วไลกร/ชาล็อต
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับดาว+กุญแจ+เหรียญ ที่สนับสนุนวไลกรนะคะ : )

ความเจ็บช้ำ ซ้ำแล้วซ้ำอีก-1

ชื่อตอน : ความเจ็บช้ำ ซ้ำแล้วซ้ำอีก-1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 725

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2561 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความเจ็บช้ำ ซ้ำแล้วซ้ำอีก-1
แบบอักษร


อณิษฐาขับรถออกจากคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาข้ามสะพานมาอีกฝั่ง เธอวนรถเข้าไปจอดใต้สะพาน แล้วพาร่างไร้ค่าเดินมานั่งที่เก้าอี้ริมแม่น้ำ มองเห็นคอนโดมิเนียมที่เพิ่งออกมาได้อย่างชัดเจน

เธอได้แต่หวังว่าเขาจะไม่บอกให้ณัฐนรีรู้ ว่าผู้หญิงคนนี้เคยใช้ร่างกายจ่ายดอกเบี้ยให้เขามาแล้ว อณิษฐารู้จักคุ้นเคยกับวรางค์ดีพอจะรู้ว่า มารดาของเพื่อนต้องอยากได้นักธุรกิจหนุ่มสัญชาติอิตาลีผู้เก่งกาจในการบริหารธุรกิจหลายอย่าง และร่ำรวย จนได้ขึ้นนิตยสารระดับโลกหลายฉบับมาเป็นลูกเขย

“ขอให้เค้ารักเอิร์ธจริงนะ เราคงไม่มีค่าพอจะได้ยืนข้างเขาในสังคม” เธอพึมพำเสียงสั่น คำภาวนาสร้างความเจ็บหนึบให้หัวใจตัวเอง

ดวงตาเรียวสวยแวววาวเต็มไปด้วยหยาดน้ำ เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาคอยซับไม่ให้น้ำตาร่วงบนแก้ม เวลานี้อณิษฐารู้สึกเหมือนยืนอยู่โดดเดี่ยวบนทุ่นแคบๆ กลางแม่น้ำไหลเชี่ยวกราก ไม่รู้ว่าน้ำจะซัดเธอจมหายไปเมื่อไหร่

หญิงสาวไม่เหลือใคร ขายทรัพย์สินทุกอย่างหมดตัว เหลือเพียงรถยนต์คู่กายเพียงคันเดียว และในไม่ช้าคงไร้ที่อยู่อาศัย ทุกครั้งที่รู้สึกโดดเดี่ยวเธออดคิดถึงแม่ไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ที่รักลูกสาวคนนี้มาก จะทิ้งเธอได้ลงคอ

“หรือว่าแม่ไม่รักนิดแล้ว” เธอส่งเสียงสะอื้นซบลงบนผ้าเช็ดหน้าในมือ

อดีตไฮโซผู้หยิ่งทะนงปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาสักครู่ เธอรีบเช็ดน้ำตาเชิดหน้าลุกขึ้นยืนตัวตรงอย่างสง่างาม คิ้วโค้งขมวดเข้าหากันพร้อมกับตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไปทำงานในผับ ชีวิตของเธอคงไม่ตกอับไปมากกว่านี้อีกแล้ว ในเมื่อเธอก็ไม่ใช่สาวใสซื่อไร้ราคีอีกต่อไป

คำว่าศักดิ์ศรีทำให้เธอเดินอย่างมั่นคง ตรงกลับไปที่รถยนต์ของตนเอง แววตามุ่งมั่นที่จะสู้ต่อและมองไปที่ถนน เธอขับรถกลับบ้านซึ่งกลายไปเป็นของคนอื่นแล้ว รอวันเขามาไล่ออกไปเท่านั้น แต่คนอย่างอณิษฐาจะไม่มีวันให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นแน่ เธอจอดรถหน้าบ้าน ก้าวเดินเข้าไปเรียกแม่นมและคนสวนมาคุย

“ป้านวลกับลุงจอม นิดขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อน บ้านหลังนี้ไม่ใช่ของเราอีกต่อไป ป้ากับลุงกลับไปอยู่บ้านก่อนนะ ถ้ามีอะไรดีขึ้นนิดจะติดต่อกลับไป” อดีตเจ้าของบ้านพูดอย่างสรุปที่สุด เธอรู้ดีว่าเป็นเรื่องสะเทือนใจจึงไม่อยากพูดมาก

