จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์กับถ้ำสมบัติเทือกเขาปัญจา

ชื่อตอน : เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์กับถ้ำสมบัติเทือกเขาปัญจา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 188

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2561 22:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์กับถ้ำสมบัติเทือกเขาปัญจา
แบบอักษร

ขบวนสินค้ามาถึงแคว้นอุตระเมื่อเย็นย่ำ…

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวยกมือหยุดขบวน..รถสินค้าคันหน้าหยุด..รถคันถัดมาก็หยุด..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวเดินมายังรถที่แพคเกจกับศศินาโดยสาร

“..ท่านทั้งสอง..ขบวนถึงที่หมายแล้ว..ท่านจะไปพักกับเราที่โรงพักสินค้าหรือไม่…”

ค่ายธงดำสร้างโรงพักสินค้าไว้ตามแคว้นต่าง ๆ ..เผื่อว่าขบวนสินค้ามาถึงแคว้นไหน..จะได้มีทีพำนักพักพิงเป็นหลักแหล่ง..ป้องกันอันตรายได้ชั้นหนึ่ง..เพราะคงไม่มีใครกล้าบุกรุกสถานที่ของค่ายธงดำแน่นอน..

โดยปรกติโรงพักสินค้าจะไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปพำนักพักพิงเพื่อความปลอดภัย..เพียงแต่แพคเกจกับศศินาหรือสองปีศาจอนันตกาลมาช่วยค่ายธงดำปกป้องสินค้าเป็นพิเศษ..จึงมีสิทธิจะเข้าพักได้..

แต่ไม่มีเสียงตอบ..จนขุนพลเหยี่ยวเสือดาวนึกกังวล..รีบเลิกผ้าคลุมรถออก..

ภายใน..เห็นปีศาจค้างคาวกับปีศาจหมาป่าเร่งร้อนแต่งตัวก็ตกตะลึง…ไม่คิดว่าทั้งสองจะกินกันบนรถสินค้า…

ที่แท้ก่อนหน้านั้น..ทั้งแพคเกจกับศศินาเปลือยกายโอบกอดกันหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียเพราะแสดงความรักต่อกันจนสมอยากที่อดกลั้นกันมาเป็นปี..พอขุนพลเหยียวเสือดาวมาเรียก..ก็ตกใจตื่น..รีบสวมใส่เสื้อผ้าจนดูทุลักทุเลไปบ้าง..กลายเป็นเรื่องชวนขบขันไป..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวอยากหัวเราะแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ..พูดขึ้นว่า..

“..ขออภัยที่ต้องขัดความสุข..แต่พวกท่านทั้งสองสามารถค้างแรมที่โรงพักสินค้าของค่ายธงดำเราได้..พวกท่านจะพักกับเราสักคืนก่อนจะแยกย้ายหรือไม่..”

แพคเกจกระดากกับขุนพลเหยี่ยวเสือดาว..ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเจ้าหญิงหมาป่าที่หน้าบางกว่าแพคเกจเสียอีก..

“..เราสองคงไม่รบกวนค่ายธงดำแล้วล่ะ..” แพคเกจพูด.. “..ข้ากับ..เอ่อ..ภรรยา..ขอแยกทางตรงนี้..”

ศศินาเม้มปาก..ซัดเพี้ยะเข้าที่ไหล่..

“..ข้าเป็นสามี..”

“..อะ ๆ ..ใช่ ๆ สามี..” แพคเกจรู้สึกว่าศศินามีอะไรคล้ายคิตตี้อยู่มากทีเดียวในเรื่องความดุ..

พวกตระกูลอิทธิวงศ์นี่มันดุทุกคนหรือเปล่าวะเนี่ย..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวกลั้นหัวเราะอย่างกลัวเสียมารยาท..หยิบถุงเงินจากอกเสื้อ

“..ข้าต้องขอบน้ำใจพวกท่านยิ่ง..ท่านหัวหน้าค่ายฝากไหว้วาน..ให้เรามอบสินน้ำใจแก่ท่านสักเล็กน้อย..ขอจงอย่าได้เกรงใจ..ถือเป็นคำขอบคุณของพวกเราค่ายธงดำก็แล้วกัน..”

