จิงโจ้น้อย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : พยศ 52

คำค้น : yaoi,omega,alpha

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.9k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2561 16:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พยศ 52
แบบอักษร

​พยศ 52







กาเซียกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านตามปกติ โดยมีการนับถอยหลังเข้าสู่วันที่จะถึงกำหนดผ่าคลอด

นับจากวันที่ไปหาคุณหมอเรเชนนี่มันก็ผ่านมาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว...หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านไปเร็วจนแทบจะไม่รู้ตัว...

ทุกวันและเวลาที่ผ่านไปนั้นช่างรวดเร็วราวกับฟ้าจะกลั่นแกล้งให้เขาต้องไปเผชิญกับความจริงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์ทรมาน

เขากังวลมาก

มากจนไม่รู้ว่าจะรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นไหวไหม

ทั้งเครียดทั้งคิดมากจนกระทั่งตอนนี้เป็นเวลาตีสองของวันใหม่แล้วแต่เขาก็ยังข่มใจให้นอนหลับไม่ลง อันที่จริงตอนเรม็องอ่านหนังสือให้เขาฟัง เขาก็เหมือนจะคล้อยหลับไปพักหนึ่ง แต่หลังจากนั้นอะไรบางอย่างก็เป็นตัวกระตุ้นให้เขาต้องรู้สึกตัวตื่นก่อนจะพบว่าเรม็องเองก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว

เป็นแบบนี้มาได้นับตั้งแต่ที่กลับจากโรงพยาบาลวันนั้น

ตอนกลางวันทั้งเพลีย ทั้งเครียด แทนที่กลางคืนจะได้นอนหลับพักผ่อน แต่เขาก็กลับหลับไม่ลง

เหลือเขาเพียงคนเดียวที่ยังคงลืมตาอยู่ด้วยความกังวล

มีเพียงแค่เขาที่รู้สึกกังวลอยู่คนเดียวสินะ…

เรม็องไม่ได้มีความรู้สึกนั้นเลย ดูท่าอีกฝ่ายคงจะอยากให้ลูกในท้องออกมาสักที

แต่เขาไม่อยาก...ไม่อยากให้ลูกออกมา…

มันเร็วเกินไป เขายังทำใจไม่ได้

นี่เขาจะต้องคลอดลูกแล้วอย่างนั้นหรือ?!

กาเซียกัดริมฝีปากแน่นเมื่อรู้สึกเครียดจนปวดหัว ความรู้สึกที่มีเต้มอกในตอนนี้ไม่ได้ถูกระบายให้คนอื่นฟัง คนตัวเล็กเก็บมันไว้คนเดียวอย่างทรมาน

ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของเขาหรอก

ไม่มีใครเลยสักคน

มีเพียงแค่เขา...ตัวคนเดียว…

.


.


.


.


.

กาเซียยังคงเก็บงำความทุกข์เอาไว้คนเดียวอยู่อย่างนั้นจนสีหน้าที่แสดงออกมาเริ่มย่ำแย่

ทั้งเครียด ทั้งอดนอน

หงุดหงิดแต่ก็ไม่อยากพูดกับใคร อยากอยู่คนเดียว แต่ถึงกระนั้นเรม็องก็ไม่เคยปล่อยให้กาเซียอยู่เพียงลำพัง

อย่างเช่นตอนนี้ที่ทั้งสองคนกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานของเรม็อง

ร่างสูงก็เคลียร์เอกสารกองโตอยู่บนโต๊ะทำงาน ไหนจะต้องส่งอีเมลรายละเอียดงานไปให้เลขาจัดการต่ออีก ส่วนกาเซียเองก็นอนเอนหลังฟังเพลงอยู่ด้วยท่าทีเหม่อลอย

“เหลืออีกไม่กี่วันแล้วสินะ”

เรม็องเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนคนท้องคุยก่อนหลังจากที่ตรากตรำกับงานมาเกือบสองชั่วโมง

“...”

“กาเซีย?” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อนจะพบว่าถึงแม้จะเปิดเพลงฟัง แต่ดูเหมือนคนฟังจะไม่ได้รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย

“...”

เรม็องผละงานทุกอย่างลงแล้วลุกขึ้นเดินไปหาคนที่นอนนิ่งอยู่

“กาเซีย”

“...ครับ?”

แววตาที่แห้งผากของเจ้าของชื่อหันมาสบสายตากับเรม็อง

“นายเป็นอะไร ฉันคุยด้วยก็ไม่ตอบ?”

