กนกรส มาศอุไร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : เพี่เลี้ยงคนใหม่ 1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : เพี่เลี้ยงคนใหม่ 1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 484

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2561 08:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : เพี่เลี้ยงคนใหม่ 1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

​สามารถโหลดซื้อนิยายได้แล้ววันนี้

ต่อจากตอนที่แล้ว...


และพอมุขธิดาได้ของตามต้องการจนครบ เธอเลยจำใจเอ่ยปากชักชวนพ่อลูกน้องคนซื่อที่พกพาอารมณ์ดีติดตัวเสมอกลับบ้านซึ่งอยู่ซอยถัดจากตลาดอีกไม่เกินสองกิโลเมตร มันไกลพอได้เหงื่อชุ่มตัวสำหรับคนไม่เคยเดินอย่างสันติ ตรงข้ามกับเจ้าของบ้านผู้ชำนาญทาง มุขธิดาเดินป๋อไม่มีเหงื่อหยดสักเม็ดเดียว จวบจนเดินมาถึงหน้าบ้าน

ทว่าร่างสูงที่กำลังยืนพิงประตูรั้วอยู่หน้าบ้าน ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูเคร่งเครียด...

“มุข...ชินโทรหาตั้งหลายครั้ง ทำไมถึงไม่ยอมรับสายล่ะ”

 อนุชินเดินปรี่เข้ามาหา ใบหน้าคมคายย่นยู่เมื่อชายหนุ่มแลสายตามองเลยไปยังลูกน้องของอานนท์ด้านหลังหญิงสาว สันติเองก็ยืนตามประกบผู้หญิงของนายไม่ห่าง สร้างความไม่พอใจให้กับอนุชินมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“มุขลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน ว่าแต่ชินมีอะไรหรือเปล่า ที่บอกว่าโทรหามุข”

“ก็ไม่ได้มีอะไรสำคัญ แค่เราจะมาขอข้าวเย็นกิน” ยามพูดอนุชินส่งสายตาแข็งกร้าวมองชายหนุ่มแปลกหน้าเขม็ง สันติโน้มศีรษะลงเล็กน้อยตามนิสัยคนอัธยาศัยดี แต่อนุชินกลับยืนเฉยเมินสายตากลับมาหาหญิงสาวเพียงคนเดียว

มุขธิดาแอบพ่นลมหายใจแล้วฝืนยิ้มให้ชายหนุ่ม ก่อนร่างบางจะเปิดกระเป๋าคว้านหากุญแจออกมาไขประตูรั้ว สันติที่ถือของเต็มมือกวาดตามองรอบบริเวณหน้าบ้านอย่างระแวดระวังอันตราย ห่างไปหลายจุดมีคนของเขาเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์  

แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มยังไม่ไว้วางใจเสียทั้งหมด ยังคงก้าวเท้าตามมุขธิดามันทุกฝีก้าวโดยใช้ร่างหนาของตนเองบดบังพื้นที่เสี่ยง แม้นจะเห็นสายตาอึดอัดของหญิงสาวคอยส่งมาที่เขาบ่อยครั้ง เขาแกล้งทำเป็นไม่เห็น ในเมื่อเขาไม่เคยไว้ใจผู้หญิงอย่างภาวิณี ผู้หญิงคนนี้นิสัยไม่ต่างจากพิชยา ไม่อย่างนั้นคงคบหาเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ได้ และการตามคุณอานนท์ไปงานเลี้ยงตามสถานที่ต่างๆ ทำให้เขาพอได้รู้จักนิสัยใจคอแท้จริงของผู้คนระดับนั้นอยู่พอสมควร เขากลัวใจหญิงสาวผู้นั้นจะไม่ยอมรามือหรือยอมจบง่ายๆ ในเมื่อสิ่งที่ต้องการมายืนหัวโด่อยู่ตรงนี้

เขากลัวภาวิณีจะส่งคนมาดักซุ่มทำร้ายมุขธิดา อีกทั้งยังไม่แน่ใจพิชยานั้นยอมรามือจริงดั่งที่เจ้าหล่อนรับปากไว้กับเจ้านายเขาหรือไม่ ระวังเอาไว้ดีกว่าตามแก้ไขกันทีหลัง ถ้ามันเกิดเรื่องขึ้นจริงกลัวมันจะได้ไม่คุ้มกับเสีย เพราะต่อให้มุขธิดาไล่เขากลับ เขาจะทำหน้าด้านอยู่เฝ้าผู้หญิงของเจ้านายต่อไปอยู่ดี

ในเมื่อตัวปัญหาหลักของเรื่องดันโผล่มายืนทำหน้าหล่อไม่รู้ไม่ชี้ เจ้าตัวคงยังไม่ทราบเรื่องที่อดีตเมียตัวเองส่งคนมาลอบทำร้ายมุขธิดา หรือว่าทราบแล้วแต่ยังทำหน้าด้าน อันนั้นเขาเองก็สุดจะคาดเดาได้...

