Sawachi Yuki
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter :: 07 :: Ridicule [100 Per]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ค. 2561 23:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter :: 07 :: Ridicule [100 Per]
แบบอักษร

07

Ridicule

100 Per




ร่างสูงเดินเข้าไปในห้องเมื่อเจ็มเปิดให้ ตรงไปทิ้งตัวลงบนโซฟาด้วยความหงุดหงิด มองหน้าของเจ็มที่เลี่ยงไปยืนห่างก็ได้แต่สบถคำหยาบไม่พอใจ

“เรียกผู้หญิงให้ด้วย!” พุฒิก็สั่งเจ็มเสียงห้วน เขาอยากระบาย อยากประชดประชันเจ็ม อยากจะรู้ว่าถ้าเขาเป็นคนสั่งให้เจ็มหาผู้หญิงมาให้ด้วยตัวเองแบบนี้ เจ็มจะทำสีหน้ายังไง  

 “ถ้าอยาก...ก็เรียกเองสิครับ”

“ปกติก็หามาให้ฉันอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง”

“ก็ใช่ครับ แต่วันนี้คุณพุฒิอารมณ์ไม่ปกติ ผมไม่อยากให้เป็นข่าวว่ามีคนตายเพราะอารมณ์รุนแรงของคุณพุฒิ” เจ็มยอมรับว่าไม่พอใจที่พุฒิเป็นคนพูดออกมาเองแบบนี้

ที่ผ่านคนที่พุฒิต้องการคือเขา แต่เขาก็เรียกคนอื่นมารองรับแทน นี่จึงเป็นครั้งแรกที่พุฒิเอ่ยปากให้เจ็มเรียกผู้หญิงมาให้ และมันทำให้เจ็ม...หวง

“งั้นนายก็มารองรับแทนสิ”

เจ็บ...คำพูดของพุฒิไม่ถนอมน้ำใจเจ็มกันบ้างเลย แม้จะรู้ว่าร่างสูงแค่ประชดประชัน แต่เจ็มก็รักของเจ็ม...เพราะรัก ถึงได้เจ็บ

“ไม่ครับ”

“ไม่ใช่ว่าทำทุกอย่างเพราะหน้าที่หรือไง ฉันกำลังอารมณ์ไม่ดี คนจงรักภักดีอย่างนายก็ควรจะใส่ใจความรู้สึกของฉันให้มากๆ หรือไม่จริง?” พุฒิกอดอกพูดนิ่งๆ

แม้ว่าสีหน้าของพุฒิจะดูสงบลงแต่แววตายังคงเปี่ยมไปด้วยความโกรธ โมโห พร้อมที่จะพุ่งเข้าใส่เจ็มได้ทุกเมื่อ แต่ที่ไม่ทำ เพราะเขาก็ไม่อยากจะให้เจ็มเกลียด แต่ก็ไม่รับประกันว่าจะสามารถทนได้

ความหวงของเขา...มีพลังทำลายล้างสูงมาก ถ้าเจ็มยังไม่ยอมรับว่าเป็นของเขา เขานี่แหละที่จะเป็นคนตอกย้ำทุกอย่างให้เจ็มได้รับรู้

“ผมไม่ได้มีหน้าที่อย่างนั้น”

“มี! จริงๆ มันก็เป็นหน้าที่นายนั่นแหละเจ็ม นายเป็นเมียของฉัน เป็นมานานแล้ว”

“แค่ครั้งเดียว ผมเองก็เด็กมากด้วย คุณพุฒิก็รู้ว่าผมไม่ได้เต็มใจ”

“หึ” พุฒิส่งเสียงในลำคอ มองหน้าคนที่บอกว่าไม่ได้เต็มใจ “แล้วตอนนี้ที่เล่นตัวไม่ยอมๆ ท่าเดียว เพราะกลัวว่าจะ ‘เต็มใจ’ งั้นสิ”

“ผมไม่เข้าใจ เราทะเลาะกันอยู่ แต่ทำไมคุณถึงวกกลับมาเรื่องนี้อีกจนได้ล่ะครับ”

“มันเรื่องเดียวกัน”

