KO.R

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 พิรุจ vs พิโรธ

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 พิรุจ vs พิโรธ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2561 16:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 พิรุจ vs พิโรธ
แบบอักษร

ตอนที่ 8

พิรุจ vs พิโรธ

“ฉันหลงรักผู้ชายคนนี้ แข้วแล้วอย่างจริงจัง”

#คิม




หลังจากที่สัปดาห์ปฐมนิเทศของนักศึกษาปี 1 ผ่านไป ก็ถึงเวลาที่ต้องลงมือเรียนกันอย่างจริงจังเสียที แต่ในมหาวิทยาลัยนั้น ไม่ได้มีแค่ส่วนของการเรียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะการพัฒนาตัวผู้เรียน ต้องพัฒนาทั้งด้าน IQ และ EQ ควบคู่กันไป ดังนั้น ‘ชมรม’ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามามีส่วนให้นักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะทางด้านสังคมกับเพื่อนต่างคณะมากขึ้น

วันนี้บรรยากาศในมหาวิทยาลัยจึงค่อนข้างวุ่นวาย เพราะนักศึกษานับร้อยเดินไปมาหาชมรมกันให้วุ่น

ไม่ต่างจากกลุ่มเพื่อนสาวของเชที่กำลังวิ่งกันโครมครามเพื่อหาชมรมสังกัด.....


“โอ้ยยยย พวกมึง หยุดก่อน กูเหนื่อย” (ต้อย)

“โอ้ยยย อีต้อยกูจะไม่ทัน ไม่ได้ต้อย” (คิม)

“โอ้ยยย รอกูก่อน” (ต้อย)

“อิต้อยอย่าดึงกู กูจะไม่ทานนนน” (คิม)

“อีเจ้ มึงจะอยู่ชมรมไรวะ ดูรีบร้อน” (เช)


คิมสะบัดหน้ามามองเช ก่อนจะพูดอย่างหนักแน่นและภูมิใจ


“ชมรม!!!! บาสเกตบอล!!!!!! ค่า.....” (คิม)

“ฮ๊ะ!!!!! อีเจ้” (ยิม)

“อู้ยยย คุณพระ อีเจ้ มึงเล่นอะไรเป็นบ้างงงง กูไม่อยากจะเชื่อ” (เช)


“นี่ๆๆ อีคิม ตั้งแต่รู้จักมึงมาเนี่ย เล่นแบดกับกูไม่เคยเสิร์ฟข้าม อย่างอื่นแทบไม่เคยแตะ แล้วนี่อะไร ชมรมกีฬา บาสเกตบอลด้วย!! ” (ต้อย)

“กูรู้จุดประสงค์ของอิเจ้ละ” (เช) บังเอิญสายตาของเชหันไปเจออะไรบางอย่าง

“กูไปละ ไม่มีเวลามาสนปากเสียๆของพวกมึงหรอก” (คิม)


“อีเช มึงรู้ว่าอะไร” (ต้อย)

“มึงดูนู้นนน” (เช)



“ฮ๊ะ!!! ฮรืออออออ งานดี” (ยิม) หนุ่มชมรมบาสเกตบอลกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้ากันที่ข้างโรงยิมกันใหญ่ นี่เอง คือ นิยามของคำว่า ขาว ใส กล้าม ตี๋

“โถ มีคนเช็ดเหงื่อให้ไหมนั่นพ่อคุณ” (ต้อย)

“ขาว อวบ แน่น ลำใหญ่ น่ากินนนน” (ยิม)

“อีเจ้ นี่มันรว้ายจริงๆ” (ต้อย) 

“อีเจ้  อีแรดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...” (ต้อย) ต้อยตะโกนสาปส่งคิม ที่กำลังวิ่งไปหาชมรมบาสเกตบอลด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง

 “เช อยู่ชมรมเดิมมั้ย” (ยิม)

 “ยิม กูก็คงไม่พ้นชมรมการแสดงหรอกมึง เพราะกูผูกพันกับเพื่อนกับพี่ชมรมนี้ไปแล้วอะ” (เช)

 “โอเคร งั้นกูไปกะมึงนะ” (ยิม)

“แล้วมึงละอิต้อย” (ยิม)

“ฮ๊อออ อย่างกู!! จะต้องชมรม กุลสตรีไทย ค่ะ” (ต้อย)


