่องที่เขาต้องทำจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย อาศัยการร่วมคณะทูต ติดต่อขุนนางกระทรวงการคลังของซีเอี้ยน ให้พวกเสิ่นอวี๋อี้ได้ทะเบียนบ้าน ให้พวกเขามีฐานะเป็นคนซีเอี้ยนที่ถูกต้อง ทำให้พวกเขาสามารถอยู่ซีเอี้ยนต่อได้อย่างมั่นคง ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าให้พวกขุนนางซีเอี้ยนมีข้อระแวงสงสัย จะทำได้อย่างไร?

เสิ่นเจ๋อหรูมองเสิ่นจีกับเสิ่นอวี๋อี้คล้ายเจ้าทึ่ม เห็นแล้วปวดหัว ฐานในซีเอี้ยนปล่อยให้เจ้าทึ่มสองคนนี้มาดูแล จะไหวหรือ? ยิ่งปวดหัวหนักขึ้น

“ท่านพ่อ สร้างฐานที่ซีเอี้ยนเพื่อประโยชน์อะไรหรือ” เสิ่นเจ๋อจิ้งถามเรื่องที่ตัวเองสงสัยมานานสิ่งที่เสิ่นเจ๋อหรูต้องทำ เขารู้สึกเป็นไปไม่ได้เลย พูดไปแล้ว ก็ไม่เห็นมีความจำเป็นเลย ซีเอี้ยนกับตระกูลเสิ่นจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกัน เข้าแทรกซึม ก็ควรเป็นเรื่องของราชสำนักกับจินอู๋เว่ย ทำไมตระกูลเสิ่นต้องเสี่ยงภัยมากขนาดนี้

 “...” เสิ่นหวาซั่นก็ไม่รู้จะพูดอะไร ความจริงเรื่องที่ลูกชายสงสัยก็เป็นความสงสัยของเขาเองด้วยเช่นกัน พูดให้ชัดเจนคือ การตั้งฐานที่ซีเอี้ยน เป็นแค่ความคิดที่เลือนรางของเขา สัญชาตญาณให้เขาทำเช่นนี้ แค่รู้สึกว่าถ้าทำเช่นนี้ ทีหลังจะมีประโยชน์มาก ส่วนเหตุผล เขาเองก็บอกไม่ได้ ตั้งแต่เสิ่นฉงซั่นพี่ชายเสียชีวิต เสิ่นหวาซั่นก็มีความรู้สึกเช่นนี้  มักคิดแก้ปัญหาในมุมมองของเสิ่นฉงซั่นโดยไม่รู้ตัว ดังเช่นเรื่องนี้ ถ้าพี่ชายรู้ว่าเจ๋อหรูร่วมคณะทูตจะทำเช่นไร พี่ชายจะต้องถือโอกาสตั้งฐานที่ซีเอี้ยนแน่นอน เสิ่นหวาซั่นหาคำตอบนี้ได้ง่ายมาก ส่วนมีฐานที่ซีเอี้ยนแล้วมีประโยชน์อะไร เขาก็ไม่สามารถตอบเสิ่นเจ๋อจิ้งได้แล้ว

ความคิดที่เลือนรางนี้ ตั้งแต่ที่เขามอบหมายภารกิจให้พวกเสิ่นเจ๋อหรูก็ค่อยๆชัดเจนขึ้น    ใช่แล้ว เขาจะต้องทำเช่นนี้ เพื่อใช้ส่งข่าวสารในอนาคต เขาจะต้องทำสิ่งนี้ล่วงหน้า

เสิ่นหวาซั่นไม่ได้ตอบเสิ่นเจ๋อจิ้ง แต่ภายในจิตใจกลับยิ่งแน่วแน่มั่นคง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}