only_offgun

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : OS : Our morning

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2562 13:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
OS : Our morning
แบบอักษร

ฟึ้บ



น้ำหนักตัวที่ทับลงมาบนแผ่นหลังทำให้คนที่นอนคว่ำหน้าอยู่กลางเตียงครางฮือออกมา ก่อนจะรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินใบหู ตามมาด้วยเสียงหวานที่กระซิบปลุกเขาเหมือนที่ได้ยินในทุกๆเช้า



“ตื่นได้แล้วคนอ้วน”



พยักหน้ารับเบาๆแต่ดวงตายังคงปิดอยู่อย่างนั้น แต่ไม่นานความง่วงงุนก็หายไปจนหมดสิ้น เมื่อลูกแมวบนตัวเริ่มเลาะเล็มใบหูสลับกับลิ้นเล็กที่แลบเลียไปมาช้าๆทำเอาคนโดนปลุกอย่างเขา ‘ตื่น’ ไปหมดทั้งตัว



ออฟลืมตาขึ้นมาโดยที่ยังปล่อยอีกคนเล่นซนอยู่กับร่างกายของตนอยู่อย่างนั้น สิ่งแรกที่สายตาของเขาโฟกัสได้คือเรียวขาขาวที่โผล่พ้นเสื้อนอนสีขาวตัวบางที่มีความยาวปกปิดก้นกลมได้อย่างหมิ่นเหม่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกคนไม่ได้สวมใส่อะไรมากไปกว่านี้ เพราะเขานี่แหละที่เป็นคนคว้าเสื้อนอนตัวนี้มาใส่ให้อีกคนเองหลังจากที่เสร็จกิจกรรมที่ทำเอาจอมยั่วหมดแรงหลับไปเสียก่อน



“ซนแต่เช้าเดี๋ยวก็โดนอีกหรอก”



“ปี๊ทำไรกันไม่ได้หรอก เช้านี้ปี๊มีนัดสัมภาษณ์นะ”



“นี่พึ่งแปดโมง กูมีนัดตอนเที่ยงนะอย่าลืม”



“เมื่อคืนยังไม่พออีกหรอ หื้ม”



ตอบพลางโน้มตัวลงจูบหัวไหล่แกร่งหนึ่งที จูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าของพี่อีกหลายๆที ก่อนจะปิดท้ายด้วยการยืดตัวขึ้นไปจูบลงบนแก้มสากอีกหนึ่งทีแล้วส่งยิ้มให้คนขี้เซาอย่างออดอ้อน



จุมพลยิ้มรับความน่ารักยามเช้าของตน ขยับพลิกตัวนอนหงายด้วยอยากมองหน้าอีกคนชัดๆ ขณะที่คนตัวเล็กเองก็ยกตัวยืนเข่าอย่างรู้งาน ก่อนจะนั่งลงทับหน้าท้องแกร่งอีกครั้งเมื่อพี่พลิกตัวกลับมาเรียบร้อยแล้ว



“วันนี้มีงานรึเปล่า”



“กันมีช่วงเย็น แต่เดี๋ยวว่าจะเข้าตึกก่อน”



“เข้าตึกทำไม นอนอยู่ห้องดิ ไม่เพลียรึไง”



ถามพลางลูบไล้ต้นขาขาวไปมาอย่างเพลินมือ มองคนด้านบนที่กำลังตอบคำถามของเขาเสียงเจื้อยแจ้ว ปากแดงอิ่มขยับขึ้นลงตามจังหวะการพูด ไล่สายตาผ่านลำคอขาว แผ่นอกบางที่มีรอยจูบของเขากระจายไปทั่วลามไปจนถึงหัวไหล่มนที่โผล่พ้นเสื้อนอนคอย้วยที่ไหล่ตกลงไปจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน



“ฟังกันพูดบ้างมั้ยเนี่ย”



อรรถพันธ์ยิ้มขำเมื่ออีกคนส่ายหน้ากลับมา ปล่อยให้พี่บีบเค้นสะโพกเปลือยเปล่าภายใต้ชุดนอนของตนอยู่อย่างนั้น ขณะที่ตัวเองก็โน้มตัวลงจูบหนักๆบนริมฝีปากเพื่อทำโทษคนถามที่ไม่ยอมฟังคำตอบ ปากอิ่มกำลังจะผละจูบออกแต่กลับโดนอีกคนกดท้ายทอยเอาไว้แล้วสอดปลายลิ้นเข้ามาเกี่ยวพัน ซึ่งแน่นอนว่าเขานั้นก็ตอบสนองกลับไปอย่างเต็มใจ



