greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 16 : หมางเมิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 : หมางเมิน

คำค้น : y yaoi ภรรยาที่ดีไม่ได้มีแค่คุณธรรม เฮียเหวิน น้องหลิว ภรรยาที่ดี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.4k

ความคิดเห็น : 115

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2561 11:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 : หมางเมิน
แบบอักษร

​ตอนที่ 16 : หมางเมิน



หลังจากที่หวังไป๋ลี่เรียกลูกชายคนโตไปคุยเป็นการส่วนตัวด้านนอก เสี่ยวหลิวก็หมุนตัวหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนทันที เด็กหนุ่มฝังหน้าตัวเองลงกับหมอนใบโต ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาไม่ขาดสาย ใจนึกถึงแต่ผู้ให้กำเนิด คิดถึงป๊ากับม๊าที่อยู่เมืองไทย อยากให้พวกท่านอยู่ที่นี่ ปลอบใจเขา ปกป้องเขาที่กำลังอ่อนแออยู่ตอนนี้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเสี่ยวหลิวกลับคิดถึงคำพูดที่บิดาและมารดาเคยกล่าวเตือนเอาไว้


‘เสี่ยวหลิว ลื้อก็รู้ใช่ไหมว่าเฮียเขาไม่ได้อยากแต่งงานด้วยแล้ว’

‘หลิวรู้ครับ’

‘แล้วทำไมถึงยังอยากแต่งอีก ให้ม๊าไปขอแบบนี้มันลำบากใจทั้งสองฝ่ายนะ’

‘เพราะหลิวรักเฮียเหวิน’

‘อาหลิว...แค่รักมันไม่พอหรอกนะกับการใช้ชีวิตคู่ ยิ่งเป็นรักข้างเดียวอีก ชีวิตคู่มันต้องใช้ใจร่วมกัน ปัจจัยอื่นก็ต้องมี  ลื้อเพิ่งสอบติดมหา’ลัย นี่จะลาออกเพราะหย่งเหวินจริง ๆ เหรอ ? ’

‘แต่สมัยป๊ากับม๊าก็ไม่ได้เริ่มมาจากความรักนี่ครับ ป๊ากับม๊าโดนคลุมถุงชนยิ่งกว่าหลิวอีก แต่สุดท้ายก็รักกันได้ ถึงหลิวจะบังคับเฮียเหวินแต่ง แต่เดี๋ยวเดียวเขาก็กลับมารักหลิวแล้ว ช่วงนี้เขาแค่สับสนเท่านั้น เรื่องเรียนหลิวจะเรียนผ่านเน็ตเอา มันมีมหา’ลัยที่เปิดรับอยู่ ม๊าครับ ถ้ารอให้เรียนจบเฮียเขาต้องชิงแต่งงานกับคนอื่นก่อนแน่ ๆ  แบบนั้นหลิวยอมไม่ได้ ! ’

‘ดูสิ !  ลูกคนนี้นี่ เถียงคำไม่ตกฟาก ทำไมถึงหลงผู้ชายแบบนี้นะ ป๊า ช่วยพูดอะไรหน่อยสิ’

‘ป๊าจะพูดอะไรได้ อาหลิวมันดื้อเหมือนใครล่ะ ที่ผ่านมาก็ตามใจจนเสียคน ห้ามไปก็เท่านั้น’

‘นะครับม๊า ช่วยหลิวหน่อยนะ ทางนั้นเป็นคนเคยเอ่ยปากก่อนแท้ ๆ มันไม่น่าเกลียดหรอก นะครับม๊า พรุ่งนี้ไปคฤหาสน์ตระกูลหวังกับหลิวนะครับ’

‘เสี่ยวหลิว ถึงม๊าจะทำให้ฝั่งนั้นยอมตกลงได้ แต่ลื้อต้องเข้าใจนะว่าชีวิตคู่ครั้งนี้ของลื้อจะไม่ราบรื่น มันอาจจะจบลงไม่สวยงาม ถ้าเฮียเขาไม่กลับมารักแล้วจะทำยังไง ลื้อจะไม่เจ็บปวดเจียนตายเหรอ การแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ ถึงคิดจะแต่งก็แต่ง คิดจะหย่าก็หย่า  ม๊าไม่อยากเห็นลูกชายต้องร้องไห้เหมือนจะขาดใจอีกแล้ว’

‘ม๊า…หลิวตัดสินใจแล้ว ไม่เป็นไร หลิวทนได้ ขอแค่แต่งงานกัน ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง’

‘เสี่ยวหลิว...’

‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หลิวจะไม่ทำให้ป๊ากับม๊าเดือดร้อน หลิวจะจัดการทุกอย่างเอง จะไม่รบกวนป๊ากับม๊าอีกแล้ว ขอร้องล่ะครับ ครั้งนี้ช่วยหลิวหน่อยนะ’


ทั้งขอร้อง ทั้งอ้อนวอน ไหนจะบีบน้ำตา ร่างกายและจิตใจเครียดกังวลกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นอาทิตย์ จนสุดท้ายทั้งสองทนลูกตื๊อไม่ไหว ในที่สุดก็ยอมออกหน้าแทน หวังไป๋ลี่เองแม้ยินดีที่จะได้เสี่ยวหลิวเป็นลูกสะใภ้ แต่รู้ว่ายังไงลูกชายตัวดีก็ไม่ยอมแน่ หล่อนเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ชีวิตนี้ใครจะมานินทาหล่อนไม่ได้ หวังไป๋ลี่ไม่อยากบาดหมางกับเพื่อนสนิทแต่ลูกชายคนโตเธอก็รัก สุดท้ายเลยให้หวังหย่งเหวินเป็นฝ่ายตัดสินใจเอาเอง มันเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ด้วย เพียงแต่เตือนกลาย ๆ ไปว่าตัดสินใจอะไรก็ให้เห็นแก่หน้าและความสัมพันธ์ทั้งสองตระกูลเป็นหลัก

