AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 76 สังหาร ตอนจบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 76 สังหาร ตอนจบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 144

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ส.ค. 2561 18:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 76 สังหาร ตอนจบ
แบบอักษร

ตอนที่ 76 สังหาร ตอนจบ

สายตาทุกคู่จ้องมองไปยังฝูงมอนสเตอร์ที่พึ่งสูญหายไปเมื่อครู่ด้วยอาการช๊อคอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพก่อนหน้าที่ฝูงมอนสเตอร์จำนวน 2 พันวิ่งกรูเข้ามาสั่นสะเทือนพื้นดินจนทำให้ถอดใจยอมแพ้ไปตาม ๆ กัน จากนั้นก็ภาพท้องฟ้า สำหรับบางคนก็อาจจะเป็นภาพพื้นดิน เพราะโดนของแข็งกระแทกจนคะมำ

สิ่งนั้นก็คือดาบ ดาบที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน มันคือดาบที่สวยงามและให้ความรู้สึกทรงพลังที่สุด และที่ทำให้ตกใจยิ่งกว่าก็คือพลังที่อัดแน่นเมื่อได้จับด้ามดาบ ราวกับว่าร่างกายได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว

อีกอย่างอาวุธชิ้นนี้แค่เพียงเล่มเดียวก็สามารถทำให้อาณาจักรขนาดใหญ่สั่นสะเทือนได้ถึงการปรากฏขึ้นของมัน สิ่งที่เหล่าผู้มีอำนาจทั้งหลายต่างก็ต้องการครอบครองมันอย่างไม้ต้องสงสัย

แต่ทว่า ณ ตอนนี้มันปรากฏออกมาถึง 8 เล่ม และก็อยู่ในมือของพวกเขาทุกคนอีก ความรู้สึกที่แปลกประหลาดแบบนี้พึ่งเกิดขึ้นเมื่อได้ถือดาบ ราวกับว่าต่อให้มอนสเตอร์เวทกรูเข้ามาเป็นหมื่นก็สามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย ความรู้สึกของการถูกยกระดับสู่จุดสูงสุดแบบนี้ พวกเขาพึ่งเคยได้รับเป็นครั้งแรก

ความตกใจจากอาวุธทั้ง 8 ชิ้นนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่เหนือโลกของพวกเขา โลกที่ขนาดท้องพระคลังหลวงยังมีระดับสูงสุดแค่ 5 ดาว และมีเพียงเล่มเดียวที่แม้แต่องค์ราชาก็ไม่สามารถใช้ได้ แต่ดาบที่ถือนี้ให้ความรู้สึกว่าเหนือกว่า

ความรู้สึกยังไม่จางหายก็บังเกิดความตกใจใหม่เข้ามาอีกเมื่อบุรุษลึกลับเผยอะไรบางอย่างออกมา พวกเขาทันเห็นแค่เพียงด้าม แล้วร่างกายก็ถูกแรงกดดันมหาศาลจนทรุดลงกับพื้นไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมาดูได้เลย

ยกเว้นเพียงโรสเท่านั้น ที่แรงกดดันนี้ไม่ได้กดกระแทกเธอลงไปมากนัก เธอยังเห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจน พลันก็เกิดคลื่นอันรุนแรงและเสียงตัดอากาศขึ้น เมื่อแรงกดดันหายไปสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือกองทัพมอนสเตอร์ที่เหลือเพียงครึ่งพัน

“นะ นี่มัน....เกิดอะไรขึ้น” ดาร์คเอ่ยด้วยความตกใจครั้งแรกกับภาพที่เห็น

“เมื่อกี้..ชายคนนั้นทำอะไร...ทำไมมอนสเตอร์ถึงได้หายไปเป็นจำนวนมาก!! ” เสียงของลูซพูด เขากุมหน้าอกของตนเองที่กำลังสั่นด้วยความตื่นเต้นปนความหวาดกลัว