การที่สองปีศาจอนันตกาลช่วยปกป้องสินค้าสำคัญ..เพียงน้ำใจเล็กน้อย..ถือเป็นอย่างไรได้..

เงินถุงนี้แม้จะดูเล็กน้อยสำหรับค่ายธงดำที่มีชื่อเสียง..แต่กับคนธรรมดาสามัญทั่วไป..สามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายเดือนได้อย่างสบาย ๆ ..

แพคเกจรับถุงเงิน…ยิ้มแหย..

“..ถ้าว่าง..ข้ากับภรรยา..เอ๊ย..สามี..จะไปเยี่ยมเยียนท่านที่ค่ายธงดำสักวันหนึ่ง..”

“..อย่าได้เกรงใจไปเลยท่านทั้งสอง..บุญคุณที่ช่วยชีวิต.ข้าจะจดจำไม่ลืมเลือน..”

แพคเกจกับศศินาคว้าถุงผ้าสัมภาระส่วนตัวรีบลงจากรถสินค้าทั้งที่แต่งกายไม่เรียบร้อยดี..ตอนนี้ความกระดากอายทำให้ไม่กล้าอยู่สู้หน้าขุนพลเหยี่ยวเสือดาวแม้แต่น้อยนิด…รีบเดินจากไปอย่าวรวดเร็ว

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวได้แต่ยิ้ม..ส่ายหน้าช้า ๆ พึมพำเบา ๆ ..

“..ท่านทั้งสองที่อยากไปยังแคว้นจันทรา..ก็เพราะเช่นนี้เอง..”

ทุกผู้คนทั่วแผ่นดินต่างทราบว่านับแต่เหตุการณ์บาดหมางระหว่างแคว้นจันทราและแคว้นสุริยะสิ้นสุด..ราชินีจันทราโสมมวดีก็หยั่งเสียงชาวเมือง..ท้ายสุดก็ออกกฎหมายให้ความรักเป็นเรื่องที่อิสระ..ชาวเมืองที่ล้วนแต่เป็นหญิงจะรักใคร..รักชาย..หรือหญิงด้วยกันก็เป็นเรื่องที่กระทำได้โดยไม่ผิดอะไร..ไม่จำเป็นต้องใช้พิธีโสมตะวันเพื่อเลือกคู่อีกต่อไป..เปิดรับให้ผู้ชายเข้ามาในเมืองเพื่อตบแต่ง..ตั้งครอบครัว..

ขอเพียงมั่นคงต่อความรักเท่านั้น..และกฏหมายของแคว้นจันทราก็รุนแรงสำหรับผู้ที่ไม่ซื่อสัตย์..

จนเป็นที่เลื่องลือกันทั้งแผ่นดิน..ผู้ใดที่อยากมีความรักที่อิสระ..แม้จะรักในเพศเดียวกันทั้งชายหญิง..ก็ต้องมายังแคว้นจันทรา..ดินแดนเสรีภาพทางความรักอย่างแท้จริง..

ทั้งแพคเกจและศศินาเดินคลอเคลียกันไปราวเพิ่งแต่งงานใหม่..หนึ่งปีมานี้..ต่างฝ่ายต่างก็ใกล้ชิด..เข้าใจกันและกันดี..หัวอกอันเดียวกันที่ต้องจากคนที่รักมาทั้งคู่..เพียงแต่ความรู้สึกกระดากใจเท่านั้นที่ทำให้ไม่กล้าคบหา..

