YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

ชื่อตอน : [คนโปรด : 24.1]

คำค้น : สมิธ,ลูคัส,คนโปรด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.8k

ความคิดเห็น : 114

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2561 11:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คนโปรด : 24.1]
แบบอักษร

คนโปรด 24.1

Lucas's part

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้อง ผมก็ได้ยินเสียงร่ำไห้เบาๆคลอมากระทบโสตประสาท ขายาวรีบก้าวพรวดเข้าไปในห้องโดยไม่เสียเวลาคิด ผมเอ่ยเรียกหาสมิธแต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างเขาที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ข้างโซฟาทำให้ร่างกายผมไร้เรี่ยวแรงไปชั่วขณะ

"มิทตี้...เป็นอะไร!"ผมขยับเข้าไปใกล้สมิธแล้วเอ่ยถามเขาด้วยความตกใจ

"ฮึก!"สมิธไม่ตอบและเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้อยู่อย่างนั้นพลอยทำให้ผมทำอะไรไม่ถูกไปด้วย

"มิทตี้ เป็นอะไรบอกพี่สิ"ผมทรุดเข่านั่งลงข้างๆสมิธ มือจะคว้าเขามากอดไว้แต่สมิธกลับปัดออกด้วยท่าทีที่รังเกียจ เขาเงยหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ดวงตาแดงช้ำจากการร้องไห้มองผมด้วยสีหน้าที่ทั้งผิดหวังและเสียใจ

"อย่ามาจับตัวกู"สมิธเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นพยายามกลั้นสะอื้น

"มิทตี้..."ผมพูดไม่ออกเพราะไม่ได้เห็นท่าทางแบบนี้กับเขานานมากแล้ว

"เพราะมึง...ฮึก ทำให้กู อึก!กลายเป็นคนน่ารังเกียจแบบนี้!ฮือ..."ยิ่งเขาเอ่ยคำพูดออกมามากเท่าไหร่ น้ำตาเขาก็ยิ่งไหลทะลักออกมามากเท่านั้น น้ำเสียงเขาไม่ได้เอ่ยโทษผมเลยสักนิดแต่มันกลับเต็มไปด้วยความขมขื่นราวกับว่าเขากำลังโทษตัวเองอยู่ นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดกับสมิธมากขึ้นไปอีก

"นายครับ...ดูนี่ก่อน"โยเดินมาจากด้านหลังและยื่นไอแพดในมือมาให้ผมดู เมื่อผมเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่โยนำมาให้ดู มือผมที่จับไอแพดเกร็งแน่นขึ้นจนสั่นระริกด้วยความโกรธ ผมขว้างไอแพดทิ้งลงกับพื้นจนแตกกระจายระบายโทสะที่ประทุขึ้นมาไม่หยุดก่อนจะก้มลงไปคว้าร่างสมิธมากอดไว้แน่นโดยไม่สนว่าเขาจะดิ้นรนปัดป้องยังไง

"พี่ขอโทษมิทตี้ พี่ขอโทษครับ"ผมกดจูบข้างขมับเขาทั้งสองข้างโดยไม่นึกรังเกียจ สมิธที่หยุดขัดขืนแล้วกำชายเสื้อผมแน่น ใบหน้าฝังลงกับบ่าผมแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

"ฮือออ"

"พี่ไม่ดีเองที่ปกป้องมิทตี้ไม่ได้ พี่ขอโทษครับที่รัก"ผมกอดเขาแน่นขึ้น กระซิบบอกอยู่ข้างหูเขาซ้ำๆนานจนกระทั่งเสียงสะอื้นเงียบลงในที่สุด

ผมคลายอ้อมกอดออก มือค่อยๆประคองหน้าสมิธด้วยความทะนุถนอมให้เงยขึ้นอยู่ในระดับเดียวกัน ผมใช้นิ้วโป้งค่อยๆเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาออกให้เขาอย่างเบามือก่อนจะกดจูบที่หน้าผากเขาแผ่วเบา

"เขาพูดอะไรกับมิทตี้"ผมเอ่ยถ่มน้องด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้

"..."

"พี่อยู่ข้างมิทตี้นะ บอกพี่มาเถอะ" สมิธหลุบสายตาลงต่ำ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นราวกับกำลังตัดสินใจ นานหลายนาทีที่ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกว่าที่สมิธจะยอมขยับปากอีกครั้ง

"...เขาพูดความจริง"

"..."