“ดาบเดียว....จัดการภายในดาบเดียว...มอนสเตอร์มากกว่าหนึ่งพันถูกสังหารภายในการสะบัดดาบ ... แค่ครั้งเดียว” เสียงพึมพำของโรสเอ่ยขึ้น นัยน์ตาของเธอเหม่อลอยราวกับสติไม่อยูกับเนื้อกับตัว ทุกสายตามองมายังโรส

“คุณโรส เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” เสียงของมิร่าออยค่อย ๆ ถามเพราะกลัวว่าเธอจะตกใจสะดุ้งเสียก่อน โรสจ้องไปยังมิร่าออย ดวงตาของเธอยังคงเหมือนคนละเมออยู่

“เป็นฝีมือของเขา..” โรสพูดเบา ๆ พลันเธอก็ค่อย ๆ หลับตาแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ สะบัดหน้าปัดเป่าความสับสนออกไปแล้วตั้งสมาธิให้อยู่กับปัจจุบัน

“แม้ไม่รู้ว่าเขาคือใคร แต่อย่างน้อยฉันก็เชื่อว่าเขาคือคนดี ไม่อย่างงั้นคงไม่มอบอาวุธที่มหัศจรรย์แบบนี้ให้พวกเราใช้หรอก เผลอ ๆ ระดับของมันอาจจะมากถึง 5 ดาวเลยก็เป็นได้” เซย์รินกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนขอบคุณ เธอไม่รู้ว่าอาวุธระดับ 5 ดาวมีอานุภาพขนาดไหนจึงคาดคะเนระดับผิดไป

“ไม่ใช่ 5 ดาว ระดับของมันคือ 7 ดาว เลเวล 99 เป็นอาวุธที่ไม่เหมือนศาสตราทั่วไป การใช้งานอาวุธนี้ลึกลับซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเจ้านั่นจะบอกว่าใช้อย่างนั้นอย่างนี้ แต่เอาเข้าจริง ๆ ความสามารถของอาวุธนั้นสูงล้ำกว่าที่เขาพูดมากมายจนนึกไม่ถึงเลยล่ะ” โรส เริ่มปรับอารมณ์และดูเหมือนจะพูดคุยสนิทสนมกับพวกเซย์รินมากกว่าแต่ก่อน เมื่อได้ฟังวคำอธิบายจากโรส ดวงตาพวกเขาถึงกับเบิกกว้าง

“ระดับ 7 ดาว แบบนี้มันยิ่งกว่าอาวุธในตำนานอีกไม่ใช้เหรอ พะ..พวกเรามีโอกาสได้ใช้มันได้ยังไง โรสเธอรู้ไหม ละแล้วหมอนั่นที่เธอว่า เธอรู้จักเขาด้วยเหรอ!! ” เซย์รินพูดตื่นเต้นแล้วจ้องดาบในมือไม่วางตา

“อยากรู้ก็ไปถามเขาเอาเองสิ ”

มีดสายลม!!

ฉั๊วะ!!!

เสียงเอ่ยของโรสดังขึ้นพลันบังเกิดคมมีดสายลมรูปจันทร์เสี้ยวพุ่งไปยังฝูงมอนสเตอร์ตัดแยกชิ้นส่วนของมันออกจากกันอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาของเซย์ริน

“มะ มะกี้มันอะไร ตระกูลเธอมีท่าสังหารที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้เลยเหรอ ทำไมก่อนหน้าถึงไม่ใช้ล่ะ ตอนที่พวกเรารับมือกับปีศาจนั่นทำไมถึงไม่ใช้มันล่ะโรส!! ” เซย์รินโพร่งด้วยความตกใจกับท่าสังหารที่สามารถจัดการมอนสเตอร์นับสิบได้ในพริบตา

“มันไม่ใช่ท่าของตระกูลฉัน แต่มันคือความสามารถของดาบ!!! " โรสตอบกลับโดยทันทีที่เซย์รินถาม

