ลออจันทร์ / เลี่ยงจิน 亮金

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1-2 พี่เลี้ยงเริงสวาท

ชื่อตอน : บทที่ 1-2 พี่เลี้ยงเริงสวาท

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2561 11:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1-2 พี่เลี้ยงเริงสวาท
แบบอักษร

 “ผึ้งจ๋า”

ต้อมโผเข้ากอดแล้วซุกไซ้จูบซอกคอหญิงสาว ก่อนจะประกบริมฝีปากแลกลิ้นกันอย่างเผ็ดร้อน มือหนาบีบเค้นหน้าอกคู่โตอย่างเมามัน จากนั้นเลื่อนริมฝีปากลงไปดื่มกินหน้าอกคู่นั้นสลับไปมา ผึ้งทั้งแอ่นอกเข้าหาทั้งกระถดถอยหนีสัมผัสด้วยความเสียวซ่าน ก่อนที่ชายหนุ่มจะจับเธอลุกขึ้นคุกเข่าบนโซฟาแล้วให้สองมือบอบบางจับพนักพิงเอาไว้ แอ่นก้นงอนงามให้เขาเสียบแทงเข้าทางด้านหลังได้อย่างถนัดถนี่

“อูยเสียวจังค่ะผัวขา” ผึ้งร้องเสียงหลงเมื่อต้อมค่อยๆ อัดแก่นกายเข้าไปในกายเธออย่างช้าๆ

“ชอบมั้ยเมียจ๋า”

ต้อมครางเสียงทุ้มค่อยๆ สอดเข้าไปจนสุดก่อนจะค่อยๆ ดึงออกมาทั้งหมดแล้วสวนแทงกลับเข้าไปใหม่อีกครั้งอย่างใจเย็น ขณะที่นิ้วมืออ้อมไปบดขยี้เม็ดแตงโมสีหวานเพิ่มความเสียวซ่านให้หญิงสาวราวกับต้องการจะให้เธอทุรนทุรายขาดใจตาย

“ชอบมากเลยค่ะผัวขา อย่าช้าช่วยอัดกระแทกแรงๆ ได้มั้ยคะ”

ยามเมื่ออารมณ์ใคร่ก่อตัวขึ้นอย่างขีดสุดทั้งสองก็เปลี่ยนสรรพนามเรียกขาน ผัวขา เมียจ๋า กันอย่างไม่กระดากปาก อีกทั้งยังคำหยาบอื่นๆ ที่ช่วยให้รสสวาทแซบพริกสิบเม็ด ทั้งสองก็ไม่เก้อเขินที่จะพูดมันออกมา

“ผัวจะอัดให้บานฉ่ำเลยเมียจ๋า”

ต้อมหยักยิ้มก่อนจะกระเด้งสะโพกอัดแก่นกายเข้าไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง ผึ้งเบิกตาโพลงทั้งจุกทั้งเสียวเสียดท้องน้อยจนพูดไม่ออก กระนั้นเธอก็แอ่นก้นเบียดกระแทกเข้าหาอาวุธร้ายของเขาด้วยความหลงใหล

ต้อมกระแทกแรงจนมีเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็นจังหวะรัวเร็ว ผึ้งร้องลั่นครางเรียกผัวขา ผัวขาอย่างไม่กลัวว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะลืมตาตื่น เพราะบัดนี้เธอเสียวจนไม่สามารถสะกดอารมณ์เอาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว สองมือที่ค้ำพนักโซฟาเอาไว้ยังคงกำแน่นพยุงตัวไม่ให้ล้มจากแรงกระแทกที่อัดแรงจนกลีบอวบอูมผลิออกราวกับดอกไม้แรกแย้ม

“โอ้วผัวขา เมียไม่ไหวแล้วค่ะ เมียจะเสร็จแล้ว”