“กูอะนะ จะไปปลุกความกล้า และความตระหนักต่อสิทธิสตรีไทยทุกคน เพื่อที่พวกผู้ชายเลวๆ เหี้ยๆ มันจะได้เห็นคุณค่าของผู้หญิงอย่างเรา มึงเห็นมั้ยอิพวกข่าวฆ่าข่มขืน เมียถูกผัวตบตี ถูกผัวนอกใจ มึงรู้มั้ยมันเกิดจากอะไร”

“กูจะบอกให้ก็ได้ นอกจากจะเกิดจากความชั่วของผู้ชาย แล้วมันยังเกิดจากความที่ผู้หญิงไม่มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีอีกด้วย ฮือออ!” (ต้อย)

“แล้วกูอะนะ จะจัดโครงการรณรงค์ให้เด็กไทย ไม่เป็นกะเทย ไม่เป็นเกย์ ถ้ามีการกลายพันธุ์เป็นเพศที่สาม มากขึ้น แล้วใครจะสืบพันธุ์ โลกคงถึงกาลวิบัติ” (ต้อย)

“เราจะต้องเปลี่ยนอีพวกกะเทย!!! เกย์!!!  อย่างมึง และมึง ให้กลับกลายเป็นผู้ชายให้ด้ายยยด้วยยย”


“ฮ่าฮ่าฮ่า สะใจเว้ยยยยยย!!” (ต้อย)

 “เฮ้ออ แต่ละคน” (เช)


 “ไปโดนตัวไหนมาอีกเนี้ยะมึง” (ยิม)

 “ไปๆมึง” (เช)


“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า.......” (ต้อย)

“อ้าว ไปกันแล้วหรอ!!??” (ต้อย)

“อีเช...................... อียิม.................... รอกูด้วยยยยย” (ต้อย)


ตัดภาพมาที่ข้างโดมกีฬาใหญ่โตมโหฬารของมหาวิทยาลัย เป็นสถานที่ร่มรื่นมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นจนเกิดร่มเงา บรรยากาศปลอดโปร่ง ไม่ร้อนอบอ้าว ขณะนี้เหล่านักศึกษาที่สมัครเข้าชมรมกีฬาต่างเข้ามารวมตัวกันที่นี่กันเป็นจำนวนมาก


“เฮ้ยย!!  นั่งต่อแถวกันให้เป็นระเบียบ นับ 1 2 ...”


เสียงตะคอกจากชายรูปร่างสูงใหญ่ ไว้หนวดไว้เคราน่าเกรงขามดังขึ้นท่ามกลางเสียงพูดคุยกันของนักศึกษามากหน้าหลายตา เขาคือ ‘เปรม’ รุ่นพี่ปี 4 ที่ดำรงตำแหน่งประธานชมรมกีฬาคนเดิม มีประวัติที่เล่าต่อกันมาไม่ดีนักเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ เขาเคยเป็นพี่วาร์กของมหาลัย ช่วงนั้นทำเอานักศึกษาใหม่ลาออกกันเป็นแถบๆ เพราะทนไม่ได้กับพฤติกรรมแสนหยาบคายของเขา ถูกพักการเรียนและเกือบถูกแอดดิ้งเพราะเกี่ยวพันกับเหตุการณ์การรับน้องที่แสนโหด เกินกว่าที่มหาวิทยาลัยจะรับไว้ ซึ่งเรื่องนี้มหาวิทยาลัยปกปิดไว้มาโดยตลอด อีกทั้งประวัติเรื่องชกต่อยกับนักศึกษาต่างสถาบันอีกมากมาย และที่สำคัญ เขาเรียนที่นี่มาเป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้นในนักศึกษาที่มีพฤติกรรมปกติ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องบาสเกตบอลแล้ว เขาค่อนข้างจะเอาใจใส่และทำได้ดีมาก ในระดับนักกีฬาของมหาวิทยาลัย ซึ่งถูกคัดสรรมาจากตัวเต็งอีกหลายๆคน....


เสียงตะคอกของเปรม ทำเอารุ่นน้องสะดุ้งกันเป็นแถบๆ สร้างความตึงเครียดให้กับนักกีฬาบาสทุกคน

ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดอยู่นั้น


หนุ่มรูปร่างสูง ผิวคล้ำคนหนึ่ง ก็เดินย่องเข้ามานั่งต่อแถวด้านหลัง ท่าของหล่อนนั้นช่าง เก้งก้าง ไม่เป็นธรรมชาติ น่าขำ

“อีคิมมมมม!!”