"กูเป็นชู้กับคู่หมั้นเขา"สมิธช้อนดวงตากลมโตสีฟ้าเข้มขึ้นมองผมด้วยความเศร้าสร้อย ผมกัดกรามแน่นอย่างพยายามระงับอารมณ์

"มิทตี้ฟังพี่ให้ดีนะ"

"..."

"มิทตี้ไม่ใช่ชู้ ไม่ใช่แค่ใครก็ได้ในชีวิตพี่ ไม่ว่าใครจะอยู่ในฐานะไหนก็ไม่เคยสำคัญกับพี่เหมือนมิทตี้...มิทตี้มาก่อนใครทั้งหมดและเป็นคนพิเศษของพี่เพียงคนเดียว"

"คนโปรดน่ะเหรอ"

"..."

"คนโปรดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารักใช่ไหม"น้ำเสียงสมิธแผ่วเบาราวกับจะกลืนหายไปกับอากาศ ผมจึงเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้เขามากขึ้นและประทับจูบกับกลีบปากสีสดแทนความรู้สึกทุกอย่าง สมิธหลับตาลงพร้อมๆกับน้ำเม็ดเล็กที่หล่นลงข้างหางตา ผมบดจูบเข้ากับริมฝีปากอิ่มหลายนาทีก่อนจะถอนจูบออกอย่างเสียดายแล้วเอ่ยตอบเขาชัดๆ

"แต่คนโปรดก็ไม่ได้หมายความว่าพี่ไม่รักมิทตี้"ผมฉีกยิ้มบางๆ สมิธนิ่งคิดไปกับคำพูดผมก่อนดวงตากลมโตคู่สวยจะเบิกกว้างขึ้นราวกับไม่เชื่อที่ได้ยิน

"ตอนนี้พี่อาจจะพูดอย่างชัดเจนกับมิทตี้ไม่ได้เพราะพี่มีพันธะผูกมัดบางอย่างทางธุรกิจ พี่ไม่อยากเอาเปรียบมิทตี้...แต่พี่อยากให้มิทตี้เชื่อพี่"

"กูจะเชื่ออะไรมึงได้"เขาเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

"4ปีที่ผ่านมาพี่ไม่เคยมีใครนอกจากมิทตี้...มิทตี้รู้ดีใช่ไหม?"ผมพูดยิ้มๆ เพราะสายสืบที่ส่งข่าวให้เมียผม วงในของวงในขนาดนี้...โย เกรย์ ไอ้คู่ผัวเมียนรก

"..."

"พี่จะทำให้ปัญหาพวกนั้นจบให้เร็วที่สุด...และผู้หญิงคนนั้นจะต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสมที่ทำกับเมียพี่แบบนี้"ผมฉกหอมแก้มขาวๆของมิทตี้ไปฟอดใหญ่ เขาไม่ได้สนใจแต่หันมาขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย

"จะทำอะไร?"

"มิทตี้อยากให้พี่ทำยังไงกับเขา"น้ำเสียงผมเย็นชาขึ้นจนอีกคนมองอย่างเกรงๆผมจึงส่งยิ้มปลอบโยนให้เขา สมิธถึงได้ผ่อนคลายขึ้น

"กูไม่รู้...ไม่ต้องทำอะไรก็ได้"พอได้ยินคำตอบของเขา ผมก็ยิ่งแค้นผู้หญิงน่ารังเกียจคนนั้น...เมียผมจิตใจบริสุทธิ์ขนาดนี้มันกล้าทำได้ยังไง ผมจะทำให้เธอเจ็บปวดที่สุดแม้จะต้องถูกตราหน้าว่าไม่ใช่ลูกผู้ชายก็ตาม

"พี่จัดการเอง"

ผมปลอบขวัญมิทตี้อยู่สักพักก็ให้เขาไปอาบน้ำใหม่ ระหว่างที่รอผมก็ต้องจัดการสิ่งที่ควรทำ

"โย"

"ครับนาย"

"หาเรื่องคาวๆที่ผู้หญิงแพศยาคนนั้นทำลับหลังผมแล้วเผยแพร่ออกไป อ้อ!อย่าลืมประกาศถอนหมั้นคาร่าในนามของผมออกสื่อสาธารณะให้เรียบร้อยภายในวันนี้"

