ยัมยัม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

PAY ครั้งที่ 10 50% ง้อเมีย

ชื่อตอน : PAY ครั้งที่ 10 50% ง้อเมีย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 55

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2561 08:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
PAY ครั้งที่ 10 50% ง้อเมีย
แบบอักษร

            Buachompoo’s part


            ตอนคบกันก็บัว ตอนเถียงกันก็บัว ตอนหวานกันก็บัว ตอนทะเลาะและเมินใส่กันก็บัว บอกเลยว่าฉันควรได้รางวัลโนเบลสาขาสานความเป็นมิตรให้กับแคลและไทชิ


            เพื่อที่จะให้มันสองคนเลิกตีกัน เลิกมีปัญหาต่อกันสักที สมัยที่เป็นเพื่อนกันปกติเวลางอนกันฉันก็ต้องตามง้อให้ตลอด


            บัวชมพูควรได้ถ้วยหรือเหรียญเกียรติยศ...เพื่อตอบแทนความดีที่ทำมาสักที!


            ฉันไม่รู้ว่าไอ้แคลกับไอ้ไทมันมีเรื่องอะไรต่อกันมา เพราะวันก่อนก็ยังเห็นดีกันอยู่เลย แต่มาวันนี้ทั้งวันตั้งแต่เช้า ไม่พูดกันสักคำ


             เพื่อนหลายคนก็มาถามบัวว่าสองคนนั้นมันเป็นอะไร เราก็ตอบไปว่า กูไม่รู้! กูจะรู้ได้ไง ไม่ได้ตัวติดกับพวกมันสักหน่อย!


            เพราะงั้นฉันเลยหนักใจกับสถานการณ์ตรงหน้ามากๆ เพราะสองคนพาลเอาแต่นิ่งไม่พูดกัน พลอยทำให้บรรยากาศในงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนในกลุ่ม หม่นมองและมืดมนไปตามใบหน้าของพวกมันทั้งสองคนด้วย


            “นี่พวกมึงทะเลาะกันหรอวะ” ไอ้ชานยอลถามขึ้นโผงผางกลางวง...เหล้าและเค้ก ในยามค่ำคืนอันไม่ค่อยจะเงียบสงบของคืนนี้


            แล้วทุกคนก็หันขวับไปมองคู่รักของกลุ่มอย่างไม่ได้นัดหมาย ส่วนสองคนต้นเรื่องกลับนั่งหน้าบูดเป็นตูดหมึกไม่พูด ไม่สะทกสะท้านใดๆ แม้จะนั่งติดกันก็ตาม


            “เห้ย งอนกันอยู่จริงๆ ด้วย”


            “มากินวันเกิดเพื่อนก็ต้องสนุกดิวะ พวกมึงจะมานั่งเงียบใส่กันทำไม บรรยากาศเสียไปหมด”


            “ไปเคลียร์กันก่อนไหม” ไอเฟลที่นั่งหน้าสลอนอยู่ตอนแรก มันก็เอ่ยขึ้นเพื่อเป็นแนวทางช่วยด้วย


            แต่ไอ้สองคนนั้นมันก็ยังคงเงียบใส่กันอยู่ แน่นอนว่าเพื่อนคนอื่นๆ ตอนนี้ก็เครียดตามไปด้วย เพราะครั้งนี้คงโกรธกันแรงกว่าที่ผ่านมา


            จากนั้นที่ไอ้แคลมันจะเทเหล้าเต็มแก้วแล้วยกกรอกปากในคำเดียวแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนด้วยสีหน้าอันบึ้งตึง ทำเอาเพื่อนรอบข้างมองหน้ากันอย่างหวาดผวา ไม่รู้ว่าคนโหดของเราจะเกรี้ยวกราดอะไรขึ้นมาหรือเปล่า


            ต่อจากนั้นไอ้ไทก็กระดกเหล้าตามด้วยท่าทางเครียดไม่ต่างกัน ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ที่จะมาคลายความขัดแย้งของพวกมันสองคน


            ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ก็นิ่งแด_ ก่อนจะเป็นไอ้ชานที่เปลี่ยนบรรยากาศให้ดีขึ้น


            Cal’ s part


            ฉันไม่รู้ว่ายกเหล้าแก้วที่เท่าไหร่เข้าปาก ขณะที่เพื่อนกำลังสังสรรกันอย่างสนุกสนาน ในหัวของฉันเต็มไปด้วยความโกรธที่ยากจะสลายหายไป


