Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

KILL MAFIA ครั้งที่ 12

ชื่อตอน : KILL MAFIA ครั้งที่ 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ค. 2561 18:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
KILL MAFIA ครั้งที่ 12
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 12

            เวลาผ่านไปเกือบครึ่งค่อนวันกับการสืบหาข้อมูลของใครบางคน พระพายเป็นทาสที่ผมประมูลตัวมาด้วยเม็ดเงินมหาศาล เขาไม่มีสิทธิ์เรียกชื่อใครคนอื่นนอกจากผมที่เป็นเจ้าของ ต่อให้ต้องเจ็บปวดเจียนตายหรือแม้กระทั่งหมดลมหายใจก็ไม่มีสิทธิ์ ชื่อที่เด็กนั่นจะเรียกได้ต้องมีแค่ชื่อของผม


            “ยังไม่ได้อีกหรือไง” ผมพึมพำกับตัวเองหลังจากรอคอยข้อมูลสำคัญจากลูกน้องคนสนิท แค่ข้อมูลของคนชื่อพระจันทร์มันจะยากเย็นสักแค่ไหน ถ้าสัตว์เลี้ยงในห้องผมเป็นเด็กกำพร้าตามที่ครอสบอก ก็แค่สืบเอาจากกลุ่มพ่อค้าทาส ไม่เห็นจะยากเย็นอะไรเลยสักนิด


            “คุณจีซัสครับ” น้ำเสียงเรียบนิ่งจากฟูหลงที่ดังขึ้นหลังจากผมสบถเพียงเล็กน้อยพร้อมกับใบหน้าเคร่งขรึมที่แสดงออกมาด้วยท่าทีลำบากใจจนผมต้องขมวดคิ้วมองนิดๆ


            “ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ฉันสั่งก็ออกไป”


            “ผมได้ข้อมูลของคนที่ชื่อพระจันทร์มาเรียบร้อยแล้วครับ” ฟูหลงตอบกลับมาอย่างเคร่งเครียดมันยิ่งทำให้ผมสงสัย


            “แล้วมีเรื่องอะไร”

            “เพราะที่นี่ไม่ใช่ฮ่องกงการจะหาข้อมูลของใครสักคนเราจำเป็นต้องระวังพวกตำรวจครับ ยิ่งตอนนี้สายของตำรวจสากลมาประจำอยู่ที่นี่ด้วย”


            “ฉันไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระ” ผมยกมือขึ้นขัดอีกฝ่าย เรื่องที่อยากรู้ในตอนนี้คือข้อมูลของคนที่สัตว์เลี้ยงเอาพร่ำเพ้อเรียกชื่อมัน ไม่ใช่เรื่องอื่นนอกจากนี้


            “ขออภัยครับ” ฟูหลงก้มหัวตอบกลับด้วยสีหน้าวิตกกังวล


            “ว่าต่อ” ผมปัดเรื่องน่ารำคาญก่อนจะเอนตัวพิงพนักโซฟาแล้วยกขาขึ้นไขว่กันนั่งฟังอีกฝ่าย

            “ข้อมูลของคนที่ชื่อพระจันทร์ ดูเหมือนเขาจะเป็นหนึ่งในเด็กกำพร้าที่ถูกครอสหลอกมาประมูลขายเหมือนกับคุณพระพายครับ”


            “หึ! ถูกหลอกงั้นเหรอ” ผมกระตุกยิ้มขำในคำพูดที่ได้ยิน พวกทาสที่ใช้ประมูลมันก็โง่ทุกคน


            “จากสถานะของทั้งสองคนแล้วน่าจะเหมือนพี่น้องกันนะครับ” ฟูหลงพูดต่อพร้อมกับวางรูปสมัยเด็กของผู้ชายสองคนที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมตามวิสัยของเด็กกำพร้าลงบนโต๊ะ ผมขมวดคิ้วมองเด็กคนหนึ่งในนั้นที่มัดผมรวบไว้ด้านหลังพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่มีให้อีกคนที่อายุน้อยกว่า