ตอนที่การแต่งงานจะถูกจัดขึ้นเสี่ยวหลิวดีใจจนร้องไห้ ความฝันของเขาเป็นจริง เห็นใบหน้าว่าที่เจ้าบ่าวในอนาคตถมึงทึงแต่ก็เลือกจะมองข้าม ไม่เป็นไร เฮียเหวินยังไม่รักหลิวเหมือนเดิมก็ไม่เป็นไร หลังจากนี้หลิวจะเป็นภรรยาที่ดีของเฮีย จะเชื่อฟังเฮียทุกอย่าง อย่าเกลียดหลิวเลยนะ เรากำลังจะแต่งงานกันแล้วควรจะมีความสุข มาเริ่มต้นความรักครั้งใหม่กันเถอะ

เสี่ยวหลิวยังเด็กนัก เขาไม่เคยได้เผชิญโลกกว้างถึงจะล่วงรู้ได้ว่าชีวิตจริงมันไม่เหมือนนิยายที่เคยอ่านหรือหรือภาพยนตร์เรื่องโปรดที่เคยดู จินตนาการได้แต่ความสวยงามแต่ไม่เคยเตรียมใจความล้มเหลวที่แท้จริง บอกไปว่าทนได้ รับได้ แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพราะอารมณ์ในห้วงฝันหาใช่การคิดทบทวนมาดีแล้ว เขาก็เป็นแค่เด็กที่เอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี เขาเชื่ออย่างนั้น แล้วเป็นอย่างไรล่ะ ?  ตอนนี้เด็กหนุ่มกำลังโดนความจริงตบหน้า แต่งมาแล้วสองเดือนสามีไม่เคยอยู่ใกล้ ซ้ำยังหนีไปปักกิ่ง ไม่เคยติดต่อมาถ้าไม่ใช่เรื่องของแม่สามี การกระทำนั้นบ่งบอกว่ารังเกียจและเอือมระอาเขาอย่างชัดเจน

ที่น่าตลกกว่านั้นคือหวังไป๋ลี่ทนไม่ไหวจนถึงขึ้นยัดตำรากามสูตรใส่มือเขา บอกว่าภรรยาที่ดีนอกจากมีคุณธรรมยังต้องปรนนิบัติสามีบนเตียง หล่อนส่งภรรยาผู้ไม่ประสีประสามาถึงปักกิ่งพร้อมกับ  ‘เครื่องมือวิเศษ’ ที่จะเปลี่ยนใจอันแสนเย็นชา เขาปรารถนาที่จะให้เป็นอย่างนั้น มันจะต้องได้ผลแน่ ๆ นิยายหรือละครกี่เรื่อง ๆ  แม่สามีหนุนหลังขนาดนี้จะไม่ได้ผลสักนิดเชียวเหรอ ?

แต่โลกแห่งความจริงกลับสั่งสอนเขาจนรู้สึกเจ็บไปทั้งใจ เฮียไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นทั้งที่มีอารมณ์ได้ก็เพราะเขา แต่เสี่ยวหลิวก็ยังไม่เข็ด เขาเหมือนสุนัขที่นั่งทับตะปู เจ็บแต่ไม่ลุกไปเสียที เอาแต่นั่งพร่ำเพร่อสิ่งที่ตนได้รับ เหตุผลของการไม่ยอมรามือคือเสี่ยวหลิวยังเจ็บไม่มากพอก็เท่านั้น ตัวเขายังบอกว่าขอลองอีกสักนิด ขออีกสักนิด เขาเพิ่งจะต่อจิ๊กซอว์ได้จากคำพูดเฮียเหวิน เพิ่งจะค้นพบวิธีที่อาจจะทำให้เฮียกลับมารักฟู่เสี่ยวหลิวคนนี้เหมือนเดิม

ล้มเหลว…

ไม่อยากจะเชื่อ เสี่ยวหลิวล้มเหลวอีกครั้ง เฮียเหวินผลักเขากระเด็นตกลงจากเตียง เสียงคำรามนั้นมันเสียดแทงใจเขาจนเจ็บชา พระเจ้า นี่มันเพิ่งจะหนึ่งอาทิตย์กว่าเองนะหลังจากที่เขาตัดสินใจจะเอาคืน !  เสี่ยวหลิวช่างไม่มีความอดทนเอาเสียเลย เขามันโคตรขี้แพ้ ไม่ได้เรื่อง ดูเหมือนว่าความพยายามจะสั้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ความล้มเหลวครั้งนี้กลับให้บทเรียนที่เขาไม่เคยได้รับ เขาได้สติ

ยอมแพ้

เสี่ยวหลิวยอมแพ้แล้ว เขาจะยอมปล่อยมือจากเฮีย เขาจะเป็นคนขอหย่าเอง ในที่สุดเขาก็เจ็บจนต้องยอมลุกขึ้นจากตะปูหลังจากที่นับทับมานานถึงหนึ่งปีครึ่ง เสี่ยวหลิวคนนี้จะไม่ยอมทนอีกต่อไป หย่า คือ ทางออกของความสัมพันธ์นี้  

แต่หวังหย่งเหวิน... สามีจอมเย็นชาซึ่งไม่เคยสนใจใยดีเขากลับทำท่าหึงหวงเพราะเรื่องซุนไป่หาน แถมยังพูดคำว่า ‘ไม่’ ออกมา ล้อเขาเล่น ?  นี่ไม่ใช่สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการเหรอ การเป็นอิสระจากการแต่งงานน่ะ ต่างคนต่างแยกย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เฮียต้องดีใจสิ เฮียจะกลับไปหาน้ำฝนอีกครั้งก็ได้ แต่ไม่ใช่ทำตัวบ้าบอขังเขาไว้บนชั้น 68 แบบนี้ !

