รักล้นขอบ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความวุ่นวายครั้งที่ 5

ชื่อตอน : ความวุ่นวายครั้งที่ 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2561 20:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความวุ่นวายครั้งที่ 5
แบบอักษร

พาร์ทคริส


เมื่อเช้าผมโทรสั่งให้หัวหน้าแผนกออกแบบบอกให้ เด็กฝึกงานขึ้นมาหาผมที่ห้องรอไม่นานเด็กนั่นก็ขึ้นมาหาผมแต่ก่อนที่เด็กนั่นจะเข้ามาผมได้ยินเสียงโวยวายที่หน้าห้องเหมือนพยายามที่จะเข้ามา แต่ผมได้สิ่ง มาร์ติน กับ เกรย์ ไว้ว่าห้ามให้ใครเข้ามาหาผมยกเว้นเหนือแค่คนเดียวที่ให้เข้ามาได้ ไม่นานผมก็ได้ยินเสียงขอคนที่ผมกำลังรออยู่

/ผมมาพบท่านประธานครับ/

/เชิญครับ/ เป็นเสียงของเกรย์ที่เปิดประตูแล้วให้เหนือเข้ามาแต่ก่อนที่เหนือจะได้เข้ามาก็มีเสียงดังขึ้นอีก

/ทำไมไอ้เด็กฝึกงานนี่ถึงเข้าไปได้ แล้วทำไมฉันถึงเข้าไปไม่ได้ฮะ/ มีเสียงหนึ่งดังขึ้นถามกับบอดิการ์ดหน้าห้องของผม

ผ่านไปสักพักผมก็เห็นร่างบางของเหมือนเดินเข้ามาในห้องและเหมือนว่าเค้าจะคิดอะไรแล้วอึ้งไปสักพักนึงเมื่อเห็นหน้าผม ทำไมถึงได้ทำหน้าตาน่ารักแบบนี้น่าจับมาฟัดนักคอยดูเถอะนายเป็นของฉันเมื่อไหร่ฉันจะไม่ปล่อยให้นายเดินลงจากเตียงได้เลยฉันสัญญา แต่เหมือนว่าร่างบางจะรู้สึกตัวแล้วกลับมาทำหน้าปกติแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความสุภาพ

“สวัสดีครับท่านประธาน” เหมือนทักผมขึ้นแต่ผมหงุดหงิดชะมัดบอกไปแล้วนะว่าให้เรียกชื่อ

“คริส” ผมบอกชื่อออกไปให้ร่างบางตรงหน้าเรียก ปกติผมไม่ชอบให้ใครเรียกชื่อเล่นของผมหรอกถ้าไม่ใช่คนที่สนิทกันจริงๆหรือเป็นเพื่อนกัน ต่างจากคนตรงหน้าที่ผมอยากให้เค้าเรียกชื่อผม

“ครับ” ร่างบางถามกลับด้วยความสงสัยผมเลยตอบร่างบางด้วยคำพูดนิ่งๆ

“เรียก...ฉัน...ว่า...คริส” ผมบอกและเน้นย้ำทีละคำ

“ครับ คุณคริสมีอะไรหรือเปล่าครับ” ร่างบางถามผมออกมาด้วยความสงสัย

“ไม่มีอะไรมาก ฉันแค่เรียกเธอมาเพื่อที่จะบอกว่าต่อไปนี้เมื่อเธอมาถึงบริษัทจะต้องมารายงานตัวกับฉัน ทุกเช้าและเที่ยง และตอนเย็นก็ต้องกลับบ้านพร้อมฉัน”

ผมพูดออกไปพร้อมลอบมองสีหน้าของร่างที่กำลังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่อยู่ๆผมก็บอกให้มารายงานตัวกับผม และร่างบางก็ถามกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังยังไงก็รู้ว่าไม่พอใจ

“ทำไมผมต้องทำตามที่คุณบอกด้วยหล่ะครับ”

“เพราะฉันสั่งไงเธอเลยต้องทำ” ผมตอบกลับร่างบางไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