"วะ ว่าไงนะ ไม่ ๆ ๆ มันเป็นไปไม่ได้ อาวุธจะมีความสามารถแบบนี้ได้ยังไงกัน! " เซย์รินรีบโต้แย้งทันที เธอไม่ยอมเชื่อว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นจากดาบ

"พวกเธอคงใช้ไม่เป็นล่ะสิ งั้นเดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ก็แล้วกัน” โรสพูดด้วยท่าทีหงุดหงิดปนรำคาญเมื่อตนกลายเป็นจุดสนใจของกลุ่ม

“จริงเหรอ ระ รบกวนด้วยนะโรส” เซย์รินพูดด้วยความดีใจจนออกนอกหน้า

“อืม!! ” เสียงโรสตอบกลับอย่างแผ่วเบาพร้อมสบถในใจที่มีเธอรู้วิธีใช้งานคร่าว ๆ เพียงคนเดียว

...................................................

**อีกฝั่งหนึ่งของเมืองเกิดเหตุนักผจญภัยเข่นฆ่ากันเอง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนขณะที่ปีศาจตัวที่สามของนานะจะถูกฆ่า ปีศาจนั้นมันใช้วิชาเวทเร่งเร้าพลังปีศาจกระตุ้นพลังส่วนเกิดของมนุษย์ที่ปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ที่มีพลังปีศาจอยู่ พลังเวทนี้กระตุ้นให้นักผจญภัย 200 กว่าคนที่มีเมล็ดพันธุ์อยู่ในร่างเกิดบ้าคลั่งขึ้นมา (ความจริงมี 1000 กว่า แต่ถูกมอสนเตอร์ฆ่าไปเยอะ)

ร่างกายของผู้บ้าคลั่งปรากฏเส้นเลือดสีดำนูนขึ้นรอบตัว นัยน์ตาของพวกนั้นแดงก่ำไร้ซึ่งสติควบคุม พวกมันเริ่มจู่โจมผู้เล่นอย่างบ้าคลั่ง แต่ละการโจมตีนั้นล้วนดึงพลังของร่างออกมาโดยไม่มีกั๊ก

“บ้าเอ้ย!! เรื่องเลวร้ายกว่านี้มีอีกไหมวะ ข้าสูญเสียเพื่อนพ้อง ครอบครัว พี่น้องร่วมสาบานไปก็เพราะเหตุการณ์บ้า ๆ นี่ เลวร้ายกว่านี้มีอีกไหม โว๊ย!!!!!!!!!!! ” เสียงตะคอกของเหล่านักผจญภัยกู่ร้องออกมาท่ามกลางเหตุชุลมุนวุ่นวาย ที่รับมือกับมอนสเตอร์ยังไม่พอ ยังต้องมารับมือกับเพื่อนพ้องตัวเองที่คลุ้มคลั่งสังหารพวกพ้องเดียวกันไปมากมาย

แม้จะเศร้าเสียใจมากเท่าไหร่สุดท้ายวิธีเดียวที่จะหยุดยั้งการกระทำของพวกที่คลุ้มคลั่งได้ก็คือการฆ่า แต่ว่ามันช่างยากเย็นนัก ต้องสูญเสียนักผจญภัยมากกว่า 5 คนในการกำจัดคนคลั่ง 1 คน ความสูญเสียรอบแล้วรอบเล่าบังเกิดขึ้น นับนานก็ยิ่งเลวร้ายขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อมองดูทัศนียภาพรอบกายความงดงามของเมืองต่างสูญหายไปหมดสิ้นหลงเหลือเพียงซากปรักหักพังและตอตะโกของมนุษย์ บ้านเรือน และสิ่งก่อสร้างทั้งหลาย

เหล่าเด็กเล็กเด็กน้อยที่หนีไม่ทันก็ต้องตกตายไปเพราะเหตุการณ์นี้ เหล่านักผจญภัยหลายคนคลุ้มคลั่งเนื่องจากสูญเสียบุคคล ครอบครัวอันเป็นที่รักของตนไป ต่างมุ่งหน้าสังหารศัตรูอย่างไม่คิดชีวิตจนลงเอยด้วยความตายที่แสนเศร้า

