พฤษภา (Pruesapha)

ขอบคุณสำหรับการติดตามน้า #ด้วยรัก #พฤษภา <3

CHAPTER 16 : ตามใจเขาหน่อย

ชื่อตอน : CHAPTER 16 : ตามใจเขาหน่อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ค. 2561 18:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 16 : ตามใจเขาหน่อย
แบบอักษร

CHAPTER 16

ตามใจเขาหน่อย

I always pleasure you.

.

งื้อ..รักตายเลยแบบนี้

คนนี้รักตายเลย ใครคิดจะแย่งต้องข้ามศพกันตพลไปก่อนล่ะ

ผมพึมพำอยู่หน้ากระจกในระหว่างที่กำลังกลัดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น ใบหน้าของตัวเองในตอนนี้ยิ้มแย้มจนมองเห็นได้ในระยะไกล ส่วนสาเหตุที่อารมณ์ดีขนาดนี้ ก็คงต้องไปถามคนตัวสูงว่าทำอะไรให้ผมได้เบิกบานใจแต่เช้า


"เสร็จหรือยัง" เสียงทุ้มดังมาจากด้านนอกห้องนอน 


"ใกล้แล้ว" ผมตะโกนเสียงหวานกลับไป 


"รีบหน่อย เดี๋ยวไปไม่ทัน" 


เมื่อแต่งตัวเสร็จผมก็วิ่งรีบดุ๊กดิ๊กออกมาที่โซฟาตัวใหญ่ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เจ้าของห้องกำลังนั่งพิงเปิดโทรทัศน์ดูเพื่อฆ่าเวลา ไม่ได้บอกหรอกว่าฆ่าเวลารอใคร แหะๆ


"งานมันเริ่มกี่โมง" 


"สิบโมง" ไอหล่อยื่นโทรศัพท์มาให้ผมดู 


งานเทศกาลขนมไทย

เริ่ม 10.00-17.00 น.

ผมยิ้มกว้างมากถึงมากที่สุดกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า จากนั้นก็กระโดดกอดคุณแฟนที่หล่อและน่ารักที่สุดในสามโลกเต็มวงแขน เกาะแน่นเสียงยิ่งกว่าลูกลิงทารกเสียอีก


กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่านาทีนี้ไม่มีใครเพอร์เฟกซ์และใจดีได้เท่าติณณ์ภพคนนี้อีกแล้ว


"น่ารักที่สุด" ผมผละออกมาบีบแก้มขาวของคนตัวสูงกว่า หมายจะเขย่งขึ้นไปหอมแก้มสักฟอกสองฟอดเป็นของรางวัล ทว่าช้ากว่าอีกคนไปแล้วหนึ่งก้าว เมื่อมันก้มลงมาฉกชิงริมฝีปากผมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 


"อื้อ.."


ใจเย็นนะมึง ผมแอบคิดในใจ ระหว่างที่กำลังโดนบดจูบอย่างดุดัน ท่ามกลางอากาศจากเครื่องปรับอากาศที่เย็นกำลังดี ดีมากเสียจนรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังจะเลยเถิดไปไกล กระดุมที่ผมเพิ่งกลัดก่อนวิ่งออกมาจากห้องนอนกำลังโดนปลดออกทีละเม็ดๆ


ผลัวะ!!


ไวเท่าความคิดหรืออาจจะไวกว่า ผมตีวงแขนรัศมีกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วฟาดลงด้านข้างกระหม่อมของคนตัวสูงไปแบบไม่ผ่อนแรง ไอหล่อเมื่อสมองโดนกระทบกระเทือนก็รีบผละออกจากตัวผมราวกับโดนน้ำมันในกระทะทอดไข่เจียวชาโคลวันก่อนกระเด็นใส่ ทันทีที่คลื่นกระแทกสงบลง ร่างสูงก็ตวัดสายตามองผมอย่างอาฆาต


"จะไปหรือไม่ไป" ก่อนที่มันจะเอาเรื่องที่จะพาผมไปกินขนมขึ้นมาต่อรอง


"ไป" แล้วคนถือไพ่รองอย่างผมจะทำอะไรได้นอกจากตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเบาวหวิว 


"อยู่นิ่งๆ" ตาคมมองปรามระคนข่มขู่ ก่อนจะก้มลงมาทำอะไรบางอย่างตรงลำคอของผม


"อ๊ะ" ผมร้องเสียงหลงกับแรงดูดดึงจากปากหนาของอีกคน 


"ไอติณ" จนมั่นใจว่าต้องเกิดรอยแน่ๆ เพราะทำแรงเสียขนาดนั้น ผมก็เลยตวาดเสียงดังตามความเคยชินที่ชอบกระทำอยู่เนืองๆ