"ครับนาย...แล้วท่านฮาเกน"

"ถ้าเขามีปัญหานัก ก็จะไม่ต้องเกรงใจ จัดการตามที่เห็นสมควร"ผมเอ่ยด้วยสีหน้าดุดันที่น้อยครั้งจะแสดงออกมาให้ใครเห็น

เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำผมโกรธจัดที่สุดในชีวิตก็ไม่เกินไปนัก

"ทราบแล้วครับ"โยค้อมศีรษะให้แล้วไปจัดการงานที่ผมสั่ง

ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาคนๆหนึ่ง ผมรอสายอยู่นานจนสายเกือบจะตัดเขาก็กดรับ ผมไม่รีรอพูดอ้อมค้อมให้มากความ แค่เพียงคำพูดสั้นๆไม่กี่คำแต่จะทำให้ใครอีกคนต้องจดจำไว้ว่าเขาได้ยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่งแล้ว

"ผมจะส่งของให้พรุ่งนี้"

หลังกดวางสายผมก็นั่งลงบนโซฟา หยิบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คขึ้นมาเปิด รัวนิ้วลงบนแป้นและเริ่มทำการ 'สั่งสอน' ทุกคนที่กล้าทำร้ายคนของผม

เกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าที่สมิธจะเดินออกจากห้องนอนมาในชุดใหม่ ผมคลิกเมาส์ครั้งสุดท้ายแล้วพับฝาโน๊ตบุ๊คลง

"มานี่มา"ผมกวักมือเรียกสมิธให้มาหา เขาขยับเท้าเอื่อยๆหน้าตาซึมๆไม่สมกับเป็นเขาเข้ามาใกล้ ผมกระตุกมือสมิธให้เขานั่งลงข้างๆกันแล้วหอมแก้มเขาไปอีกสองฟอด

"หิวรึยัง?"

"อือ"

"ร่าเริงหน่อยสิ"ผมแกล้งกัดคอขาวๆเมียเล่นให้เขาโวยวายอย่างปกติ แต่สมิธทำเพียงกอดคอผมไว้หลวมๆ

"ไม่มีอารมณ์"

"แล้วอยากมีอารมณ์ไหม?"ผมกดเขาลงกับโซฟาก่อนจะเท้าแขนกักร่างเขาไว้จากด้านบนพร้อมแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองเหมือนเสือหิว สมิธหน้าแดงขึ้นนิดๆไม่รู้เพราะเพิ่งอาบเสร็จหรืออะไรกันแน่

"อื้ออ!ลุคไม่เอา"มิทตี้ครางงึมงำเมื่อผมก้มดูดลำคอขาวๆเขาอย่างหมั่นเขี้ยว

"ไม่เอาอะไร?"ถามเสร็จผมก็ดูดไปอีกรอย...น่าโดนจริงๆ

"ไม่เอากันดิ"เขาทำหน้างอเวลาไม่พอใจผมออกมา ผมยิ้มอย่างพอใจจึงแนบริมฝีปากลงกับกลีบปากอิ่มสมิธ ขบเม้มอย่างเร่าร้อนอยู่ครู่หนึ่งแล้วผละออกพร้อมดึงเด็กหน้างอให้ลุกขึ้นนั่งดีๆ

"ทำหน้าดีๆเดี๋ยวพาไปกินช็อคโกแลตฟองดูว์"

"คิดจะซื้อกูด้วยของกินอ๋อ?"เขาทำหน้าขึงขังท่าทางเอาเรื่อง แต่มันดูน่ารักมากๆสำหรับผม

"ไม่ได้เหรอ?"

"ไม่ได้...ถ้าไม่มีบิงซูด้วย"

"หึๆเจ้าเด็กอ้วน"ผมขยี้ผมเขาแกล้งๆฟัดแก้มเขาไปอีกหลายทีแล้วกอดคอพาเด็กออกไปหาของกินอย่างที่เจ้าตัวเขาต้องการ

+++++++++++

วันต่อมา

วันนี้สมิธตื่นแต่เช้าไปเรียนตามปกติ อีกไม่กี่เดือนเขาก็จะเรียนจบแล้ว ผมจะได้พาเขาไปอยู่ด้วยอย่างจริงจัง แต่ถ้าเขาไม่ยอมผมก็คงต้องตามใจเขาอยู่ดี