สำหรับความรู้สึกของมุขธิดา เธอเริ่มหนักใจขึ้นมาอีกครั้ง อนุชินหายหน้าไปหลายวันจนเธอหลงคิดว่าเขาคงหวนกลับไปหาอดีตภรรยา เหตุเพราะข่าวใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์ เป็นภาพตอนอนุชินกับภาวิณีกำลังเต้นรำหวานชื่นอยู่ในงานเลี้ยงของคนใหญ่โตของเมืองไทย และเนื้อข่าวย้ำถึงสถานะ ทั้งคู่กำลังจะกลับมาคบหากันใหม่

 นักธุรกิจหนุ่มหวนคืนรังเก่า...

และมันเป็นสิ่งตอกย้ำถึงความรู้สึกชัดเจนดังก้องในใจ เธอสิ้นเยื้อไม่หลงเหลือความรู้สึกใดให้กับอนุชินอีกแล้ว นอกจากความเป็นเพื่อนอย่างแท้จริงเท่านั้น เมื่อเธอไม่ได้รู้สึกเสียใจให้กับมันสักนิดตอนอ่านข่าวของเขาเจอ ไม่เหมือนครั้งวันวานนี้อีกแล้วสินะ ยามเธอเห็นภาพข่าวตอนเขาควงคู่อยู่กับภรรยาในงานสังคมต่างๆ  ภาพข่าวเหล่านั้นมันเคยเหมือนอาวุธหอกร้ายที่แหลมคม คอยทิ่มตำหัวใจเธอมาโดยตลอด แต่ ณ วันนี้ เวลานี้ เธอกลับไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันมากกว่าร่วมยินดีที่เห็นเพื่อนคนหนึ่งกลับไปมีครอบครัวสมบูรณ์อีกครั้ง

 “อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันนะคะคุณสันติ” แน่นอนสันติไม่คิดคัดค้านอยู่แล้ว เขากลับยิ้มหน้าบาน แต่ก่อนอื่นเลยเขาต้องรีบโทรส่งข่าวให้เจ้านายรับรู้เป็นการด่วน อยากจะรู้พฤติกรรมของทางฝั่งนั้น ถ้าหากรู้ว่าอนุชินยังไม่ยอมถอดใจ เจ้านายเขายังจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้อยู่อีกหรือไม่

ถือเป็นการลงโทษ อยากปล่อยให้คุณพิต้าสร้างข่าวขึ้นมาอีกดีนัก   

“ครับ...ขอบคุณมาก ผมเองก็กำลังหิวอยู่พอดี” สันติยิ้มแฉ่งแอบส่งสายตาไปหาคนหน้าบูดอีกคน

อนุชินเม้มปากแน่นส่งสายตาขุ่นเคือง เขารู้สึกขัดใจอย่างหนัก เพราะไม่รู้ไอ้ผู้ชายคนนี้มันเป็นใคร แล้วมาวุ่นวายทำไมกับมุขธิดาของเขา...

“เข้าบ้านกันเถอะชิน เดี๋ยวป้าละมัยกับพี่โมชคงจะกลับมาจากที่ทำงานกันแล้ว วันนี้เรามีนัดทานข้าวเย็นพร้อมหน้ากันนะ คุณสันติคะ เชิญทางนี้ค่ะ”

หญิงสาวเอ่ยปากชวนอนุชินให้เข้าบ้าน พร้อมหลีกทางแล้วเปิดประตูอ้าออกให้คนถือของพะรุงพะรังรอดผ่านเข้ามาด้านในตัวบ้านก่อน โดยที่ตัวเองเดินรั้งด้านหลังเข้ามา และที่สำคัญเธอเองไม่คิดจะแนะนำให้ชายหนุ่มทั้งคู่ได้รู้จักกันด้วย ไม่ใช่อะไรสำคัญ เพราะไม่คิดจะให้สันติเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตเธอมากกว่านี้  วันนี้เธอถือเป็นการตอบแทนน้ำใจของเขา แล้วพรุ่งนี้เธอจะพูดกับเขาให้เด็ดขาด ต่อไปนี้ไม่ต้องมาคอยดูแลอะไรเธออีกแล้ว เธอขอใช้ชีวิตสงบตามเดิม อะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้มันเกิดไป