“...ไม่ได้เป็นอะไร ผมสบายดี” กาเซียตอบออกมาแต่คำพูดนั้นช่างแตกต่างจากการกระทำเสียเหลือเกิน

“ไหนเรามาคุยกันหน่อยสิ”

ทันทีที่เรม็องพูดจบ กาเซียก็เปลี่ยนอิริยาบถมานั่งตัวตรงเพื่อให้อีกฝ่ายได้มีที่นั่งข้างๆ ส่วนปากก็เอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“คุณมีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ?”

เรม็องฉีกยิ้มก่อนจะเริ่มพูดขึ้น “อีกไม่กี่วันนายก็จะคลอดแล้ว...”

“...”

“...แต่ว่าเรายังไม่ได้ตั้งชื่อลูกเลย ก่อนหน้านี้ฉันดูๆเอาไว้แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะถูกใจนายหรือเปล่า...”

ยังไม่ทันที่เรม็องจะพูดจนจบประโยค กาเซียก็แทรกขึ้นมา

“คุณอยากให้ลูกชื่ออะไรก็แล้วแต่คุณเถอะครับ”

“...”

“พวกเขาเป็นลูกของคุณ จะให้ชื่ออะไรก็ตามทีคุณต้องการเลย”

“...”

“มีเรื่องจะคุยกับผมแค่นี้ใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นผมขอกลับห้องไปนอนนะ อยู่ที่นี่แล้วอึดอัด นอนไม่สบาย” พูดจบกาเซียก็ค่อยๆลุกขึ้นแล้วทำท่าจะเดินออกจากห้องทำงานของเรม็องไป ทั้งๆที่เขาเองก็เคยมานอนกลางวันที่ห้องนี้หลายรอบแล้ว แต่ทำไมวันนี้มันกลับรู้สึกอย่างนี้ก็ไม่รู้

ไม่อยากเจอ ไม่อยากได้ยินอะไรที่เกี่ยวกับลูกอีก

เขาไม่มีสิทธิ์ตรงนั้น ดังนั้น...จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ…

คนท้องกำลังจะเปิดประตูออกไป แต่แล้วก็มีเสียงดังขึ้นจากข้างหลัง

“เดี๋ยวฉันไปด้วย รอฉันเก็บงานไปทำที่ห้อง...”

“ไม่ต้องหรอกครับ! คุณทำงานที่นี่ไปเถอะ ถ้าไม่ให้ผมไปคนเดียว เดี๋ยวผมเรียกคนรับใช้มาอยู่เป็นเพื่อนเอง”

“แต่ว่าฉัน...”

“ปัง!”

สุดท้ายประตูก็ถูกปิดลงเต็มแรงเป็นการดึงดันว่ากาเซียจะเอาตามที่ใจต้องการ

ทิ้งให้เรม็องยืนนิ่งงันอยู่กลางห้องทำงานเพียงคนเดียว











กาเซียนอนนิ่งอยู่บนเตียงรอเรม็องอาบน้ำเสร็จ เขานอนหงายมองเพดานด้วยแววตาอมทุกข์

พรุ่งนี้ก็จะถึงวันนัดผ่าคลอดแล้ว

ยิ่งใกล้วันอย่างนี้ ความรู้สึกของเขาก็เหมือนยิ่งจมดิ่งลงสู่หลุมดำ มันอึดอัด อยากจะระบายกับใครสักคน แต่ก็ทำไม่ได้

ทำยังไงดี?

เขาควรจะต้องทำตัวยังไงดี?

ตอนผ่าคลอดจะเจ็บไหม? แล้วเขาจะต้องทำตัวยังไง? จะต้องรู้สึกยังไงดีกับวันพรุ่งนี้?

มันจะเจ็บมากไหม? ผ่าเอาเด็กสองคนออกจากท้องมันจะเจ็บมากหรือเปล่า?

คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวสมอง รู้สึกแย่จนน้ำตาไหลออกมาเรื่อยๆ

มือเล็กยกขึ้นลูบหน้าท้องที่มีรอยแตกของตัวเองเบาๆ ร่องรอยแผลที่เขาได้มาเพราะการขยายหน้าท้อง เป็นรอยแผลที่เขามีความสุข

“ขอบคุณนะครับ ที่อยู่เป็นเพื่อนแม่มาตลอดทั้งเก้าเดือน...”