พี่เลี้ยงสาวบิดตัวไปมาเมื่อต้อมได้ยินดังนั้นก็รีบกระแทกถี่เข้าออกจนร่องสวาทเกิดความร้อนจากแรงเสียดสี ก่อนที่เขาจะปลดปล่อยน้ำรักขาวขุ่นออกมาอีกครั้ง ทั้งคู่กอดรัดกันอย่างสุขสมก่อนจะพากันเดินไปที่เตียงนอนของเจ้านายน้อย

พบว่ากิ่งดาวนอนหลับสนิทราวกับไม่รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น

“เอาไว้คืนไหนผึ้งมานอนเป็นเพื่อนคุณหนูอีกพี่จะมาหานะ พี่ชักติดใจเสียแล้วสิ มันทั้งตื่นเต้นทั้งเร้าใจที่ได้เอาผึ้งบนคฤหาสน์แบบนี้”

ต้อมส่งสายตาระยิบระยับพริบพราวใส่แฟนสาว ผึ้งแก้มแดงระเรื่อไม่ได้ปฏิเสธหรือรับคำ แต่เป็นอันรู้กันว่าผึ้งเองก็ชอบที่จะเริงสวาทกับคนรักหนุ่มเช่นนี้เหมือนกัน

ผ่านมาหลายปี หลายปีเหลือเกินที่กิ่งดาวนอนมองดูพี่เลี้ยงกับคนสวนทำอะไรกันบางอย่างที่แปลกประหลาดเหลือเกินในความคิดของเด็กน้อย

จนกระทั่งกิ่งดาวเริ่มโตพอที่จะรับรู้ว่าการกอดรัดของหญิงชายคือการร่วมเพศ เด็กสาวรู้สึกอายและกระดากเมื่อได้รับรู้ความจริงกระนั้นลึกๆ แล้วเธอกลับรู้สึกชอบ ราวกับว่าเธอเสพติดการถ้ำมองหญิงชายพรอดรักกันเสียแล้ว ต่อให้ทั้งสองไม่มาร่วมรักกันบนห้องนอนของเธอ ตกดึกเธอก็มักไปด้อมๆ มองๆ ที่ห้องนอนของต้อม แอบดูต้อมกับผึ้งเริงรักกันผ่านรูเล็กๆ ริมหน้าต่าง

กระทั่งกิ่งดาวโตเป็นสาวสะพรั่งวัยสิบห้าปี เธอเรียนรู้ที่จะช่วยตัวเองด้วยปลายนิ้ว บดขยี้เสียดสีไปมาก็ทำให้เธอมีความสุขได้ ถึงอย่างนั้นเด็กสาวก็ไม่เคยรู้สึกพอเธออยากจะทำอย่างที่ผึ้งกับต้อมทำ อยากจะทำอย่างที่มารดากับผู้ชายไม่ซ้ำหน้าที่มารดาหิ้วเข้าบ้านมาเริงร้อนกันอย่างไม่อายใคร

เด็กสาวในวัยสิบแปดปีเรียนจบมัธยมปลาย โรงเรียนที่มีแต่เด็กผู้หญิงจนน่าเบื่อ เรียกได้ว่าเธอแทบไม่รู้จักผู้ชายคนอื่นเลยนอกจากครูพละ และคนงานในคฤหาสน์ของตนเอง

เธออยากจะลองร่วมรักกับใครสักคน แต่ก็ไม่มีใครพอจะช่วยทำให้เธอสมหวังในเรื่องนี้ได้เลย

กิ่งดาวได้แต่เก็บความต้องการที่มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นเอาไว้ เธอช่วยตัวเองบ่อยมาก บ่อยเสียจนเรียกได้ว่าแทบทุกวัน ในหัวสมองของเธอมีแต่ภาพการร่วมรักด้วยลีลาท่าทางต่างๆ นานา เธออยากลองอยากรู้เหลือเกินว่ายามที่อวัยวะของเพศชายสอดเข้าไปในร่างกายเธอ จะเกิดความรู้สึกเช่นไร แต่ที่รู้ๆ พี่เลี้ยงสาวกับมารดาของเธอดูมีความสุขมาก ทั้งสองร้องครวญครางราวกับว่าไม่เคยพบความสุขแบบนี้มาก่อน