“แค่นี้ใช่ไหมครับผมจะได้กลับไปทำงาน”

พอร่างบางพูดเสร็จก็จะกลับเลย แต่ขาของผมก็ไปไวกว่าความคิดผมเดินไปหยุดอยู่ข้างหลังของร่างบางโดยเร็วและพูดขึ้นอีก

“ตอนเย็นเธอต้องรอกลับพร้อมฉัน ฉันจะไปส่งเธอเอง”

“แต่ผมกลับเองได้ครับ ผมไม่รบกวนท่านประธานดีกว่า” คนอะไรพูดไม่ค่อยจะรู้เรื่องน่าจับมาจูปปากนัก

“ฉันพูดคำไหนคำนั้นเธอไม่มีสิทธปฏิเสทฉัน” ผมพูดไปนิ่งๆเหมืินร่างบางจะรู้สึกตัวได้ว่าผมเข้ามาอยู่ใกล้เขาที่ห่างกันแค่คืบผมเห็นร่างบางที่ทำหน้าอึ้ง้ลยขโมยจูบไปหนึ่งที

จุ๊ฟ.......

“ตั้งใจทำงานนะ” ผมบอกร่างบ้างด้วยน้ำเสียงเจ้าเลห์และยิ้มมุมปากเหมือนที่เคยทำกับร่างบางอยู่บ่อยๆ

“คนบ้า” ร่างบางตอบกลับมาด้วยหน้าแดงๆแล้วรีบวิ่งออกจากห้องไปเลย

เห็นแบบนั้นผมก็ยิ้มไม่หุบเลยปากของร่างบางหวานมากนึกแล้วอยากจับมาจูบอีกนักคิดแบบนั้นเหมือนลูกชายผมจะตื่นเลย แค่เห็นหน้าก็ทำให้มีอารมณ์ได้ขนาดนี้แล้ว ถ้าถึงเวลาเมื่อไหร่ฉันไม่ปล่อยเธอไปไหนแน่ เหมือนฝัน ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนเกรย์ และ มาร์ตินเดินเข้ามาผมเลยถามสองคนนั้นไป

“ ใครมาหาฉันก่อนที่เหมือนจะมาถึง”

“ คุณมาเชลครับ” มาเชลงั้นหรอทุกคนคงสงสัยสินะว่ามาเชลเป็นใคร มาเชลก็คือนายแบบโฆษณาและยังเป็นคู่ขาของผมด้วย แต่เวลามีอะไรกันเสร็จผมก็ให้เงินเขาทุกครั้งมันก็ แฟร์กันทั้งสองฝ่านผมได้ปลดปล่อยเขาได้เงิน

“แล้วมาร์เชลมาทำไม”

“คุณมา์เชลบอกว่ามีธุระจะคุยกับบอสครับ และจะกลับมาใหม่ตอน 11.00 น. ครับบอส” มาร์ติน และ เกรย์ รายงานเสร็จผมก็เลยให้เขาออกไปและผมก็นั่งดูเอกสารบนโต๊ะต่อ

ผมนั่งทำงานไปเรื่อยๆเพื่อรอเวลาให้เหมือนขึ้นมาหา ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเหมือนกันอยากจะเห็นหน้าของ เหมือน ทั้งวันหัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นเขายิ้ม อยากทำให้ร้องให้เมื่อเขาทำหน้าตาหยิ่งๆใส่ สงสัยผมคงจะตกหลุมรักเหมือนเข้าจริงๆแล้วแหละ ปกติผมไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อนเลยด้วยซ้ำผมคิดอะไรได้เพลินเพลินเสียงประตูห้องก็เปิดออกผมนึกว่าเหมือนจะมาจึงรีบเงิยหน้าขึ้นไปมองแต่ก็ต้องทำให้ผม ผิดหวังเพราะคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่เหมือนแต่เป็น มาร์เชล