พูดไปก็ยิ้มเศร้าออกมา

หลังจากพรุ่งนี้เป็นต้นไปเขาก็จะต้องอยู่ตัวคนเดียวของจริงแล้ว ไม่มีลูกน้อยสองคนในท้องอีกต่อไป…

ต่อไปก็จะเป็นลูกของเรม็องเพียงคนเดียวโดยสมบูรณ์

เขาเสียใจไม่น้อยที่จะไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง แต่หลังจากคลอดแล้วก็ขอให้มีโอกาสได้เห็นหน้าลูกสักครั้ง แล้วหลังจากนั้นเขาก็จะไปใช้ชีวิตอิสระที่เขาต้องการมาโดยตลอด… กาเซียร้องไห้ออกมาคนเดียวเงียบๆ ม่านน้ำตาที่พร่ามัวเลยทำให้ไม่สามารถเห็นว่าเรม็องกำลังแอบยืนดูอยู่ไม่ไกล

ร่างสูงที่เพิ่งจะรีบอาบน้ำอย่างมีความสุขเพื่อจะได้มาอ่านหนังสือให้กาเซียกับลูกฟังก็กลับต้องหยุดชะงักเมื่อได้มาเจอภาพที่กาเซียนอนร้องไห้เอามือลูบท้องเพียงคนเดียว รอยยิ้มที่มีอยู่บนใบหน้าค้างเอาไว้อยู่อย่างนั้น

กาเซียร้องไห้เพราะพรุ่งนี้จะต้องคลอดลูก

เรม็องก็ยิ้มเพราะพรุ่งนี้จะได้เห็นลูก

ต่างคนต่างก็ไม่สามารถรู้สิ่งที่อยู่ในใจของกันและกันได้เลย

...ไม่เลยแม้สักนิด...

.


.


.

วันถัดมา

หลังจากที่กินมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อย ทั้งกาเซียกับเรม็องก็ออกจากบ้านเพื่อไปหาคุณหมอเรเชนตามนัด

บรรยากาศของคนทั้งสองคนมีเพียงความเงียบเป็นสิ่งปกคลุมเอาไว้

กาเซียไม่พูด...เพราะไม่อยากจะพูด...ตอนนี้ภายในใจมีเพียงแค่ความเศร้าและกลัว…

เรม็องไม่พูด...เพราะไม่รู้ว่าควรจะต้องพูดอะไร...ตอนนี้ความไม่เข้าใจมันติดอยู่ข้างในอก หลังจากที่เห็นภาพกาเซียนอนร้องไห้อยู่บนเตียงเพียงคนเดียว

เมื่อคืนเขารอให้อีกฝ่ายหายสะอึกสะอื้นแล้วจึงเดินเข้าไป ไม่พูด ไม่ถามถึงสาเหตุของการร้องไห้ในครั้งนี้ ทำเพียงแค่หยิบหนังสือมาอ่านให้ฟังตามเดิมเพียงเท่านั้น

พวกเขาทั้งสองคนไม่ได้พูดกันมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว…

รถยนต์คันเดิมเคลื่อนตัวเข้าไปจอดอยู่หน้าประตูโรงพยาบาล เรม็องเป็นฝ่ายลงจากรถเพื่อเดินไปเอารถเข็นมาให้กาเซียได้นั่ง

ยังไม่เกิดบทสนทนาอะไรใดๆขึ้น

จวบจนกระทั่งเรม็องเข็นรถเข็นไปยังเคาน์เตอร์เพื่อเอาเอกสารไปยืนยันนัดหมาย

“เชิญที่ชั้นสองหน้าห้องผ่าตัดเลยค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

ร่างสูงเข็นคนที่ยังคงนิ่งเงียบไปยังลิฟต์

“ติ๊ง!”

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เรม็องก็เข็นกาเซียเข้าไปข้างใน บรรยากาศยังคงน่ากระอักกระอ่วนจวบจนกระทั่งลิฟต์เปิดออกและร่างสูงเข็นตรงไปยังหน้าห้องผ่าตัด

กาเซียเพิ่งจะมีโอกาสได้มองสิ่งรอบข้างอย่างจริงๆจังสักทีก็ตอนเมื่อรถเข็นหยุดลงหน้าห้อง เขามองไปด้านหน้าก็พบว่านอกจากจะมีคุณหมอเรเชนยืนรออยู่แล้วก็ยังมีนางพยาบาลยืนรอข้างๆอีกสองคน

เห็นแบบนี้คนที่ท้องก็ถึงกับหน้าซีดพร้อมอาการหัวใจเต้นระรัว

จะต้องผ่าแล้วสินะ...จะต้องผ่าแล้วใช่ไหม?!