ตอนที่กำลังหวาดกลัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ความช่วยเหลือของเสี่ยวหลิวมาถึงในวันถัดมา หวังไป๋ลี่เดินทางมาจากเมืองไทย ผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดสองเดือนที่ผ่านมา เธอเปรียบเสมือนมารดาเขาอีกคน หวังไป๋ลี่ดีกับเสี่ยวหลิวมาก ทั้งที่เขาเป็นคนบังคับให้ลูกชายหล่อนมาแต่งงานด้วย เสี่ยวหลิวแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่เมื่อกำลังเดินพ้นจากกรอบประตูห้องนอน เขากำลังจะได้กลับเมืองไทยแล้ว 

เรื่องทุกอย่างกำลังจะจบลง ถ้าเฮียเหวินไม่พูดประโยคนั้นออกมา... 

‘เมื่อคืนนี้ผมขืนใจเสี่ยวหลิว’

โกหกหน้าด้าน ๆ !  หวังหย่งเหวินไม่ได้ทำแบบนั้นกับเขา ทำไมถึงกล้าพูดอะไรแบบนั้นออกมา มันกำลังจะจบลงแล้วแท้ ๆ  แค่พลิกกระดาษไปอีกหน้า ในบรรทัดสุดท้ายคงเป็นคำว่า อวสาน 

ไม่รู้ว่าสามีเขาได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองหรือว่านี่คือการแก้แค้นกับเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด ถึงได้ไม่ยอมปล่อยเขาไปเมื่อเห็นว่าเขาตัดสินใจยอมแพ้แล้ว ดูหน้าเขาสิ !  ทั้งเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง แต่กลับผูกมัดด้วยเรื่องแบบนี้ ต้องการทำให้เขาอับอายแต่จะหนีไปไหนก็ไม่ได้ 

ทรมานให้เสี่ยวหลิวอยู่กับความสัมพันธ์ที่เขาสร้างขึ้นเอง คงสะใจหวังหย่งเหวินไม่ใช่น้อย เกลียดเขามากขนาดนั้นเลยเหรอ สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะตัดสินใจยังไง โชคชะตาไม่เคยเข้าข้างเสี่ยวหลิวเลยสักครั้ง น้ำตาของหวังไป๋ลี่ การคุกเข่าของหวังหย่งเหวิน และคำพูดที่เคยบอกว่าจะไม่ทำให้บิดาและมารดาเดือดร้อนทำให้เสี่ยวหลิวที่เหน็ดเหนื่อยกับการวิ่งไล่ตามความรักต้องยอมกลับเข้ามาในความสัมพันธ์แสนเจ็บปวดนี้อีกครั้ง       


‘ต่อไปนี้ต้องปรับปรุงตัวเอง ทำตัวดี ๆ รักเสี่ยวหลิวให้มาก อย่าทำให้น้องเขาเสียใจ ยอมอะไรได้ก็ต้องยอม อย่าใช้อารมณ์แก้ปัญหา อย่าปากร้ายให้มาก พูดจาให้ชื่นใจ ให้เวลาน้องเขาหน่อย ตอนนี้คงโมโหเพราะถูกบังคับ แต่ยังไงเสี่ยวหลิวก็รักลื้อมาก ต้องให้อภัยลื้ออยู่แล้ว’

หวังไป๋ลี่ทิ้งประโยคนี้ไว้ให้ลูกชายก่อนที่จะให้ลูกน้องพาร่างอันไร้เรี่ยวแรงของเธอกลับประเทศไทย เมื่อกี้ต่อหน้าลูกสะใภ้ม๊าร้องไห้ออกหน้าแทนไป แต่พอเรียกมาคุยตัวต่อตัวเขากลับโดนทุบโดนตบให้เจ็บไปทั้งกาย มารดาเขาโมโหจนด่าเขาไม่เป็นภาษา แต่คนโกหกก็ยอมโดนลงโทษแต่โดยดี ยอมเป็นคนเลวจนถึงที่สุดเพื่อที่จะกักขังเสี่ยวหลิวไว้ข้างกายตลอดไป

ตอนนี้หวังหย่งเหวินยังบอกความจริงไม่ได้ ถ้าม๊ารู้แล้วเปลี่ยนใจให้เสี่ยวหลิวกลับไทยไปหย่าจะทำยังไง เขากำลังหวาดกลัวการหย่า แค่คิดว่าจะไม่มีเสี่ยวหลิวอยู่ข้างกายอีกต่อไปก็รู้สึกเหน็บหนาว แม้จะมีความรู้สึกสับสนแทรกอยู่บ้างเพราะเพิ่งจะรู้ใจเมื่อคืน แต่เขาก็รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับเสี่ยวหลิว เมื่อกี้สารภาพไปกลัวว่าจะไม่น่าเห็นใจพอถึงได้ปั้นสีหน้าเศร้าสลด ทว่ามันคงทำให้อีกฝ่ายเหมาเอาคำว่า ‘รัก’ ของเขาเป็นเรื่องโกหกพกลมไปด้วย 

หนึ่งปี ?  ไม่มีทางที่เมื่อหนึ่งปีจบลงแล้วเสี่ยวหลิวยังจะไปจากเขา หวังหย่งเหวินจะใช้เวลาหนึ่งปีนี้ผูกมัดเสี่ยวหลิวไว้กับตัวเองให้แน่นกว่าเดิม จะทำให้เสี่ยวหลิวไม่มีข้ออ้างในการหย่าอีกแล้ว ภรรยาไม่เชื่อว่าสามีคนนี้ยังรักก็จะแสดงให้ดู สายเกินไปแล้วยังไง เขาจะทำให้ได้เสียอย่าง อย่าหวังว่าจะมีอะไรมาหยุดเขาได้เลย

ร่างสูงไม่ได้ตามภรรยาเข้าไปในห้องนอน ชายหนุ่มรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเสียใจและเจ็บปวดแค่ไหน แต่เพราะความเลวที่เพิ่งจะทำลงไปทำให้หวังหย่งเหวินละอายที่จะเอามือคู่นี้เข้าไปกอดปลอบ เวลานี้ปล่อยให้อยู่คนเดียวคงจะดีที่สุด จวบจนเวลามื้ออาหารเย็นถึงได้เดินไปเคาะประตูห้อง 