เมื่อสิ้นหวังกับความรักที่ผ่านมา…ไม่อาจหวนคืนไปหาคนที่ตนรักได้อีก…หนึ่งปีนี้…ก็สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า…คนข้างกายก็มีดีพอจะเป็นคนรักใหม่ได้…ความรู้สึกก็จึงพอกพูนขึ้นเงียบ ๆ

และในที่สุดก็ได้เวลาของมันสักที…

ทั้งสองหลังจากลับตาขบวนสินค้า…ก็หันมาสบตากัน…

“…เสียดายเหมือนกันนะคะพี่นา…” แพคเกจพูด… “.ความจริงนอนที่โรงพักสินค้าก็ไม่เลวนัก…”

ศศินาเบ้ปาก

“…ไม่ล่ะ…อายท่านขุนพลเหยี่ยวเสือดาว…เค้ารู้หมดเลยว่าเรามีอะไรกัน…”

“…พี่ก็นะ…หื่นซะ…”

“…แพค…” ศศินาพยายามทำหน้าเครียด…แต่ก็อดขำไม่ได้. “…เรื่องนี้เป็นความผิดของเธอ…”

“…อ้าวพี่…ทำไมล่ะ…”

“…เราน่าจะคบดันตั้งแต่หกเดือนที่แล้ว…โยกโย้…ยึกยักอยู่ได้…”

“…พี่นา..บอกตรง ๆ …พี่แม่งดุกว่าคิตตี้อีกว่ะ…”

“…อย่าพูดถึงคิตตี้อีก…” ศศินาทำเสียงไม่พอใจ. “เธอคบกับพี่แล้วนะ…”

แพคเกจคอย่น

“…แล้วกัสจังล่ะ…”

“…บอกตรง ๆ เหมือนกัน…” ศศินาอมยิ้ม. “เธอเก่งกว่ากัสจังอีกนะ…” เจ้าหญิงหมาป่าหัวเราะ.. “.มีคนว่า…ฮาล์ฟบลัดแวมไพร์ทั้งเจ้าชู้…ทั้งจัดเจนเรื่องรักในเพศเดียวกัน…ตอนแรกก็ไม่อยากจะเชื่อหรอก…แต่นี่พอเจอของจริงก็ต้องยอมรับ…เธอนี่เก่งจริง.ๆ .ทำเอาลืมกัสจังได้เลยนะเนี่ย…” .ศศินาจับแก้มแพคเกจเพื่อหยอกล้อ

แพคเกจหัวเราะ…พี่นาเป็นคนตลกเหมือนเรา…มีเสน่ห์ไปอีกแบบ…

โชคดีหรือร้ายไม่รู้…ที่เราคบกับพี่นา…ตลกก็จริง…แต่ท่าทางจะดุมากด้วย

บทรักหรือก็ทำให้ลืมคิตตี้ได้เลยเหมือนกัน…

คิตตี้เหรอ…

นึกถึงสาวเสียงอสูรแล้วก็อดระบายลมหายใจออกมาไม่ได้…

“…ห้ามแม้แต่จะคิดถึง…ฉันหึงนะเว้ยแพค…” ศศินาโอบไหล่พลางพูด. “.ถ้าเจอตรงนี้…ต่อให้คิตตี้เป็นน้อง…พี่ก็จะแย่ง.ยอมเป็นตัวร้ายในละคร…ดังนั้น…หยุดคิดถึงเลย…”

แพคเกจยิ้มน้อย.ๆ

…เข้าใจค่ะ…พี่นา…พี่แค่ไม่อยากให้แพคเศร้าใช่ไหม…

…พี่น่ารักจริง…นอกจากคิตตี้…กัสจังแล้ว…พี่นี่แหละ…คือหัวใจของแพค…

แต่แล้วมีบางอย่างทำให้แพคเกจสะดุดและรู้สึก…

ศศินาเองก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง…

เมื่อสักครู่…เหมือนกวาดสายตาไปโดยไม่ตั้งใจ…แต่กลับกระทบกับภาพที่คุ้นเคยภาพหนึ่ง…เพียงแต่กวาดสายตากลับอย่างไม่แน่ใจ…ก็ไม่เจอภาพนั้นแล้ว…

