รักล้นขอบ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความวุ่นวายครั้งที่ 7

ชื่อตอน : ความวุ่นวายครั้งที่ 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2561 00:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความวุ่นวายครั้งที่ 7
แบบอักษร

กว่าที่คุณคริสจะยอมไปส่งผมที่บ้านเล่นเอาผมเหนื่อยเลยที่เดียว เพราะเค้าบังคับให้ผมตอบตกลงรับข้อเสนอของเค้า และห้ามปฏิเสธโดยเด็ดขาดให้ตอบตกลงได้อย่างเดียวไม่งั้นเค้าจะไม่ยอมไปส่งผมที่บ้านและก็ไม่ให้ผมกลับเองด้วย ในเมื่อผมไม่มีทางเลือกเลยต้องตอบตกลงรับข้อเสนอของเค้าไปก่อน เพื่อตัดปัญหาผมจะได้กลับบ้านสักที

“ฉันมีข้อเสนอให้เธอและเธอก็ไม่ควรปฏิเสธมัน”

“แล้วทำไมผมต้องรับข้อเสนอของคุณด้วยหล่ะครับ”

“เพราะถ้าเธอไม่รับข้อเสนอของฉัน เธอก็จะไม่ได้กลับบ้าน”

“งั้นคุณก็พูดข้อเสนอของคุณมาสิครับ”

“ข้อเสนอของฉันก็คือเธอจะต้องให้ฉันไปรับ และไปส่ง เธอที่บ้านทุกวันและพักกลางวันเธอจะต้องมากินข้าวกับฉันที่ห้อง”

“แต่” ผมกำลังจะพูดแต่ก็ต้องหยุดชะงักไปซะก่อนเพราะคุณคริสพูดขึ้นมาก่อนที่ผมจะพูดจบ

“ฉันบอกเธอแล้วว่าเธอไม่มีสิทธปฏิเสธ เธอทำได้แค่ตอบตกลงเท่านั้น” เผด็จการชะมัด

“ครับ มีแค่นี้ใช่ไหมครับถ้ามีแค่นี้ก็ไปส่งผมกลับบ้านได้แล้ว” ผมถามออกไปเมื่อเค้าพูดจบ แต่เปล่าครับเมื่อเค้าเอ่ยขึ้นมาอีก

“ยังไม่หมด ต่อไปนี้เธอจะต้องเรียกฉันว่าพี่แล้วแทนตัวเองด้วยชื่อของเธอ”

ผมไม่อยากรับข้อเสนอของเขาเลยขออะไรก็ไม่รู้ แต่ก็ต้องยอมเพราะว่าผมอยากกลับบ้านแล้วก็ไม่อยากมีปัญหากับเค้าด้วย เห้ออออ ต่อไปนี้ชีวิตของผมคงจะวุ่นวายจริงๆแล้วสินะ ผมชอบความสงบใช้ชีวิตแบบสโลไลฟ์แต่ทำไมโชคชะตาต้องมาเล่นตลกอะไรกับชีวิตผมด้วยก็ไม่รู้เห้อคงต้องทำใจให้ชิน ผมได้แต่บ่นในใจ

“ครับ แล้วพี่คริสจะไปส่งเหมือนกลับบ้านได้หรือยังครับ”

ผมต้องจำใจเรียกเค้าว่าพี่และแทนตัวเองด้วยชื่อ ปกติแล้วผมจะไม่เรียกแทนตัวเองกับใครยกเว้นพ่อและแม่ กับเพื่อนสนิทของผมเองผมก็ไม่แทนตัวเองด้วยชื่อเค้าเป็นคนแรกที่ผมใช้ชื่อตัวเองแทนคำว่าผม

“ครับ พี่จะไปส่งเหมือนเดี๋ยวนี้แหละ”

พี่คริสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลไม่เหมือนกับน้ำเสียงที่พูดกับผมก่อนหน้านี้ แล้วทำไมผมต้องใจเต้นแรงกับการกระทำของเค้าด้วยก็ไม่รู้ นี่ผมเป็นอะไรเนี่ยผมไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยไม่ว่าจะกับใครก็ชั่งหรือว่าผมจะชอบเค้าจริงๆนะ คงไม่ใช่หรอกมั้งผมได้แต่ส่ายหัวไปมากับความคิดของตัวเองจนคนที่นั่งข้างๆอดสงสัยไม่ได้และถามขึ้นในที่สุด

“เหมือนเป็นอะไรหรือเปล่าพี่เห็นเหมือนส่ายหัวมาหลายครั้งแล้ว” พี่คริสถามผมด้วยความสงสัย

“ป่าวครับ เรารีบไปกันเถอะป่านนี้แม่คงรอเหมือนแล้ว”

“ครับ” แล้วเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลยจนมาถึงบ้านของผม


........พาร์ทคริส........