“คุณก็เอาทุกเรื่องมาโยงเป็นเรื่องเดียวกันทุกครั้ง สรุปคุณจะนอนคอนโดใช่ไหมครับ ผมจะได้กลับบ้าน”

“นายต้องอยู่ที่นี่กับฉัน ฉันไม่ไว้ใจนาย”

“มีอะไรที่ผมไว้ใจไม่ได้หรือครับ”

“ใจของนาย…มันไม่ซื่อสัตย์ นายคิดทรยศ หักหลังฉัน”

“คุณพุฒิ!! คุณจะดูถูกผมยังไงก็ได้ แต่คุณดูถูกความซื่อสัตย์ของผมไม่ได้!” เสียงของเจ็มสั่นเครือ เพราะเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เจ็มจะไม่ยอมให้ใครก็ตามมาดูถูก

เจ็มซื่อสัตย์กับพุฒิเสมอ ซื่อสัตย์กับทุกคนในรัตนมณีโชติ ไม่เคยคิดคดทรยศหักหลัง ไม่เคยแม้แต่จะคิดเลยสักครั้ง...เขาทำงานด้วยความจริงใจ เคารพ ศรัทธาทุกคนมาตลอด แต่วันนี้เจ้านาย...หรือคนที่เขารัก กำลังพูดว่าเขาไม่ซื่อสัตย์ ใจมันก็เจ็บจี๊ดจนแทบจะยืนไม่ไหว

“ฉันจะเชื่อได้ยังไง?”

“คุณพุฒิไม่ต้องเชื่อก็ได้ ถ้าเห็นว่าที่ผ่านมาผมทำตัวไม่ซื่อสัตย์จริงๆ และผมก็คงอยู่กับคนที่เชื่อใจผมไม่ได้ เรียนจบแล้ว ผมจะกลับอังกฤษ”

“เจ็ม!!”

“คุณพุฒิไม่เชื่อใจผม ผมทำงานกับเจ้านายที่ไม่เชื่อใจผมไม่ได้”

“หุบปากซะเจ็ม คิดว่าฉันจะปล่อยนายไปหรือไง”

“คุณพุฒิไม่มีสิทธิ์ห้ามผม ถ้าคุณคิดกักขังผม ผมจะเรียนเรื่องนี้กับคุณลุง แล้วคุณลุงก็จะช่วยผม”

“หึ...งั้นฉันก็จะบอกเรื่องของเราเหมือนกัน เอาไงล่ะเจ็ม อยากให้ทุกคนรู้หรือเปล่า”

“คุณทำหมือนคุณรักผม...ขาดผมไม่ได้” เจ็มกอดอกเชิดหน้า จิกตามองร่างสูงอย่างเหยียดๆ และท่าทางอวดดีแบบนั้นมันทำให้พุฒิโกรธหนักไปอีก

พรึ่บ!!

ขาแกร่งก้าวเข้ามาหาร่างโปร่ง ส่วนเจ็มก็รีบเดินหนีไม่ยอมอยู่เฉยๆ ให้พุฒิทำอะไรกับตนก็ได้อีกต่อไปแล้ว เขามีมือมีเท้า ยังไงก็จะสู้!

“คิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือไง”

“ผมสู้สุดใจเลยครับ ที่ผ่านมาผมไม่อยากทำร้ายคุณพุฒิ แต่คราวนี้คุณคุกคามผม ผมก็จะป้องกันตัวเอง”

“เก่งนี่...นายไม่กล้าทำร้ายฉันหรอกเจ็ม นายไม่กล้า!” พุฒิขึ้นเสียง แล้ววิ่งไล่ล่าร่างโปร่งที่ตอนนี้ก็วิ่งหนีไปรอบๆ เพื่อให้พ้นเงื้อมือของผู้ชายใจร้ายยิ่งกว่าอสูร

หมับ!!

ร่างสูงกระชากไหล่ของเจ็มเข้ามาหาตัวเองหลังจากที่จับอีกคนได้ เจ็มหน้านิ่วด้วยความเจ็มพยายามที่จะสะบัดมือที่ยึดไหล่ของเขาออกไปให้พ้น ทั้งคู่ยื้อยุดฉุดกระชากกันแบบไม่มีใครยอมใคร คนหนึ่งพยายามจะดึงเอาไว้ อีกคนก็ใช้แรงผลักหนี

“คุณพุฒิ!”