ศศินาหันมาสบตากับแพคเกจ…

“…เห็นอะไรเหมือนที่พี่เห็นไหม…”

แพคเกจพยักหน้า…

“…พี่ก็รู้สึกด้วยหรือคะ…”

“…ไม่ใช่แค่รู้สึก…แต่เห็น…” ศศินาเม้มปาก. “.เธอก็น่าจะเห็น…”

แพคเกจมองไปยังทิศที่สะดุดตาเมื่อครู่…

“…ร้านอาหารนั่น…”

“…เธอหายไปตรงนั้น…อาจจะเข้าไปในร้าน…”

แพคเกจมือไม้สั่น…จนศศินาต้องโอบไว้

“…อาจจะแค่คนหน้าเหมือน…ใจเย็น…คิตตี้ไม่มีทางอยู่ที่นี่…”

เมื่อสักครู่…ทั้งสองเห็นใบหน้าคิตตี้…ใบหน้าของคิตตี้ชัด.ๆ

แพคเกจสบตากับศศินา…

“…พี่นา…ถ้าเป็นคิตตี้จริง.ๆ .ล่ะ…เธออาจถูกเทวีแวมไพร์ฆ่าเหมือนพวกเรานะ…”

ศศินาได้แต่ยิ้ม…จับบ่าแพคเกจ…

“…แพค…คิตตี้เป็นน้องพี่นะ…ยังไงพี่ก็ดีใจ…”

“…แล้ว…”

ศศินารู้ดีว่าแพคเกจหมายถึงอะไร…ก่อนจะหัวเราะอย่างไม่นำพา…

“…นี่มันมิติเร้น…ไม่ใช่โลกของเรา…เธอกับคิตตี้และกัสจัง…ยังอยู่กันสามคนได้…ทำไมพี่จะอยู่กับเธอแบบนั้นไม่ได้…แต่คงไปรักคิตตี้แบบที่เธอรักไม่ได้หรอก…มันน้อง..นามสกุลเดียวกันอีก…และคิตตี้คงไม่คิดกับพี่แบบนั้นเหมือนกัน…เพียงแต่จะต้องตบตีแย่งชิงความเป็นผัวน้อยผัวหลวงแค่นั้นแหละ…ฮ่าฮ่าฮ่า…”

แพคเกจหน้ามุ่ยเล็กน้อย..รักก็รักอะนะ..แต่ใจจริงไม่อยากจะเป็นเมียเลย..ให้ตายสิ..

.....

ทั้งสองก้าวเข้ามาในร้านอาหารซึ่งมีที่พักแรมให้ด้วย..แต่เป็นเรือนด้านหลังของร้านอีกเรือนหนึ่ง..

ป้ายหน้าร้านมีอักษรเขียนว่า “..สำราญข้ามคืน..”

ร้านอาหารและมีที่พักแรมสำหรับแต่ละเมืองแต่ละแคว้น..ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก..แต่ร้านชื่อนี้..บ่งบอกถึงนัยยะบางอย่างอยู่..ซึ่งศศินากับแพคเกจรู้สึกว่า..ตลอดเวลาที่ผ่านมา..น่าจะหาคืนวันที่มีความสำราญสำหรับร้านนี้ได้ยากเย็นยิ่งนัก..

กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ..ยังไม่เห็นใครที่หน้าเหมือนคิตตี้ซึ่งเมื่อกี้เห็นแว่บ ๆ ...

แพคเกจกับศศินามองหน้ากัน..

“..กินอาหารแล้วหาที่พักคืนนี้ดีกว่ามั้งพี่..” แพคเกจถาม.

ศศินาพยักหน้า..แพคเกจนำไปที่โต๊ะว่าง..

ก่อนจะสังเกตการณ์ไปรอบ ๆ ...