“เสี่ยวหลิว ทานมื้อเย็นกัน” พูดเองยังกระดากปาก เรื่องร้ายแรงผ่านไปไม่นานแต่ตอนนี้มาชวนทานข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รู้ทั้งรู้ว่าคงโดนไล่ตะเพิดแต่หวังหย่งเหวินก็ยังเป็นห่วงปากท้องของภรรยา เสี่ยวหลิวไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่ตอนเที่ยง ป่านนี้คงหิวมากแน่ ๆ

ผิดคาด... ร่างเล็กของภรรยาเปิดประตูห้องนอนออกมา ขอบตาเรียวสวยบวมช้ำ ดูก็รู้ว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ความปวดแสบของกระเพาะทำให้เสี่ยวหลิวยอมเผชิญหน้ากับคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุดตอนนี้ 

เมื่อนั่งที่โต๊ะอาหารกันแล้วหวังหย่งเหวินจึงตักปูผัดผงกะหรี่ไปไว้ในจานที่มีข้าวอยู่สองทัพพี แต่เสี่ยวหลิวเขี่ยมันออกอย่างไม่ใยดี เลือกที่จะตักกุ้งอบวุ้นเส้นมาทานแทน การกระทำนั้นทำให้ช้อนส้อมในมือใหญ่แทบจะอ่อนตัวเหลวไปกับโต๊ะ 

“นายไม่ทานปูเหรอ นี่มันไม่ใช่ปูกะโหลกกะลาในซุปเปอร์มาเก็ตนะ มันคือปูผัดผงกะหรี่ในโรงแรมระดับห้าดาวปรุงโดยเชฟมือดีจากฮ่องกง" รสชาติดีจนลูกค้าที่มาทานในภัตตาคารของโรงแรมติดใจจนเป็นเมนูแนะนำ

เสี่ยวหลิวไม่ตอบ หวังหย่งเหวินคิดไปว่าภรรยาคงไม่ชอบ เขาเลือกที่จะตักเต้าหู้ทรงเครื่องให้ แต่ก็เหมือนเดิม เขี่ยออกไปที่ขอบจาน ผัดหมี่ซั่วคือสิ่งที่เสี่ยวหลิวเลือกใส่ปาก

หวังหย่งเหวินทนไม่ไหว ท่าทางแบบนี้รู้ว่ายังโกรธอยู่แน่ ๆ

“ขอโทษนะ”   

วางช้อนส้อมในมือลง จ้องใบหน้าเล็กที่กำลังสนใจแต่อาหารในจาน 

“ขอโทษที่โกหกม๊า” เสียงทุ้มที่เคยใช้วางอำนาจตอนนี้มีแต่ความรู้สึกผิด “เงยหน้ามาคุยกันหน่อยได้ไหม ฉันขอโทษที่โกหก แต่ฉันไม่อยากให้นายกลับไทย ฉันไม่อยากหย่า”

มือเล็กตักอาหารเข้าปากไม่สนใจคำพูดนั้น หวังหย่งเหวินเหมือนคนที่พูดใส่กำแพง ไม่มีปฎิกิริยาตอบกลับ รู้สึกโมโหขึ้นมาแต่ก็ต้องระงับไว้ ม๊าเพิ่งจะสอนให้เขาปรับปรุงตัวเองถ้ายังอย่างให้เมียยกโทษให้ 

“ฉันจะทำยังไงให้นายหายโกรธสักที ฉันสำนึกผิดแล้วทั้งเรื่องที่นอนกับคนอื่น เรื่องที่ทำนายเป็นแผล เรื่องซุนไป่หาน ฉันมันเลวเอง นายจะ-”

“ต่างคนต่างอยู่” เสี่ยวหลิวพูดขัดขึ้นมาด้วยเสียงเรียบ นั่นทำให้หวังหย่งเหวินขมวดคิ้ว “ผมอยู่ส่วนผม คุณอยู่ส่วนคุณ ไม่ต้องคุยกัน แยกกันอยู่”

“หมายความว่ายังไง”

“พรุ่งนี้ผมจะย้ายไปอยู่คอนโด” ยังไงก็ไม่น่ากลับไทยได้แล้ว ไม่ว่ายังไงหวังหย่งเหวินคงหาวิธีมารั้งเขาไว้อีก อย่างน้อยขออย่าให้ต้องอยู่ร่วมชายคาให้อึดอัดใจเลย หน้าหวังหย่งเหวินเขายังทนมองไม่ได้เลยตอนนี้

“ไหนนายบอกกับม๊าว่าอยู่ด้วยกัน”

“คุณตีความหมายผิดเอง ผมหมายถึงยังคงสถานะสามีภรรยาไว้ แต่ใช่ว่าเราจะอยู่ด้วยกันจริง ๆ ”  

“เสี่ยวหลิว นายต้องอยู่ที่นี่กับฉันสิ ถ้านายไม่อยู่แล้วจะถือว่าเป็นภรรยาได้ยังไง ภรรยาต้องอยู่กับสามี ต้องดูแลสามี”

เสี่ยวหลิวอยากหัวเราะ “นี่คุณยังคิดว่าผมเป็นภรรยาคุณอยู่จริง ๆ เหรอ หวังหย่งเหวิน ตอนนี้คุณก็เหมือนเป็นแค่คนแปลกหน้าสำหรับผม ถ้าไม่เป็นเพราะคุณน้าขอร้อง ผมคงไม่ยอมอยู่ที่นี่ต่อหรอก  โรงพยาบาลก็อยู่ใกล้แค่นี้ พวกเราเดินไปสิบนาทีตรวจร่างกายก็รู้แล้วว่าความจริงคืออะไร” มือเล็กกำช้อนส้อมในมือแน่น “เฮอะ แต่ผมรู้ว่ายังไงคุณก็คงหาทางทำให้หลักฐานพวกนั้นจากถูกเป็นผิดอยู่ดี คุณมันเลว หน้าด้าน ตอแหล ไร้ยางอายจะตาย ผมไม่อยากทำสงครามกับคุณ ยังไงผมก็คงไม่มีวันชนะความร้ายกาจของคุณได้หรอก” 