“หยุดดิ้นเจ็ม”

ร่างกายของทั้งสองคนไม่ต่างกันมาก ถึงเจ็มจะผอมกว่าแต่เรื่องแรงไม่ได้มีน้อยไปกว่าพุฒิหรอก ถ้าให้สู้กันจริงๆ เจ็มก็ทำได้ แต่อย่างที่พุฒิพูด เขาไม่กล้าทำร้ายพุฒิ ไม่กล้าทำ และไม่คิดที่จะทำ...

เพี๊ยะ!!!

ใบหน้าหันไปตามแรงตบ ร่างทั้งร่างยืนนิ่งก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองเจ้าของมือที่ตอนนี้ก็ตกใจไม่แพ้กัน มือลูบเบาๆ ตรงแก้มข้างที่ถูกตบ แม้จะรู้ว่าอีกคนไม่ตั้งใจ เพราะมันเกิดขึ้นเร็วมากในจังหวะที่ยื้อกันไปมาแล้วก็พลาด หากแต่ดวงตาก็ยังจ้องคนที่ไม่ตั้งใจด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

“คุณพุฒิ...”

“หึหึ...” พุฒิได้แต่หัวเราะ แต่ดวงตาสั่นไหว หันหลังให้กับเจ็มที่ทำตัวไม่ถูก เขาเพิ่งเคยเห็นพุฒิมองตนด้วยสายตาที่แสนจะผิดหวังและเสียใจ

ร่างโปร่งขยับตัวไม่ได้ ได้แต่จ้องมองแผ่นหลังแกร่งที่เดินห่างออกไป แต่ก็เหมือนอะไรบางอย่างสั่งให้เจ็มวิ่งเข้าไปสวมกอดพุฒิจากข้างหลัง

หมับ!!

“ขอโทษครับ...ขอโทษ” เสียงสั่นๆ ของเจ็มไม่ได้ช่วยทำให้พุฒิรู้สึกดีขึ้น ความรู้สึกของพุฒิกำลังจมดิ่ง หาที่ปีนป่ายขึ้นมาไม่เจอ

คางสวยวางบนไหล่หนาแล้วเอ่ยกระซิบเสียงแผ่นข้างหูของพุฒิ หากเป็นในยามปกติ พุฒิคงไม่ปล่อยให้เจ็มหลุดรอดไปได้ แต่ตอนนี้ พุฒิไม่มีความรู้สึกอยากจะทำอะไรเลย

“ผมไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ ผมไม่ได้เจตนาทำร้ายคุณพุฒิ”

“ปล่อย...”

“ไม่ครับ”

“เจ็ม...ปล่อยฉัน แล้วจะไปไหนก็ไป!”

พุฒิแกะมือของเจ็มออกแล้วไล่เสียงดัง ปากบางเม้มแน่นทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองแผ่นหลังของพุฒิเดินเข้าห้องนอนไป

ปัง!!!

พุฒิปิดประตูห้องเสียงดังจนเจ็มสะดุ้งเพราะกำลังคิดหาแนวทางขอโทษร่างสูงที่คราวนี้โกรธเขาแบบที่เมินหนีกัน ไม่เหมือนปกติที่โมโหหรือโกรธจะด่าทอ แล้วก็พ่นวาจาร้ายๆ ออกมา

คุณพุฒิไม่ได้โกรธ...คุณพุฒิกำลังเสียใจ

เจ็มเองก็เสียใจไม่แพ้พุฒิเลยสักนิด ทั้งเสียใจ ทั้งเจ็บ เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรก...ที่พุฒิ ‘ไล่’ เขาออกไป ที่ผ่านมาแม้ว่าจะโกรธเจ็มแค่ไหน พุฒิก็ไม่เคยไล่...