"อะไร" ไอหล่อเลิกคิ้วขึ้นทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่ได้ทำลงไป


"มึงทำรอย" 


"อืม"


"กูเคยบอกมึงว่ายังไง" ผมแสดงความหงุดหงิดออกมาอย่างเปิดเผย ผลักไหล่คนตรงหน้าอย่างเหลืออด ส่วนคนโดนกระทำดูเหมือนจะเหวอไปในทีแรก แต่มันก็กลบเกลื่อนด้วยประโยคต่อมา


"จะไปไหมงานน่ะ"


แม้จะอารมณ์เสียกับพฤติกรรมของไอหล่อขนาดไหน แต่ผมก็จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้หรือเรื่องอื่นใดมาทำให้ผมต้องพลาดงานเทศกาลขนมไทยในวันนี้อย่างเด็ดขาด ก็เลยยอมๆ มันไปก่อนแล้วกันวันนี้ วันหลังค่อยจัดการ จะเอาจอบฟาดให้หัวแหว่งเลยคอยดู


"ไปๆ"


"อย่าช้า"


ผมแลบลิ้นใส่ไอคนตัวสูง ทว่ามันหันกลับมาเห็นพอดี เลยมองแรงใส่ผม


"เพื่อนเล่น?"


"ขอโทษ" ผมบอกเสียงอ่อน ก่อนจะเดินไปหยิบครีมกันแดดและหมวกสองใบ ยัดใส่ลงในกระเป๋าสะพายและเดินตามพ่อคนมาดดุไปยังลานจอดรถ


"ลืมกล้องอ่ะ" ผมยิ้มแห้งให้กับคุณสารถีสุดหล่อที่กำลังจะสตาร์ทรถ  


"อยู่ด้านหลัง" ไอหล่อว่าพลางบุ้ยปากไปยังที่นั่งด้านหลังซึ่งมีของหลายอย่างถูกเตรียมเอาไวเรียบร้อยแล้ว คาดว่าน่าจะมีการเอามาวางไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้


"แฟนใครน่ารักจัง" 


ไอหล่อหันขวับมามองก่อนจะโน้มตัวเข้าหาผม ดึงเข็มขัดนิรภัยมาติดล็อก ก่อนจะกระซิบแผ่วเบาข้างหูของผม


"บนรถสักรอบไหม"


"รอบพ่องมึงสิ" ผมดันหน้าผากไอคนเล่นหูเล่นตาจอมเจ้าเล่ห์ 24 ชั่วโมง ก่อนจะบังคับให้มันออกรถอย่างด่วนที่สุด





เราสองคนมาถึงที่งานก่อนเวลาไปครึ่งชั่วโมง แต่ขอโทษเถอะมีคนมาเร็วกว่าผมอีกหลายคนมาก ผมเลยได้บัตรคิวลำดับที่ครึ่งร้อยมาสองใบ ระหว่างที่รอเข้าไปชิมของอร่อยๆ ก็เลยชวนสุดหล่อไปถ่ายรูปด้วยกันก่อน มาถึงตลาดน้ำทั้งทีก็ต้องมีโมเมนท์ริมน้ำกันบ้างไรงี้


"ถ่ายรูปให้หน่อย"


ไอหล่อทำหน้าเอือมระอาทันทีที่ไดด้ยินผมพูดแบบนั้น แต่มันก็ไม่ได้ปฏิเสธ หยิบกล้องขึ้นมาเตรียมพร้อม


"มุมไหน"


"ตรงนี้ เอาให้เห็นป้าย เอาครึ่งตัวก่อนนะ แล้วค่อยเต็มตัว"


"เรื่องเยอะ" ร่างสูงพ่นลมหายใจยาว แต่ก็ยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพตามที่ผมสั่ง มีอิดออดบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็ไมไ่ด้บ่นอะไรหรอก แค่ทำหน้าไม่รับแขกก็เท่านั้น


"มานี่มา"  ผมเรียกให้ไอหล่อสลับตำแหน่งกับผม ตอนแรกก็ค้านอยู่หรอก แต่พอผมใช้สายตากดดันมากๆ เข้าก็เดินตัวปลิวมาเชียว


"ขยับเข้าไปใกล้ป้ายหน่อย"