มีลูกค้ามานั่งรับประทานอาหารอยู่ห้าโต๊ะ..หนึ่งเป็นชายแต่งกายเหมือนชาวแคว้นสุริยะห้าคน..ทุกคนพกพาดาบ..ท่าทีเหมือนเป็นทหาร..และเป็นทหารที่ไม่ใช่ทหารธรรมดา..

อีกหนึ่งเป็นชายชุดทองสามคน..มีเครื่องดนตรีประเภทพิณอยู่ข้างกาย..มองปราดก็รู้ว่าไม่ใช่เพียงแค่พิณ..แต่เป็นอาวุธ..และน่าจะไม่ใช่อาวุธธรรมดา..

อีกหนึ่งเป็นชายชุดซอมซ่อคล้ายยาจก..แต่ประกายตาเจิดจ้า..อาหารบนโต๊ะไม่ใช่ราคาถูก..ดังนั้น..จะดูแคลนว่ายากจนไม่ได้..แถมน่าจะมีฝีมือต่อสู้อีกด้วย..

อีกหนึ่งเป็นชายกลางคนหนวดผมมีประกายสีแดง..ชุดก็สีแดงเพลิง..น่าจะมีพลังการต่อสู้ที่ประหลาดอยู่เช่นกัน.

และโต๊ะสุดท้าย..เป็นชายรูปงามชุดเขียวสองคน..ใบหน้าเกลี้ยงเกลา..มองปราดแพคเกจก็หัวเราะฮิฮะ..เพราะรู้ว่าสองคนนี้เป็นสตรีในเครื่องแต่งกายบุรุษ..และน่าจะมีฝีมือต่อสู้เฉกเช่นคนอื่น ๆ ..

แพคเกจถูกศศินาตีแขนเป็นเชิงปราม..ก็หยุดหัวเราะ..ทำท่าจ๋อย ๆ ..

“..มองหน่อยก็ไม่ได้..” แพคเกจบ่น..

“..ไม่รู้..ถ้าคบกันแล้ว..ฉันหวงนะแพค..หวงกว่าคิตตี้หวงเธออีก..”

“..คิตตี้ไม่เคยหวงแพคเลยนะพี่นา..”

“..คิตตี้ใจดีไป..แต่ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น..หากทำรุ่มร่ามไม่สำรวมกับผู้หญิงคนไหน..ฉันจิ้มเธอตาทะลุแน่แพค..”

แพคเกจค้อนเหมือนผู้หญิงจริง ๆ ..

“..ดุจังเว้ย..ตอนคบกับกัสจังไม่เห็นพี่เป็นแบบนี้เลย..”

“..ก็นั่นคือกัสจังนี่..เค้าไม่ใช่คนกะล่อนเจ้าชู้แบบเธอ..” ศศินาหัวเราะ..

ทั้งสองหยุดหยอกล้อเมื่อเจ้าของร้านเดินเข้ามา..

“..ท่านทั้งสองต้องการสั่งอาหารใดหรือไม่..”

แพคเกจเปลี่ยนสำนวนพูดให้เป็นสำนวนของชาวมิติเร้นทันที...

“..ท่านเจ้าของร้าน..เราต้องการที่พัก..ยังมีห้องพักว่างหรือไม่..หากเราได้ห้องพักแล้วจึงจะสั่งอาหาร..”

“..เรื่องห้องพักไม่ต้องวิตก..ท่านทั้งสองหากต้องการห้องพัก..เราจะจัดให้ทันที..สำหรับอาหาร..โปรดสั่งได้ตามต้องการ..รับประทานอาหารแล้ว..เราจะพาไปที่ห้อง..”

เจ้าของร้านเป็นชายสีหน้าขรึมเย็นชา..มองไปก็ไม่น่าจะเป็นคนค้าขายสักเท่าไหร่..

ศศินาถอนหายใจ..เพราะเขาก็ดูจะมีฝีมือการต่อสู้เช่นเดียวกัน..