ยอมผละจูบออกเมื่อคนด้านบนครางท้วงบอกให้รู้ว่ากำลังจะหมดลมหายใจ กันผละริมฝีปากออกมาเล็กน้อยพลางหอบหนักๆ พร้อมกับใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่ออย่างหน้าเอ็นดู ปลายจมูกของคนทั้งคู่ยังคงคลอเคลียกันไปมาอยู่อย่างนั้น จนคนตัวเล็กยอมลืมตาขึ้นมาเพื่อสบตาอีกคน



“ตื่นแล้ว”



“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำ”



“กูหมายถึงข้างล่าง...ตื่นแล้ว”



“ทำเองสิ”



“โห เมียทั้งแซ่บทั้งเอ็กซ์แตกขนาดนี้ ถ้ายังต้องไปทำเองกูคงเป็นผู้ชายที่กากที่สุดในโลกเลยอ่ะ”



กันหัวเราะออกมาเมื่อฟังคำตอบของคนรัก มองสายตาเว้าวอนของคนตัวโตใต้ร่างแล้วสุดท้ายก็ต้องยอมใจอ่อนเหมือนอย่างทุกครั้ง



“ไปทำงานไม่ทันแล้วอย่ามาโทษกันนะ”



“ครับผม”



กัดปลายจมูกคนที่นอนยิ้มหน้าบานพร้อมตอบรับออกมาเสียงหนักแน่นอย่างน่าหมันไส้ ก่อนที่ร่างเล็กจะผลุบหายเข้าไปใต้ผ้านวมผืนหนาที่ปกคลุมกายช่วงล่างของคนพี่เอาไว้ ไม่นานจุมพลก็รับรู้ถึงสัมผัสเปียกชื้นตรงส่วนปลายที่ไวต่อความรู้สึก ใบหน้าหล่อเหลาแหงนขึ้นพลางส่งเสียงครางฮือในลำคอ ยามเมื่อปลายลิ้นเล็กไล้เลียขึ้นลงตามความยาวสลับกับโพรงปากอุ่นที่ครอบลงมาแล้วดูดดึงขึ้นลงช้าๆแต่หนักแน่น ออฟรับรู้ถึงส่วนปลายที่กระแทกเข้ากับเพดานปากที่ทั้งแข็งทั้งนุ้มในเวลาเดียวกัน รับรู้ถึงริมฝีปากที่รัดรึงส่วนนั้นของตนจนเกิดเสียงหยาบโลนในบางจังหวะ ไหนยังเรียวลิ้นร้อนชื้นที่รองรับเสียดสีกับความแข็งขืนของเขาตามจังหวะเข้าออกนั่นอีก



“อืมม..กัน...น้องกัน...เด็กดี...อาา”



ความร้อนรุ่มในกายเพิ่มมากขึ้นเมื่อคนด้านล่างเร่งจังหวะดูดดึงขึ้นลงให้เร็วขึ้นอีก จุมพลตัดสินใจกระชากผ้านวมผืนโตออกให้พ้นตัวเขาทั้งคู่ ภาพคนตัวขาวที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าปรากฎแก่สายตา สองมือเล็กกอบกุมส่วนกลางกายของเขาไว้ พร้อมขยับขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับโพรงปาก ตากลมช้อนมองเขาเล็กน้อยก่อนจะหลับตาแล้วก้มลงโลมเลียสิ่งที่อยู่ตรงหน้าต่อราวกับเจอไอติมแท่งโปรด



มือหนาลูบกลุ่มผมที่ขยับอยู่ตรงระหว่างขาของตนแผ่วเบา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแผ่ฝามือออกเพื่อควบคุมจังหวะขึ้นลงของคนตรงหน้า ตาเรียวเสมองกระจกปลายเตียง กำลังสะท้อนภาพบั้นท้ายกลมกลึงที่โผล่พ้นชายเสื้อออกมายามเมื่ออีกคนกำลังอยู่ในท่าคลานเข่าเช่นนี้ ภาพช่องทางสีสดที่ยังไม่ปิดสนิทดีของอีกคน และยังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำรักแห้งกรังของเขาจากกิจกรรมร้อนแรงเมื่อคืนที่สะท้อนอยู่ในกระจก เหมือนเป็นสิ่งกระตุ้นอารมร่างสูงทำให้ส่วนนั้นขยายตัวมากขึ้นจนคนตัวเล็กส่งเสียงร้องท้วงถึงความคับแน่นในโพรงปาก



“อื้ออ...อุก...อือออ”



“แฮ่ก...ซี๊ดดดด...กัน...เร็วอีก”



