facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 43 : Flashback3 - ห้องผอ.

ชื่อตอน : ตอนที่ 43 : Flashback3 - ห้องผอ.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 42.6k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ส.ค. 2561 16:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 43 : Flashback3 - ห้องผอ.
แบบอักษร

ตอนที่ 43 : Flashback3 - ห้องผอ.


ไป๋นอนมองจี้รูปกาวน์สีฝุ่นในมืออย่างหลงใหล

เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สืบรู้ว่าคนที่ช่วยเขาไว้จากนักเลงบนรถวันนั้นคือ “อิฐ” เด็กหนุ่มสุดฮอตประจำโรงเรียน จะเรียกว่าอะไรดีนะ เหมือนทุกโรงเรียนจะต้องมีนักเรียนชายคนหนึ่งที่น่าตาดี เล่นกีฬาเก่ง เสน่ห์เหลือร้าย และเป็นที่หมายปองของเด็กหญิงทั้งโรงเรียน อิฐก็เป็นอะไรแบบนั้น มันถูกสปอตไลท์ส่องและเป็นบุคคลโดดเด่นประจำโรงเรียน

น่าตลกที่อิฐจำเขาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

พวกเขาเคยเดินสวนกันในระยะประชิดที่โรงอาหาร เขาคลี่ยิ้มออกอย่างตื่นเต้นพร้อมกับจะเอ่ยขอบคุณเรื่องวันนั้น แต่มันก็เดินผ่านไป อิฐคงไม่ได้มีเขาอยู่ในความทรงจำเลย เขาได้แต่ยืนเป็นอากาศธาตุอย่างทำตัวไม่ถูก อย่าว่าแต่อิฐเลย เด็กหน้าจืดแว่นหนาหน้าเห่ยอย่างเขา ต่อให้เป็นคนอื่นก็ไม่อยากจดจำ


ไป๋จิ้มโทรศัพท์เครื่องหรูในมือเข้าไปดูรูปของอิฐที่เขาเซฟเก็บไว้ในมือถือ

ถ้าใครมาเห็นก็คงจะคิดว่าเขาเป็นเอามาก เขานั่งไล่เซฟรูปอิฐในเว็บบอร์ดโรงเรียนเก็บไว้ในมือถือตัวเองจนหมด ตั้งแต่รูปในการแข่งกีฬา รูปตอนเผลอที่แฟนคลับแอบถ่ายมา รูปตอนเป็นตัวแทนชมรมกีฬาขึ้นรับรางวัลหน้าเวที รวมไปจนถึงรูปในงานประจำปีของโรงเรียนในปีที่แล้ว อิฐเล่นละครเวทีเป็นเจ้าชายสุดหล่อ ภาพเจ้าชายที่ยืนอยู่บนเวทีและมีแสงไฟส่องมาเป็นจุดเด่นเพียงหนึ่งเดียวทำเอาเขาสะท้อนใจ

‘ไกลมาก ไกลจริงจริง’

ไป๋ลูบจี้กาวน์สีฝุ่นในมือไปมาอย่างปนเศร้า หยิบกระจกข้างตัวขึ้นมาส่องก็ยิ่งน้อยใจ เด็กผู้ชายหน้าขาวตาตี่ตัวผอมแกร็นจะเอาอะไรไปเทียบชั้นเจ้าชายสุดหล่อของโรงเรียนได้ ไป๋ถอดเสื้อของตัวเองออกก็ได้แต่หัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้า เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าออกกำลังกายครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ หน้าอกแบนแฟ่บ ร่างกายไร้มัดกล้าม ภาพตรงหน้าเขาไม่มีความดึงดูดแม้แต่นิดเดียว อย่าว่าแต่ผู้ชายด้วยกันเลย ต่อให้ด้วยสายตาของผู้หญิงคนหนึ่งก็คงไม่น่าสนใจ

เขาได้แต่เอานิ้วถูตาชั้นเดียวของตัวเองอย่างขัดใจ อย่าว่าแต่เดินหน้า แต่ยืนอยู่ตรงนี้ เขาก็แทบไม่มีความมั่นใจอยู่เลย ไป๋เองไม่รู้เลยว่าอิฐอยู่ในสถานะที่จะชอบเขาได้ไหม แต่แค่ตอนนี้เวลานี้ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรแม้แต่ในฐานะคนรู้จัก ยิ่งเห็นภาพอิฐในโทรศัพท์มือถือกับเงาตัวเองที่สะท้อนมาในกระจกนี่ เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเขาเหลือตัวเล็กนิดเดียว