ไม่เคยเลยจริงๆ

Rrrrrrr…

ร่างโปร่งล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู ทั้งๆ ที่ตอนนี้ความรู้สึกกำลังจมดิ่งไม่ต่างอะไรกับคนที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประตู พอเห็นเบอร์โทรที่โชว์อยู่ก็ถอนหายใจออกมา

“ครับคุณนิด”

(ท่านประธานอยู่กับคุณเจ็มไหมคะ)

“ครับ อยู่ครับ มีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ”

(ท่านประธานไม่รับโทรศัพท์ดิฉันน่ะค่ะ เลยโทรหาคุณเจ็มแทน ช่วยแจ้งท่านประธานให้ดิฉันหน่อยนะคะว่าพรุ่งนี้มีนัดเข้ามากะทันหันจากคุณโรมันน่ะค่ะ ดิฉันก็ไม่อยากจะถือวิสาสะรับนัดโดยไม่ปรึกษาท่านเลยนะคะ แต่คุณโรมันต้องการพบกับท่านประธานให้เร็วที่สุดน่ะค่ะ)

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าเป็นคุณโรมก็นัดได้เลยถ้ามีช่วงเวลาที่ว่างพอจะลงได้ พอดีคุณพุฒิกับคุณโรมเขาเป็นเพื่อนสนิทกันน่ะครับ รู้สึกจะมีเรื่องลงทุนอะไรสักอย่างร่วมกันด้วย ไม่ทราบว่านัดกี่โมงหรือครับ”

(พรุ่งนี้ท่านประธานว่างช่วยบ่ายสองชั่วโมงค่ะเลยนัดเวลานั้นเอาไว้ให้ เวลาบ่ายโมงตรงจนถึงบ่ายสามนะคะ จากนั้นท่านจะต้องไปตรวจดูโรงงานผลิตค่ะ)

“โอเคครับ เดี๋ยวผมจะแจ้งคุณพุฒิให้ นี่ยังไม่เลิกงานหรือครับ?”

(กำลังจะกลับแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นไม่รบกวนแล้ว สวัสดีค่ะ)

“สวัสดีครับ…เฮ้อ”

เจ็มพ่นลมหายใจออกมาเพราะไม่รู้ว่าจะคุยกับพุฒิได้หรือเปล่า ก็เจ้าตัวเล่นแสดงท่าทางเหมือนไม่อยากจะคุยกับเขาถึงขนาดไล่กันแบบนั้น ถึงจะหนักใจแค่ไหน ร่างโปร่งก็เดินตรงไปแล้วหยุดหน้าประตูห้องนอน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“คุณพุฒิครับ ผมเข้าไปนะครับ”

ไม่มีการตอบรับอะไรจากคนที่อยู่ในห้อง ดวงตาเจ้าเสน่ห์มองที่ลูกบิดประตูแล้วลองใช้มือหมุนมันก็พบว่าพุฒิไม่ได้ล็อกประตู ร่างโปร่งบางเลยถือวิสาสะเปิดเข้าไป

“คุณพุฒิครับ”

เจ็มปิดประตูห้องเบาๆ แล้วมองไปที่เตียง...ไม่มี

ยังไม่ทันได้นึกว่าพุฒิอยู่ที่ไหนก็ได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากห้องน้ำ เจ็มเลยเดาว่าคงจะเข้าไปอาบน้ำสงบสติอารมณ์ของตัวเองอยู่ ร่างโปร่งเดินไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วเตรียมชุดนอนให้กับพุฒิ ไม่นานเจ้าของห้องก็เดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่มีผ้าเช็ดตัวพันที่เอว

พอเห็นว่าเจ็มอยู่ในห้องพุฒิก็มองเล็กน้อยแต่ก็เมินหน้าหนีไปหยิบชุดที่เจ็มเตรียมเอาไว้เมื่อกี้ใส่ ซึ่งก็เอาผ้าเช็ดตัวออกเพื่อสวมเสื้อผ้าโดยไม่สนใจว่าเจ็มจะมองอยู่ ใบหน้าขาวหันหน้าหนี แม้ว่าจะเห็นมันบ่อยๆ จนชินไปแล้ว แต่เขาเองก็ผู้ชายมีความรู้สึก ยิ่งกับคนที่ตัวเองรักแล้วล่ะก็ มองนานๆ ก็อาจจะมีอารมณ์ได้

“มีอะไร ทำไมไม่กลับ”

“คุณนิดโทรมาแจ้งว่ามีนัดกะทันหันจากคุณโรมเวลาบ่ายโมงวันพรุ่งนี้ครับ”

“อืม...”