จากเพื่อนพ้องนักผจญภัยนับหมื่นหลงเหลือไม่ถึงพัน เหล่าชาวบ้านที่หนีทันนั้นนับเป็นจำนวนน้อยถึงน้อยที่สุด เหล่ามหากิลด์ต่างก็สูญเสียผู้นำและบุคคลชั้นยอดไปมากมาย ลูกชายเจ้าเมืองก็มาตกตายเพราะเงื้อมมือของมอนสเตอร์ร้ายอีก เหล่านักผจญภัยที่มาจากเขตแดนอื่นต่างก็ตกตายไปมากมาย

บางกลุ่มรีบหนีออกจากเขตแดนเทพเมืองนี้ได้ทัน ส่วนใหญ่ที่เร่งรีบไปใช้บริการประตูวาร์ปต้องผิดหวังเพราะมันไม่ทำงาน จึงต้องร่วมมือกันรับมือกับมอนสเตอร์จำนวนมหาศาลและตายตกไปอีกอย่างไม่ได้ตั้งใจ

กิลด์เดเรนซ์ได้ใช้ผลึกส่งสารติดต่อไปยังเขตแดนเทพของอาณาจักรกลางเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้กล้า แต่ผลึกไม่สามารถใช้งานได้

ครั้นจะส่งคนเดินทางโดยม้าเร็วไประยะทางจากเขตแดนเทพเมืองนี้ไปถึงเขตแดนเทพอีกแห่งหนึ่งต้องใช้ระยะเวลามากถึง 3 เดือน (เขตแดนเทพที่กล่าวถึงยังคงเป็นเขตระดับนอกอยู่ไม่ใช่เขตกลาง) กว่าจะได้ใช้ประตูวาร์ปที่เมืองนั้นเพื่อไปยังอาณาจักรกลาง ตอนนั้นเมืองเดเรนซ์คงสูญสิ้นไปแล้ว

ความหวังพังทลายจนสูญสิ้น แม้จะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ก็ต้องเจอกับวิกฤตใหม่ที่ใหญ่หลวงกว่า นั่นก็คือความเป็นอยู่ของพวกเขา บางทีอาจจะถึงเวลาที่ต้องทิ้งเมืองนี้แล้วก้าวสู่เขตแดนเทพแห่งใหม่เสียแล้ว

การเดินทางครั้งใหม่กับชีวิตที่ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นเช่นไร อันตรายที่มีรอบด้านไม่รู้ว่าชีวิตจะจากไปเมื่อไหร่ ความหวังเพียงหนึ่งเดียวคือการได้ไปถึงเขตแดนเทพใหม่ก่อนที่จะถูกมอนสเตอร์งาบไปรับประทาน

“ทุก....อย่าง....จบสิ้น..แล้ว” เสียงพึมพำด้วยความท้อแท้ของนักผจญภัยคนหนึ่ง

**.................................

**แม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันมากมายแต่การต่อสู้ก็ได้สิ้นสุดลง มอนสเตอร์ทั้งหมดถูกกำจัด พลปีศาจทั้ง6 ถูกสังหารด้วยฝีมือของนานะ 3 ตน

แพตตี้ 1 ตน

ไผ่ 2 ตน

ส่วนมอนสเตอร์ก็ถูกนักผจญภัยทั้งหลายสังหารจนหมดในที่สุด

ความสูญเสียครั้งนี้เรียกได้ว่าเมืองเสียหายไปมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คนตยไปมากกว่าครึ่งเมือง ส่วนผู้ที่อพยพได้ทันต่างก็มุ่งหน้าออกนอกเขตแดนไปสู่เขตแดนแห่งอื่นหวังตายเอาดาบหน้าทั้งนั้น มีเพียงไม่กี่กลุ่มที่กลับมาเพื่อหาสิ่งสำคัญ อาทิเช่นลูกเต้า คนสำคัญในครอบครัว คนรัก เป็นต้น

