รักล้นขอบ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความวุ่นวายครั้งที่ 8

ชื่อตอน : ความวุ่นวายครั้งที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2561 00:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความวุ่นวายครั้งที่ 8
แบบอักษร

และแล้วเช้าวันจันทร์ก็มาถึง ผมรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ผมตื่นเช้ากว่าแต่ก่อนมากเพราะเวลาทำงานกับเวลาเรียนนี่คนละความรู้สึกกันเลย ตอนเรียนเรายังสามารถต่อรองเวลาเข้าเรียนกับอาจารย์ได้เช่นเรียน 8 โมง เราก็ขอเป็น 9 โมงได้ แต่กับการทำงานเราไม่สามารถไปต่อรองเวลาทำงานได้เลยเค้ากำหนดเวลาเข้างานมาให้เท่าไหร่เราก็ต้องเข้างานตามเวลาที่เค้ากำหนด บางครั้งเมื่อหมดเวลางานแล้วแต่งานที่เราทำอยู่ยังไม่เสร็จเราก็ต้องทำต่อให้เสร็จแม้ว่าจะเกินเวลาก็ตามเพราะบางทีก็เป็นงานเร่ง แต่ถ้าเป็นเวลาเรียนแล้วหมดเวลาเราสามารถขอตามส่งงานได้ทีหลัง ขนาดผมเป็นแค่เด็กฝึกงานยังรู้สึกได้เลยว่าชีวิตในช่วงวัยทำงานนี่มันเหนื่อยกว่าตอนเรียนเยอะเลย

นี่ก็หกโมงครึ่งแล้วผมก็เลยต้องรีบไปอาบน้ำแต่งตัวและลงไปข้างล่างเพื่อทานอาหารเช้ากับแม่เหมือนทุกวันเมื่อผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็หยิบกระเป๋าและเดินลงมาข้างล่างแต่ก็อดสงสัยไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงแม่คุยกับใครไม่รู้และผมก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องสงสัยนาน ผมก็เลยรีบเดินลงไปยังห้องรับแขกของบ้านทันทีที่ผมมาถึงก็รู้ได้เลยว่าแม่นั่งคุยกับใคร ก็พี่คริสยังไงหล่ะครับผมไม่คิดว่าเค้าจะมารับผมอย่างที่พูดจริงๆ

“ลงมาแล้วหรอคะลูกสาวแม่” แม่หันมาเห็นผมและทักด้วยรอยยิ้ม

“อรุณสวัสดิ์ครับแม่ สวัสดีครับพี่คริส” ประโยคแรกผมพูดกับแม่ และประโยคหลังผมหันไปพูดกับพี่คริส

“ครับน้องเหมือน” พี่คริสตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม

“แม่ว่าเราไปทานอาหารเช้ากันดีกว่าเนาะเดี๋ยวจะไปทำงานสาย” แม่พูดเสร็จแล้วเดินนำพวกเราไปยังห้องอาหารทันที

“ครับ/ครับ” ผมสองคนตอบรับพร้อมกันแล้วเดินตามแม่เข้าไปในห้องทานข้าทันที

เมื่อทานอาหารเสร็จพวกเราก็ลาแม่ผมออกมาทำงานทันทีเพราะว่านี่ก็ 7 โมงแล้ว และที่ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือพี่คริสกลายมาเป็นลูกรักของบ้านผมอีกคนเห็นแล้วหมั่นใส้มากๆ พอขึ้นรถมาได้สักพักผมก็เปิดประเด็นพูดกับพี่คริสทันที

“เหมือนไม่คิดว่าพี่คริสจะมารับเหมือนแบบที่พูดจริงๆ” ผมถามออกไปตามที่ตัวเองคิดจริงๆ

“พี่บอกแล้วว่าจะมารับยังไงพี่ก็ต้องมารับ พี่พูดคำไหนคำนั้นครับ” พี่คริสตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“ครับ แล้วนี่บอดิการ์ดของพี่คริสหายไปไหนกันหมดหล่ะครับ ปกติเหมือนจะต้องเห็นพวกเค้าอยู่กับพี่ตลอดเวลานี่ครับ” ผมถามด้วยความสงสัยเพราะปกติแล้วพี่คริสจะมีบอดิการ์ดคอยตามเป็นขบานแต่หลายวันมานี้ผมไม่เห็นเลยสักคน แล้วพี่คริสก็ไม่ปล่อยให้ผมสงสัยนาน

“ก็เพราะพี่รู้ว่าเหมือนไม่ชอบคนเยอะๆ พี่ก็เลยไม่ให้บอดิการ์ตามมาแต่ก็ให้ตามอยู่ห่างๆ เหมือนจะได้ไม่ต้องรู้สึกอึดอัดไงครับ”