“ทำไมคุณโรมไม่โทรหาคุณพุฒิล่ะครับ” เจ็มไม่อยากให้บรรยากาศมันอึดอัดเลยถามต่อ

“ตั้งแต่กลับไทย ฉันยังไม่เคยติดต่อมันเลย คงไม่มีเบอร์”

“ครับ”

พุฒิไม่พูดอะไรอีก แต่เดินไปทิ้งตัวนอนลงบนเตียงกว้างทันที แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นไม่สนใจเจ็มที่ยังอยู่ในห้องด้วยกันเลยสักนิด

“คุณพุฒิ ผมขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ มือมันตวัดไปโดน”

“อืม”

“ไม่โกรธผมใช่ไหมครับ”

“หน้าฉันเหมือนคนไม่โกรธเหรอ นายทำร้ายฉัน แม้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็คือทำร้าย...ฉันผิดหวังมากเจ็ม ผิดหวังจริงๆ”

เจ็มกัดปากตัวเอง ทำอะไรไม่ถูก “คุณพุฒิตบผมคืนก็ได้นะครับ”

ดวงตาคมกริบเงยหน้ามาจ้องเจ็ม ความไม่พอใจฉายชัดออกมาจากดวงตา นั่นทำให้เจ็มรู้ว่ากำลังทำอะไรผิดๆ ลงไปอีกแล้ว

“ให้ฉันเอาคืนด้วยวิธีนี้เหรอเจ็ม...คิดได้ยังไง!!!” เสียงทุ้มตวาดลั่นห้อง ทำเอาเจ็มสะดุ้งไปทั้งร่าง หัวใจกลับมาเต้นแรงระส่ำเพราะกลัว

กลัวว่าพุฒิจะโกรธมากกว่าเดิม...

“ถึงฉันจะเลว แต่ฉันไม่ทำร้ายใครด้วยเหตุผลบ้าๆ บอๆ ที่ตัวเองโดนตบแล้วต้องตบนายคืนหรอกนะ วันนี้เราคุยกันไม่รู้เรื่องหรอกเจ็ม กลับบ้านไปซะ!”

เจ็มไม่ได้เตรียมใจที่จะเข้ามาฟังคำไล่ของพุฒิเป็นครั้งที่สองแบบนี้ และคราวนี้มันก็ทำให้เจ็มน้อยใจ น้อยใจจนอยากจะประชดพุฒิ ประชดทุกสิ่งทุกอย่าง

เจ็มไม่อยากให้พุฒิโกรธ ในทางกลับกันก็อยากเรียกร้องความสนใจ...

“ถ้าอย่างนั้นก็ขอตัวก่อนครับ เดี๋ยวผมจะให้รูมเซอร์วิสเอาอาหารเย็นมาให้ ตอนเช้าก็จะให้ลุงพยนต์มารับไปที่บริษัท ส่วนผมก็ขอลางานหนึ่งวันนะครับ”

“อืม...ตามใจ”

ยิ่งเห็นว่าพุฒิไม่แยแสเหมือนแต่ก่อนก็ยิ่งอยากจะทำอะไรก็ได้ให้พุฒิกลับมาหวง กลับมาห้าม ความคิดของเจ็มตอนนี้มันสับสนรวนเรไปหมด ไม่รู้ว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไรแล้ว ทั้งๆ ที่เรื่องมันเป็นแบบนี้เขาจะได้ถอยห่างออกไปได้อย่างง่ายๆ ไม่ต้องมาคอยคิดหาวิธีอื่นๆ เลย

พุฒิเป็นคนที่โกรธแล้วจะหายโกรธยากมาก...นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่เจ็มจะถอยห่างจากพุฒิได้...