เมื่อปรับความเข้าใจกับเหมือนเสร็จผมก็สารภาพกับเค้าไปว่าผมชอบเค้าและจะจีบเค้า แล้วผมก็จะเอาเขามาเป็นแฟนผมให้ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ผมยิ้มได้ก็คือการที่เหมือนตอบตกลงให้ผมจีบเหมือนได้ ผมก็เลยฉวยโอกาศดึงเหมือนมาจูบแบบดูดดื่มแต่ไม่ได้รุนแรง พอผมเห็นว่า เหมือน กำลังเคลิ้มผมเลยสอดมือเข้าไปในเสื้อของร่างบางตรงหน้าและสะกิดไปที่ตุ่มไตบนยอดอกของเหมือนแต่ก่อนที่ผมจะทำอะไรไปมากกว่านี้ เหมือน ก็บอกให้ผมหยุดและรีบผละออกเลย

“อ๊ะ...ยะ...หยุด” อารมณ์ผมค้างเลยทีนี้

“ผมยังไม่พร้อม และเราก็ยังไม่ได้เป็นอะไรกันด้วย” เหมือนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ผมก็เลยตอบเหมือนกลับไป

“ก็ได้ ฉันจะรอให้เธอพร้อมและยอมเป็นของฉันด้วยตัวเอง และฉันก็จะทำให้เธอมาเป็นแฟนของฉันด้วยฉันสัญญา” ผมพูดกับเหมือนด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“ต่อไปนี้คุณห้ามทำอะไรผมเด็ดขาด จูบก็ไม่ได้” เล่นพูดดักมาอย่างนี้แล้วผมจะไปทำอะไรได้หล่ะก็ต้องยอมสินะ

“แค่จูบก็ไม่ได้หรอ” ผมแกล้งถามออกไป

“ครับ” เหมือนตอบกลับมาแล้วก็นิ่งไป ผมเลยบอกให้เหมือนไปอาบน้ำเพราะว่านี่ก็ดึกมากๆแล้วด้วย

“งั้นเธอไปอาบน้ำนะ เสื้อผ้าฉันเตรียมไว้ให้แล้วจะได้มานอนนี่ก็ดึกมากแล้ว”

“ครับ” เหมือนตอบกลับมาแค่นั้นแล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำไปเลย

พอเหมือนเดินไปเข้าห้องน้ำผมก็รีบเดินออกจากห้องนอนเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำที่ห้องทำงาน ผมต้องปลดปล่อยเพราะเหมือนทำอารมณ์ผมค้าง ผมรู้สึกว่าช่วงนี้ผมเป็นอะไรก็ไม่รู้แค่เห็นหน้าเหมือนก็รู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมา เมื่อผมทำธุระและอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินกลับมาที่ห้องนอนของผม ผมเห็นว่าเหมือนนอนหลับไปแล้วผมเลยแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มแล้วดึงเหมือนเข้ามาไว้ในวงแขนของผม แต่เหมือนว่า เหมือน จะรู้สึกรำคาญเลยขยับนิดหน่อยพอหาที่สบายได้แล้วก็หยุดดิ้นและกอดผมกลับมาและสักพักผมก็หลับตามเหมือนไป

ตื่นมาอีกทีก็เช้านี่ก็ 7 โมงแล้ว คนที่นอนอยู่ข้างๆผมไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลยผมเลยนอนมองหน้าเค้าอยู่อย่างนั้นผมรู้สึกว่าผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าของเค้า และผมก็กระชับอ้อมกอดให้คนที่หลับตาอยู่ข้างๆเข้ามาใกล้ผมอีก ผมรู้สึกว่าอยากมีเหมือนอยู่ข้างๆแล้วนอนกอดกันไปแบบนี้ทุกวันผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนเลย สักพักเหมือนก็ตื่นขึ้นมาผมเลยแกล้งหลับและเหมือนว่า เหมือน จะพยายามแกะแขนของผมออกจากเอวตัวเองผมเลยลืมตามองแล้วจึงแกล้งพูดออกไป

“ตื่นแล้วหรอ” ผมไม่พูดเปล่าแอบหอมแก้มเหมือนด้วยครับ แก้มนี่นิ้มนิ่ม


ฟอดดดดดดด


“ตื่นแล้วก็ปล่อยครับ แล้วก็เลิกฉวยโอกาศกับผมด้วย” เหมือนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูหงุดหงิดนิดๆ

เราเถียงกันอยู่สักพักผมก็ปล่อยเหมือนให้เป็นอิสระ และเดินไปเข้าห้องน้ำ และสักพักพวกเราก็ย้ายร่างกายลงมาอยู่ข้างล่างเพื่อที่จะทานอาหารเช้า และผมก็ได้คิดแผนไปเรื่อยๆว่าจะทำยังไงให้เหมือนมาอยู่ใกล้ๆกับผม แล้วในที่สุดผมก็คิดออกเมื่อเหมือนเอ่ยปากบอกให้ผมไปส่งที่บ้าน แต่ผมปฏิเสธและบอกกับ เหมือน ไปว่าถ้าไม่รับข้อเสนอของผม ผมก็จะไม่ไปส่งที่บ้านแล้วก็ไม่ให้กลับเองด้วย ตอนแรกผมคิดว่าเหมือนจะไม่ตกลงแต่สุดท้ายเหมือนก็ตอบตกลงและรับข้อเสนอของผม และเหมือนก็ยังยอมเรียกผมว่าพี่แล้วแทนตัวเองด้วยชื่ออีกด้วยผมดีใจมาและตกลงไปส่งน้องที่บ้านในที่สุด

พอขับรถมาได้สักพักก็มาถึงบ้านของเหมือน พอถึงน้องก็เปิดประตูลงไปเลยแต่เรื่องอะไรผมจะปล่อยให้โอกาศดีๆแบบนี้หลุดมือไปได้ ผมรีบลงจากรถแล้ววิ่งตามน้องเข้าไปข้างในบ้าน เพื่อที่จะแนะนำตัวกับว่าที่พ่อตาแม่ยายสักหน่อย แต่พอน้องเห็นผมวิ่งตามลงมาน้องเลยหันมาถามผม

“พี่คริสตามเหมือนลงมาทำไมครับ ทำไมไม่กลับบ้าน” น้องถามผมพร้อมกับมองหน้าผมอย่างต้องการคำตอบ

“ไหนๆพี่ก็มาส่งเหมือนแล้วเลยถือโอกาศมาสวัสดีว่าที่พ่อตาแม่ยายด้วยเลย” น้องอึ้งไปกับคำตอบของผมเลยครับ ผมแอบเห็นน้องหน้าแดงด้วย

“บ้า...พี่พูดอะไรของพี่เนี่ยไม่คุยด้วยแล้ว”

เรายืนคุยกันสักพักก็มีผู้หญิงวัยกลางคนทักขึ้นสงสัยจะเป็นแม่ของน้อง

“กลับมาแล้วทำไมไม่เข้าบ้านหล่ะคะลูกสาวแม่”


.........จบพาร์ทคริส.........


พอพี่คริสมาส่งผมถึงบ้านแล้วก็นึกว่าจะจบแค่นั้นแต่เปล่าเลยครับ พี่คริสเดินตามผมเข้ามาในบ้านด้วยเราสองคนยืนเถียงกันอยู่สักพักไม่รู้จะตามมาทำไมและคำตอบที่ได้ก็คือ

“ไหนๆพี่ก็มาส่งเหมือนแล้วเลยถือโอกาศมาสวัสดีว่าที่พ่อตาแม่ยายด้วยเลย”

ผมนี่อึ่งไปกับคำตอบของพี่คริสเลยครับ ผ่านไปสักพักผมก็ได้ยินเสียงของแม่ดังขึ้น

“กลับมาแล้วทำไมไม่เข้าบ้านคะลูกสาวแม่” แม่ผมถามออกมายิ้มๆผมกำลังจะตอบแต่พี่คริสแย่งตอบก่อน

“สวัสดีครับคุณแม่ผมชื่อคริสเป็นเจ้าของบริษัทที่น้องไปฝึกงานอยู่ครับแล้วก็กำลังจีบเหมือนอยู่ด้วย วันนี้ผมเลยมาขออนุญาติคุณแม่จีบน้องอย่างเป็นทางการครับ”

พี่คริสตอบแม่ผมออกมายาวเหยียด และแฝงไปด้วยความจริงจังและความจริงใจ ผมรู้ว่าพี่เค้าไม่ได้โกหกในสิ่งที่พึ่งพูดไป แม่ผมนี่อึ้งไปนิดๆก่อนที่จะบอกให้พวกเราทั้งหมดย้ายตัวเองเข้าไปในบ้าน

“แม่ว่าเราเข้าไปคุยกันต่อในบ้านดีกว่านะคะสงสัยว่าเราจะได้คุยกันยาว” พอแม่พูดเสร็จก็เดินนำเราทั้งสองคนเข้าไปในบ้านพอเข้ามาถึงแม่ก็เปิดประเด็นถามขึ้นมาทันที