พี่คริสพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้ มันไม่ใช่ยิ้มเจ้าเลห์แบบที่เค้าเคยยิ้มให้ผมก่อนหน้านี้ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเขินด้วย

“ขอบคุณครับที่ทำเพื่อเหมือน”

แล้วสักพักพวกเราก็มาที่บริษัทแต่ก่อนที่ผมจะลงจากรถผมก็หันไปพูดกับพี่คริสก่อนเพื่อที่จะพูดเรื่องหนึ่ง

“พี่คริสครับเหมือนมีเรื่องจะขอพี่สักเรื่องหนึ่งหน่ะครับ”

“ได้สิครับเหมือนว่ามาเลยถ้าพี่ให้ได้พี่ก็จะให้” พี่คริสตอบผมกับมาด้วยรอยยิ้ม

“ถ้าอยู่ที่บริษัทเหมือนขอไม่เรียกพี่คริสว่าพี่ต่อหน้าคนอื่นนะครับ เหมือนว่าคนอื่นจะมองเราไม่ดีและอีกอย่างเหมือนก็เป็นแค่เด็กฝึกงานด้วย” ผมบอกพี่คริสไปตามความจริง

“ก็ได้ครับแต่ถ้าเราอยู่ด้วยกันแค่สองคนเหมือนต้องพูดกับพี่เหมือนเดิมนะครับ” พี่คริสตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม

“ครับงั้นเหมือนไปทำงานแล้วนะครับ พี่คริสก็ตั้งใจทำงานด้วยนะครับ”

ผมบอกพี่คริสไปด้วยรอยยิ้ม แต่ก่อนที่ผมจะได้ลงจากรถพี่คริสก็ฉวยโอกาศดึงผมเข้าไปหอมแก้มอีกแล้วทำไมชอบทำให้ผมเขินอยู่เรื่อยเลยก็ไม่รู้

ฟอดดดดดดด

“คนบ้า ชอบฉวยโอกาศกับเหมือนอยู่เรื่อยเลย”

“ก็แก้มเหมือนนิ่มและหอมมากพี่เลยอยากหอม ตั้งใจทำงานนะครับ” พี่คริสตอบผมกลับมาแบบล้อๆ

“ผมไปแล้วนะครับ” อายชะมัดอยู่ดีๆก็โดนหอมแก้มแล้วยังมาทำให้เขินอีก ใจก็ชอบเต้นไม่เป็นจังหว่ะอยู่เรื่อยเลย นี่ผมจะเป็นโรคหัวใจหรือเปล่าเนี่ย

พอลงจากรถได้ผมก็รีบเดินเข้าบริษัทเลยครับแต่ผมให้พี่คริสจอดให้ผมลงก่อนถึงบริษัทนิดเดียว พอเดินมาถึงก็รีบตรงไปยังแผนกที่ตัวเองทำงานอยู่พอขึ้นลิฟท์มาได้สักพักก็ถึง แล้วก็เจอกับพี่หนึ่งเข้าพอดี

“พี่หนึ่งสวัสดีครับ”

“อ้าว มาแล้วหรอเหมือน พอดีเลยมีงานใหม่มาพอดีงานด่วนนิดนึงนะต้องเสร็จก่อนวันพุธลูกค้าเค้าเร่งมา”

“ครับ”

“อะนี่รายละเอียดของผลิตภัณฑ์”

“ครับแล้วลูกค้าเค้าต้องการ Concept ประมาณไหนหรอครับ”

“เค้าอยากได้เป็นโทนสีชมพู แล้วก็เรียบหรูและดูดี”

“ได้ครับเดี๋ยวผมจะรีบทำส่งให้พี่ตรวจดูก่อนนะครับ”

พอผมรับงานจากพี่หนึ่งเสร็จก็เดินมายังโต๊ะของตัวเอง และเปิดโปรแกรมที่ใช้ออกแบบงานขึ้นมา และอ่านดูข้อมูลของผลิตภัณฑ์ในเอกสารทีพี่หนึ่งให้มาว่าผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าให้ออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์เกียวกับอะไรจะได้ลงรายละเอียดถูก ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่ลูกค้านำมาจ้างทางบริษัทออกแบบเพื่อทำแบรนเนอร์ส่วนใหญ่จะเป็นพวกอาหารเสริม เครื่องสำอางค์ และผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายอะไรพวกนี้ ที่ผมทำบ่อยๆเลยจะเป็นพวกอาหารเสริม พออ่านข้อมูลที่ได้มาจนเข้าใจและผมก็ลงมือทำงานทันที

