หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 52 เจิ้นหย่วนกงป่วยหนัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 52 เจิ้นหย่วนกงป่วยหนัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2561 15:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 52 เจิ้นหย่วนกงป่วยหนัก
แบบอักษร

ยังคงเป็นบ้านสวนชานเมืองหลวงด้านตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงเป็นทิวทัศน์เช่นเดิม เสิ่นหนิงก็ยังคงนั่งอยู่หน้าประตูบ้านสวนมองดูภูเขาใบหญ้าดังเช่นปีที่แล้ว ก็ยังรู้สึกสะท้อนใจอยู่

ไม่ทันไรก็ผ่านมาแล้วหนึ่งปี เวลาหนึ่งปี ดูเหมือนผ่านไปนานมาก แต่ก็เหมือนยังอยู่ตรงหน้า นางยังจำได้ว่าปีที่แล้วเสิ่นอวี๋หงพูดถึงเรื่องดอกเหมยหอมของหนานหลิงที่นี่เอง เพียงแต่เวลานี้พี่ชายน้องชายทุกคนต่างมีธุระ ไม่มีใครมาบ้านสวน ครั้งนี้ความสนุกสนานต่างกับครั้งที่แล้วมากโข หนูน้อยเสิ่นชิ่งเต๋อกลับดีใจมาก เห็นทุกอย่างน่าสนใจหมด ดอกไม้บนฟางข้าว ก็ยังทำให้เขาสนุกกับมันได้เสียค่อนวัน

แน่นอนว่าทุกคนได้สนุกสนานกับวันเกิดของเสิ่นมี่ จนถึงต้นเดือนเจ็ด ทั้งหมดก็กลับจากชานเมือง  เสิ่นเจ๋อหย่วนกับเหยียนซางมารับด้วยตัวเอง พวกเขากลับจากซีหนิงเต้าหลายวันก่อนแล้ว คิดว่ากลุ่มเสิ่นอวี๋ซื่อล้วนเป็นผู้หญิง ก็ไม่สู้จะวางใจ ธุระก็หมดแล้ว ถือว่าไปชานเมืองพักผ่อน

จากการพูดคุย เสิ่นหนิงรู้ว่าอารองไปซีหนิงครั้งนี้ได้กำไรมามาก การเจรจาธุรกิจกับสมาคมร้านค้าชา สมาคมร้านค้ายาสำเร็จได้ด้วยดี  มีความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย ยังนัดแนะให้ส่งมอบยาอีกครั้งในเดือนสิบ ครั้งนี้ปริมาณมาก มีถึงสามพันชั่ง นี่ไม่ใช่เล็กน้อย เสิ่นเจ๋อหย่วนพอใจมาก

ครั้นกลับถึงเรือนชิงจู๋  หลังจากเสิ่นหนิงทำธุระเสร็จ เซี่ยสือก็มารายงานเรื่องราวในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ถึงแม้นางจะเป็นคนเงียบ แต่ดีที่ละเอียดลออ เรื่องราวในบ้านตระกูลเสิ่นก็เข้าใจได้เจ็ดแปดส่วน  เสิ่นอันซื่อพักผ่อนดูแลครรภ์ที่เรือนลิ่วเหอ ทุกอย่างยังดีอยู่ เพียงแต่พักนี้ขุนนางที่มาพบเสิ่นหวาซั่นเพิ่มขึ้นมาก  อีกทั้งขุนนางที่มาพบต่างมีสีหน้ากังวล  ด้านเสิ่นเจ๋อจิ้งกลับเงียบสงบ ระหว่างนี้ไม่มีใครส่งหญิงรับใช้อะไรมาอีก ทุกอย่างยังดีอยู่

วันต่อมาชิวอู๋ก็มาส่งข่าวว่าเมืองหลวงปกติดีทุกอย่าง  ในวังก็ไม่มีข่าวออกมา  แต่มีมดงานที่สอดแนมบ้านเจิ้นหย่วนกงส่งข่าวมา ว่าหลายวันติดกันนี้มีหมอไม่น้อยไปบ้านเจิ้นหย่วนกง คนรับใช้ที่เข้าออกก็มีใบหน้ากังวล คิดว่าที่บ้านต้องมีคนป่วยหนัก  เพียงแต่ยังสืบไม่รู้ว่าเป็นใคร ตั้งแต่หลังเทศกาลบุปผาราชสำนักปีที่แล้ว  มดงานก็แบ่งคน คอยสอดแนมบ้านเจิ้นหย่วนกงโดยเฉพาะ