การปรากฏตัวของคิม ทำเอาเพื่อนสาวนักกีฬาต่างคณะ ที่ยืนอยู่หัวแถวอ้าปากค้าง

เพราะน้อยมากที่ชมรมกีฬาบาสเกตบอลจะมี ก-ะ-เ-ท-ย เข้ามาอยู่ หล่อนตะโกนดังมาจากหัวแถว จนคนทุกคนที่นั่งอยู่บริเวณนั้นหันมามองที่คิมเบอร์ลี่  สาวสองสุดแรดถึงกับตะลึงตัวแข็ง เพราะอีประธานชมรมแสนโหดคนนั้นก็กำลังจ้องเธออย่างกะจะเอาลอกเนื้อลอกหนังเธออกเป็นแผ่นๆ



“เอ่อ เห้ยยย ว่าไง”


“ฮ๊ะ!!”


บัดนี้ คิมเบอร์ลี่โบกมือทักทายเพื่อนสาวด้วยมาดเกย์รุกสุดแมน

สร้างความตื่นตระหนกให้กับหล่อนจนไม่อยากจะเชื่อสายตา


“จริงอะ”


คิมพยักหน้ายิ้มให้แบบเจื่อนๆ และรีบกุลีกุจอนั่งลง

หล่อนค่อยๆมองไปรอบตัว ไม่มีเพื่อนในคณะตัวเองสักคน


“สวัสดีครับผม!! ชื่อ เปรม ผมรู้ว่าพวกคุณก็พอจะรู้จักผมดี ผมเป็นประธานชมรม ชมรมบาสของเรา ค่อนข้างจะมีระเบียบ ซ้อมกันเอาเป็นเอาตาย บางวันไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยก็มี ถ้าพวกคุณป๊อดด ก็รีบออกไปซะ”


“เหี้ยย!” คิมหลุดพยางค์เด็ดออกมาจนเพื่อนข้างๆหันมามอง หล่อนได้แต่เอามืออุดปาก ไม่ให้อุทานออกมาอีก


“ยอดตอนนี้มี 50 คน ก็ถือว่าเยอะ แต่เชื่อเถอะ มันจะเหลือน้อยลง เพราะไอ่พวกกระจอก ใจไม่ถึง มันชอบลาออกไป”


“และเป็นที่แน่นอนว่าผมจะต้องหมดวาระของการเป็นประธานชมรม ดังนั้น ต้องมีประธานชมรมคนใหม่ขึ้นมาแทน”


“และเป็นที่รู้กันมานานว่า ประธานคนใหม่ เรื่องกีฬาบาส จะต้องไม่กระจอกงอกง่อย”

 “ผมต้องการจะรู้ว่า ใครต้องการที่จะเป็นประธาน”

“ให้ยกมือขึ้น แล้วออกมาดวลบาสเกตบอลภายใน 1 นาที กับผมตัวต่อตัว”

สิ้นสุดเสียงพูดที่กระโชกโฮกฮาก ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบ และการตอบสนองใดๆ



“อ้าว เฮ้ยย กูพูด พวกมึงหูหนวกกันรึไง”


เสียงตะโกนดังขึ้น พร้อมสีหน้าแววตาชวนหาเรื่องของเขา


การพบกันครั้งแรกนั้นสร้างความประทับใจในระดับติดลบอินฟินิตี้ให้กับชายคนหนึ่ง เขาถึงกับทนไม่ไหว ต้องออกไปจัดด!


“ผม”

แขนขวายาวๆของเขายกขึ้นอย่างไม่กลัวใคร ทุกคนต่างหันขวับมาที่เขา เสียงซุบซิบกระหึ่มฮือฮาดังขึ้นไปทั่วทั้งบริเวณ เพราะใครก็รู้ว่า เปรม เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลระดับเทพที่สุดในมหาวิทยาลัยเลยก็ว่าได้


“ลุกขึ้นแนะนำตัว”


เสียงตะคอก ดังก้องไปถึงสนามฟุตบอลที่ห่างไกลออกไปหลายเมตร แต่ก็ไม่ได้ทำให้ ชายหนุ่มรูปร่างสูง เกรงกลัวแม้แต่น้อย

ชายปริศนาลุกขึ้นท่ามกลางนักศึกษาที่นั่งอยู่เป็นร้อย เขามีหน้าตาที่หล่อคม รูปร่างสูงใหญ่ หน่วยก้านเห็นชัดว่าต้องเป็นนักกีฬาแน่นอน หน้านิ่งๆไร้อารมณ์ ทำให้เขาดูสมาร์ทและหยิ่งทะนงราวกับตัวร้ายในหนัง ดวงตาของนักกีฬาหญิงแท้ หญิงเทียมนับร้อยต่างก็พ่ายแพ้ให้กับเขาไปอย่างราบคาบ ชี้ไม้ชี้มือมาที่เขาและซุบซิบกันคิกคักอย่างพอใจ


“ชื่อ! พุทธิชัย ประเสริฐสิน ยุปี 1 คณะพยาบาล!!”