ทุกคนในร้านแม้แต่เจ้าของร้าน..ต่างมีฝีมือต่อสู้ติดตัวทั้งสิ้น..ซึ่งยากนักที่จะพบเจอสถานการณ์เช่นนี้..

“..เราขอไก่ผ่านไฟดิบ ๆ สุก ๆ สองตัว..” ศศินาพูดถึงอาหารที่ชาวเผ่าหมาป่าชอบรับประทาน..

แพคเกจทำจมูกฟุตฟิต..

“.ที่นี่มีสุราผสมเลือดสัตว์..”

“..เรามีสุราเลือดหมี..ท่านจะรับประทานหรือไม่..”

พอได้ยินคำว่าเลือด..แพคเกจก็น้ำลายสอแล้ว..เพราะเป็นฮาล์ฟบลัดแวมไพร์..

“..สุราเลือดหมีหนึ่งไห..รีบด่วนด้วย..”

เจ้าของร้านไม่ถามไถ่มากความ..หันหลังไปจัดอาหารตามสั่ง...

แพคเกจก้มลงกระซิบกระซาบ..

“..พี่นา..ทุกคนในร้าน..มีฝีมือต่อสู้ทั้งสิ้น..พี่ว่า..เดี๋ยวจะมีเรื่องมีราวอะไรไหม..”

“..ปรกติร้านโดยทั่วไป..จะมีชาวบ้านธรรมดาเข้ามาใช้บริการบ้าง..แต่ที่นี่..มีแต่พวกยอดฝีมือ..ท่าทางผิดปรกติไปหน่อย..เราก็อย่าไปยุ่งกับเขาเลยแพค..” ศศินายิ้ม.. “..ว่าแต่..คนที่หน้าเหมือนคิตตี้..นางเข้ามาในร้านนี้แน่หรือแพค..”

“..ก็ทำนองนั้น..แต่นางหายไปไหนไม่รู้..”

“..ที่นี่มีห้องพัก..บางที..นางอาจจะไปพักในห้องพักแล้วก็ได้..”

แพคเกจพยักหน้า..

“..แต่แพคเห็นผู้หญิงที่แต่งตัวเป็นผู้ชายสองคนนั่นอยู่ใกล้ ๆ นางก่อนหน้านั้น..น่าจะเป็นพวกเดียวกันนะ..ลองไปถามดูไหมว่าเป็นใครมาจากไหน..”

“..แพค..นี่มุกเจ้าชู้ใช่ไหม..” ศศินาเขม้นมอง..เล่นเอาแพคเกจทำหน้าเหวอ..

“..ไม่ได้เจ้าชู้..พี่นาก็..เห็นแพคเป็นพวกมักมากไปได้..”

“..ใครจะไปไว้ใจฮาล์ฟบลัดแวมไพร์ได้ล่ะ..เท่าที่จำความได้..มีแต่อาสองอาจารย์เธอเท่านั้นแหละที่เป็นฮาล์ฟบลัดแวมไพร์ที่ดีที่สุด..นอกนั้นเห็นกะล่อนเจ้าชู้ทุกคน..”

“..พี่นาก็เจอแต่อาจารย์แพคกับแพคแค่นั้นแหละ..นี่หลอกด่าก็บอกมาเหอะ..”

ศศินาหัวเราะ..แต่ไม่ทันจะได้โต้ตอบอะไร..ที่ประตู..มีชายสามคนก้าวเข้ามา..ชายกลางคนร่างใหญ่เหน็บขวานชุดหนังเป็นคนนำ..อีกสองคงเป็นบริวาร..

แพคเกจเห็นก็หัวเราะลั่น..เพราะจำได้ว่านี่คือเสือขวานฟ้าที่ถูกเล่นงานจนหนีหัวซุกหัวซุน..