“มีธุระอะไร” ผมถามไปแบบไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่

“มาร์เชลแค่คิดถึงคุณคริสเตียนนะครับ” ร่างบางตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเดินมานั่งที่ตักของผมแบบไม่ทันได้ตั้งตัวเลยสักนิด

“ลงไปจากตักของฉัน” ผมบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดมากๆ

“คุณคริสเตียนครับคุณไม่ได้ไปหาเชลนานแล้วนะครับ เชลคิดถึงคุณคริสเตียนด้วยเลยมาหา”

มาร์เชลพูดกับผมด้วยน้ำเสียงหวานๆถ้าเป็นคนอื่นคงหลงสเน่ห์ไปแล้วแต่ใช้ไม่ได้กับผมหรอกสักพักมาร์เชลก็โน้มใบหน้าลงมาจูบปากผม แบบไม่ทันตั้งตัวผมก็เผลอเคลิ้มไปด้วย สักพักผมก็ได้ยินเสียงประตูเปิดออกพร้อมร่างบางของเหมือน ที่เดินเข้ามาผมเห็นเหมือนยืนอึ้งก่อนที่จะพูดออกมา

“ขอโทษครับที่มารบกวน” พอร่างบางพูดเสร็จก็เดินออกไปเลยโดยที่ไม่หันกลับมามอง ผมแอบเห็นเหมือนน้ำตาคลอเสียงเรียกผมไม่ดังพอที่จะทำให้เหมือนหันมาได้

“เดี๋ยว”

“.......”

ปึ้ง.............

“ลุกออกไปจากตักฉันเดี๋ยวนี้อย่าให้ฉันต้องพูดเป็นครั้งที่สาม” ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงโกรธๆ

“แต่”

“ออกไปแล้วอย่ามาให้ผมเห็นหน้าคุณที่นี่อีก”

“เด็กนั่นสำคัญกับคุณมากนักหรอครับคุณถึงไล่ผมแบบนี้”

มาร์เชลถามผมด้วยน้ำตาที่กำลังไหลแต่ผมไม่ใส่ใจเพราะน้ำตาไม่สามารถทำให้ผมใจอ่อนได้หรอกเพราะผมบอกแล้วว่าคนที่ทำให้ผมหวั่นไหวได้มีแค่คนเดียวคือเหนือ

“ใช่ และฉันขอเตือนว่านายควรเลิกยุ่งกับชั้นไม่งั้นนายจะพบจุดจบที่ไม่สวยสักเท่าไหร่ ฉันถือว่าฉันเตือนนายแล้วนะ” ผมพูดแค่นั้นมาร์เชลก็เดินออกไปเลยโดยที่ไม่พูดอะไรอีก

เห้อโดนโกรธจนได้ผมหันมาสนใจงานที่เหลือต่อเดี๋ยวตอนเย็นค่อยคุยด้วยก็ได้เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนมาถึงเวลาเลิกงานคริสก็รอที่จะไปส่งร่างบางที่บ้านพร้อมกับจะปรับความเข้าใจกับสิ่งที่ร่างบางเห็นเมื่อตอนกลางวันแต่มาร์ตินพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบของผม

“บอสครับคุณเหมือนกลับไปแล้วครับ”

“งั้นกลับ” ผมพูดเสร็จก็เดินมาขึ้นรถตรงกลับบ้านทันที

นี่ก็ผ่านมา 3 วันแล้วผมไม่เจอ เหมือน อีกเลยเหมือน หลบหน้าผมตลอดสงสัยคงจะโกรธผมจริงๆ คิดแล้วเครียดเพราะผมไม่มีความรู้สึกนี้ มีแต่ทิ้งคนอื่นไม่เคยโดนใครโกรธแบบนี้เลย