หวังหย่งเหวินร้ายกาจเกินไป แค่เรื่องโกหกพรรคนั้นก็ให้อับอายพอแล้ว ถึงเขาจะดึงดันไปตรวจร่างกาย หวังหย่งเหวินคงใช้เส้นสายหรือวิธีการที่จะทำให้หลักฐานออกมาว่าเขาโดนกระทำชำเราจริง ๆ อยู่ดี คราวนี้อาจจะไม่ใช่ต่อหน้าลูกน้อง แต่อาจเป็นต่อหน้าแพทย์ พยาบาล และบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องอีกหลายคน

หวังหย่งเหวินเงียบ ตอนนี้ในสายตาเสี่ยวหลิวเขาคงเหมือนคนที่ใจทรามมาก 

“ผมแค่เหนื่อย ผมอยากพักสมอง แค่จะขอแยกกันอยู่ ไม่ได้หนีไปไหน”

“แต่-”

“พอเถอะ”

“เสี่ยวหลิว”

“ผมปวดหัว อย่าพูดอะไรอีกเลย คุณอยู่ที่นี่คนเดียว จะเอาผู้หญิงคนไหนมานอนกอดด้วยทีนี้คงสะดวกแล้ว ผมไม่ว่าอะไร” ไม่มีเขาเป็นกว้างขวางคอคงสมใจ จะเอาใครมาทำอะไรบนเตียงนอนก็ได้

“ฉันจะไม่ทำอย่างนั้น”

นั่นไม่ใช่คำพูดที่น่าเชื่อถือสำหรับเสี่ยวหลิวเลยสักนิด

ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถึงจะมีสายตาน่ากลัวส่งมาแต่หวังหย่งเหวินยังเปิดปากพูดต่อ “นายอยากไปอยู่คอนโดก็แล้วแต่นายต้องการ เดี๋ยวฉันให้ซิ่นเฉิงจัดหาให้”

“ไม่จำเป็น เทียนฉีจะช่วยผมจัดการเรื่องทั้งหมด”

ปฎิเสธความช่วยเหลือ หมดช่องทางในการพูดคุย 

ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว หวังหย่งเหวินก้มหน้าก้มตาจัดการมื้ออาหารเย็นในจานตัวเองต่อจนหมด 

หลังมือเย็นสิ้นสุดลง เสี่ยวหลิวก็ชำระล้างร่างกายเพื่อเตรียมตัวทำแผล คนตัวเล็กยังคงไม่ยอมให้หวังหย่งเหวินแตะต้องตัว เทียนฉีเลยต้องทำหน้าที่เป็นบุรุษพยาบาลแทน

เมื่อก้าวเข้ามาในห้องสวีทขนาดใหญ่ ผู้ติดตามโค้งให้กับสองสามีภรรยา รับรู้ได้ถึงสายตาคมที่ฟาดฟันลงมา เขาอดขนลุกไม่ได้  หวังไป๋ลี่สั่งไว้ว่าหลังจากนี้ยังไงก็ให้คุมพฤติกรรมไว้ เสี่ยวหลิวสั่งอะไรก็ให้ทำตามถ้ามันจะทำให้เรื่องไม่ขัดแย้งไปมากกว่านี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เปิดโอกาสให้ลูกชายหล่อนได้ใกล้ชิดภรรยาบ้าง 

เสี่ยวหลิวนั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับแขกปล่อยให้ลูกน้องเอาพลาสเตอร์ออกแล้วใส่ยาให้ใหม่ โดยมีหวังหย่งเหวินซึ่งไม่สบอารมณ์ยืนกอดอกมองอยู่ไม่ห่าง

เขาเป็นสามีแท้ ๆ แต่ทำอะไรไม่ได้เลย 

ดูเทียนฉีสิ ได้แตะต้องเมียเขาแบบสบายใจ ขณะที่เขาเองจะแตะตัวยังทำไม่ได้

น่าโมโห

น่าโมโหจริง ๆ

“เดี๋ยวข้างล่างผมจัดการต่อเอง ขอบคุณมากครับ” เสี่ยวหลิวยิ้มให้ เขารับหลอดยามาเพื่อที่จะเดินเข้าห้องน้ำเหมือนที่เคยทำ แผลตรงบั้นท้ายถึงจะมองไม่เห็นแต่ถ้าใช้กระจกบานใหญ่เอี้ยวตัวดูก็พอไหว

เทียนฉีรีบลาทันทีก่อนที่จะโดนสายตากดดันจนบี้แบน แต่ไม่วายกระซิบให้หวังหย่งเหวินซึ่งยืนหน้าบูดบึ้งอยู่ “หูของคุณก็อย่าลืมใส่ยาด้วยนะครับ ตอนนี้มันแดงน่ากลัวมาก ผมขอโทษด้วยที่ใส่แรงเยอะไปหน่อย” 

ยังมีหน้ามาพูด…

เรื่องหูเขาเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้เขาเป็นห่วงเสี่ยวหลิวที่อยู่ในห้องน้ำ แผลที่ก้นจะทำยังไง เอี้ยวตัวแล้วจะเห็นจริง ๆ เหรอ มาให้เขาช่วยทายาจะดีกว่า เดินไปหาจะเปิดเข้าไปแต่พบว่าประตูล็อคอีกแล้ว

“เสี่ยวหลิว นายทำแผลเองได้ใช่ไหม ต้องให้ฉันช่วยรึเปล่า”

ไม่มีเสียงตอบรับออกมา เสี่ยวหลิวยังคงง่วนอยู่กับการเล็งแผลตัวเอง เขาพบว่ามันน่ากลัวกว่าเก่า ปากเล็กพึมพำด้วยความหงุดหงิดใจ ผิวสวย ๆ ของเขาตอนนี้มันเหมือนกับพวกสัตว์ประหลาดในหนังสยองขวัญแหนะ