            “รูปของคุณพระพายและคุณพระจันทร์สมัยเด็กครับ ผมได้มันมาตอนที่ไปรื้อค้นสถานสงเคราะห์”


            “ไม่เห็นน่าสนใจสักนิด” ผมตอบกลับขณะจ้องเด็กผู้ชายในภาพไม่วางตา สัตว์เลี้ยงของผมในตอนนี้ช่างแตกต่างกับในรูปอย่างเห็นได้ชัด รอยยิ้มแบบนั้นมันสำหรับคนอ่อนแอ พระพายในตอนนี้ต่างหากที่ผมจะทำให้ลืมช่วงเวลาเมื่อสมัยเด็กนั่น


            “แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหน” ผมเลิกคิ้วถามต่อพร้อมกับไล่นิ้วชี้ไปที่เด็กอีกคนในภาพ


            “คุณพระจันทร์ยังเป็นทาสอยู่กับครอสครับ ถ้าดูจากนิสัยของพ่อค้าทาสเร็วๆนี้คงถูกส่งขึ้นประมูล”


            “มีการ์ดเชิญมาถึงฉันหรือเปล่า” ผมถามพลางหันไปมองหน้าลูกน้องคนสนิทด้วยท่าทีมีเล่ห์นัย


            “คิดว่าการ์ดคงส่งมาถึงเย็นนี้ครับ”


            “หึ! ถ้าการ์ดมาถึงเมื่อไรให้ตอบรับทันที ฉันจะไปงานนี้” ผมว่าก่อนจะเอื้อมหยิบรูปบนโต๊ะมาไว้ในมือ


            “ถ้าประมูลพระจันทร์ได้ สัตว์เลี้ยงของฉันคงจะเชื่องขึ้นมาบ้าง”


            “แบบนั้นจะดีเหรอครับ” ฟูหลงพูดขัดขึ้นมาพลางมองผมด้วยท่าทีเคร่งเครียด


            “มีปัญหาอะไรฟูหลง”


            “ดูคุณพระพายจะเป็นห่วงคุณพระจันทร์มาก อย่างน้อยถ้าพวกเขาเป็นเหมือนพี่น้องกันเขาคงไม่ยินดี”


            “ฉันไม่ได้ถามความเห็น สัตว์เลี้ยงของฉันต้องเชื่องแค่กับฉันเท่านั้นฟูหลง” ผมตอบกลับน้ำเสียงเรียบนิ่ง อารมณ์เริ่มกลับมาครุกกรุ่นไม่สบอารมณ์อีกครั้งเมื่อได้ยินประโยคไม่เข้าหู


            “เตรียมเงินประมูลให้เรียบร้อย วันงานฉันจะซื้อตัวพระจันทร์ออกมา”


            “…”


            “ถ้าฉันมีตัวประกันเรื่องอาจจะง่ายขึ้น” ผมพูดก่อนจะขย้ำภาพในมือจนยับยู่ ผมไม่ชอบให้อะไรมาหงุดหงิดใจ เรื่องที่สัตว์เลี้ยงของผมเอาแต่พูดชื่อคนอื่นนั่นก็ด้วย ต้องจัดการให้พ้นทาง

            “คุณจีซัส! ผมยังมีอีกเรื่องนะครับ” คำพูดของฟูหลงทำให้ผมหยุดความคิดของตัวเองก่อนจะเหลือบตามองไปที่อีกฝ่ายเรียบนิ่ง


            “ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญก็ไม่ต้องพูด”


            “เป็นเรื่องด่วนจากฮ่องกงครับ” คนตรงหน้าพูดขึ้นท่ามกลางความอึดอัดที่ส่งมาจากผม เจ้าตัวพยายามแสดงท่าทีสุขุมออกมาก่อนจะยืนรอรับคำอนุญาตจากผม


            “ว่าไป”


            “มีความเคลื่อนไหนจากแก๊งเฉินครับ คนของเราที่ส่งไปสอดแนมอยู่ๆก็ขาดการติดต่อ ผมคิดว่าเขาคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว”