********************************


“ไป๋”

เสียงดังจากเพื่อนข้างตัวปลุกขึ้นเขาจากความงัวเงีย เขาเผลอหลับไปในคาบฟิสิกส์เรื่องฟิสิกส์นิวเคลียร์ซึ่งเขาอ่านจนจบไปตั้งแต่ม.สี่แล้ว อาจารย์หน้าห้องไม่มีความสามารถใดดึงรั้งให้เขาตั้งใจเรียนอยู่ได้ คนที่ทำให้เขาไม่หลับก็มีแค่ไอ้ว่านคนเดียวนี่แหละ เพราะมันเพิ่งเอามือเขย่าไหล่ปลุกเขาขึ้นมา

“ว่า”

“ผอ.เรียกไปพบที่ห้อง” ไอ้ว่านพูด

“หือ”

เขาชี้ตัวเองอย่างงงๆ เขาพยายามรวบรวมสติที่มีอยู่น้อยนิดหลังตื่นนอนมาทบทวนว่าตัวเองทำอะไรผิดหรือเปล่า แต่ก็มั่นใจว่าไม่มี ถึงแม้ว่าเขาจะดื้อ แต่เขาก็ไม่ชอบทำผิดระเบียบเท่าไหร่นัก

“เขาเรียกพบประธานชมรมวิชาการ”

“อ่อ”

เขารับคำอย่างเข้าใจ ไป๋เพิ่งไปแย่งตำแหน่งที่ว่ามาจากคนพูดตรงหน้านี่แหละ ว่านถือเป็นตัวเก็งเพียงหนึ่งเดียวของตำแหน่งนี้เลย แต่พอมันแพ้ มันก็ไม่ได้ดูโกรธอะไรนะ แถมยังช่วยแนะนำและช่วยงานชมรมเขาอีกตั้งเยอะ ถ้าไม่มีรองประธานอย่างมัน เขาก็คงไปไม่เป็นเหมือนกัน

“สงสัยจะมีเรื่องด่วน”

“ให้ไปตอนไหนอะ พักเที่ยงเหรอ” เขาถามต่อ

“ตอนนี้เลย”


ไป๋ขออนุญาตอาจารย์ออกมาจากห้องเรียนเพื่อไปหาผู้อำนวยการโรงเรียนตามคำสั่ง ว่านไม่มาด้วยเพราะบอกว่าผอ.เรียกประธานแค่คนเดียว เขาก็ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรและออกมาพบคนเดียวแต่โดยดี เขาเดินไปตามทางเดินของห้องเรียนภาควิชาวิทยาศาสตร์ ความจริงโรงเรียนนี้ก็ดีทุกอย่าง ทั้งสังคมเพื่อน หลักสูตรการสอน การปกครองของอาจารย์ ติดก็อยู่แค่อย่างเดียว เขารู้สึกว่าเนื้อหาที่เรียนมันง่ายไปหน่อย ไม่สิ พูดว่าง่ายไปมากเลยจะดีกว่า


“ขออนุญาตครับ”

ไป๋เอ่ยพร้อมเปิดประตูเข้าไปในห้องผู้อำนวยการ หลังจากที่เขาเคาะประตูและคนด้านในเอ่ยอนุญาตเป็นที่เรียบร้อย เมื่อมือของเขาเลื่อนประตูจนเปิดกว้างก็พบกับใครบางคนที่เขาไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าจะเจอ

‘อิฐ’

เจ้าของที่มาของกาวน์สีฝุ่นที่กำลังห้อยอยู่ที่กระเป๋าเขาในเวลานี้รออยู่ในห้องอยู่ก่อนแล้ว ไม่รู้ว่าผอ.จะเรียกประธานชมรมสองคนมาพบพร้อมกันเลย เขาพยายามทำหน้าให้เรียบเฉยที่สุด เขาเผยพิรุธให้คนอื่นรู้ไม่ได้ว่าเจ้าของตำแหน่งประธานชมรมกีฬาตรงหน้านี่มีผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจเขามากแค่ไหน


“เชิญนั่งได้เลย”

ผู้อำนวยการโรงเรียนผายมือไปที่เก้าอี้อีกตัวที่ติดอยู่กับเก้าอี้ที่อิฐนั่งอยู่ เขาหย่อนตัวลงนั่งตามคำสั่งของผอ.อย่างว่าง่าย ไป๋พยายามไม่เหลือบตาไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่เขาก็เผลออยู่บ่อยๆ เขาไม่เคยได้อยู่ใกล้อิฐนานเกิน 1 นาทีมาก่อนเลย