“เสี่ยวหลิว...” วันนี้ได้แต่เคาะประตูเรียกภรรยาทั้งวัน กุญแจสำรองมีก็ไม่กล้าใช้ กลัวว่าจะทำให้โกรธหนักกว่าเดิม บางทีหวังหย่งเหวินก็อยากย้อนเวลากลับไปฆ่าไอ้คนคิดกลอนประตูบ้าบอนี่

“เฮียอยากช่วยเราทำแผล เปิดประตูให้เฮียหน่อย” บอกแล้วว่าต่อไปนี้จะอ่อนโยนต่อนาย ฉันอยากทำแผลให้อีกครั้ง ครั้งนี้จะไม่จับมัดแล้ว สัญญา

รออยู่เกือบนาทีประตูห้องน้ำถึงเปิดออก เขาเห็นภรรยาอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยเหมือนเดิม เสี่ยวหลิวมองตรงไปข้างหน้า เอายาไปวางที่โต๊ะหัวเตียง ก่อนจะรีบสอดตัวเข้าไปในผ้าห่ม

หวังหย่งเหวินไม่รีรอเดินไปนั่งที่ปลายเท้าภรรยา “ทายาเรียบร้อยดีใช่ไหม ?  ทำไมไม่ตอบเฮียล่ะ นึกว่าเกิดอะไรขึ้นในนั้นแล้ว”  ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เขาลืมตัวใช้สรรพนามที่คุ้นเคยแทนตัวเองและคนตรงหน้า คำว่า ‘ฉัน’ และ ‘นาย’ ดูจะห่างเหินเกินไป

เงียบ เงียบ เงียบ มีแต่ความเงียบ สวรรค์กำลังลงโทษคนบาป หวังหย่งเหวินเหมือนอกจะแตกตาย เขาเลื่อนมือไปจะแตะที่ขาเรียวเบา ๆ แต่เสี่ยวหลิวถดขาหนี 

โอเค ยอมแล้ว ยอมก็ได้ ร่างสูงยกมือขึ้นเหมือนโจรจำนนต่อปากกระบอกปืน 

“เดี๋ยวไปอาบน้ำแล้วเดี๋ยวมานอนด้วยนะ” ก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ได้แต่เป็นประโยคบอกเล่า หวังว่าจะเข้าหูคนนอนบ้าง

“ผมอยากนอนคนเดียว คุณออกไปนอนที่โซฟานะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมก็ไปแล้ว รบกวนคืนนี้คืนเดียว”

ไม่ปล่อยให้โต้แย้งอะไร เสี่ยวหลิวหลับตาพลิกตัวไปทางอื่น คนเป็นสามีรู้สึกปวดหนึบไปทั้งหัวใจ

แบบนี้มันเกินไปรึเปล่า จะย้ายไปข้างนอกแล้วคืนสุดท้ายก็ยังไม่ให้เขานอนด้วยอีก 

หวังหย่งเหวินตอบรับในลำคอ ได้แต่คอตกเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป ก่อนหน้านี้คิดว่ายื้อให้อยู่ด้วยแล้วจะพูดคุยให้เข้าใจกันได้เสียอีก

เขาคิดผิดไปจริง ๆ



“พวกฉันขอโทษ ! ”

เพื่อนสนิททั้งสี่คนคุกเข่าบนพื้น ทุกคนมีสีหน้าเศร้าสลด สำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปในคืนงานเลี้ยง ลู่เสียนน้ำตาแทบไหลเมื่อทราบว่าเรื่องมันเลยเถิดจนไปถึงขั้นที่น้องชายสุดที่รักเอ่ยปากหย่า

“ฉันแค่อยากให้พวกนายรักกัน” ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องราวแบบนี้ หวังไป๋ลี่มาพาลูกสะใภ้กลับไทย หญิงวัยกลางคนคนนั้นน่ากลัวอย่างกับอะไรดี เพื่อนเขาเกือบไม่รอดถ้าไม่ใช้ความร้ายกาจให้เป็นประโยชน์

หวังหย่งเหวินใช้สายตาน่ากลัวตวัดมอง กอดอกมองต่ำรายคน “แต่ตอนนี้เสี่ยวหลิวโกรธฉันจนแทบไม่มองหน้า นายทำชีวิตคู่ฉันพังเพราะความสนุกส่วนตัว คิดว่าตัวเองเป็นกามเทพรึยังไง ! ”

“ขอโทษนะ ๆ  ฉันผิดไปแล้ว ผิดไปแล้วจริง ๆ  ฉันเห็นพวกนายแต่งงานกันไม่มีความสุขก็อยากจะช่วย เสี่ยวหลิวรักนายมากฉันก็อยากให้น้องชายสมหวัง นายเองก็เหมือนจะรู้ใจตัวเองแต่ก็ปากแข็งไม่ยอมรับเสียที แต่ว่าฉันจะไม่ทำเรื่องพวกนี้อีกแล้ว ฉันมันวุฒิภาวะไม่พอ ไม่มีวิจารณญาณ คิดไม่ถึงว่าเรื่องมันจะบานปลายแบบนี้” พูดไปแบบนั้นทั้งที่อายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว ลู่เสียนแก้ตัวพัลวัน ก้มหัวเอาศอกสะกิดเพื่อนสองด้าน 

“พวกนายก็ผิดด้วยไม่ใช่เหรอ รีบขอโทษอีกรอบเซ่ ! ” อย่ามาให้ฉันยอมรับผิดคนเดียวนะ เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย ไม่เคยได้ยินเหรอไง 

“พวกฉันขอโทษ ! ” ทุกคนออกเสียงดังฉะฉาน ก็ยกเว้นแต่ซุนไป่หานที่มีผ้าพันศีรษะจรดปลายคางครึ่งหน้า แก้มเขาบวมเหมือนอึ่งอ่างพองลมน่าเกลียดเสียไม่มี ตอนนี้แค่ขยับปากก็ร้าวไปทั้งซีกแล้ว

หวังหย่งเหวินยังคงขมวดคิ้วทำหน้าเครียด วันนี้เขาอุตส่าห์ลางานเพื่อไปส่งเสี่ยวหลิวที่คอนโดใหม่ อุตส่าห์บอกให้ขับรถตามไป แต่หารู้ไม่ว่าภรรยานั่งรถไปอีกคัน ที่เขาตามไปน่ะตัวหลอก !  นึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในภาพยนตร์สายลับไล่ล่า เมียเขาหายไปราวกับเป็นนินจา วนรถที่เดิมสองสามรอบไม่เจอเลยขับมาโรงพยาบาลที่เพื่อนแจ้งไว้ในข้อความ มาจัดการคิดบัญชีกับไอ้พวกตัวแสบ !