            “พวกมันเล่นไม่ซื่อจริงๆสินะ” ผมกัดฟันพูดขึ้นด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์


            “จะทำยังไงต่อครับ ขืนเป็นแบบนี้เราคงต้องรีบกลับให้เร็วที่สุด” จริงอย่างที่ฟูหลงพูด แก๊งเฉินเป็นแก๊งมาเฟียที่เพิ่งจับมือกับแก๊งซือหลิวเรื่องการค้าสารเสพติดบางชนิดได้ไม่นาน ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นศัตรูกันก็ตาม ไม่คิดว่าพวกมันจ้องจะเล่นงานแก๊งซือหลิวอยู่แบบนี้ ช่างโง่เง่าเสียจริง


            “หลังจบงานประมูลฉันจะกลับทันที เตรียมเอกสารเดินทางไว้ให้พร้อม”


            “ทราบแล้วครับ”


            “ฉันจะถล่มพวกแก๊งเฉินไม่ให้มันมีที่ยืน” ผมพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่มีที่ยืนสำหรับพวกทรยศ ยิ่งพวกเสี้ยนหนามน่ารำคาญยิ่งต้องฆ่าทิ้งให้พ้นทาง


            “ผมจะแจ้งให้ต้าหมิงเตรียมคนของเราไว้เองครับ”


            “จัดการให้เรียบร้อย ฉันจะไปดูสัตว์เลี้ยงในห้อง” ผมตอบกลับก่อนจะเหยียมยิ้มลุกขึ้นยืนเตรียมจะไปดูอาการของทาสที่ประมูล จะทำให้เชื่องก็ต้องมีเหยื่อไปล่อ


            “…”    


            “ฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องคุย” ผมว่าพลางก้าวเท้ามุงตรงไปยังห้องนอนด้านในที่มีคนอ่อนแอนอนพักอยู่ด้วยสภาพทรุดโทรม สงสัยผมจะเล่นหนักไปหน่อย มันก็ช่วยไม่ได้เป็นสัตว์เลี้ยงไม่เชื่องก็ต้องเป็นแบบนี้


            แอ๊ด!


            “ฮึก!” เสียงสะอื้นตกใจดังขึ้นมาให้ได้ยิน ผมกระตุกยิ้มมองคนบนเตียงด้วยแววตาพราวระยับเมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของอีกฝ่าย ความรู้สึกแบบนี้แหละที่จะเปลี่ยนทาสของผมให้เลวร้ายยิ่งขึ้น


            “อ่า! ร้องไห้งั้นเหรอ” ผมเลิกคิ้วถามน้ำเสียงยียวนก่อนจะจัดการปิดประตูด้านหลังลงด้วยความเยือกเย็น


            “ยะ อย่าเข้ามา” เด็กหนุ่มพูดบอกน้ำเสียงแหบพร่า เวลาที่ผ่านมาค่อนวันไม่ได้หยุดความอ่อนแอของอีกฝ่ายเลยงั้นเหรอ


            “ฉันไม่สนใจน้ำตาหรอกนะ” ผมพูดก่อนจะก้าวขาเดินไปที่เตียงประชิดตัวอีกฝ่ายแล้วใช้มือกอบกุมสันกรามคนตรงหน้าแน่น


            “อึ่ก!”


            “เป็นสัตว์เลี้ยงของฉันมันแย่มากงั้นเหรอ” ผมกระซิบถามเสียงเย็น


            “ฮึก! ผมไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของคุณ” พระพายตอบกลับพยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นกลัว ใจกล้าไม่เปลี่ยน แต่มันไม่ใช่เวลา


            “หื้ม! สัตว์เลี้ยงกล้าพูดได้ยังไงว่าไม่ใช่ของฉัน” ผมว่าพลางออกแรงบีบปลายคางของอีกฝ่ายมากขึ้น


            “อ๊ะ!”


            “อีกไม่กี่วันฉันจะพานายกลับไปฮ่องกง”


            “ฮึก! ผมไม่ไป!”