            ฉันโกรธไทชิมากจนไม่อยากจะมองหน้ามัน คนเลวแบบนั้นฉันคบเป็นเพื่อนได้ยังไงไม่รู้ตั้งนานสองนาน บอกเลยว่าโกรธจนอยากตัดเพื่อน ตัดความเป็นแฟนปลอมๆ ทิ้งไปเลยก็ว่าได้


            หลังจากที่เป่าเค้กเสร็จ มอบของขวัญที่เตรียมมาให้กับเจ้าของวันเกิดเรียบร้อย ต่อจากนั้นก็เป็นการเล่นเกมในวงเหล้าเพื่อความสนุกสนานโดยฉันกับไทชิไร้ซึ่งการเปิดปากคุยกับคนอื่นแต่อย่างใด


            ทันทีที่ช้อนบนโต๊ะถูกหมุนแล้วหยุด เราจะสังเกตว่าด้านหัวชี้ไปที่ใคร คนนั้นต้องถามหรือท้า ด้านหางชี้ไปที่ใครก็ต้องทำตามที่เขาสั่ง เป็นเกมเบสิคในวงเหล้า แล้วถ้าไม่ทำตามก็ต้องจัดการเหล้าให้หมดขวดภายในอึกเดียว


            แม้ว่าเกมจะดำเนินไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้ทำให้ฉันสนุกหรือตื่นเต้นเลยสักนิด ตรงกันข้ามอยากลุกหนีไปจากตรงนี้มากกว่า


            พรึบ...แต่ความซวยก็เข้ามาเยือน เมื่อด้านหัวของช้อนชี้ไปที่ไอ้ชานและด้านปลายชี้มาที่ฉัน ฝั่งนั้นยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ กระตุกคิ้วขู่ฉันหน่อยๆ อีกนิดนึงจะลุกไปตบมันได้แล้ว


            “ความจริงหรือความกล้าดีน้า” ไอ้ชานถามเสียงเย้ายวนกวนตี_


            “ความกล้าๆๆๆๆ” แล้วเพื่อนคนอื่นๆ ก็สั่งเสียงเชียร์กันใหญ่


            “โอเค งั้นเอาความกล้าก็ได้...กูขอท้าให้มึงพลอดรักกับผัวเดี๋ยวนี้” หะ...พอฉันได้ยินที่มันสั่งก็นิ่งไปเลย หัวใจดวงน้อยๆ กระตุกไหววูบ ถ้าเป็นตอนที่ไม่โกรธกันฉันทำได้นะ


            แต่ตอนนี้เราอยู่ในภาวะที่อึดอัดใจต่อกันมากๆ...หรือฉันจะยอมซดเหล้าเข้าปากในรวดเดียวดีนะ? แต่แค่นี้ก็แทบอ้วกเพราะมึนมากแล้วเสียด้วย


            “กรี๊ด เร็วๆ เลยเพื่อน กูรอดูอยู่” บัวชมพูทำหน้าตื่นเต้น ซึ่งตอนนี้มันไม่ค่อยจะใช่เวลาเท่าไหร่


            “จะจูบหรือจะกอดหรือจะไซร้ จะอะไรก็ได้ กล้าหรือเปล่าเจ้แคลครับ” ไอ้ชานท้าทายไม่หยุด ทำให้เพื่อนคนอื่นๆ คาดหวังกับฉันด้วย


            แม้ว่าฉันจะหยามไม่ได้แต่ครั้งนี้มันเกินไปจริงๆ...


            อุ๊บบส์


            ขณะที่ฉันลังเลว่าจะทำดีหรือเปล่า ไอ้ไทชิ..ไอ้เน่าของฉัน มันก็หันมาหน้า เอามือมาประคองช้อนคางของฉันไว้แล้วกดรีมฝีปากมาจูบอย่างรวดเร็ว


            ฉันทำอะไรไม่ถูกเลย ทันทีที่สัมผัสอันเร่าร้อน เรียวปากหยักที่มันบดขยี้ออกมาทำเอาทุกอย่างในหัวของฉันเตลิดไปหมด ฟังเสียงรอบข้างไม่ได้ศัพท์ รู้สึกได้แค่ไอร้อนๆ ตรงปลายจมูก


            เสียงหายใจของไทชิกับเสียงเต้นของหัวใจฉัน...อันไหนมันดังกว่ากันนะ


            ไทชิยังคงมัวเมาอยู่กับการจูบฉัน แต่ฉันกลับนิ่งไม่ได้จูบตอบ มันจึงสอดลิ้นร้อนเข้ามาแล้วตวัดลิ้นของฉันไปมาเพื่อกระตุ้นให้ฉันตอบกลับ