"เออๆ อย่างนั้นแหละ ยิ้ม"


"ยิ้มสิยิ้ม ยิ้มแบบนี้" ผมใช้นิ้วแหวกปากตัวเองเป็นตัวอย่างให้คนที่ยืนหน้านิ่งประหนึ่งกำลังถ่ายบัตรประชาชนดู ชีวิตจะได้มีสีสันบ้าง ภาพที่ออกมาก็จะได้เอาไปอวดคนอื่นได้ ไม่ใช่ว่ามีแต่ภาพยืนอมทุกข์เหมือนคนปวดท้องหนักแล้ววิ่งหาห้องน้ำไม่เจอ


"เยี่ยมมาก" ยกนิ้วชื่นชมในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ เฉลิมฉลองให้กับยิ้มแรกๆ ต่อหน้าสาธารณชนของพ่อคนเย็นชา


"รบกวนถ่ายรูปให้หน่อยได้ไหมครับ" ผมสะกิดแขนพี่ผู้หญิงท่านหนึ่งที่กำลังยื่นเล่นโทรศัพท์อยู่คนเดียว เธอตอบรับพร้อมกับหันมายิ้มๆ


"ขยับนิด" บอกคนตัวสูงกว่าให้กระเถิบไปด้านข้าง แล้วเอาตัวเองเข้าไปยืนอยู่ข้างๆ ผมกำลังจะเอ่ยขอบคุณพี่เขา ทว่าติดตรงที่ใครบางคนแถวนี้พูดขึ้นมาเสียก่อน


"ขออีกรูปครับ" พูดเสร็จ ท่อนแขนยาวและหนักกล้ามก็พาดลงมาตรงหัวไหล่ของผม ก่อนจะรั้งกระชับให้ผมเข้าไปแนบชิด


"ขอบคุณนะครับ"


พี่ผู้หญิงส่งกล้องคืนไอหล่อ ก่อนจะแอบอมยิ้มสลับมองเราสองคน


"ภาพสวย" ร่างสูงพึมพำเสียงนิ่ง  ก่อนจะสะพายกล้องไว้ที่ลำคอของตัวเอง พอผมเอ่ยปากขอดูบ้าง มันก็ทำเป็นหูทวนลมแล้วบอกผมว่าจะถึงเวลาเข้างานแล้ว


น่ารำคาญบอกเลย


รองเท้าผ้าใบที่เพิ่งสอยมาใหม่จากห้างดัง ย่ำลงบนแผ่นไม้ขนาดเล็กที่นำมาเรียงต่อกันเป็นสะพาน สร้างความเสียวสยิวได้ไม่น้อย กลั้นใจทุกครั้งที่ก้าวย่าง กลัวจะร่วงลงไปนอนในแม่น้ำที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่อาจการันตีถึงเรื่องคุณภาพและความสะอาด


โอ มาย กอด..

ผมเอามือทาบอกแล้วอ้าปากหวอ


ทำไมงานมันถึงได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้วะเนี่ย มองไปทางไหนก็มีแต่ร้านขนมไทย ซ้ายก็ฝอยทอง ขวาก็ทองม้วน ไกลๆ นู่นน่าจะเป็นทองหยิบและทองหยอด ตายๆ สวรรค์บันดาลดลให้เรามาจริงๆ


"เก็บอาการหน่อย" คนที่เดินตามหลังเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้ามันก็เรียบไม่ต่างกันเลย หันขวับกลับไปมองก็เห็นว่าแสร้งทำเป็นดูนู่นดูนี่ เดี๋ยวเถอะกูจะเอาขนมหวานยัดปากให้น้ำตาลทะลักเส้นเลือดเลยคอยดู


"มีกี่ร้านเหรอครับ" ช่วงที่รับโบรชัวร์แนะนำงานผมก็ถามเจ้าหน้าที่ไปด้วยเลย


"60 ร้านค่ะ"


"60 ร้าน" ผมพูดทวนเสียงดัง และตาก็ลุกวาวขึ้นมาแบบอัตโนมัติ พี่เจ้าหน้าที่คงจะตกใจไม่น้อย เธอถึงกับสะดุ้งไปเลย


"ขอโทษทีครับ" แอบอมยิ้มให้กับความเยอะของตัวเอง


"ดีใจขนาดนั้นเลย" ไม่ต้องรอให้เสียเวลา อีกคนก็ตอกย้ำความเยอะของผมมาแบบติดๆ แต่ผมไม่สนใจหรอก นาทีนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าขนมหวานๆ เหล่านี้อีกแล้ว