            “นายต้องไป!” ผมตวาดกลับน้ำเสียงหงุดหงิด เด็กคนนี้เป็นทาสของผมเจ้านายอยู่ที่ไหนก็ต้องตามไปที่นั่น ไม่มีสิทธิ์ต่อรอง


            “ถ้ายังอย่างช่วยคนชื่อพระจันทร์ก็ต้องไป” ผมพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอีกนิด ใบหน้าสวยหวานของอีกฝ่ายเริ่มซีดเผือกดวงตาเบิกกว้างขึ้นมาเมื่อได้ยินชื่อของบุคคลที่สาม ฝ่ามือบอบบางทั้งสองข้างถูกเลื่อนขึ้นมาจับแขนผมไว้แน่นก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นมาน้ำเสียงสั่นระริก


            “คะ คุณจะทำอะไรพระจันทร์”


            “ฉันควรทำอะไรกับมันดีล่ะ” ผมย้อนถามพลางจ้องมองใบหน้าหวาดกลัวนั่นอย่างคนถูกใจ


            “ยะ อย่านะ” พระพายส่ายหัวไปมาจ้องมองผมตอบด้วยใบหน้าซีดเผือก


            “ประมูลตัวมันมา หักแขนหักขา หรือจับไปเป็นหนูทดลองสารเสพติดดี อืม! อันหลังน่าสน”


            “ไม่! อย่าทำอะไรพระจันทร์!” คนร่างบางขึ้นเสียงใส่พลางออกแรงจิกที่แขนผมจนเกิดรอยเลือดซิบขึ้นมานิดๆ


            “กลัวงั้นเหรอ” ผมเลิกคิ้วกระตุกยิ้มถาม


            “ฮึก! อย่าทำอะไรน้องผม” เด็กหนุ่มตรงหน้าพูดขอก่อนจะทรุดตัวนั่งลงกับพื้นเตียงอย่างคนอ่อนแรง ฝ่ามือบางที่เคยกำจิกแขนค่อยๆผ่อนแรงลงกลายเป็นกอบกุมไว้เบาๆพร้อมกับร่างกายบางที่เริ่มสั่นสะอื้นราวกับใจที่แหลกละเอียด


            “มันอยู่ที่พฤติกรรมนาย เป็นเด็กดีของฉันซะสิพระพาย” ผมกระซิบบอกพลางกระชับสันกรามอีกฝ่ายให้เงยจ้องหน้าผมอย่างไม่คิดออมแรง


            “อ๊ะ!”


            “เป็นทาสที่เชื่อฟังฉัน เป็นเด็กดีของฉัน ทำตามที่ฉันบอกแล้วน้องชายนายจะปลอดภัย”


            “ฮึก!”


            “ตราบเท่าที่ฉันไม่เบื่อนาย ฉันจะดูแลเด็กที่ชื่อพระจันทร์อย่างดี”


            “ผมจะเชื่อคุณได้ยังไง ในเมื่อน้องผมยังอยู่กับครอส” คนตรงหน้าถามกลับพลางส่ายหัวไปมาอย่างไม่เชื่อใจ แน่ล่ะผมกับเขาไม่มีอะไรให้น่าเชื่อถือกัน


            “อีกไม่กี่วันน้องชายนายจะถูกขาย ฉันจะไปประมูลมันมาแต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” ผมตอบกลับก่อนจะปล่อยมือที่จับอีกฝ่ายออกแล้วยืนจ้องสบดวงตากลมนั่นนิ่ง


            “…”


            “นายต้องเป็นตัวทดลองให้ฉัน”


            “ผมไม่เป็น!” พระพายตอบกลับแทบจะทันอย่างไม่ต้องคิด ผมกระตุกยิ้มขึ้นนิดหน่อยก่อนจะกระชากเส้นผมยาวสวยของอีกฝ่ายไว้ในมือแน่น


            “เจ็บ!”


            “นายไม่มีสิทธิ์ต่อรองอยู่แล้วพระพาย ต่อให้ไม่ต้องยื่นข้อเสนอฉันก็จะบังคับอยู่ดี”


            “คุณมันเลวที่สุด!”