“พวกคุณคงรู้จักกันมาก่อนแล้ว”

ผู้อำนวยการเกริ่นเข้าเริ่มเรื่อง เขาพยักหน้ารับคำ เขารู้จักอิฐมาก่อนแล้ว ใครไม่รู้จักเจ้าชายประจำโรงเรียนก็คงแปลก ในขณะที่อีกฝ่ายหันหน้ามามองเขาด้วยสีหน้าเรียบสนิท ก่อนจะหันไปพยักหน้ากับผู้อำนวยการ เขาคิดว่าตาเขาไม่ได้ฝาด เขารู้สึกถึงความไม่เป็นมิตรฉายชัดมาจากแววตาคู่นั้น ให้ตายเถอะ นอกจากไม่ได้เริ่มต้นดีๆ แล้วยังจะติดลบอีกด้วย

“ชมรมวิชาการและชมรมกีฬาถือว่าเป็นชมรมที่มีความสำคัญต่อโรงเรียนเราอย่างมาก ปีทีแล้วโรงเรียนเราได้เหรียญทองกีฬาเยาวชนระดับนานาชาติจากชมรมกีฬา ส่วนปีก่อนหน้า เราได้เหรียญทองโอลิมปิกชีววิทยาจากชมรมวิชาการ” ผู้อำนวยการเริ่มพูด

“แน่นอนว่าโรงเรียนเราสนับสนุนชมรมทั้ง 2 มาโดยตลอดเท่าที่เราจะมีทรัพยากรที่สอดคล้องกับความต้องการที่จะช่วยเหลือได้ อย่างเรื่องห้องชมรม จากชมรมทั้ง 12 ชมรมของโรงเรียนก็มีแค่ 2 ชมรมเท่านั้นที่มีห้องชมรมเป็นของตนเอง” ชายที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะเล่าต่อ

“ครับอาจารย์” อิฐตอบรับระหว่างผอ.พูด ไป๋ได้แต่แอบฟังเสียงนั้นอย่างตื่นเต้น


“แต่เดี๋ยวปลายเดือนหน้า โรงเรียนจะต้องรับนักเรียนแลกเปลี่ยนจากแคนาดา เราจำเป็นต้องมีห้องสำหรับให้นักเรียนแลกเปลี่ยนเรียนโดยเฉพาะ เพราะหลักสูตรเรากับเขาไม่เหมือนกัน 100%”

“ครับ” เขาตอบรับออกไปบ้าง ไป๋พอจะเริ่มเดาอะไรบางอย่างออกแล้ว

“ครูจำเป็นต้องขอห้อง 850 คืนเพื่อมาใช้สำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยน ห้องที่โรงเรียนพอจะให้ชมรมใช้ได้ตอนนี้เลยเหลือห้องเดียวคือห้อง 950 ซึ่งครูขอให้สิทธิ์พวกเธอในการตกลงกันเองว่าจะบริหารจัดการกันอย่างไร”

คำประกาศตรงหน้าเหมือนฟ้าผ่าลงตรงกลางที่นั่งระหว่างเขาทั้งคู่ นอกจากจะไม่ได้เริ่มต้นความสัมพันธ์แบบฉันท์เพื่อนแล้ว คำสั่งของผู้อำนวยการในเวลานี้ยังเหมือนคำประกาศสงครามให้ทั้งคู่อีกด้วย

ไป๋ได้แต่ยิ้มเยาะให้ตัวเองอย่างไม่มีอะไรจะพูด คนตรงหน้าทีดูมีทีท่าจะไม่ชอบเขาอยู่แล้วคงจะเกลียดเขาไปอย่างสมบูรณ์ การแย่งชิงห้องชมรมที่ถือเป็นเรื่องสำคัญของทั้งสองชมรมแบบนี้ไม่มีทางจะเปลี่ยนให้ตัวเขามีสถานะเป็นอย่างอื่นนอกจากศัตรูของคนตรงหน้าได้เลย

‘ไม่น่าบ้าจี้อยากเป็นประธานชมรมเลย’




“แล้วจะเอาไง”

เสียงแข็งของอีกฝ่ายดังขึ้นทันทีเมื่อประตูห้องผู้อำนวยการปิดสนิทลงและพวกเขาออกมาอยู่ด้านนอกห้องเป็นที่เรียบร้อย หน้าคมนั่นมองมาแบบไม่เป็นมิตร

“หือ”

“ตกลงจะเอายังไงเรื่องห้องชมรม” อิฐพูดต่อแบบไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