มือเล็กยกขึ้นยันหน้าท้องของคนรักเมื่ออีกคนยกสะโพกขึ้นกระแทกสวนเข้ามาตามอารมที่พุ่งสูง แต่ก็ยังหลับหูหลับตารูดรั้งริมฝีปากสีสดขึ้นลงสวนทางกับสะโพกแกร่งของอีกคนอย่างเอาใจ เสี่ยงหอบถี่ของพี่คือรางวัลของเขา กันรู้ว่าอีกไม่นานอีกคนก็จะปลดปล่อย แต่ที่ไม่รู้คืออีกคนไม่ได้คิดจะปลดปล่อยในโพรงปากของตนอย่างเช่นทุกวัน



ตาเรียวยังคงจ้องเขม็งไปที่ภาพที่ยังคงสะท้อนอยู่ในกระจก ออฟรู้ว่ากำลังจะถึงช่วงสุดท้ายของอารม ร่างสูงตัดสินใจถอนแท่งร้อนออกจากปากอุ่นชื้น พร้อมผลักอีกคนให้นอนหงายลงปลายเตียงโดยไม่ทันตั้งตัว สองมือแยกขาเรียวของน้องออกกว้างแล้วสอดใส่ความแข็งขืนของตนเข้าไปเรียกเสียงหวีดครางของคนใต้ร่างได้เป็นอย่างดี



“อ๊าาา...พี่ออฟ..อ๊ะ..กันเจ็บนะ...อ๊า”



“อืมม..กัน...อื้มม..อะ...อ่าาา”




นิ้วเรียวดึงทึ้งผ้าปูเตียงจนยับย่น หลับตาปี๋เมื่อรับรู้ถึงของเหลวร้อนๆที่ฉีดพ่นเข้ามาในกายแทบจะทันทีที่พี่สอดใส่เข้ามาจนสุดความยาว ช่องทางด้านหลังบีบตัวถี่ๆด้วยยังไม่คุ้นชินกับสิ่งที่เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ออฟกระตุกเกร็งอีกสองสามครั้งพร้อมกับผนังอุ่นร้อนที่บีบรัดราวกับช่วยรีดเอาน้ำรักของเขาออกมาให้หมด ก่อนจะทิ้งตัวลงทับร่างนุ่มนิ่มของคนรัก ซบหน้าพลางหอบหนักๆบนแผ่นอกบาง ปล่อยให้อีกคนลูบไล้เส้นผมของตนช้าๆอย่างเอาใจ



“ป่าปี๊เอาแต่ใจ”



“ขอโทษครับ”



พูดพร้อมกับยกตัวขึ้นแล้วจูบเบาๆลงบนอกน้อง ก่อนจะกลับมานอนซบอย่างเดิม



“เอาออกไปได้แล้ว”



“มึงยังค้างอยู่ไม่ใช่หรอ”



“ก็เดี๋ยวกันทำเอ...อ๊า”



เสียงครางหวานหลุดออกมาเมื่อปากหนางับลงตรงยอดอก พร้อมกับส่วนล่างที่เริ่มขยับเข้าออกอีกครั้ง สองขาถูกแขนแกร่งยกลอยขึ้นกลางอากาศ ร่างสูงโน้มตัวเข้าหาเพื่อดันร่างกายของตัวเองเข้าไปจนสุด พลางก้มลงมากระซิบข้างหูคนที่ยังคงนอนหอบครางหน้าแดงอยู่ใต้ร่างของตน



“...ทำเองไม่ได้ครับ ผัวไม่อนุญาต”



กันนึกอย่างจะโกรธความเอาแต่ใจของอีกคนแต่ก็ทำได้แค่แหงนหน้าร้องครางด้วยความเสียวซ่าน พี่ออฟรู้จักร่างกายของเขาดีเกินไป ส่วนปลายแข็งขืนกระแทกเข้ากับจุดกระสันถี่ๆย้ำๆโดยแทบจะไม่ต้องใช้เวลาหาเลยด้วยซ้ำ



เซ็กส์ร้อนแรงของคนทั้งคู่จบลงอีกครั้งในตอนสาย จุมพลถอดถอนร่างกายออกมาพร้อมกับคนตัวเล็กที่ฟุบหน้าลงกับหมอนอย่างหมดแรง กลับกัน ตัวเขากลับรู้สึกกระปี้กระเปร่าพร้อมลุยงานทั้งวันอย่างบอกไม่ถูก ยกตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียงลูบหัวคนรักที่ขยับขึ้นมานอนคว่ำหน้าอยู่บนตักของตนอย่างออดอ้อน



“ปี๊ไปอาบน้ำได้แล้ว”