            “หึ! ไม่มีมาเฟียที่ไหนเขาเป็นคนดีหรอกนะ”


            “ถ้างั้นก็ฆ่าผมสิ! ฆ่าผมเลย อย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่รอความตายแบบนี้!” คำพูดของพระพายทำเอาผมคิ้วกระตุกขึ้นมาทันที ท่าทีอวดดีไม่ดูสภาพตัวเองเห็นแล้วมันน่าหงุดหงิด


            “ถ้าอยากตายนักฉันจะจัดให้ก็ได้”


            “…”


            “แต่โทษทีเถอะว่ะ คนอ่อนแอแบบนายฆ่าไปก็เสียดายกระสุน” ผมตอบกลับก่อนจะผลักศีรษะอีกฝ่ายให้ออกห่างจากตัวเอง กลับฮ่องกงเมื่อไรผมจะจัดการเอง ทาสของผมต้องไม่ใช่พระพายในตอนนี้


            “หรือถ้าอยากตายนักจะนอนครางใต้ร่างฉันจนหมดลมหายใจก็ไม่ว่า”


            “เลว!” น้ำเสียงหยาบกระด้างออกมาจากปากของอีกฝ่าย ผมเลิกคิ้วมองดันลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มตัวเองก่อนจะเอียงคอมองอีกฝ่ายนิดๆ


            “เคยบอกแล้วไง ฉันไม่ใช่คนดี” ผมว่าก่อนจะจัดการผลักร่างบอบบางลงกับเตียงแล้วเคลื่อนตัวไปขึ้นคร่อมอีกฝ่าย ฝ่ามือหยาบหนาจัดการลูบไล้ร่างกายบางพร้อมกับพรมจูบไปตัวท่ามกลางแรงขัดขืนของคนใต้ร่าง


            “อย่า!”


            คนอ่อนแอก็ยังอ่อนแออยู่วันยังค่ำ ร่างกายที่ยังไม่สมบูรณ์พร้อมขัดขืนไปก็เปล่าประโยชน์ แรงต่อต้านที่ส่งมาไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ความสัมพันธ์ฉาบฉวยเสมือนการข่มขื่นได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง มีเพียงน้ำเสียงของความเจ็บปวดที่แหลกสลายกับหยาดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนปลอกหมอนใบโต น่าเสียดายที่ภาพเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของคนที่กำลังกระทำ มีแค่เพียงความสะใจการอยากเอาเอาชนะที่เขาเห็น มีเพียงแค่นั้น…



………………………………………………..........................

มาแล้วจ้าาาา ตอนนี้ตัวละครจาก Love Mafia ยังไม่โผล่ออกมาต้องขออภัยเน้อออ

วางแผนไว้ว่าจะให้ออกมาตอนนี้แต่เนื้อหาบรรทัดหน้าไม่พอจริงๆ กลัวว่าถ้าใส่มาในตอนนี้จะไม่สมเหตุผล

เอาไว้ตอนหน้าค่อยมาให้หายคิดถึงแล้วกันเนอะ 5555555

สำหรับนิยายเรื่องนี้ก็ดำเนินมาได้ 10 กว่าตอนแล้ว เหมือนจะยังไม่มีอะไรคืบหน้า ดูเป็นเนื้อเรื่องแบบเรื่อยๆ

ไรท์อยากจะขอให้อดทนสักนิดน๊าา อยากให้รอช่วงเวลาที่กลับฮ่องกง มันจะบีบมันจะมันส์ยิ่งกว่านี้

ติดตามกันต่อๆไปอย่าเพิ่งทิ้งกันเน้อออ >O<

ช่วงนี้ไรท์กำลังฝึกงานนะคะ อาจจะไม่มีเวลาในการอัพมากมาย แต่จะพยายามลงให้ในแต่ละอาทิตย์

#เจอกันเสาร์หน้าเวลา 3 ทุ่มเช่นเดิมครับโผมมม#

..

..

To Be Continued

ความคิดเห็น