“แล้วคุณหนูของป้าจะไปอยู่ที่ไหนล่ะคะ” นวลปรางค์ถามอย่างห่วงใย

“นั่นสิครับ คุณหนูไปอยู่ที่ไหนให้ลุงกับป้าตามไปดูแลนะครับ” ลุงจอมเองก็เหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง

“คงไม่สะดวกหรอกค่ะ ที่ที่นิดจะไปอยู่ เป็นแค่ห้องพักของพนักงาน ลุงกับป้าไม่ต้องห่วง ถ้านิดอยู่ไม่ไหวจะไปขออยู่กับป้านะคะ เงินก้อนสุดท้ายนิดให้ป้ากับลุงไปทำทุนต่อ” หญิงสาวบอกพลางนำเงินที่แบ่งจากเงินที่เหลือติดบัญชีไม่กี่หมื่นส่งให้ผู้สูงวัยทั้งสอง เธอฝืนยิ้มกว้างให้นวลปรางค์และลุงจอม

เมื่อเห็นคุณหนูยังยิ้มได้ จึงพูดคุยกันเนิ่นนานเหมือนจะเป็นการล่ำลา หลังจากรับประทานอาหาร ต่างก็แยกย้ายกันไป ทั้งจอมและนวลปรางค์เก็บเสื้อผ้าเตรียมตัวเดินทางในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นคำขอร้องจากเจ้านายสาว พรุ่งนี้เธอจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้เช่นกัน

อณิษฐาลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เข้ามาในห้องนอนของชาติพงศ์และสุกาญดา เธอเลือกเก็บเฉพาะภาพถ่ายของครอบครัว เอกสารสำคัญไม่ว่าจะเป็นใบมรณะบัตรของชาติพงศ์ สำเนาทะเบียนบ้านที่ต้องเตรียมย้ายออก เอกสารอีกหลายอย่างของสุกาญดา จนกระทั่งรื้อออกมาจนหมดลิ้นชักของตู้เอกสาร เห็นกระเป๋าเอกสารใบหนึ่งนอนนิ่งอยู่ข้างล่างสุด

มือเรียวยกมันขึ้นมา นึกแปลกใจว่า ทำไมไม่เคยเห็นกระเป๋าเอกสารใบนี้สักครั้ง หรือว่ามันอาจจะไม่ได้มีอะไรสำคัญ เธอยกมาวางไว้ข้างนอกแต่ยังไม่เปิดดู

“เก็บที่สำคัญก่อนดีกว่า” หญิงสาวพึมพำคนเดียว

พร้อมกับเก็บเอกสารทั้งหมดเข้ากระเป๋าที่เตรียมมาสำหรับใส่เอกสารกับอัลบั้มรูปโดยเฉพาะ แต่กระเป๋าเอกสารที่อยู่ด้านล่างของลิ้นชักและเป็นรูปการ์ตูนน่ารัก มันรบกวนสมาธิ ในที่สุดเธอก็ปล่อยให้มันนอนนิ่งบนพื้นต่อไปไม่ไหว

“มีอะไรอยู่ในนี้นะ” คำถามมาพร้อมมือกำลังเปิดออกหาคำตอบ

เอกสารในกระเป๋าลายการ์ตูน เป็นเอกสารการเข้าเรียนของเธอตั้งแต่อนุบาลจนถึงชั้นประถม ไม่มีอะไรน่าสนใจ คงเป็นความภูมิใจของบิดามารดาที่จะเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ มือเรียวจึงนำออกมาเรียงใหม่ทั้งหมดเพื่อเก็บกลับเข้าไปเหมือนเดิม และตั้งใจจะเอาติดตัวไปด้วย

แต่...กระดาษที่หนากว่ากระดาษเอสี่ทั่วไป ด้านหนึ่งมีสีน้ำตาลอ่อน ทำให้อณิษฐาพลิกดู หัวกระดาษเขียนว่า สูติบัตร ริมฝีปากรูปกระจับยิ้มออกมาทันทีที่เห็นชื่อในเอกสารว่า ด.ญ.อณิษฐา เทวาพงศ์