“เมื่อกี๊นี้คุณคริสบอกว่าจะจีบลูกแม่หรอคะ” แม่ถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

“ใช่ครับ” พี่คริสตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นกัน

“ถ้าจะจีบลูกแม่ต้องจริงจังกับลูกแม่และไม่ทำให้ลูกแม่ต้องเสียใจแม่ขอแค่นี้ทำให้แม่ได้หรือเปล่าคะ”

แม่ถามกลับไปด้วยความจริงจัง แต่ว่าทำไมแม่ถึงยอมให้เค้าจีบผมง่ายจังผมเป็นลูกแม่นะครับ ทั้งสองคุยกันโดยที่ไม่ได้สนใจผมเลย ผมก็เลยได้แต่นั่งเงียบ

“ครับผมสัญญาว่าจะจริงจังกับน้องและไม่ทำให้น้องเสียใจ”

“ถ้าพูดมาขนาดนี้แล้วแม่ก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วค่ะ”แม่ผมพูดออกมายิ้มๆ

“เอ่อแม่ครับต่อไปนี้ผมขอมารับมาส่ง เหมือน ทุกวันนะครับ”

“ได้สิคะ ก็ดีเหมือนกันลูกแม่ไม่ค่อยชอบคนเยอะๆงั้นแม่ฝากด้วยแล้วกันนะคะ” แม่ผมหันกลับไปพูดกับพี่คริสต่อ

“ถ้างั้นผมขอลากับก่อนนะครับสวัสดีครับ”พี่คริสลาแม่ผมเสร็ผมเลยเดินออกมาส่งพี่คริสที่รถ

“พี่ไปก่อนนะครับแล้วเดี๋ยวเช้าวันจันทร์พี่จะมารับ”

“ครับ”

พอพี่คริสขับรถออกไปผมก็เดินกลับเข้ามาในบ้านเห็นแม่นั่งรออยู่ผมเลยเดินเข้าไปหาแล้วแม่ก็เปิดประเด็นถามขึ้นมาทันทีที่ผมนั่งลง

“ยังไงกันคะลูกสาวแม่ไปทำงานได้แค่ไม่กี่วันก็มีหนุ่มๆมาตามจีบซะและ แล้วยังให้เค้ามาส่งที่บ้านอีกปกติลูกแม่ไม่ค่อยยอมให้ใครมาบ้านง่ายๆถ้าไม่ใช่จินกับม่อน และนี่ยังยอมให้เค้ามาส่งถึงบ้านอีกด้วย”

“ก็ไม่ยังไงนี่ครับ ก็พี่คริสไม่ยอมให้เหมือนกลับมาเองเหมือนเลยต้องยอมให้เค้ามาส่งที่บ้าน”

“ลูกชอบเค้าแล้วใช่ไหมคะ” คำถามของแม่ทำให้ผมอึ้งไปนิดๆก่อนที่จะเอ่ยปากตอบ

“เหมือนก็ไม่รูเหมือนกันครับ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่ที่เค้าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเหมือนและบางทีก็มีเผลอใจเต้นแรงด้วย” ผมตอบแม่ไปตามความจริงผมเห็นแม่นั่งอมยิ้มฟังผม ผมนี่เขินเลยทีนี้

“จากที่แม่ดูๆและได้คุยกับพี่เค้า ดูๆแล้วพี่คริสเค้าก็จริงใจกับลูกแม่ดีนะ แม่เลยไม่ห้ามที่เค้าจะจีบลูกของแม่ เพราะแม่รู้อยู่แล้วว่ายังไงลูกของแม่ก็ต้องได้สามี อิอิ”

“แม่อะเหมือนเป็นลูกชายแม่นะครับ”

“จ้าเป็นลูกชายที่สวยกว่าลูกสาวบ้านอื่น”

ผมนั่งคุยกับแม่ต่อสักพักก็ขอตัวขึ้นมาพักผ่อนบนห้อง คิดอะไรไปเรื่อยเปลื่อยสักพักก็เริ่มง่วง เลยขอพักสายตาสักหน่อยแล้วดีกสฝว่ารู้สึกว่าวันนี้เสียพลังงานไปเยอะมากๆ แค่คิดก็เหนื่อยแล้วเห้ออออ
















มาต่อให้แล้วนะคะ

ฝากกดไลค์แล้วก็คอมเม้นเข้ามาติชมกันได้นะคะ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของเราค่ะ

🙏🏼🙏🏼🙏🏼

😊😊😊

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น