มีคนป่วยหนัก? ทำให้คนทั้งบ้านเป็นห่วงกังวล ถ้าไม่ใช่เจิ้นหย่วนกงก็เป็นองค์หญิงใหญ่ซู่เหอแล้ว ทบทวนเรื่องราวชาติก่อน ดูเหมือนราวๆเวลานี้ เจิ้นหย่วนกงเจี่ยนเซี่ยงตง เสียชีวิต ถ้าเช่นนั้นคนป่วยหนักก็ควรจะเป็นเจิ้นหย่วนกงแล้ว! คนจะแก่จะเจ็บป่วยไม่เกี่ยวเดือนปี ไม่มีอะไรว่าได้ แต่พอนึกถึงเรื่องหลังจากเจิ้นหย่วนกงเสียชีวิต ก็ยังรู้สึกเสียดายไม่หาย เจิ้นหย่วนกงเสียชีวิตไม่นาน  องค์หญิงใหญ่ซู่เหอถูกผลกระทบรุนแรงก็ล้มป่วย ปีที่สองฤดูใบไม้ผลิก็เสียชีวิต สายเจิ้นหย่วนกงตกต่ำตั้งแต่นั้นมา ที่สำคัญคือ พอเจิ้นหย่วนกงกับองค์หญิงใหญ่ซู่เหอเสียชีวิต คนที่แนะนำฮ่องเต้ได้ก็ขาดไปคนหนึ่ง  อีกทั้ง หลี่เฟยสร้างคลื่นสร้างลม  ทำให้ฮ่องเต้ที่แก่แล้วหลงทำอะไรตามแต่ใจ  ยิ่งทำให้ซั่งกวนฉางจื้อดูน่าจะเป็นฮ่องเต้ที่ดีได้  

หลังเจิ้นหย่วนกงเสียชีวิต  ทหารกวนเน่ยเว่ยเกิดจลาจล นายพลกวนเน่ยเว่ยเหยียนลี่เจิ้งถูกฆ่าในจลาจลครั้งนี้  จลาจลกวนเน่ยเว่ย  สวีซ่าที่ตอนนั้นมีความชอบจากคดีลอบสังหารในการช่วยฮ่องเต้ได้เลื่อนเป็นนายพลเชียนหนิวของจินอู๋เว่ยได้เสนอตัวเอง  ถือโอกาสรวบทหารกวนเน่ยเว่ยแสนสองหมื่นคน  ชาตินี้เกิดใหม่นางจึงเข้าใจ  บัลลังก์ของซั่งกวนฉางจื้อไม่ได้มาจากฟ้าบันดาล แต่มาจากการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน  ถึงขนาดเอาทหารกวนเน่ยเว่ยแสนสองหมื่นคนมาอยู่ในแผนด้วย นางเชื่อว่าแม้นางจะไม่ได้ยินระฆังสิ้นชาติ  ความเจริญรุ่งเรืองที่ต้าหย่งอ้างถึงก็เป็นเพียงฟองสบู่  อีกไม่นานก็จะถึงกาลล่มสลาย

การเสียชีวิตของเจิ้นหย่วนกงเกี่ยวพันกับเรื่องมากมายจริงๆ แต่ว่า มนุษย์ธรรมดาจะไปเหนือฟ้าได้อย่างไร?  เสิ่นหนิงงุนงง แม้รู้ว่าเรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้น แต่ก็ห้ามไม่ได้ ถึงแม้นางได้ทำอะไรมากแล้ว แต่กงล้อของชาติก่อนก็ยังคงเดินหน้าทับรอยเดิมตามปกติ หรือเป็นเพราะฟ้ากำหนด?

แต่สวีซ่าตายแล้ว  ชาตินี้ซั่งกวนฉางจื้อยังจะส่งคนไปก่อให้เกิดจลาจลอีกหรือไม่?  ยังจะถือโอกาสฆ่าเหยียนลี่เจิ้งอีกหรือไม่?