ทำงานได้สักพักก็รู้สึกเมื่อยขึ้นมาเลยยกนาฬิกาขึ้นมาดู อีก 10 นาทีเที่ยงนี่ผมทำงานเพลินอีกและพวกพี่ๆในแผนกก็ทะยอยลงไปทานข้าวกันหมดแล้วด้วย แล้วพี่หนึ่งก็เดินออกมาจากห้องและทักผมขึ้น

“อ้าวเหมือน ยังไม่ไปกินข้าวอีกหรอไม่ต้องหักโหมขนาดนั้นก็ได้ไปพักก่อนแล้วค่อยกลับมาทำใหม่”

“ครับพี่หนึ่ง ผมทำงานเพลินไปหน่อยเลยไม่ได้ดูเวลานี่ก็กำลังจะไปพอดีแต่ต้องไปพบท่านประธานก่อนหน่ะครับ”

“อ่อหรอ งั้นพี่ไปและอย่าลืมกินข้าวนะเดี๋ยวเค้าจะหาว่าพี่ใช้งานเราหนักเกินไป” พี่หนึ่งพูดกลับมาแบบแซวๆ

“ครับ” ผมตอบพี่หนึ่งกลับยิ้มๆ

หลังจากที่คุยกับพี่หนึ่งเสร็จผมก็เดินตรงมายังลิฟท์และมุ่งหน้าไปที่ห้องของพี่คริสทันที ขึ้นมาได้สักพักก็ถึง พอเดินออกมาจากลิฟท์ก็เห็นบอดิการ์ดของพี่คริสยืนเต็มหน้าห้องเลย ผมเลยเดินเข้าไปแล้วพูดกับคนที่ผมคุ้นหน้ามากที่สุด

“ผมมาพบคุณคริสครับ” ผมพูดกับบอดิการ์ดคนหนึ่ง

“เชิญคุณเหมือนด้านในเลยครับบอสกำลังรออยู่” พอพูดเสร็จเค้าก็เปิดประตูให้ผมเข้ามาข้างใน พอมาถึงก็เห็นพี่คริสนั่งรออยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยหน้านิ่งๆแล้วมองมาทางผม

“รอนานหรือเปล่าครับ พอดีเหมือนทำงานเพลินไปหน่อย” ผมตอบพี่คริสไปตามความจริง

“ไม่นานหรอกถ้าเป็นเหมือนต่อให้พี่ต้องรอนานกว่านี้แค่ไหนพี่ก็รอเหมือนได้เสมอ”

พี่คริสตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผมนี่เกิดอาการใจสั่นขึ้นมาทันทีเลย และรู้สึกเหมือนหน้าต่วเิงร้อนๆยังไงก็ไม่รู้

“แล้วนี่พี่คริสกินอะไรหรือยังครับ”

“ยังเลยพี่รอเหมือนมากินด้วยกัน อยากกินอะไรหรือเปล่าพี่จะได้พาออกไปกินข้างนอก”

“กินอะไรก็ได้ครับ แต่เหมือนว่าพี่คริสสั่งมากินที่นี่ดีกว่านะครับเหมือนไม่ค่อยอยากออกไปไหนและอีกอย่างเหมือนก็ทำงานค้างไว้อยู่ด้วยต้องรีบกลับไปทำให้เสร็จครับ”

“เอางั้นก็ได้เดี๋ยวพี่ให้มาร์ตินไปจัดการให้นะ” พี่คริสพูดกับผมเสร็จก็หันไปเรียกพี่มาร์ตินให้สั่งอาหารให้

“มาร์ติน”

“ครับบอส”

“ช่วยสั่งอาหารให้ฉันกับเหมือนที”

“รอสักครู่ครับบอส” พอพี่มาร์ตินรับคำสั่งเสร็จก็เดินออกไปจากห้องทันที

ไม่นานก็มีอาหารมาส่งที่ห้องทำงานของพี่คริส เรานั่งกินกันไปได้สักพักก็อิ่มผมเลยขอตัวกลับไปทำงาน

“ผมกลับไปทำงานก่อนนะครับ”

“ครับ ตั้งใจทำงานนะครับแล้วตอนเลิกงานเดี๋ยวพี่ไปส่งบ้าน”

“ครับ” ผมตอบพี่คริสกลับไปด้วยรอยยิ้ม

ผมรู้สึกว่าตัวเองจะชอบพี่คริสขึ้นมาจริงๆแล้วสิ เจอหน้าทีไรชอบทำให้ใจสั่นทุกที ผมว่าอีกไม่นานตัวผมเองคงจะต้องตกหลุมรักพี่คริสแน่ๆเลย เดินคิดอะไรมาเรื่อยไสักพักก็มาถึงโต๊ะทำงานผมนั่งทำงานต่อจนถึงเวลาเลิกงาน ทำงานจนเพลินพอดูเวลาอีกทีก็เกือบจะถึงเวลาเลิกงานแล้วอีกแค่ 10 นาทีเอง ผมเลยรีบเซฟงานและเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน

“สวัสดีครับพี่ๆ”

“น้องเหมือนก็กลับบ้านดีๆนะ”

“ครับพี่ๆก็เหมือนกันนะครับ” ผมลาพวกพี่ๆที่แผนกเสร็จก็เดินไปหาพี่คริสที่รถทันที

“รอเหมือนนานไหมครับพี่คริส”

“ไม่นานครับพี่ก็พึ่งมาถึงเหมือนกันงั้นเราไปกันเถอะ”

“ครับ”

“เหมือนหิวหรือเปล่านี่ก็เย็นมากแล้วเดี๋ยวพี่พาแวะกินอะไรก่อนหรือป่าว”

“ก็หิวครับแต่แต่ไม่ต้องแวะหรอกเหมือนอยากกลับไปกินข้าวกับแม่มากกว่า”

“เอางั้นก็ได้ครับ”

เรานั่งคุยกันได้สักพักก็มาถึงบ้าน แม่เดินออกมารับพวกเราที่หน้าบ้านด้วยใบหน้ายิ้มๆ

“สวัสดีครับแม่” ผมพูดเสร็จพี่คริสก็พูดต่อ

“สวัสดีครับคุณแม่”

“สวัสดีจ้าว่าที่ลูกเขยแม่ วันนี้อยู่กินข้าวเย็นกับแม่ก่อนนะคะแล้วค่อยกลับ”

“ครับ ผมว่าจะมาฝากท้องอยู่พอดี”

“ปะงั้นพวกเราเข้าไปข้างในกันดีกว่าเนาะ” พอแม่พูดเสร็จก็เดินนำเข้าบ้านไปเลย

แล้วพวกเราทั้งสองคนก็เดินตามแม่เข้าไปข้างในบ้าน พอกินข้าวเสร็จก็นั่งคุยกันอีกสักพักพี่คริสก็ขอตัวกลับผมเลยอาสาเดินออกมาส่งพี่คริสที่รถ

“ขับรถกลับบ้านดีๆนะครับ”

“ฝันดีนะครับเหมือน” ไม่พูดพี่คริสยังขโมยหอมแก้มผมอีกแล้ว

ฟอดดดด

“งื้อ....พี่คริสอะ ฝันดีเช่นกันครับ” ผมตอบกลับไปแบบเขินๆ

“ครับงั้นพี่ไปแล้วนะ เหมือนก็เข้าบ้านไปได้แล้วน้ำค้างมันแรงพี่เป็นห่วงเดี๋ยวจะไม่สบาย”

“ครับ” ผมตอบพี่คริสเสร็จก็เดินเข้าบ้านแล้วพี่คริส ก็ขับรถออกไปเลย

พอผมเดินเข้ามาถึงในห้องแม่กับพ่อก็นั่งคุยกันอยู่ผมก็เลย้ดินเข้าไปหาแล้วนั่งคุยกับพวกท่าน

“ว่ายังไงลูกพ่อ ปกติพ่อไม่เคยเห็นลูกพาใครมาบ้านเลยนะ” พ่อถามผมด้วยน้ำเสียงที่ไม่จริงจังนัก

“ก็ไม่ยังไงนี่ครับ”

“ลูกชอบเค้าใช่ไหม” พ่อกับแม่ผมมองหน้ากันยิ้มๆหลังจากที่พ่อพูดเสร็จ

“คงจะเป็นอย่างนั้นมังครับพ่อ”

“ในที่สุดลูกพ่อก็ยอมมีแฟนสักทีสินะ แถมยังเป็นหนุ่มที่หล่อและรวยมากๆอีกด้วย” พ่อผมพูดออกมาเชิงล้อๆซึ่งก็ทำให้ผมเขินได้ในที่สุด

“พ่ออะผมไม่คุยด้วยแล้ว งั้นผมไปนอนก่อนนะครับฝันดีครับพ่อ ฝันดีครับแม่”

“ฝันดีค่ะลูกสาวแม่”

ผมคุยกับพ่อและแม่เสร็จแล้วก็เดินขึ้นมาบนห้องทันทีเพราะผมไม่รู้จะคุยอะไรกับพวกท่านแล้วยิ่งนึกถึงก็ยิ่งเขิน
















มาต่อให้แล้วนะคะเจอกันตอนต่อไปค่ะ

ฝากติดตามกดไลค์ คอมเม้นให้กำลังใจหรือติชมได้นะคะ ยินดีรับคำติชมค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของเรานะคะ

🙏🏼🙏🏼🙏🏼

😊😊😊😊

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น