"แวะร้านนี้ก่อน" 


ก้าวเข้ามาในร้านขนมถ้วยฟูสูตรโบราณ สำรับให้ลองชิมก็ถูกประเคนมาถึงปาก เพราะผมเป็นลูกค้าคนแรกที่เข้ามาที่นี่


อืม อร่อยโคตร


ความละเมียดละไมของขนมที่แตะปลายลิ้นทำเอาตัวผมแทบจะลอยจากพื้นไปบนท้องฟ้า รสชาติละมุน กลิ่นก็หอม สิบเต็มสิบไปเลยครับ


"ขอสองชุดครับ"


ร้านที่สอง ร้านขนมจ่ามงกุฎ

"ชุดนึงครับ"


ร้านที่สาม ร้านบุหลันดันเมฆ

"โอ้ย หากินยากมากเลยครับ ขอสองชุดครับ" 


ร้านที่สี่ ร้านขนมชั้น ไม่ใช่ขนมเธอ

สีสันสวยงามและความบรรจงในการรังสรรค์ ทำให้อดไม่ได้ที่ผมจะชิมไปคำใหญ่และก็สั่งกลับบ้านไปแบบไม่ต้องคิดมาก

"ขอสองชุดครับ"


"พอแล้วมั้ง" คนที่เดิมตามหลังพึมพำด้วยน้ำเสียงที่คล้ายจะปรามประมาณนึง ผมหันกลับไปมองก็อดที่จะหลุดหัวเราะไม่ได้ ลืมไปเลยว่าผมไม่ได้เป็นคนถือขนมที่สั่งเอง เต็มไม้เต็มมือลามไปจะถึงแขนแล้วนั่น


"ซื้อไปฝากแม่กับเพื่อนด้วยไง"


"โอ๊ะ..นั่นๆ เข้าร้านทองเก้ามงคลก่อน" ไม่ทันจะได้พูดคุยกันเรื่องอื่น ผมก็รีบวิ่งแว้นเข้าร้านขนมตะกูลทองทั้งหลาย สีเหลืองส้มอร่ามตาตรงหน้ากำลังทำให้ผมลงแดงตาย


น่ากินไปหมดทุกทอง


"ชิมมะ"


"ไม่เอา"


"เหอะหน่า คำเดียว" ผมคะยั้นคะยอให้ร่างสูงได้ลองชิม แต่มันก็ปฏิเสธเหมือนเดิม


"กูกินเองก็ได้" ผมแค่นยิ้มและหันกลับไปชิมขนมหวานเพียงคนเดียว และก็ไม่คิดจะสนใจใครอีกคนแล้วด้วย 


"อยากกิน"


"..............."


"อยากกิน"


"................"


"อยากกินๆ" ไอหล่อขยับเข้ามายืนข้างๆ ผมแล้วก็ก้มหน้าลงมาอ้าปากกว้าง ผมเหลือบมองก็หลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะจิ้มทองหยิบ ทองหยอดเข้าปากมันอย่าละชิ้น


สีหน้าปะแล่มๆ ดูก็รู้ว่าไม่ค่อยสุนทรีย์สักเท่าไหร่กับสิ่งที่เข้าไปอยู่ในปาก แต่ผมรู้ว่าทำไมมันถึงยอมฝืนที่จะกิน


"หิวหรือยัง" เอ่ยปากถามคนที่ยังทำสีหน้าเหยเก มันพยักหน้ารัวๆ จากนั้นผมก็เดินนำไปยังซุ้มของคาว เราเลือกที่นั่งริมน้ำที่ห่างไกลจากผู้คนหมู่มาก 


"รออยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวกูไปซื้อมาให้"


"อืม"


ผมใช้เวลาไม่นานในการเลือกหากองกิน ก่อนจะหอบหิ้วสิ่งที่คิดว่าน่าจะเติมพลังงานให้กับอีกคนได้ และที่สำคัญคือต้องเป็นอาหารที่ถูกใจพ่อคุณด้วย ไม่งั้นมีหวังนั่งหน้างอเป็นปลาทูคอหักอีกแน่


"รู้ว่าลดของทอดอยู่ ก็เลยซื้อพวกปิ้ง ย่าง ต้มมาให้แทน" ผมเลื่อนชามก๋วยเตี๋ยวไก่สูตรสมุนไพรให้อีกคน 


"ไม่กิน?"