เสียงแนะนำตัวที่ค่อนข้างกวนตี กับหน้าตายียวน ชวนต่อย ทำเอาเปรม หัวหน้ากีฬาบาสเกตบอล ของขึ้น…!!


“น้องงงพุททท” คิมเบอร์ลี่อุทานออกมาเสียงดังอย่างลืมตัว


“เฮ้ย เด็กพยาบาลวะ”

“ตุ๊ด ปะวะเรียนพยาบาล”


“ไหวมั้ยหนะ กลับไปดวลกะเพื่อนอนุบาลหมีน้อยมึงปายยย..!!”

เสียงตะโกน ด้วยถ้อยคำเสียดสี ยั่วโมโห ดังออกมาจากแก๊งค์นักบาสที่อยู่หลังไอ้เปรม มันหัวเราะกันคิกคัก พร้อมล้อเลียนด้วยท่าทางต่างๆนานา


ภาพที่เธอกำลังเห็น มันเหมือนกับซีรี่ย์เด็กฝรั่งที่เรียนมหาลัยไฮสคูล เด๊ะ พระเอกลุกปรากฏตัว ท่ามกลางเสียงท้าทายจากตัวร้าย คำพูดของพวกสารเลวนั่น มันไม่ได้มีเนื้อหาดูถูกแค่ พุท แต่มันยังดูถูกพวกนักศึกษาคณะพยาบาลว่าอ่อนหัดอีกด้วย คิมเบอร์ลี่กำมือแน่นด้วยความโกรธ


ณ นาทีนั้นเอง หล่อนตั้งปฏิญาณกับตัวเองว่า  ไม่ว่ายังไง ก็จะต้องอยู่ในชมรมบาสเกตบอล จะต้องเล่นให้เก่ง กว่าไอ่พวกปากสุนัขทุกตัวที่พูดถึงน้องพุท และ คณะของเธอ




ณ สนามบาสเกตบอล

หลังจากรับคำท้า บรรดานักบาสน้อยใหญ่ต่างก็เข้ามายืนล้อมสนามบาสจนไม่เหลือช่องทางให้เดินออก ขัง พุท และ เปรม ให้ยืนจ้องกันอยู่กลางสนาม เสียงปรบมือและโห่ร้องกันจนลั่นฮอลล์ ให้กับนักบาสระดับนักกีฬาของมหาวิทยาลัย VS นักบาสไม่มีโปรไฟล์จากโรงเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ไม่มีใครที่จะยอมให้ใครมาหยามศักดิ์ศรีของตนเองได้ลง

เสียงดูถูก เสียงขบขัน มันกังวานอยู่ในหูพุทตลอดเวลา สิ่งนี้มันทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง จนเลือดไหลร้อนๆไหลพล่านไปทั่วแขนขา มากพอที่จะถล่มประธานชมรมบาสเกตบอลให้พังเป็นหน้ากอง

ตรงข้ามกับอีกฝ่ายที่ยิ้มเยาะเย้ยเขา ราวกับรู้รสมือของพุทดี ว่าด้อยกว่าตัวเอง


“1 นาที นะครับ”



“ถ้ามึงชนะ ประธานชมรม”

“แล้วถ้ามึงแพ้ละ”

“ผมจะไม่มาเหยียบชมรมบาสของคุณอีกเลย”

ถ้าโลกนี้จะมีเปรม เป็นผู้ชนะ

จะไม่มีพื้นดินให้พุท ได้เหยียบอีกต่อไป..



“ปรี๊ดดดดด”





“ปึ่ง!!!!!” เสียงลูกบาสถูกทุ่มกระแทกพื้น



“เอี๊ยดดดๆเอี๊ยดดด” เสียงพื้นรองเท้าเสียดสีกับพื้นท่ามกลางความเงียบของนักบาสทั้งหลายที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาดูทิศทางของเกมส์ พุทวิ่งกระโจนออกทางข้าง ทุ่มบอลลงพื้นไปมาอย่างเอาจริงเอาจัง


 ตรงข้ามกับเปรม ที่เดินตามพุทไปอย่างชิวๆเหมือนไม่ได้อยู่ในการแข่งขัน หนำซ้ำยังพูดด้วยใบหน้าล้อเลียนว่า

“ไปดิ ไปชู้ตเลยสิ ไป”


การกระทำเช่นนี้เป็นการเสียดสีอย่างมาก ฝ่ายหนึ่งกำลังทุ่มเทที่จะชนะ แต่อีกฝ่ายกลับเดินเล่นไม่รู้ร้อนรู้หนาว เหมือนไม่ได้แข่งกับ คน อยู่

“ไอ่บ้านนอกเอ้ยยย”

“อีตุ๊ดด!!”