เธอไล่สายตาอ่านด้วยความรู้สึกอบอุ่น ที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในร่างกาย อย่างน้อยการที่บุพการีเก็บเอกสารทั้งหมดเอาไว้ มันคือความรักความใส่ใจอย่างหนึ่งที่คนเป็นลูกรู้สึกได้ ดวงตาเรียวสีเทาเข้มสะดุดกึก รอยยิ้มหุบลง หญิงสาวอ่านข้อความในสูติบัตรกลับไปกลับมา ด้วยความตกใจ

ในช่องของมารดาชื่อที่ปรากฏทำไมจึงเป็น น.ส.เอื้องดาว อินสา เธอกวาดตามองอีกครั้ง ชื่อบิดายังคงเป็น นายชาติพงศ์ เทวาพงศ์ มือเรียวหยิบเอกสารของมารดามารื้อค้น พลางคิดว่าชื่อสุกาญดาอาจจะเปลี่ยนหลังจากคลอดเธอแล้วก็ได้ แต่สำเนาบัตรประชาชนของสุกาญดา ทั้งเอกสารจบการศึกษา ทะเบียนบ้านเดิมก่อนจะจดทะเบียนสมรส

“แม่ไม่เคยเปลี่ยนชื่อ แล้วเอื้องดาวเป็นใคร” หัวใจคนพูดกระตุก ถ้อยคำที่ถามออกมา เหมือนกำลังทำร้ายตัวเอง

“แล้วแม่...สุกาญดา” คำพูดเชื่องช้ากำลังไหลซึมเข้าสู่สมอง กลั่นกรองเท่าไรก็ไม่ได้คำตอบ

ร่างเพรียวสวยนั่งพิงตู้เอกสารอย่างหมดแรง พ่อบังเกิดเกล้าจากไปพร้อมความลับ ที่ไม่คิดจะแย้มพรายให้เธอรู้สักนิด แม่ที่เลี้ยงดู และลูกสาวคนนี้รักหมดหัวใจไม่ใช่แม่หรือ ถึงกระนั้นความรู้สึกก็ยังเหมือนเดิม ยังคิดว่าแม่ที่ชื่อสุกาญดาเป็นแม่แท้ๆ หรือว่า...นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แม่ทิ้งไปโดยไม่คิดถึงความรู้สึกของเธอ น้ำตาเอ่อขึ้นกบดวงตาเรียวอีกครั้ง

“แม่เคยรักนิดบ้างรึเปล่า” น้ำตาคนพูดร่วงเผาะลงบนแก้ม

ใบหน้ารูปไข่ส่ายไปมา เพราะเชื่อว่าความรักที่แม่แสดงออกนั้นคือความจริง แต่การกระทำที่ทิ้งให้เธอเผชิญเหตุการณ์ต่างๆ เพียงลำพัง มันคอยค้าน และมันยิ่งทำให้เธอเจ็บปวด

“ไม่จริง แม่รักนิด แม่ไม่ได้ทิ้งนิด” เสียงสั่นเครือค้านความคิดตัวเองพร้อมกับกอดเอกสารของสุกาญดาไว้แนบอก

น้ำตารินไหลต่อเนื่อง หัวใจดวงน้อยพบแต่เรื่องบีบคั้น จนเจ็บระบมไปหมด เธอถูกเหยียดหยามด้วยการใช้ร่างกายจ่ายแทนดอกเบี้ย มันเจ็บมากพออยู่แล้ว แต่เรื่องที่ได้รู้วันนี้มันกำลังทำให้หัวใจที่ระบมถึงกับแหลกละเอียด ไม่รู้ว่าจะมีแรงหายใจต่อไปได้หรือไม่ สิ่งเดียวที่จะนำออกซิเจนเข้าไปได้คือการสะอื้น

ร่างเพรียวสวยไหลลู่ลงนอนบนพื้นข้างตู้เอกสารราวกับตุ๊กตาหมดลาน เอกสารของสุกาญดายังคงอยู่ในอ้อมกอด อณิษฐานอนร้องไห้สะอื้นจนตัวงอ สองเข่าคู้ขึ้นจรดหน้าอก ความเสียใจโถมประดัง น้ำตาหลั่งไหลไม่ขาดสาย จนดวงตาสวยปิดลงอย่างอ่อนล้า หลับไปทั้งที่หยดน้ำยังรินออกทางหางตา

ความคิดเห็น