แต่แล้วจะเป็นอย่างไรอีก?  เสิ่นหนิงยิ้มทันใด  สลัดความหนักอึ้งในหัวอกออก  กังวลไปก็ไม่มีประโยชน์ นางได้ทำในสิ่งที่นางทำได้แล้ว  ได้พยายามอย่างที่สุดเท่าที่นางทำได้  แรงมนุษย์ได้ใช้จนหมดสิ้นแล้ว  ที่เหลือคงเป็นฟ้ากำหนด  ไม่ว่าเรื่องจะเป็นอย่างไร  ขอปฏิบัติด้วยใจที่มั่นคง  มีอะไรที่ต้องสับสนอีก  แม้มีบางเรื่องที่ไม่สมดังใจหมาย  แต่จะมีอะไรที่ลำบากกว่าชาติที่แล้วกัน?

คิดชัดเจนถึงจุดนี้  นางก็หัวเราะคิกคิกขึ้นมา ตัวเองอยู่ในเหตุการณ์  นางไม่ห่วงแล้ว

เสิ่นอวี๋อี้ก็กำลังรายงานเสิ่นหวาซั่นถึงข่าวการป่วยหนักของเจิ้นหย่วนกง ชายหนุ่มที่สุขุมครี่งปีนี้โตมาด้วยกันกับกลุ่มคนในหรูหลิวชู่  เทียบกับตอนมีเรื่องผู้ว่าเมืองหลวงเมื่อต้นปีแล้ว  สุขุมขึ้นอีกไม่น้อย  จากเหตุที่เสิ่นเจ๋อซือไปเมืองหน้าด่านอันเป่ย   ความสนใจของตระกูลเสิ่นที่มีต่อกองทัพก็มีมากขึ้น

“เป็นฤดูใบไม้ผลิที่เกิดเรื่องขึ้นมากมายจริงๆ...” เสิ่นหวาซั่นพูดอย่างสลดใจ  การกบฏของเซิ่งอ๋องทำให้คนไม่น้อยต้องพลัดพรากจากที่อยู่อาศัย  เจียงเฉิงไห่เพิ่งมาหาเขา  การจัดการน้ำใกล้จะแล้วเสร็จ  หากยังมีคนพลัดพรากบ้านเรือน  กระทรวงการคลังก็จะชักหน้าไม่ถึงหลัง  เข้าถึงกลางปี  ภาษียังไม่ได้รับ  กระทรวงการคลังก็จะไม่มีเงินเหลือพอใช้จ่ายแล้ว  เวลานี้เจิ้นหย่วนกงป่วยหนัก  นึกถึงปีที่แล้วตอนหล่งโย่วเว่ยกับกวนเน่ยเว่ยตั้งป้อมหากัน  ไม่รู้ว่าเจิ้งกั๋วกงป่วยหนักจะมีผลกระทบอะไรต่อราชสำนักอย่างไร  อีกทั้งคิดถึงความลำบากในการจัดการน้ำเจียงหนานเต้ากับเหอเน่ยเต้า  ใจคอห่อเหี่ยว  ได้แค่สั่งเสิ่นอวี๋อี้กับหรูหลิวชู่ยังคงติดตามข่าวสารเมืองหลวงต่อไป  แล้วก็ไม่ได้ให้ทำอย่างอื่นอีก