  ดดดดดด

  ดดด

  ดด


คำสุดท้ายที่กระแทกหู คือ คำว่า ตุ๊ด ซึ่งในความหมายที่ผู้ชายมักสื่อ คือ พวกอ่อนแอ อ่อนหัด และผิดเพศ

และบังเอิญว่ามันไปกระตุกต่อมของอีกฝ่าย


“ปังง!!!”


“เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!”


ทุกคนต่างก็ร้องเป็นเสียงเดียวกัน เมื่อพุทตั้งใจขว้างบอลไปปะทะกับใบหน้าของเปรมอย่างจัง เสียงดังปังงงลั่นฮอล์


หน้าของเปรมแดงก่ำ คงจะชาไปทั่วทั้งหน้าจนเจ้าตัวยืนค้าง เอ๋อแดรกไปหลายวินาที


ทันใดนั้นเอง พุทก็ควงลูกบาสไป ดรั้งงงงซ์ ท่ามกลางสายตาคนนับสิบ ด้วยท่าที่สวยไร้ที่ติ...

จากนั้นจึงเดินกลับเข้ามาหาเปรม ที่กำลังมองตาขวางอยู่กลางสนาม


“โทษที ไม่ได้ตั้งใจอะฮะ”


“มึงจะเอายังไง!!”

เสียงเปรมระเบิดขึ้นกลางสนาม ถลาเข้าหาพุทอย่างรวดเร็ว จนเพื่อนนักบาสของเปรมต้องมาห้ามเปรมไว้ไม่ให้ต่อยพุท

“มึงงง!!”

“ปล่อยกู! อย่ามาห้ามกู”


พุทยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ 

ก่อนจะหันไปพูดกับนักบาสหลายคนที่ยืนล้อมรอบอยู่


“นักบาสทุกคน จงฟังผม ผมยินดีที่จะพิสูจน์ฝีมือของผมให้เป็นที่ประจักษ์กับทุกคน แต่คุณประธานคนนี้ เขาดูถูกผมด้วยการไม่ใส่ใจในการแข่งกับผม ซึ่งไม่ว่าผมจะชนะอย่างไร พวกคุณก็จะไม่มีวันยอมรับผม”


“ผมยินดีที่จะเดินกลับไปสมัครชมรมอื่นตอนนี้ แต่ผมขอถามพวกคุณหน่อยเถอะว่า การอยู่ในสังคมนักบาสที่ไม่มีคุณธรรม ไม่ให้โอกาสคนอื่น ไม่มองจุดด้อยของตัวเอง และไม่มองจุดที่ดีของคนอื่น ก็จงดำเนินไปตามวิถีของรุ่นพี่คนนี้ซะ และจงเจริญเติบโตไปเหมือนมัน และประธานชมรมคนใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นเบ้มัน!!!!”


สุดท้ายพุท ชี้หน้าเปรม ที่กำลังเดือดเป็นหมาบ้า ภายในวงแขนของเพื่อนมัน


          “ถ้า มึง จะเอา ก็นัดกูมาได้เลย” (*เอา=ต่อย,ดวล)

          “อย่ามาเล่นกับกู ถ้าไม่แน่จริง!”


พุท เดินจากไปพร้อมกับนักบาสอีกหลายคนที่ตัดสินใจลาออก เพราะฉนวนระเบิดที่ถูกจุดโดย พุท!

คิมเบอร์ลี่ถึงกับตะลึงในความกล้าและประทับใจในความเป็นอันธพาลของพุท ถึงแม้เขาจะไม่ได้พิสูจน์ฝีมือในแบบฉบับของพระเอกที่มันควรจะเป็นก็ตาม...!!


​#มองแรง


ฉากสำคัญนี้จะถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของคิม ไม่มีวันลืม....

....................................................................................................................................................................................

“ผู้ชายหล่อ ทำอะไรก็ถือว่าเป็นความดี”

#คิม

ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่อง ผัวเด็กจอมโหด 18+ by KO.R นะครับ กดไลค์และเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น