“ให้ชินช่วยในครัวนะมุข” อนุชินรีบเสนอตัวเดินเบียดกระแซะกับหญิงสาว

“อืม...เอาสิ มุขจะทำต้มยำปลาทู ชินช่วยล้างผักกับลวกผักก็แล้วกัน” มุขธิดาพยักหน้า

“แล้วผมล่ะครับ คุณมุขจะให้ช่วยทำอะไร ให้ผมตำน้ำพริกให้ก็ได้นะ ผมพอทำเป็น” สันติที่ไม่อยากปล่อยโอกาสให้คนทั้งคู่อยู่ใกล้ชิดกันสองต่อสองรีบเสนอตัวเข้าช่วย

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เมื่อวานป้าของฉันท่านเอามาจากร้านข้าวกระปุกใหญ่ ฉันเลยคิดทำเมนูนี้ไงคะ” มุขธิดาชี้นิ้วไปที่ถุงผักหลากหลายชนิด

“คุณสันตินั่งรอเฉยๆดีกว่าค่ะ เดี๋ยวเดียวก็ทำเสร็จแล้ว เพราะฉันทำไม่กี่อย่างเอง”

“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ” สันติยอมลงให้ง่ายๆเพราะเขาต้องส่งรายงานให้เจ้านายที่ฝรั่งเศสเป็นการด่วน อนุชินแอบยิ้มสะใจ อย่างน้อยมุขธิดาก็ให้ความสนิทกับเขามากเป็นพิเศษกว่าใครอยู่วันยังค่ำ

และภาพถ่ายที่มีการใส่สีตีไข่บ้างจากลูกน้องคนซื่อที่ดูเหมือนในใจไม่ซื่ออย่างที่คิด ทำเอาร่างหนาที่กำลังนั่งดื่มอยู่ในร้านอาหารกึ่งผับภายในโรงแรมหรูที่ตนเองพักอยู่ถึงกับเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที

มันจะมากไปแล้วนะหนูหริ่ง นี่บังอาจพาผู้ชายเข้าบ้านถึงสองคนพร้อมกันเชียวเหรอ

“มีอะไรหรือเปล่าคะนนท์ ทำไมคุณถึงทำหน้าแบบนั้น” พิชยาซึ่งเบียดร่างเชื้อเชิญชายหนุ่มตั้งแต่เธอลากเขาเข้ามานั่งดื่มในนี้ได้สำเร็จเอ่ยถาม

“เปล่า...คุณนั่งดื่มต่อเถอะ ผมคงต้องขอตัว ง่วง จะกลับขึ้นไปนอน” อานนท์ไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของร่างอวบอิ่ม พิชยาอ้าปากค้างมองร่างสูงตาปริบ เมื่อเธอถูกชายหนุ่มสะบัดตัวออกห่างพร้อมกับเดินกระแทกลมหายใจด้วยอารมณ์หงุดหงิดออกนอกร้านอาหารกึ่งผับ

“นนท์! นนท์คะ กลับมาก่อน กลับมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน คุณจะมาทิ้งพิต้าไว้แบบนี้ไม่ได้นะ คนบ้า!” พิชยากระแทกแก้วไวน์ในมือลงกับโต๊ะเสียงดังโดยไม่สนสายตาของนักท่องเที่ยวรอบข้าง แล้วกระแทกตัวลงกับผนังโซฟา

 เธอส่งเสียงเรียกชายหนุ่มแต่เขากลับไม่คิดใส่ใจ สุดท้ายเลยต้องนั่งพ่นระบายลมหายใจหนักหน่วง ยกมือขึ้นกอดอกอย่างเจ็บช้ำน้ำใจ สายตาคมจับจ้องร่างสูงสง่าจนเขาลับหาย นึกเจ็บใจอานนท์เหลือเกิน ต้องให้ทำถึงขั้นไหนเขาถึงจะยอมเห็นความสำคัญของเธอบ้าง...

และคนอารมณ์ขึ้นสูงปรี๊ดเพียงได้เห็นรูปภาพหวานหยดไม่ต่างจากคู่รัก กำลังช่วยกันทำอาหารอยู่ในห้องครัว รีบกดโทรศัพท์โทรออกตรงถึงเมืองไทย สั่งไอ้ลูกน้องคนจุดชนวนเปลี่ยนไฟท์เครื่องบินกลับก่อนถึงกำหนดอย่างเร่งด่วน สันติรับคำพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พรุ่งนี้เขาจะได้กลับบ้านเร็วไปสวีทกับภรรยาคนสวยของตนเองได้เสียที

เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนการเร็วเกินคาด...



ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น