ผมตื่นแต่เช้าเพื่อมาทานอาหารเช้าเป็นเพื่อนสมิธ ก่อนเขาออกไปผมก็ฟัดเขาต่ออีกนิดหน่อยเลยได้เสียงบ่นงึมงำมาเป็นระลอก

สมิธดูอารมณ์ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน แต่ก็ยังมีซึมๆอยู่บ้างเป็นบางครั้ง เสร็จจากเรื่องนี้ผมคงต้องพาเขาไปเยียวยาจิตใจ

ผมไม่ได้กลับไปนอนต่อเพราะไม่มีอาการJet lagแต่อย่างใด ปกติผมก็เป็นคนนอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว

ผมนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นเปิดเครื่องมือถือ มีสายโทรเข้ามาไม่ต่ำกว่าร้อยสาย ผมไม่ได้โทรกลับหาใครเพราะไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องให้ความสำคัญกับคนพวกนั้น

ผมเปิดช่องข่าวเศรษฐกิจ มีการรายงานข่าวว่าหุ้นของบริษัทในเครือของเกร็นเดลกำลังร่วงลงอย่างต่อเนื่องอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ถ้าแกร็ก เกร็นเดล(พ่อของคาร่า) ยังไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ภายใน2-3ชั่วโมงนับจากนี้ เขาจะกลายเป็นบุคคลล้มละลายชั่วข้ามคืน

ผมนั่งฟังข่าวนิ่งๆเพราะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้...ผมทำให้เขาร่ำรวยขึ้นมาขนาดนี้ได้ผมก็สามารถทำให้เขาไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอนได้เช่นกัน

นี่เป็นเพียงการสั่งสอนขั้นแรก

โยเข้ามารายงานว่างานที่ผมสั่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีนักข่าวหลายสำนักขอติดต่อสัมภาษณ์แต่ถูกผมปฏิเสธไป

นักข่าวเขียนข่าววิภากษ์วิจารณ์ถึงสาเหตุที่ผมถอนหมั้นคาร่าว่ามาจากการที่เธอแอบไปมีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มหลายคนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาลับหลังผม

ตอนนี้เธอยังเงียบหายไปแต่ผมว่าอีกไม่นานเธอต้องออกมาให้ข่าวโต้ตอบผมและอาจจะลามไปถึงสมิธได้ เพราะฉะนั้นผมต้องรีบตัดไปตั้งแต่ต้นลม

Rrr Rrr Rrr

เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อคนที่ผมคาดไว้ ผมปล่อยให้ทางนั้นรอสายอยู่นานก่อนที่จะกดรับสาย

(ลูคัส ฮาล์น!)

"..."

(แกทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง!)

"ผมทำอะไร?"

(เรื่องคาร่าและเรื่องที่แกส่งอาวุธไปที่ประเทศC แกคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำแบบนั้นลงไป!!!)ปลายสายตะคอกกลับมาอย่างโกรธจัด

"อ้อ...ผมกำลังคิดว่าจะเอาคืนคนที่กล้ามายุ่งกับคนของผมยังไงน่ะสิ"ผมตอบเขาออกไปด้วยน้ำเสียงสบายๆซึ่งนั่นน่าจะยิ่งเป็นการกระตุ้นอารมณ์โกรธของเขา

(ไอ้หลานเนรคุณ!!!)

"หึ!เนรคุณงั้นเหรอ?10กว่าปีที่ผ่านมาคุณยังขูดเลือดเนื้อผมไปไม่พอใช่ไหม? ผมว่าตอบแทนคุณมามากพอแล้วฮาเกน...สัญญาเรื่องคาร่ามันครบ10ปีแล้ว ผมถือว่าเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก"

(...ได้!เรื่องคาร่าจบไป แล้วเรื่องอาวุธที่แกส่งไปจะอธิบายว่ายังไง!?)

"ทำไมต้องอธิบาย ตาก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าผมส่งไปให้ท่านอาบัน"

(ไอ้ลุค!!!)

"ผมเคยบอกไปแล้วใช่ไหมว่าอย่ายุ่งกับคนของผม แต่ตาก็ยังไม่ฟัง ผมทำแค่นี้ถือว่ายังน้อยไป"

(แกจะลองดีกับฉันใช่ไหม!คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรแกใช่ไหม!)