“ไปไม่ได้อ่ะ ลูกแมวนอนทับอยู่”



“เดี๋ยวข่วนเลย”



ออฟหลุดหัวเราะออกมากับท่าทางของลูกแมวตรงหน้า ก่อนจะขยับลุกขึ้นปล่อยให้อีกคนฟุบหน้าลงกับหมอนเช่นเดิม ทอดสายตามองแผ่นหลังขาวสล้างไปจนถึงเนินสะโพกที่โผล่พ้นผ้านวมออกมาอย่างหมิ่นเหม่ อดไม่ได้ที่จะก้มลงพรมจูบไปทั่วความขาวเนียนนั้นอีกครั้งจนพอใจ แล้วจึงยอมผละออกมาเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวไปทำงาน



เสียงเปิดปิดตู้เสื้อผ้าปลุกอรรถพันธ์จากห้วงนิทราอีกครั้ง ความปวดตึงตรงช่องทางด้านหลังคือสิ่งแรกที่แล่นเข้ามาในสมอง แต่ก็ฝืนขยับตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียงมองคนรักที่กำลังแต่งตัวอยู่ตรงหน้ากระจก ก้มลงหยิบเสื้อนอนตัวเดิมที่ตกอยู่ปลายเตียงขึ้นมาใส่ แล้วลุกขึ้นเดินไปช่วยอีกคนแต่งตัวอย่างที่ชอบทำ



“มานี่ กันจัดปกเสื้อให้”



ยืนซ้อนหลังคนพี่ที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วลงมือจัดคอเสื้อให้คนรักอย่างที่บอก ก่อนจะเงยขึ้นมาสบสายตาคนที่มองตนอยู่ก่อนแล้วผ่านกระจกบานใส



“มองอะไร หื้ม”



“มองเด็กขี้ยั่ว”



“กันยั่วตรงไหน”



จุมพลไม่ตอบแต่สายตากลับหลุบต่ำลงไปร่างกายช่วงร่างของคนรักที่มีน้ำรักของเขาไหลย้อนออกมาตามเรียวขาขาว อรรถพันธ์หน้าแดงก่ำ ตีไหล่ของอีกคนแรงๆให้เลิกใช้สายตาโลมเลียร่างกายของตนแบบนั้น ออฟหัวเราะออกมาเมื่อแกล้งให้อีกคนอายได้สำเร็จ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับคนตัวเล็กที่ยื่นกระเป๋ามาให้พี่อย่างเคยชิน



“ไปทำงานแล้วนะ”



“อื้อ มาหอมหน่อย”



แขนเล็กเกี่ยวคอพี่พร้อมกับเขย่งตัวขึ้น ขณะที่คนตัวสูงเองก็หันแก้มซ้ายขวาให้น้องข้างละสองจุ๊บ และปิดท้ายด้วยการก้มลงไปให้ปากอิ่มแนบกับหน้าผากของตนอีกหนึ่งจุ๊บอย่างที่ทำเป็นประจำทุกเช้า หรือก่อนที่เขาทั้งคู่จะแยกกันไปทำงานของตน



“ไม่ต้องเอารถไปนะ เดี๋ยวตอนเย็นกูไปรับที่ตึก”



“ครับ ป่าปี๊ขับรถดีๆนะ”



“อืม ไปนอนต่อได้แล้ว”



“กันรักป่าปี๊นะ”



“อื้ม”



ตอบรับพลางขยี้หัวคนชอบบอกรักไปอีกทีก่อนจะเดินออกมาจากห้อง มือหนึ่งล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้าหน้าแชทล่าสุด สองขายาวหยุดเดินเพื่อตั้งใจพิมพ์บางอย่าง ก่อนจะกดส่งไป ยืนรอจนแน่ใจว่าอีกคนเปิดอ่านข้อความนั้นแล้ว จึงยอมเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าของตนอย่างเดิม แล้วเดินยิ้มหน้าบานเข้าลิฟต์ไป



ไม่ต่างอะไรกับคนที่นอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงหลังจากที่ได้เปิดอ่านข้อความนั้น ปากอิ่มยกยิ้มกว้างจนเห็นรอยบุ๋มตรงสองข้างแก้มอย่างชัดเจน เขายังคงอ่านวนข้อความนั้นซ้ำๆ กันรู้สึกเหมือนตัวเองลืมวิธีหุบยิ้มไปแล้วในตอนนี้



...บอกให้ไปนอน แล้วทำแบบนี้ใครจะไปหลับลงกันเล่าา



.



.



.




Tumcial : กูก็รักมึง





















แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น