ฮ่องเต้ก็รู้ข่าวเจิ้นหย่วนกงป่วยหนัก  ไม่นับส่วนขององค์หญิงใหญ่ซู่เหอ  ความสัมพันธ์ต่อเจิ้นหย่วนกงที่เป็นทั้งพี่เขยกับขุนนางคู่ใจมีความลึกซึ้งมาก  ฮ่องเต้รู้สึกถึงความร่อยหรอของขุนนางชั้นสูง  ตอนสร้างแคว้น ได้แต่งตั้งยี่สิบสี่กง  สามสิบหกโหว  เจ็ดสิบสองป๋อ  แม้มีใบแต่งตั้งเหล็กหล่อถาวร  ให้มีการสืบทอดชั่วลูกชั่วหลาน แต่สองร้อยกว่าปีที่ผ่านมาราชวงศ์ทั้งปลดทั้งยึดขุนนางระดับสูงเหล่านี้  รวมทั้งที่เจ้าตัวตายไปแล้วไม่มีผู้สืบทอดต่อ  เวลานี้ก็เหลือแค่สามกง  ห้าโหว  รุ่นป๋อไม่มีการแต่งตั้งนานแล้ว คิดถึงเรื่องนี้ ฮ่องเต้สั่งซุนป๋อหยาง หัวหน้าฝ่ายเวชโอสถสำนักพระราขวังไปรักษาเจี่ยนเซี่ยงตงที่บ้านเจิ้นหย่วนกง แล้วสั่งเส้าฝู่เจี้ยนส่งยาจำนวนไม่น้อยไปให้เจิ้นหย่วนกง  ฮองเฮาเจียงซื่อกับชายารัชทายาทอู๋ซื่อก็สั่งนางกำนัลส่งของไม่น้อยไปให้องค์หญิงใหญ่ซู่เหอ  ทั้งฝากนางกำนัลบอกคำปลอบโยนให้ด้วย  เมื่อเป็นเช่นนี้   ขุนนางเมืองหลวงก็รู้กันจนหมดว่าเจิ้นหย่วนกงป่วยหนัก  ดูอาการแล้ว ไม่น่าจะอยู่ได้นาน

ในบ้านเจิ้นหย่วนกง เจี่ยนเซี่ยงตงกำลังลากสังขารที่ป่วยหนักสั่งเสียอยู่ เจิ้นหย่วนกงมีลูกหลานน้อยนิด  มีแค่ลูกหนึ่งหลานหนึ่ง เขากับองค์หญิงใหญ่ซู่เหอรักกันมาก  ไม่มีภรรยาเล็ก  เรื่องที่จะสั่งเสีย  ก็มีเพียงสามคนนี้เท่านั้น เจี่ยนเฉาจื๋อซื่อจื่อ*เจิ้นหย่วนกงกับลูกชายต่างเฝ้าอยู่หน้าเตียง  รอฟังคำสั่งเสีย ทั้งคู่นัยน์ตาแดงก่ำ

 “เมื่อข้าไปแล้ว  เจ้าไม่ต้องเสียใจ ข้าตั้งเจ็ดสิบสองแล้ว  อยู่กับเจ้ามาห้าสิบกว่าปี  ข้าพอใจแล้ว” พูดกับภรรยาองค์หญิงใหญ่ซู่เหอ  นึกถึงภาพตอนพบรักนางสมัยยังหนุ่ม  นัยน์ตาที่ขุ่นมัวของเจี่ยนเซี่ยงตงเกิดประกายประหลาด ใบหน้ามีรอยยิ้มที่คิดคำนึงอย่างมีความสุข

องค์หญิงใหญ่ซู่เหอพยักหน้าทั้งน้ำตา  ความเจ็บป่วยของเจี่ยนเซี่ยงตง  ทำให้ใบหน้าที่เคยสดใสของนางกลายสภาพเป็นสิ้นหวังในทันที  เวลานี้ได้ยินคำพูดของเขา  นึกถึงว่าเขาจะต้องไปก่อนนางแล้ว บอกไม่ถูกถึงความรู้สึก  รู้แค่ในใจว่างเปล่า ไม่อยากอยู่ต่อ

“ข้าทำฎีกาให้เจ้าสืบทอดเป็นเจิ้นหย่วนกงแล้ว  เชื่อว่าหนังสือแต่งตั้งโฮ่วเอ๋อร์เป็นซื่อจื่อก็คงลงมาพร้อมกัน  บ้านนี้ก็มอบให้เจ้าแล้ว แค่รักษาไว้ได้ก็พอ  ไม่ต้องไปคิดแผนการทำอะไร”  นี่คือคำสั่งเสียต่อซื่อจื่อเจิ้นหย่วนกง  ลูกชายคนนี้ซื่อสัตย์เถรตรง  เจี่ยนเซี่ยงตงก็ไม่ได้ตั้งความหวังสูงต่อเขา แค่ให้เขารักษาบ้านได้ก็พอแล้ว  แต่หลานชายมีส่วนเหมือนเขา  ดูมีท่าทางของเลือดนักรบ  เพียงแต่อายุยังน้อย  ต้องหมั่นฝึกฝน