เห็นเพื่อนหน้าดุยังดูไม่พอใจก็พึมพำเสียงเบา “แต่นายก็กะจะหย่าอยู่แล้วนี่ พอเขาจะหย่าก็มาโกรธ... ย้อนแย้งชะมัด”

แน่นอนว่าไม่รอดจากหูหวังหย่งเหวิน “ฉันไม่ได้อยากหย่าแล้ว”

เงียบทั้งห้อง ได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศเป่าดังฟู่ ๆ

“หมายความว่าไง”

“ก็ไม่หย่าไง จะเป็นสามีภรรยากันตลอดไป” ผัวเมียครองคู่กันจนลมหายใจสุดท้าย

เหอซั่วเกอนึกว่าหูฝาด “นายไม่ได้เกลียดน้องเขาแล้วเหรอ ? ” เมื่อคืนมันยังทำท่าปฎิเสธอยู่เลย ถึงจะมีอาการบ้างก็เถอะ

“อือ”

“แสดงว่ารักเสี่ยวหลิวแล้ว ? ” ตาพวกมันเป็นประกาย หวังหย่งเหวินรู้สึกอึดอัด เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วก็คงต้องยอมรับไปตามตรง

“อือ” 

จากนั้นเสียงร้องด้วยความดีใจก็ดังขึ้นทั่วห้องพักผู้ป่วย ยกเว้นซุนไป่หานที่อ้าปากไม่ได้แทบหลั่งน้ำตา ที่เจ็บตัวไม่เสียเปล่า... เขามันเทพเจ้าแห่งความรักของแท้ ใครก็ได้สร้างรูปปั้นเขาไว้ที่ศาลเจ้าที

“แต่ฉันก็ไม่มั่นใจว่าจะร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม มันเกิดขึ้นเร็วมากตอนน้องเขาพูดว่าหย่ากัน รู้แต่ว่าตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อน ฉันอยากอยู่ใกล้เสี่ยหลิว อยากดูแล ไม่อยากให้ใครมายุ่ง แค่คิดว่าถ้าหย่ากันแล้วเสี่ยวหลิวต้องแต่งงานกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน ก็รู้สึกว่าโมโหจนควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว”   

เจิ้งตงมู่แทบกลั้นยิ้มไม่อยู่ “ฉันเข้าใจ มันอาจจะปุบปับแต่ว่าถ้าได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น นายอาจจะมั่นใจมากกว่านี้”

“เอ้าลุก ๆ ลุกกันได้แล้ว” ตัวตั้งตัวตีในภารกิจครั้งนี้ตบบ่าเพื่อน ๆ ไม่ต้องนั่งคำนับมันอีกต่อไปแล้ว ความผิดของพวกเขาสลายไปเกินครึ่ง  

“เดี๋ยวพวกฉันจะไปคุยกับเสี่ยวหลิวเอง บอกว่าฉันวางแผนเอาไว้ นายไม่ได้ผิด ไม่ต้องกังวล”

หวังหย่งเหวินส่ายหน้า เรื่องมันไม่ง่ายขนาดนั้น “ถึงนายจะขอโทษหรือสารภาพอะไรเขาก็ไม่ล้มเลิกหรอก เขาบอกว่าไม่ใช่เพราะเรื่องที่ฉันนอนกับผู้หญิงอื่น เรื่องแผล หรือเรื่องซุนไปห่าน แต่มันเพราะว่าเขาเหนื่อยที่จะไล่ตามฉันแล้ว เขาบอกว่าฉันหมดใจต่อเขา ทั้งที่ตอนนี้ฉันกำลังเริ่มรักใหม่แท้ ๆ ”

ความรักของพวกเขาทั้งสองกำลังสวนทางกัน เสี่ยวหลิวที่เริ่มรักเขาจาก 100 ตอนนี้กำลังค่อย ๆ ลดลงไปยัง 0 ส่วนเขาที่ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่ก็กำลังเพิ่มไปถึง 100 มองไม่ออกเลยว่าจะบรรจบเข้าใจกันที่สัดส่วนไหน

ถ้าหวังหย่งเหวินไม่สามารถทำให้เสี่ยวหลิวเชื่อมั่นว่าเขายังรักเจ้าตัวอยู่ได้ทันเวลา เมื่อนั้นเสี่ยวหลิวที่ยอมแพ้แล้วคงหมดรักในตัวเขาจริง ๆ

“ฉันเองก็พยายามปรับปรุงตัวอยู่ แต่ไปผูกมัดเขาด้วยเรื่องโกหกแบบนั้นมันก็ยากที่จะทำให้เขายกโทษให้ได้ ฉันควรจะทำยังไง” หมดหนทาง ยิ่งเมื่อคืนเขาต้องหอบหมอนและผ้าห่มออกไปนอนโซฟาห้องรับแขกก็รู้สึกอนาถตัวเอง เมียนอนอยู่บนเตียงแต่นอนกอดไม่ได้ เขาอยากกอดเสี่ยวหลิว อยากพร่ำบอกว่าความรู้สึกที่เขาให้นั้นเป็นของจริง

ตอนนี้ลู่เสียนรีบใช้สมองคิดหาหนทาง คนอื่นก็เปิดโทรศัพท์เข้าเว็บ ใช้คำค้นว่า ‘วิธีการง้อเมียในกรณีที่สามีทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย’