"แล้วคิดว่าผมไม่กล้าเหรอ!ตาซ่อนอะไรไว้อย่าคิดว่าผมไม่รู้...ถ้าตาคิดว่าทำใจกับการสูญเสียได้จะลองวัดใจผมดูก็ได้"

(ลูคัส!!!แค่กๆๆ!...ฉันสร้างแกให้ยิ่งใหญ่มาได้ถึงขนาดนี้ทำไมถึงไม่คิดบ้าง!)

"ผมสร้างตัวของผมเอง!พวกคุณต่างหากที่คอยแต่จะผลักผมลงนรก แค่ใช้เงินกับอำนาจช่วยผมนิดหน่อยไม่ต้องมาอ้างเยอะ"

(ในเมื่อแกพูดแบบนี้...นับแต่นี้แกกับฉันเราขาดกัน!)

"ได้!ขาดก็ขาดและอย่ามาแตะต้องสมิธอีก ไม่อย่างนั้นต่อให้เป็นชีวิตตาผมก็จะไม่ปราณี"ติ้ด!ผมวางโทรศัพท์ลงข้างตัวแล้วถอนหายใจหนักๆพร้อมกับใช้มือนวดคลึงระหว่างคิ้วคลายความตึงเครียด

ฮาเกน ค็อกซ์ เป็นตาแท้ๆของผม เขาเป็นคนพาผมออกจากบ่อนนรกแถบชายแดนรัสเซีย อาจเรียกว่าให้ชีวิตใหม่แก่ผม แต่ที่เขาทำอย่างนั้นก็เพื่อผมประโยชน์ต่อตัวเขาเอง

ถึงอย่างนั้นเขาก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณต่อผม เขาบอกอะไรผมก็จะฟัง เขาต้องการอะไรผมก็จะทำให้ แม้กระทั่งใช้ให้ผมไปหมั้นกับผู้หญิงคนหนึ่งเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง...ผมรู้สึกแย่ที่สุด มันดูไร้ศักดิ์ศรีจนน่าขยะแขยง...และนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะตอบแทนบุญคุณเขา

คาร่าเป็นลูกครึ่งอเมริกัน-อาหรับประเทศC พ่อของเธอเป็นนักธุรกิจอเมริกัน ส่วนแม่ของเธอมีเชื้อสายขุนนางชั้นสูงของประเศC ซึ่งจุดสำคัญมันอยู่ตรงนี้

ฮาเกนทำธุรกิจใต้ดินหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการค้าอาวุธ เข้าต้องการเส้นทางเพื่อส่งอาวุธไปในประเทศแถบทะเลทราย รวมทั้งประเทศที่การก่อการร้ายกำลังหนักหน่วงขึ้นอย่างประเทศC

ตาผมต้องการส่งอาวุธไปขายให้พวกผู้ก่อการบางกลุ่ม แต่เขาก็ต้องการความสะดวกในการส่งของไม่ให้มีการปล้นชิงเกิดขึ้น สืบไปสืบมาแม่ของคาร่าคือตัวเลือกที่ดี นำพาไปสู่การหมั้นหมายของผมและคาร่า

ผมไม่ได้ประโยชน์อะไรกับการหมั้นหมายในครั้งนี้ กลับกันผมดันเป็นคนที่เสียผมประโยชน์มากกว่าใคร บริษัพ่อของคาร่าก็ได้เงินผมไปลงทุนหลายพันล้านในระยะเวลา10ปีที่ผ่านมา ผมต้องผลักดันเธอให้โด่งดังในฮอลลีวู้ดโดยใช้เงินไปไม่น้อย และที่สำคัญมันทำให้ผมต้องสูญเสียสมิธไป

ผมรับปากกับตาว่าแค่10ปีเท่านั้นที่ผมจะยอมทุกอย่าง หลังจากนั้นผมจะทำตามใจตัวเองบ้างซึ่งเขาก็รับปากผมเป็นหมั่นเป็นเหมาะ

ระหว่างที่หมั้นกันผมบอกกับคาร่าอย่างชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของเราอยู่ในรูปแบบไหน ต่างคนจะไปมีใครก็ได้ซึ่งเธอก็ดูโอเคกับข้อตกลงนี้

จนกระทั่งเมื่อ2เดือนก่อน ผมบอกคาร่าว่าจะถอนหมั้น แต่จะให้เธอเป็นคนประกาศและบอกเหตุผลกับสื่อออกไปเองเพื่อเป็นการปกป้องชื่อเสียงของเธอ

เธอดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยอมรับปากและเธอขอเวลาอีก2เดือนในการจัดการเรื่องนี้โดยมีเงื่อนไขว่าผมต้องลงทุนในบริษัทลูกที่อังกฤษของพ่อเธอเพิ่มในราคาที่มากเกินพอดีอยู่สักหน่อย...ผมยอมตกลงเพื่อให้เรื่องมันจบ

ทุกคนรับรู้ข้อตกลงนี้...แต่มาวันนี้พวกเขาจงใจผิดคำพูดกับผมและกล้าทำร้ายสมิธ

แน่นอนว่าตาผมมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ อย่างคาร่าจะรู้ถึงตัวตนสมิธที่ผมปกป้องไว้อย่างดีได้ยังไงถ้าไม่ใช่ตาผมบอกข้อมูลให้

เพราะฉะนั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจใครอีกต่อไป

การที่เขากล้ายุ่งกับสมิธสำหรับผมนั่นก็ถือเป็นการหักหลังผมเช่นกัน

ผมอ่านสถานการณ์ล่วงหน้าไว้แล้วว่าพวกเขาอาจตุกติกกับผม ผมถึงได้ติดต่อท่านอาบันผู้นำประเทศCไว้ ผมจะบอกทุกเส้นทางการส่งอาวุธระหว่างตากับพวกผู้ร้ายให้ท่านอาบันรู้ ยอมใช้ทุนทรัพย์และเส้นสายมากมายเพื่อสืบหาฐานที่ตั้งของพวกมัน และสุดท้ายผมยังจะส่งอาวุธที่ดีที่สุดให้ท่านอาบันฟรีๆเพื่อแลกกับการกำจัดพวกมัน และผมก็ทำจริงๆเมื่อพวกเขากล้าแตะต้องสมิธ

ผมได้อะไรจากการลงทุนในครั้งนี้?...ก็แค่ได้ตัดแหล่งสร้างเงินที่เปรียบเสมือนแขนขวาฮาเกนและตักเตือนเขาเล็กๆน้อยๆ เท่านี้ก็คุ้มค่าแล้ว

Rrr Rrr Rrr เสียงโทรศัพท์มือถือผมดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ปลายสายเป็นคนที่ผมเฝ้ารอ ผมรีบกดรับและกรอกเสียงลงไปอย่างอารมณ์ดี

"ว่าไง?"

(ทำอะไรอยู่)

"ทำงานครับ มิทตี้โทรหาพี่มีอะไร?คิดถึง?"

(เปล่าซะหน่อย)

"หึๆแล้วทำไมถึงว่างโทรหาพี่ได้ ไม่มีเรียน?"

(อาจารย์ให้พัก15นาที)

"อือฮึ"

(เห็นข่าวแล้ว)อยู่ๆเขาก็โพล่งขึ้นมาทื่อๆ

"ครับ"

(เรื่องจริงเหรอที่ถอนหมั้นกับเขา)น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ

"เป็นเรื่องที่พี่ควรจะทำตั้งนานแล้ว"

(...)

"มิทตี้ไม่ต้องกลัวและไม่ต้องสนใจคนอื่น สนใจแค่ตัวเองกับพี่ก็พอ"

(บ้า!แค่นี้นะจะไปเรียนแล้ว)

"ครับๆตั้งใจเรียนนะ"

(อื้อ)ติ้ด!

ผมนั่งมองโทรศัพท์ยิ้มๆ รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย ความตึงเครียดเมื่อกี้นี้แทบจะหายไปในพริบตา

สมิธคือความสุขเดียวของผมในตอนนี้

ชั่วชีวิตผมมีแต่ให้ผู้อื่นมาโดยตลอด สมิธเป็นเพียงคนเดียวที่มอบความรักให้แก่ผม...แต่ผมกลับเห็นค่ามันเมื่อสายเกินไป ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะกลับมารักผมได้อีกเหมือนเดิมไหม แต่นับจากวันที่ผมรู้ใจตัวเอง ผมก็เลือกจะปกป้องสมิธไว้อย่างสุดกำลัง

+++++++++++++

เฮียรักและหลงเมียมากมาย หลัวในอุมคติเลย...ส่วนนังคาบ้า แกต้องเจ็บปวดที่สุด(อินจัด)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น