ใช่...ควรจะกอบโกยโอกาสนี้ไว้ ถ้าเว้นระยะห่างกันตอนนี้ ความรู้สึกของพุฒิจะเปลี่ยนได้ แล้วไม่นาน เราก็จะเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องจริงๆ ไม่ต้องเสี่ยงทำให้ผู้มีพระคุณเสียใจ



เจ็มกลับมาบ้านรัตนมณีโชติแล้ว ร่างโปร่งเดินลงจากรถแล้วก็เข้าบ้านไปด้วยอารมณ์ที่ไม่ปกติ เหม่อลอย สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขนาดสาวใช้มาช่วยถือกระเป๋ายังไม่รู้สึกตัว แต่ก็มามีสติตอนที่คุณหญิงทับทิมเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

“ตาเจ็ม กลับมาแล้วหรือลูก แล้วตาพุฒิล่ะ”

“คุณพุฒิเหนื่อยๆ น่ะครับ เลยอยากอยู่คนเดียว วันนี้เลยค้างที่คอนโดครับ”

“เหนื่อยจริงหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าเอาผู้หญิงไปนอนนะ”

“คุณพุฒิไม่เคยค้างกับผู้หญิงคนไหน คุณป้าสบายใจได้ครับ” เพราะทำภารกิจเสร็จ ก็ไล่เธอกลับทันที...

“ถ้าตาเจ็มว่าแบบนั้น ป้าก็สบายใจ เอาล่ะ ไปทานข้าวกัน วันนี้เราทานกันสองคนนะ ตาพัฒน์ไม่อยู่ คุณพี่ก็ไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ น่ะ”

“ครับคุณป้า”

เจ็มได้แต่ฝืนยิ้มให้กับคุณหญิงทับทิม แล้วเดินเข้าไปรับประทานอาหาร ระหว่างที่กำลังทานข้าวอยู่ คุณหญิงก็เล่าเรื่องนั่นนู่นนี่ให้เจ็มฟัง เห็นผู้มีพระคุณมีความสุขก็ไม่อยากขัดท่าน เออออไปด้วยแม้ว่าเรื่องพวกนั้นจะไม่เข้าหูเลยก็ตาม ในหัวมีแต่เรื่องของพุฒิ

มีแต่เรื่องที่เราทะเลาะกัน คิดๆ ไปแล้วจุดเริ่มต้นมันก็มาจากอารมณ์ร้อนๆ ของพุฒิเอง ทุกอย่างมันมาจากเรื่องที่พุฒิไม่พอใจเขาเรื่องของชาร์ล

“คุณป้าครับ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ”

“ได้สิ เจ็มจะถามอะไรป้าเหรอ”

“คุณลุงหึงแรง หวงแรงไหมครับ” คุณหญิงทับทิมหัวเราะออกมาทันทีก่อนจะรวบช้อนส้อมเอาไว้ มองหน้าเจ็มด้วยสายตาที่เอ็นดูสุดๆ

“ฮะๆ คิดยังไงถึงถามน่ะเรา”

“ผมแค่อยากทราบน่ะครับ ว่าไอ้อาการหึงหวงนี่ มันเกิดขึ้นเพราะว่าคุณลุงรักคุณป้าใช่ไหมครับ”

“ใช่สิจ้ะ ถ้าไม่รัก ไม่มีใครเขาหึงหวงกันหรอกนะลูก อ้อ! แต่มีอาการหวงบางอย่างที่ไม่ต้องรักกันก็เป็นได้นะ อารมณ์แบบ ‘หวงก้าง’ น่ะ จะรักหรือไม่รักก็ได้ หวงได้หมด บางคนหวงเพราะกลัวเสียฟอร์มหรือเสียหน้า ไม่ใช่หวงเพราะกลัวจะเสียคนที่รักไป บางทีอาการหึงหวงเนี่ย มันก็ดูไม่ออกหรอกนะว่าเขารักเราหรือแค่หวงก้างเท่านั้น แต่คุณลุงเขารักป้า ก็บอกว่ารักป้านี่นะ ถ้าไม่บอกว่ารัก ป้าก็ไม่เชื่อหรอกว่าไอ้ที่หึงหวงน่ะ มันเป็นเพราะรักป้าจริงๆ ไม่ใช่เพราะกลัวเสียหน้าหากป้าจะไปเลือกคนอื่น”