นักผจญภัยที่ยืนหยัดโดยไม่ตาย มีจำนวน 300 กว่าคน จากนับหมื่น การสูญเสียครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นการล่มสลายของเมืองเลยก็ว่าได้

ส่วนกลุ่มของโรสต่างก็ใช้ดาบระดับ 7 เข่นฆ่ามอนสเตอร์อย่างเมามันหลังจากอัดอั้นมานานนม เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มเดียวที่ยังมีอวัยวะอยู่ครับ 32 ประการทุกคน แต่ก่อนที่จะได้ชมเชยดาบที่เลิศล้ำก็ถูกริบคืนอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาละห้อยของทั้ง8 คน บุรุษหน้ากากมัมมี่อินดี้ริบดาบไปโดยไม่พูดไม่จาอะไรแล้วหายไปจากครรลองสายตาของทุกคนอย่างรวดเร็ว

**..........................................

10 นาทีต่อมา

“อืม เสื้อหนังนี่ดูสวยดีสภาพสมบูรณ์แม้มีเลือดและสมองเลอะเทอะนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร กางเกงก็ดูดีมีระดับใช่ย่อย ขอยืมไปใช้เลยละกัน” เสียงเด็กหนุ่มหน้าพันผ้าเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มที่เหมือนไม่ยิ้ม

สภาพแห่งการสูญเสียรอบด้านดูเหมือนไม่ได้ส่งผลใด ๆ ต่อจิตใจเขาแม้แต่น้อย เขารีบนำชุดไปล้างบ่อน้ำที่ยังคงสะอาดอยู่แล้วรีบเปลื้องผ้าเปลี่ยนทันที

อีกด้านหนึ่งของมุมเมืองซึ่งมีเศษชิ้นส่วนมอนสเตอร์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ดรอปออกมาเกลื่อนกลาด รวม ๆ แล้วมากถึง 2000 ชิ้น แต่เด็กน้อยก็หาได้สนใจไม่ เธอเดินเท้าเปล่าที่ลอยเหนือพื้นดินนิดหน่อยไปตามทางด้วยท่าทีสบายอารมณ์

“พี่ชายอยู่ไหนน๊า นานะอยากเจอเทพสาวจะแย่แล้ว...” เสียงอันหวานใสมาพร้อมกับการฮัมเพลงที่แสนสนุกของเธอ

อีกด้านหนึ่ง ณ บริเวณกิลด์โครบิลอสซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังคงสภาพเดิมอยู่ไม่ได้เละเทะเหมือนที่อื่น ยกเว้นเศษชิ้นส่วนมอนสเตอร์ที่ดรอปออกมาเกลื่อนกลาด

หญิงสาวหน้าตาน่ารักดุจเทพธิดาที่ยิ่งมองยิ่งน่าหลงใหล เธอสวยงามกว่าก่อนหน้าไปมากโข ไอพลังของเธอดูเหมือนจะกล้าแกร่งขึ้นกว่าเดิม ระดับของเธอก้าวหน้าไปโดยไม่ต้องพึ่งยาวิเศษ

แต่วิธีการของเธอก็คือ ดูดกลืนพลังโดยตรงจากปีศาจที่ไม่รู้ว่าจะมีใครทำได้แบบนี้ แถมยังได้ความสามารถมา 1 อย่างด้วย

“ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าข้าจะสามารถดูดพลังของสิ่งที่เรียกว่าปีศาจได้ รู้สึกได้เลยถึงความหอมหวานของพลังที่ได้มา นี่ถ้ามีอีกสักตัวสองตัวคงจะน่าสนุก เอาล่ะ รอนายท่านกลับมาดีกว่าแล้วโชว์ความสามารถที่ได้รับมาใหม่ให้นายท่านได้ตกใจเล่น ๆ กัน” เธอพูดด้วยรอยยิ้มร่าเดินทอดน่องไปยังกลุ่มสมาชิกกิลด์โครบิลอสที่ยังหลงเหลืออยู่

...............................................********

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น