            “อื้อออ” เสียงครางในลำคอของฉันบ่งบอกถึงความรุนแรงที่ได้รับ เราจูบกันนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่รู้ตัวอีกที ทุกอย่างในหัวของฉันก็ขาวโผนไปหมด


            ฉันจำไม่ค่อยได้ว่าหลังจากที่ไทชิผละริมฝีปากออกแล้วสีหน้าของมันเป็นอย่างไร เพราะความอายทำให้ฉันต้องยกเหล้าเข้าปากรัวๆ แบบไม่คิดชีวิต ครั้งนี้คงเป็นครั้งที่ฉันเมาสุดๆ เลยก็ว่าได้....อึกกก

            งานเลี้ยงจบลง ฉันกับไทชิถูกหามมาส่งที่คอนโดด้วยสภาพหิ้วปีก อย่างไร้เรี่ยวแรง พอถึงห้องต่างคนก็ต่างเงียบใส่กันอีก


             ขณะที่ฉันพาร่างตัวเองไปล้างหน้าในห้องน้ำเพื่อที่จะเข้านอน ไทชิก็เดินตามเข้ามาในห้องน้ำด้วยเหมือนกัน


             “มึงจะงอนกูอีกนานไหม” เป็นฝ่ายไทชิที่ยอมเปิดปากคุยก่อน ถ้ามันไม่เมาเราคงไม่ได้คุยกัน


              “กูเกลียดมึง” ฉันพูดสั้นๆ กระแทกเสียงออกมาอย่างฉุนเฉียว


                “กูขอโทษ” ไทชิเดินเข้ามาซ้อนหลังของฉัน เรามองหน้ากันผ่านกระจก ด้วยความที่ฉันเองก็เมาจึงมองสีหน้าของมันไม่ค่อยชัดนัก


                “กูเกลียดมึง” ฉันหันหลังไปทุบหน้าอกมันแรงๆ หลายที ขณะที่ไทชิยังคงยืนเงียบให้ฉันระบายอารมณ์ใส่หน้าอกของมันอย่างเต็มที่ ไม่ส่งเสียงร้องใดๆ ออกมา


                “ตีกูให้ตายเลยก็ได้ ถ้ามันทำให้มึงดีขึ้น” ไทชิบอกด้วยน้ำเสียงสั่น


                 “มันจะมีประโยชน์อะไรถ้ามึงตาย สิ่งที่กูต้องการไม่ใช่ชีวิตของมึง แต่เป็นชีวิตของครูคนนั้น หรือเรียกอีกอย่างว่าอดีตแม่ยายของมึง” ฉันตะคอกใส่คนตัวสูงกว่า


                 “แล้วมึงจะให้กูทำยังไง”


                 “ทำตามที่กูต้องการตอนแรก มึงยังไม่ลืมใช่ไหม ว่ากูต้องการอะไร” ฉันบอกโดยไม่มองหน้าของไทชิ ก่อนจะเดินอ้อมมันออกมาอย่างอารมณ์เสีย


                “ได้ กูจะทำตามที่มึงต้องการ...คราวนี้หายโกรธแล้วใช่ไหม” ไทชิยอมแพ้ มันเดินตามฉันออกมาที่เตียง


                 “ยังไม่หาย” ฉันหันขวับมา


                   ก่อนที่ไทชิจะพุ่งเข้ามาสวมกอดอย่างรวดเร็ว ความอึ้งแล่นเข้าสมองของฉันอีกครั้ง


                   “หายโกรธกูเถอะนะ...ไม่สบายใจเลย” ไทชิบอกเสียงอ้อน พร้อมกับวางคางหนักๆ ลงบนไหล่ของฉันอย่างไม่มีแรง


                    “...” ฉันเองก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ควรจะพูดว่าอะไรเลยทำได้แค่ยืนนิ่งๆ ปล่อยให้มันกอดฉันแน่นขึ้นเรื่อยๆ อยู่อย่างนั้น


                    “กูเจ็บ อึก...ที่มึงบอกว่าเกลียดกู” ไทชิบอกเสียงสั่น ฉันเองก็เจ็บไม่ต่างมันหรอก ที่ต้องบอกว่าเกลียด ทั้งที่ไม่ได้เกลียด


                    “เลิกกอดกูได้แล้ว กูจะนอน” ฉันตีไหล่มันเพื่อให้ปล่อยฉันออกจากอ้อมแขนหนาๆ


50%


ดำเนินมาถึงตอนที่10เเล้ว เย้ๆ ขอบคุณทุกการติดตามจ้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น