เจ็มนิ่งไป...คิดตามที่คุณหญิงท่านพูด ก็รู้สึกสับสนไปอีก เพราะตอนแรกเขาเชื่อว่าพุฒิหึงหวงเขานั่นเป็นเพราะรัก ไม่อยากเสียเขาให้ใคร ต่อมาก็นึกขึ้นได้ว่าถ้าพุฒิได้เขาอีกครั้ง...ก็อาจจะเบื่อและรู้ว่าตัวเองไม่ได้รักและหวงเขาจริงๆ พอมาตอนนี้ เขาเลยรู้ว่า ไอ้อาการหวงหรือหึงเนี่ย มันไม่จำเป็นต้องรักก็ได้...ที่พุฒิเป็น อาจจะแค่ ‘หวงก้าง’ แค่นั้นก็ได้

“คุณลุงเป็นคนที่รักใครแล้วรักเลย จะทุ่มเทให้กับคนๆ นั้นไม่ว่ายังไงก็ตาม เป็นคนหึงแรง หวงแรง รักแรง เกลียดแรงด้วย ป้าไม่ใช่คนรักคนแรกของคุณลุงก็จริง แต่คุณลุงเลือกแล้วว่าป้าคือคนสุดท้าย ต่อให้มีอุปสรรคแค่ไหนคุณลุงเขาก็จะไม่ยอมแพ้ ป้าถึงเลือกคุณลุง ถึงแม้ว่าตอนนั้นคุณลุงจะมีแต่ตัวก็ตาม” คุณหญิงเล่าความหลังไปก็ยิ้มไป เจ็มเองก็ยิ้มตามเพราะความรักของทั้งสองคนมันงดงามมาก

ทั้งคู่ต่อสู้มาด้วยกันจนมีรัตนมณีโชติอย่างทุกวันนี้ ทั้งสองคนเชื่อใจกันเลยไม่เคยทะเลาะหรือหึงหวงกันเลย...

“ครับ...คุณลุงรักคุณป้ามากจริงๆ”

“จ้ะ เพราะฉะนั้นไอ้อาการหึงเนี่ย ป้าเจอแค่ช่วงคบกันแรกๆ เท่านั้นแหละ พอตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน เราก็เชื่อใจกันมาตลอด คุณพี่ก็เป็นแบบนี้แหละ เมื่อรักใครแล้ว ก็จะปักใจรักแค่คนนั้น ป้าเองก็เชื่อว่านิสัยนี้ก็ตกไปที่ตาพุฒิกับตาพัฒน์เหมือนกัน”

“ผมเองก็ไม่เคยเห็นเพราะทั้งสองคนไม่เคยคบใครเลย”

“นี่แหละที่เหมือนกัน...ถ้าไม่มั่นใจว่ารัก จะไม่คบด้วยเด็ดขาด พุฒิกับพัฒน์ในตอนนี้อาจจะนิสัยเสียไปบ้างเรื่องของผู้หญิง แต่ป้าก็เข้าใจเพราะทั้งสองคนเป็นผู้ชาย ว่าแต่...มาคุยเรื่องนี้กับป้า ตาเจ็มมีความรักเหรอลูก ใครจ้ะ สาวที่ไหนกัน” ร่างโปร่งตาโตรีบปฏิเสธเสียงหลง

“ไม่ใช่ครับ...ไม่ใช่ คือผม แค่อยากรู้เรื่องของความหึงหวงเท่านั้นแหละครับ เพื่อนมันมีปัญหากันแฟน”

“ว้า...นึกว่ามีแล้วเสียอีก”

เจ็มส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้ แล้วก็จมอยู่กับความคิดตัวเองต่อไป...








+ + + + + [P U T X J E M] + + + + +

ครบ 100% แล้วนะคะ สำหรับตอนที่ 7

แล้วก็ขอประกาศงดอัพในช่วงอาทิตย์หน้านะคะ

พอดียูกิจะเดินทางไปต่างจังหวัดน่ะค่ะ

มีอะไรพูดคุยกันได้ที่แฟนเพจนะคะ https://www.facebook.com/sawachiyuki/

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น