“โฮ่วเอ๋อร์ไว้ทุกข์แค่ปีเดียวก็พอ  ออกทุกข์แล้วไปกวนเน่ยเว่ยหาเหยียนลี่เจิ้ง  ฝึกฝนอยู่ข้างตัวเขา  ไม่ต้องกลับเมืองหลวง”  นี่คือคำสั่งเสียที่มีต่อเจี่ยนฉงโฮ่วหลานชาย  เจี่ยนฉงโฮ่วก็รับปาก

สุดท้ายก็ถามเจี่ยนเฉาจื๋อ “จดหมายที่ส่งให้เหยียนลี่เจิ้งได้ส่งออกไปแล้วใช่ไหม?” เขารู้ว่าพอเขาตาย  กวนเน่ยเว่ยจะต้องสะเทือน หลายปีนี้เหยียนลี่เจิ้งมีชื่อเสียงในกวนเน่ยเว่ยไม่น้อย  แต่วิธีปกครองยังอ่อนโยนเกินไป เจี่ยนเซี่ยงตงเขียนจดหมายให้เขาโดยเฉพาะ  ไม่ได้เขียนมาก  แค่หนังสือแปดตัว   “น้ำใจโพธิสัตว์   วิธีการฟ้าลั่น” เขาเชื่อว่าเหยียนลี่เจิ้งเข้าใจความหมายเขา  สิ่งที่เขาทำได้ก็มีเพียงแค่นี้แล้ว

เจี่ยนเซี่ยงตงยังสั่งเสียต่ออีกหลายเรื่อง เนื่องจากเขาป่วยหนัก  ทั้งบ้านเจิ้นหย่วนกงปกคลุมด้วยบรรยากาศแห่งความเศร้าโศก

เจิ้นหย่วนกงป่วยหนักสำหรับซั่งกวนฉางจื้อไม่ใช่ข่าวดีอะไร ถ้าสวีซ่ายังอยู่  การที่เจิ้นหย่วนกงป่วยหนักจะเป็นข่าวน่ายินดี  แต่สวีซ่าเกิดเรื่อง  แผนการเดิมถูกยกเลิกหมด  เขายังหาคนสนิทที่จะซื้อใจทหารกวนเน่ยเว่ยไม่ได้ จึงไม่กล้าไปก่อให้เกิดจลาจลในกวนเน่ยเว่ยโดยพลการ เรื่องราวมาถึงป่านนี้  แผนการที่เขามีทั้งหมดยุ่งเหยิง  ตั้งแต่ปีที่แล้ว ซั่งกวนฉางจื้อรู้สึกทำอะไรไม่ได้ดั่งใจตลอดเวลา ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น  แต่ละข้อแต่ละห่วงโซ่ล้วนเกิดความผิดพลาด  ตามแผนการเขา เวลานี้เขาควรมีต้นทุนมากพอที่จะไปแย่งชิงกับองค์ชายรองและองค์ชายสามได้แล้ว แต่ตอนนี้เขาก็ยังเหมือนปีที่แล้ว  เป็นแค่องค์ชายห้าที่เงียบเชียบไม่มีใครรู้จัก  อิทธิพลที่คิดว่าจะดึงเข้ามาก็ไม่ได้  แม้แต่ที่มีอยู่เดิมบ้างก็หายไปด้วยเฉยๆ!  นึกถึงเรื่องผู้ว่าเมืองหลวง  จนบัดนี้ยังตรวจสอบไม่ได้ว่ากลุ่มที่เป็นปรปักษ์เขามาจากไหน  สถานการณ์เขาเช่นนี้  เกิดจากฝีมือกลุ่มนั้นหรือไม่?


---

*ซื่อจื่อ (世子) ตำแหน่งผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ของขุนนางระดับสูงไปจนถึงเชื้อพระวงศ์ยศชินหวัง ส่วนใหญ่จะเป็นบุตรชายคนโต

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น