“นายก็ต้องตื๊อต่อไป ตื๊อเท่านั้นที่จะละลายกำแพงหัวใจเสี่ยวหลิวได้”

“ตื๊อเหรอ ? ที่ฉันทำอยู่มันไม่ใช่รึยังไง” บอกขอโทษไปตั้งหลายครั้ง พยายามเอาตัวไปใกล้แต่ก็ถูกผลักไสออกมาไม่รู้กี่รอบ

“ที่นายทำอยู่มันเรียกเข้าข่าย แต่มันยังไม่สุดน่ะสิ นายจะใช้วิธีเดิม ๆ ไม่ได้ บางครั้งจะง้อเขาก็เหมือนออกคำสั่ง นายจะต้องใช้ใจมากกว่านี้ ต้องเข้าใจในมุมมองเขา อา... ฉันว่านะ นายคงต้องจีบเสี่ยวหลิวใหม่อีกครั้ง ! ”

หวังหย่งเหวินเลิกคิ้ว จีบ ?  ให้จีบภรรยาตัวเองเนี่ยนะ “แต่งงานแล้วจะจีบใหม่อีกทำไม”

“โธ่ ไอ้โง่เอ้ย !  เอ่อ โทษที” กระแอมไอเพราะหวังหย่งเหวินแยกเขี้ยว “คือนายก็ต้องทำแบบที่เสี่ยวหลิวทำกับนายยังไงล่ะ ตอนนายเลิกรัก เขาก็ไม่ได้มานั่งขอโทษอย่างเดียวนี่ เวลาเสี่ยวหลิวไปไหนก็ซื้อของมาฝากตลอด พยายามชวนนายไปทานข้าวข้างนอก พาไปสถานที่ต่าง ๆ  ทำตัวดี ๆ แบบที่นายชอบ บอกรักนายวันละหลาย ๆ ครั้ง ผลักไสก็ยิ้มรับไม่ทำหน้าหงอยเหมือนหมาห่างเจ้าของ คือน้องเขาใช้ใจทั้งหมด เสียใจกับสิ่งที่ทำแต่ไม่เห็นว่านายจะยกโทษให้ก็เดินหน้าต่อ เข้าทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจเลยนะ !  ที่นายทำอยู่ตอนนี้ยังไม่ได้เศษเสี้ยวของภรรยาเลย”

หวังหย่งเหวินยังกังวลกับสิ่งที่ทำลงไป เอาแต่ขุดเรื่องในอดีตขึ้นมาพูดให้ขุ่นหมองใจกันและกัน มานั่งนับว่าขอโทษไปกี่ครั้ง ถามอยู่ได้ว่าเมื่อไหร่จะยกโทษให้ เขาต้องเลือกที่จะเก็บเรื่องนั้นลงไปก่อน ตอนนี้ต้องปั้นความรักขึ้นมาใหม่ ต้องทำให้เสี่ยวหลิวเชื่อใจเขา ไว้ใจเขาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นขอโทษอีกรอบต้องได้รับการให้อภัยแน่ ๆ

เหมือนกับว่าร่างสูงจะเริ่มเข้าใจ หวังหย่งเหวินเริ่มมองเห็นแสงสว่างอีกครั้ง เขากล่าวขอบคุณเพื่อนที่ตอนแรกจะมาคิดบัญชีให้หนัก รีบหมุนกายวิ่งออกจากห้องไป มือหนากดโทรศัพท์ติดต่อซิ่นเฉิงทันที เสียงทุ้มออกคำสั่งให้จ้างนักสืบสักสิบคนตามหาภรรยาที่หายตัวไป ต่อให้พลิกหาทั่วแผ่นดินจีนก็ต้องทำ 

แก๊งเสืออันตรายแห่งซานหลี่ถุนได้แต่ยืนมองแผ่นหลังของเพื่อนซึ่งแม้จะมีสติปัญญาเฉียบแหลมที่สุดในกลุ่ม ทว่าเรื่องความรักกลับอ่อนหัดยิ่งนัก ภาพการกระทำของเพื่อนต่อภรรยาที่เปลี่ยนไปทำให้ทั้งสี่รู้สึกแปลกใหม่ ทว่าก็อดจะดีใจด้วยไม่ได้เมื่อแผนการที่ผิดพลาดพอจะสัมฤทธิ์ผลขึ้นมาบ้าง









---------------------------------- สวัสดีค่าาาาา ตอนใหม่มาเสิร์ฟแล้ว ขออภัยที่ล่าช้านะคะ ตอนนี้ไม่หน่วงมากเนอะ555555555 ย้อนอดีตนิดเดียว ที่เหลือก็ให้เฮียรับผลกากระทำตัวเองเบื้องต้น หลังจากนี้ก็คงต้องตามจีบเมียใหม่ แต่จะวิธีไหนบ้างคงต้องเอาใจช่วยกันนะคะ เมตตาเขาด้วย5555555

นิยายเรื่องนี้คิดว่าคงจบสักประมาณ 20-25 ตอนค่ะ ไม่น่าจะยืดเยื้อไปกว่านี้แล้ว ฉากพอร์นยังไม่รู้จะโผล่ตรงไหนเหมือนกัน เพราะเอาให้เสี่ยวหลิวยกโทษให้ก็น่าจะนานอยู่55555

มีข่าวมาแจ้งด้วยค่า เราสร้างแอคทวิตใหม่ไว้ให้ติดตามเฉพาะเรื่องนิยายแล้วนะคะ @greenmeat_novel เนื่องจากเกรงใจไทม์ไลน์หลายคนเพราะรีฟลัดเยอะมาก TT ใครที่ฟอลแอคหลักนักเขียนไว้จะอันฟอลก็ได้ตามสะดวกเลยค่ะ

สุดท้ายขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคอมเมนท์ ทุกคนที่ยังคงติดตามกันต่อ คิดถึงทุกคนสัมเหมอออ เจอกันตอนหน้าค่าาา

ความคิดเห็น