จบพาร์ทคริส


ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ผมเจอไปเมื่อ 2 วันก่อน ผมก็ไม่ได้เจอกับคุณคริสอีกเลยไม่ใช่ว่าผมโกรธหรือหลบหน้าเค้านะครับ ผมแค่ไม่ค่อยว่างก็งานผมเยอะ และผมก็ไม่ได้ทำตามคำสั่งของเขาด้วยเพราะงานที่เร่งจะต้งทำให้เสร็จให้ทันเวลา และพองานเก่าเสร็จผมก็ได้งานใหม่มาผมก็เลยไม่ค่อยมีเวลาไปไหนแค่จะลุกไปกินกาแฟยัง ขี้เกียจลุกไปกินเลยครับ ผมเป็นคนประเภทที่ว่าเมื่อได้จับงานแล้วจะอยู่กับมันเลยโดยที่ไม่สนใจกับสิ่งอื่นใด ผ่านไปสักพักพี่หนึ่งก็เดินเข้ามาทัก

“เป็นไงมั่งเรางานมีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า” พี่หนึ่งถามด้วยรอยยิ้มเหมือนเช่นเคย

“ไม่มีเลยครับตอนนี้ก็เหลือแค่แก้แล้วก็ปรับแต่งอีกนิดหน่อยบ่ายๆก็น่าจะเสร็จแล้วครับ” ผมตอบพี่หนึ่งไปตามความจริง

“Ok งั้นพี่ไม่กวนและตั้งใจทำงานนะแล้วก็ไม่ต้องหักโหมงานมากนักหล่ะเดี๋ยวจะมีคนมาหาว่าพี่ใช้งานเราหนักเกินไป”

“ครับผม” ผมตอบพี่หนึ่งกลับไปยิ้มๆ และกลับมาสนใจกับงานตรงหน้าต่อให้เสร็จผมไม่ชอบให้มันค้างคาจึงนั่งทำให้เสร็จถึงจะมีอารมณ์ไปทำอย่างอื่นได้

ผมนั่งทำมาได้สักพักงานก็เสร็จที่จริงงานนี้ก็ไม่ได้เร่งอะไรมากกำหนดส่งวันอังคารที่ผมรีบทำให้เสร็จเพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ ก็อย่างที่บอกผมไม่ชอบให้ค้างคาก็เลยรีบทำให้เสร็จและส่งไฟล์งานไปให้พี่หนึ่งพอส่งเสร็จผมก็เดินไปบอกพี่หนึ่งที่ห้อง

ก๊อกๆๆ

“เชิญครับ”

“พี่หนึ่งครับผมส่งงานให้พี่แล้วครับ”

“งั้นเดี๋ยวพี่ดูให้เลยมีอะไรที่จะต้องแก้ตรงไหนพี่จะได้บอก รอพี่แป๊บนึงนะ”

“ครับ”

“Ok ไม่มีอะไรต้องแก้และ”

“ครับ”

และแล้วก็ถึงเวลาเลิกงานวันวันนี้วันทำงานวันสุดท้ายคนเลยเยอะเป็นพิเศษผมเลยรอรถนานหน่อย วันนี้มีนัดสังสรรค์กับจินและม่อน ผมไม่ได้เจอกับสองคนนี้มาหลายวันและเลยตอบตกลงไป ผมนัดกับเพื่อนรักทั้งสองไว้ตอน 3 ทุ่มเดี๋ยวไดม่อนมารับที่บ้านไม่ได้กินเหล้ามานานและต้องจัดหนักสักหน่อยเพราะยังไงพรุ่งนี้ก็วันเสาร์ เมาเท่าไหร่ก็ได้อิอิ รอรถได้สักพักรถประจำทางก็มาแต่วันนี้มันแน่มากผมเลยตัดสินใจขึ้นเบียดๆไปเพราะขี้เกียจรอแล้วไม่นานผมก็มาถึงบ้านและได้บอกแม่กับพ่อแล้วว่าวันนี้จะออกไปเที่ยวกับพวกจิน

















มาแล้วจ้าเข้ามาอ่านกันเยอะๆด้วยนะคะ

ฝากนิยายของเราไว้ในใจด้วยนะ

ถ้าสนุกหรือไม่สนุกยังไเม้นติชมเราได้นะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

😊😊😊

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น