"อิ่มขนมหวาน" ผมพูดกลั้วหัวเราะ แต่ก็เป็นเรื่องจริงนั่นแหละ ผมแวะชิมไปหมดทุกร้าน อิ่มตื้อมาก จนตอนนี้น้ำตาลในเลือดน่าจะเกินระดับมาตรฐานปกติของคนสุขภาพดีแล้วมั้ง



PART ติณ

ผมนั่งมองชามก๋วยเตี๋ยวสลับกับมองคนตรงข้ามที่กำลังจัดนู่นจัดนี่ให้ผมกินก็อดที่จะอมยิ้มออกมาไม่ได้ แววตามุ่งมั่นและตั้งใจเวลาทำอะไรก็ตามของอีกคนมันโคตรมีเสน่ห์จนบางครั้งยากที่จะละสายตา


"นี่ปลาหมึกย่าง ตอนแรกชิมน้ำจิ้มแล้วมันเผ็ดก็เลยให้เขาทำใหม่ให้ มึงน่าจะกินได้"


"ส่วนนี่ไส้กรอกสูตรชาววัง แต่ไม่รู้ว่าวังไหนนะ ลืมถาม อาจจะวังน้ำเขียวหรือวังทองหลาง"


เล่นตลกไม่ปรึกษาด้วย เอาเข้าไป เหอๆ


อีกคนรอจนกระทั่งผมกินอิ่ม ก็พาผมตระเวนพเนจรไปตามร้านขนมหวานต่อ เราไม่ได้ขนมเพิ่มเพราะเท่าที่หอบหิ้วอยู่ในขณะนี้ก็หนักหนายิ่งกว่ากรรมกรโรงสีข้าวแล้ว แต่ก็เดินดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย 


"เย็นแล้ว กลับเลยมะ" 


"อืม" ผมพยักหน้า ก่อนจะเดินตามคุณนายที่ตัวเบาไม่ถืออะไรทั้งนั้นไปแบบติดๆ


END PART

"ส่งขนมมาให้กูผูกถุงก่อน" ผมสั่งกรรมกรหาบเร่ให้ส่งของในมือมาให้ ก่อนจะผูกถุงเป็นชุดๆ และวางไว้ตรงเบาะหลัง


ขึ้นมาบนรถเสร็จ ผมก็หันไปมองคนตัวสูงซึ่งกำลังเหยียดแขนไล่ความเมื่อยขบจากการเป็นเบ๊ถือของให้ผมในวันนี้


"ขอบใจที่พามานะ"


ไอหล่อหันมาเลิกคิ้วใส่ผมแบบงงๆ 


มีอะไรแปลกงั้นหรือ ทำไมจะต้องทำราวกับสงสัยอะไรขนาดนั้น


"วันนี้สนุกมาก"


"อืม"


ผมเอื้อมมือไปปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ตรงปลายผมของไอหล่อ และใช้โอกาสนี้มองใบหน้าหล่อเหลาของมันไปด้วย


"กูโชคดี ที่มีมึง" ก่อนจะกลั่นคำพูดที่ดีที่สุดออกมากจากใจ เพียงเสี้ยววินาทีต่อจากนั้น คนตัวสูงก็รั้งผมเข้าไปจูบ จูบที่แผ่วเบาและละมุนหอมหวาน จูบที่เป็นตัวแทนคำพูดของอีกคน


เมื่อผละออกมา ไอหล่อก็ใช้นิ้วเกลี้ยที่ใบหน้าของผมอย่างช้าๆ


"หาโรงแรมแป๊บ"


ผมฟาดต้นแขนคนหน้าตายเต็มแรงในทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ส่วนคนพูดก็หลุดหัวเราะออกมาแบบไม่รักษาภาพพจน์เลยสักนิด


เหอๆๆ โรแมนตงโรแมนติกไม่มีหร๊อกกกกก



TBC.

+++++++++++++++



หวานค่ะหวาน หวานกว่าขนมหวานตระกูลทองทั้งหลายอีกจ้า

พอบทจะโรแมนติก พอสุดหล่อก็ลากไปเรื่องอย่างว่าจนได้ 555555

ด้วยรักอย่างมากมายยยมหาศาล

พฤษภา :)

ช่องทางการติดต่อไรท์

twitter : @nat_audy

FB Fanpage : พฤษภา Pruesapha

**ไม่ต้องจุดธูปนะคะ**

ขอบคุณภาพจาก

twitter

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น