“สวัสดีค่ะคุณเรม็อง คุณกาเซีย เป็นยังไงบ้างคะ กินข้าวกันมาแล้วใช่ไหมเอ่ย?”

“ครับ กินเสร็จแล้วก็มาเลย”

“ก่อนอื่นนะคะหมอจะขอถามก่อนว่าคุณกาเซียอยากจะบล็อกหลังหรือดมยาสลบคะ?”

“...”

“คุณกาเซียคะ?”

“คะ...ครับ?”

“จะบล็อกหลังหรือดมยาสลบดีคะ?”

“แบบไหน...แบบไหนเจ็บน้อยกว่ากันครับ?”

อ่า…ให้ตายสิ...นั่นเสียงของเขาเหรอ...ทำไมมันถึงได้เบาหวิวเหมือนคนไม่มีแรงอย่างนั้นล่ะ

กลัว...เขากลัว…

“ตอนผ่าจะไม่รู้สึกเจ็บทั้งสองวิธีนะคะ แต่ว่าถ้าจะให้ดิฉันแนะนำก็จะเป็นการบล็อกหลังดีกว่าค่ะ เพราะว่าระยะการฟื้นตัวมันจะเร็วกว่า แถมพอผ่าน้องออกมาแล้วก็จะได้เจอเลยนะคะเพราะว่ายังรู้สึกตัว แต่ถ้าดมยาสลบจะไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ แล้วก็จะได้เจอน้องก็ตอนตื่นแล้ว การฟื้นตัวยากกว่า บางครั้งเด็กในท้องก็จะได้รับผลของยาสลบไปด้วย แถมแม่บางคนยังมีอาการข้างเคียงหลังจากการดมยาสลบด้วยนะคะ”

“ผม...ผมเอา...”

ในระหว่างที่เขายังตัดสินใจไม่ได้ หัวใจเต้นระรัวพร้อมกับมือเย็นเชียบ ทันใดนั้นก็มีสัมผัสอบอุ่นมากุมไว้ที่มือ

“เรม็อง...”

เป็นมือของร่างสูงที่ยื่นมากุมมือของเขาเอาไว้

“ไม่ต้องกลัว ใจเย็นๆแล้วค่อยๆเลือก”

“ผม...ผมจะเลือกอะไรดี ผมกลัว...ผมกลัว...ฮืออออ”

ในที่สุดเขาก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ มันไหลออกมาท่ามกลางเสียงแห่งความหวาดกลัวของเขา

“ผมกลัว ผมกลัวเจ็บ ผมกลัว...ฮึก...”

เรม็องย่อตัวลงมากอดคนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเพื่อปลอบใจ ตอนนี้แม้แต่สายตาของผู้คนรอบข้างก็ไม่สามารถทำให้เขาสนใจได้

สิ่งที่เขาต้องสนใจคือความรู้สึกในใจของคนในอ้อมแขนนี้ต่างหาก

“ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวลูกก็ออกมาเจอพวกเราแล้ว”

“ผมกลัว ผมไม่อยากคลอดแล้ว! ไม่เอาแล้ว!”

“นายไม่อยากเห็นลูกหรือยังไง ลูกในท้องทั้งสองคนน่ะ...เขาอยากออกมาเจอหน้าพวกเราแล้วนะ...ถ้ากลัวนายก็จะเลือกดมยาสลบก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก”

“แต่...”

“เอาตามที่ใจนายต้องการ ฉันไม่บังคับ”

“...”

“ไม่บังคับผมเหรอ?”

“มันเป็นสิ่งที่นายต้องทำ ฉันจะไม่บังคับให้นายต้องทรมานหรอก”

“...อืม”

“...”

“...”

“...กาเซีย” เรม็องเอ่ยเรียกชื่อของคนที่นั่งบนรถเข็ยอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกคนนิ่งไป

ทันใดนั้นมือเล็กก็เอื้อมมาผลักอ้อมกอดที่โอบแน่นออก ก่อนจะหันไปทางคุณหมอเรเชนที่ยืนยิ้มให้กำลังใจอยู่

“ผม...ผมขอเลือกดมยาสลบนะครับ”

เขาขอตื่นมาเจอหน้าลูกทีเดียวเลยก็แล้วกัน!

____________________________________________________________________

ตอนหน้าเจอน้องแน่ๆ!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}