“แล้วจะเอายังไงหละ”

เขาถามกลับแบบเริ่มหงุดหงิดน้อยๆ ถึงแม้ว่าจะมีความพึงใจต่อคนตรงหน้าอยู่ไม่น้อย แต่ให้มาหงุดหงิดหาเรื่องใส่เขาแบบนี้เขาก็ไม่สนุกด้วยเหมือนกัน


“งั้นก็ยกห้อง 950 ให้ชมรมกีฬาแล้วกัน ชมรมวิชาการก็แค่อ่านหนังสือ ไปอ่านที่ห้องสมุดเอาก็ได้”

คนตรงหน้าคงจะเห็นว่าเขาไม่ค่อยต่อปากต่อคำเท่าไหร่จึงยื่นข้อเสนอที่ฟังอย่างไรก็คือการหาเรื่องชัดๆ ถึงแม้ว่าดวงตาของคนตรงหน้าจะมีพลังดึงดูดแค่ไหน แต่เขาก็ห้ามพ่ายแพ้ให้โดยง่าย

“อ้าว ถ้าพูดแบบนี้ชมรมกีฬาก็ไปเล่นกีฬาที่สนามกีฬาสิ จะมาใช้ห้องชมรมทำไม” ไป๋เถียงอย่างไม่ยอมแพ้ ถึงใจเขาจะสั่นหน่อยๆ แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมายอมศิโรราบ

“แล้วจะเอายังไง”


“แบ่งกันใช้ วันคู่วันคี่”

ไป๋เสนอ ความจริงเขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าชมรมวิชาการเอาห้องชมรมไว้ทำอะไรบ้าง แต่ถ้าเขายอมยกห้องให้ชมรมกีฬาง่ายๆ เขาจะเอาหน้าของประธาน bishop cattle ไปไว้ที่ไหน

“ไม่”

คิ้วของคนตรงหน้ายกขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ตาของคนตรงหน้าสวย ปากก็ได้รูป คางก็เป็นทรงเรียว สายตาของเขาเผลอมองเจ้าของคำปฏิเสธนั่นอย่างห้ามได้ยาก มือของเขาเลื่อนมาดันขาแว่นแล้วก็ได้แต่ขัดใจ เขากำลังเผชิญหน้ากับเจ้าชายของโรงเรียน ในขณะที่เขาเป็นแค่ไอ้เฉิ่มแว่นหนาคนหนึ่ง

“แล้วจะเอายังไง” ไป๋กลั้นใจเถียงไปด้วยคำที่อิฐพูดเมื่อครู่


“แข่งกัน” เสียงของอิฐดังขึ้น

“ยังไง”

“ชมรมไหนสร้างชื่อให้กับโรงเรียนมากกว่า ชมรมนั้นก็เอาห้องชมรมไป ชมรมไหนสร้างชื่อให้โรงเรียนน้อยกว่า ชมรมนั้นก็ย้ายออก” เจ้าของใบหน้าคมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแน่วแน่

“แล้วจะวัดได้ยังไง ของแบบนี้มันกะเกณฑ์กันไม่ได้สักหน่อย” ไป๋เอ่ยเถียง

“ภายใน 3 เดือนนี้ สมาชิกชมรมไหนที่โรงเรียนขึ้นป้ายไวนิลที่หน้าโรงเรียนเชิดชูผลงานมากกว่า ชมรมนั้นถือว่าเป็นฝ่ายชนะ” อิฐพูด


เจ้าของแว่นหนาเลื่อนมือสะอาดไปลูบจี้รูปกาวน์สีฝุ่นที่แขวนอยู่ตรงกระเป๋านักเรียนอย่างทำใจ ดูเหมือนว่านอกจากฐานะเพื่อนที่เขาก็คงไม่ได้รับแล้ว เขาก็คงจะได้รับฐานะคู่แข่งเพิ่มมาจากคนตรงหน้านี้อีกด้วย ไป๋ลูบจี้นั่นไปมาราวกับจะขอพลังจากความปรารถนาที่มีเพียงแต่เขาที่รับรู้อยู่ฝ่ายเดียว


“ตกลง”




นายพินต้า

ฝากแฟนเพจ www.facebook.com/ninepinta

ฝากทวิตเตอร์ www.twitter.com/ninepinta และ #อิฐไป๋

แวะมาลงให้อีกตอนนะครับ หยุดยาวเลยปลายสัปดาห์ เจอกันอีกทีน่าจะเสาร์หรือไม่ก็อาทิตย์เลยนะครับ

ความคิดเห็น