กิ่งดาวอยากจะลองเหลือเกิน ได้แต่เก็บความต้องการเอาไว้ไม่กล้าพูด หรือไม่กล้าบอกใครออกไป

“คุณหนูขา นั่งใจลอยไปถึงไหนแล้วคะ พี่ผึ้งเรียกตั้งนานไม่เห็นขานเลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามา” บัดนี้ผึ้งเป็นสาวใหญ่วัยสี่สิบที่ยังสวยครบเครื่อง

“น้องกิ่งก็แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยค่ะพี่ผึ้ง” กิ่งดาวหันมายิ้มให้กับพี่เลี้ยงสาวอย่างเป็นกันเอง

“แล้วดูสิเนี่ยแต่งตัวแบบนี้ใครมาเห็นเข้าจะว่ายังไง”

ผึ้งบ่นอุบเมื่อเห็นเจ้านายสาวใส่เพียงชุดนอนผ้าไหมบางเบา บางเสียจนเห็นผิวขาวละเอียด เห็นทรวงอกเต่งตึงอย่างสาวแรกรุ่นจนเธอแอบอิจฉา อีกทั้งยังเอวเล็กขอดกิ่ว เรียวขาขาวยาวน่าลูบไล้นั้นอีก

“ทำไมถึงไม่อาบน้ำแต่งตัวล่ะคะ”

“ขี้เกียจ”

กิ่งดาวตอบสั้นๆ ความจริงแล้วเธอเพิ่งช่วยตัวเองไปถึงสองครั้ง สุขสมมีความสุขจนไม่อยากลุกจากที่นอน และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาเธอก็เฝ้าแต่นั่งครุ่นคิดว่าเธออยากจะทำลายเยื่อพรหมจรรย์ที่มีติดตัวมา แต่เธอจะทำลายมันอย่างไร และใครจะสามารถช่วยทำลายมันให้เธอได้บ้าง

“ไปอาบน้ำเถอะค่ะ เดี๋ยวบ่ายๆ ต้องเดินทางไปทะเลกับคุณหญิง จำได้หรือเปล่าคะ”

ผึ้งดันตัวเด็กสาวให้ลุกขึ้นยืน พี่เลี้ยงสาวรู้ดีว่ากิ่งดาวไม่ใช่คนดื้อ ออกจะเป็นเด็กที่เงียบเรียบร้อย ไม่ช่างพูดช่างจำนรรจาอย่างเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน และเหมือนจะคิดอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา แม้ผึ้งจะเลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะจนก้าวเข้าอายุสิบแปดปี ผึ้งก็ไม่สามารถคาดเดาความคิดของเด็กสาวได้เลย ว่าคิดอ่านอะไรอยู่ภายในใจ

“งานวันเกิดอายุครบสิบแปดปีของน้องกิ่ง งานวันเกิดที่คุณแม่ไม่เคยถามน้องกิ่งเลยว่าต้องการหรือเปล่า คุณแม่จะไปจัดที่ทะเลก็เพราะคู่ขาคนใหม่เป็นฝรั่งตาน้ำข้าวที่ชื่นชอบทะเลทางภาคใต้ของประเทศไทย แม่ทำไปทั้งหมดก็เพราะผู้ชายคนนั้นไม่ใช่น้องกิ่ง น้องกิ่งจึงไม่อยากไปค่ะ” กิ่งดาวระบายออกมายืดยาวด้วยความคับแค้นใจในตัวบุพการี ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดจนหยาดน้ำตาไหลออกมาจากหน่วยตา

“ไม่เอาค่ะคุณหนูอย่าว่าคุณแม่แบบนั้น”

“เพราะน้องกิ่งจะบาปใช่มั้ยคะ แล้วการที่คุณแม่สร้างน้องกิ่งออกมาโดยไม่เคยดูแลให้ความรักเลย คุณแม่ไม่บาปบ้างหรือคะ” ปลายจมูกเป็นสีแดงระเรื่อ ดวงตาแดงช้ำคลอหยาดน้ำตา

“บางทีกิ่งก็คิดนะ ว่ากิ่งเกิดเป็นลูกขอทานกิ่งอาจมีความสุขกว่านี้ กิ่งเดินผ่านขอทานข้างถนนเขายังกอดลูกของเขาเอาไว้แนบอก หมาแมวมันยังรักยังปกป้องลูกของมัน แต่คุณแม่ไม่เคยกอดกิ่งเลย

ทั้งที่กิ่งพยายามเป็นลูกที่ดี กิ่งเรียนเก่ง กิ่งเป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียน กิ่งรำไทยชนะเลิศระดับประเทศ แต่คุณแม่ก็ไม่เคยชื่นชมในตัวกิ่ง กิ่งเหนื่อยที่จะเป็นเด็กดีเต็มทนแล้ว บางครั้งกิ่งก็อยากทำตัวเป็นคนเลว อยากแรด อยากพี้ยา อยากขายตัว อยากมั่วผู้ชายไม่เลือกหน้าอย่างที่คุณแม่ทำ กิ่งอยาก...”

เผียะ!

เด็กสาวหยุดพูดเพราะแรงตบที่กระแทกลงบนใบหน้าหวานจนเป็นรอยริ้วระเรื่อ กิ่งดาวน้ำตาร่วงเผาะเงยหน้าขึ้นมองพี่เลี้ยงสาวที่กำลังร้องไห้ไม่ต่างกัน

“อย่าพูดแบบนี้อีกนะคะ ต่อให้คนทั้งโลกไม่รักคุณหนูแต่พี่ผึ้งรักคุณหนูมาก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพี่ผึ้งขอร้อง คุณหนูห้ามประชดชีวิตด้วยการทำเรื่องพวกนั้นเด็ดขาด”

พี่เลี้ยงสาวคุกเข่าลงตรงหน้าเด็กสาวแล้วยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าที่เธอเพิ่งตบลงไปอย่างอุกอาจ ถ้าเธอจะถูกโกรธ ถูกต่อว่าจนโดนไล่ออกเธอก็ยอม แต่เธอจะไม่ยอมให้เด็กสาวแสนดีต้องหลงเดินทางผิดเด็ดขาด

“สัญญากับพี่ผึ้งได้มั้ยคะ”

กิ่งดาวไม่ตอบแต่ค่อยๆ หลับตานิ่งเนิ่นนานปล่อยให้หยาดน้ำตาหลั่งริน หยดแล้วหยดเล่าราวกับว่าน้ำตาไม่มีวันแห้งเหือด เธอไม่โกรธพี่เลี้ยงสาวเลยแม้ว่าเธอจะเติบโตขึ้นมาชนิดที่ว่าไม่เคยถูกตีสักกระผีกริ้น มันสาสมแล้วที่เธอจะถูกตบแรงๆ จนหน้าชาเพื่อเรียกสติ มันก็แค่คำพูดที่พ่นออกไปยามเมื่ออารมณ์ท้อแท้และหดหู่จนถึงขีดสุด เธอคิดว่าเธอไม่มีทางทำเรื่องเหล่านั้นเด็ดขาด

เพราะเธอรักดี ใฝ่ดี และเธอก็ชาชินกับการปฏิบัติตัวของมารดาที่มีต่อเธอเสียแล้ว แม้จะมีบางครั้งที่เสียใจจนสติแตกแทบไม่อยากมีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้ แต่ท้ายที่สุดเธอก็จะดึงสติตัวเองกลับมาได้ทุกครั้ง คงไม่มีอะไรที่ทำให้เธอเสียใจได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว คงไม่มี...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}