เสียงหัวเราะทำให้เสือขวานฟ้าหงุดหงิด..ไม่ทันมองอะไร..ก็ตวาดลั่น..

“..ผู้ใดบังอาจเสียมารยาทต่อข้า..เสือขวานฟ้า..ท่าทางจะรำคาญการมีชีวิตแล้วใช่ไหม..”

บริวารทั้งสองหันมามองต้นเสียง..แล้วก็ใจหาย..เสือขวานฟ้าเวลานี้เห็นต้นเสียงเช่นกัน..ถึงกับตาเหลือก..

แพคเกจลุกขึ้น..

“..ใช่..ข้ารำคาญการมีชีวิต..เชิญเข้ามาสอนสั่งเถิด..”

เสือขวานฟ้าไหนเลยจะกล้าเผชิญหน้ากับคนที่เล่นงานจนเขาเตลิดเปิดเปิงมาจนขนาดนี้..รีบถลันออกจากร้านไป..

แต่แล้ว..ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น..

ร่างของเสือขวานฟ้าและบริวาร..กลับกระเด็นเข้ามา...

ร่างของชายหนุ่มหน้าตาสำอางคนหนึ่งก้าวเข้ามาช้า ๆ ..

“..ท่านรับคำเชิญจากข้าแล้ว..คิดจะบิดพลิ้วหนีหาย..เกรงว่าไม่ง่ายนัก..”

เสือขวานฟ้าตาลีตาเหลือก..แม้ตัวเองจะมีฝีมือระดับสูง..แต่เมื่อเผชิญกับชายหนุ่มคนนี้..กลับไม่อาจจะทำอย่างไรได้เลย..

คำว่ารับคำเชิญ..ทำให้คนในร้านยกเว้นแพคเกจกับศศินาตื่นตัวขึ้น..

ชายที่ท่าทางเป็นหัวหน้าของกลุ่มคนที่มาจากแคว้นสุริยะดึงม้วนกระดาษ..

“..ท่านเป็นคนส่งสารเชิญพวกเรา..”

ชายรูปงามหรี่ตา..

“..ท่านคือห้าเงาครุฑ..นักดาบรับจ้างที่เคยอยู่ในกองทหารครุฑสังหารของแคว้นสุริยะ..”

“..เป็นพวกเรา..”

ชายรูปงามหันมาทางคนสวมชุดสีทอง..

“..ท่านคือสามพิณสังหารแห่งสำนักพิณทองคำแคว้นธรรพ์ธาราใช่ไหม..”

ทั้งสามไม่ตอบคำ..ซึ่งนั่นคือการยอมรับ..

เขาหันมาทางชายหนวดแดงผมแดง..

“..ท่านคือเทพอัคคีเวนไตย์..เจ้าของฉายาหัตถุ์เปลวอัคคี..”

“..เด็กน้อยมีสายตาเฉียบคมนัก..” เขาหัวเราะ

ชายรูปงามสำอางหันมาทางชายชุดซอมซ่อ..

“..และท่านคือจอมพรานเทือกเขาปัญจา..มหสิงขร..”

ชายซอมซ่อบิดขี้เกียจ..

“..มีอันใดถึงเชิญข้ามา..รีบบอกกล่าวโดยด่วน..ข้าไม่มีเวลามากนัก..”

ชายรูปงามหัวเราะ..

“..รวมกับเสือขวานฟ้าแห่งชายแดนมิลินทระ..คนที่ข้าเชิญมา..ก็ครบถ้วนแล้ว..”

เขาหันมาทางหญิงสาวในชุดผู้ชายสีเขียว..และแพคเกจกับศศินา..ซึ่งยังคงงงงวยอยู่..

“..สำหรับท่านทั้งสี่..ต้องขออภัยที่ไม่อาจให้รับฟังความสำคัญได้..เพราะข้ามิได้เชิญพวกท่าน..ต้องขอให้ออกไปจากร้าน “สำราญข้ามคืน” ในบัดเดี๋ยวนี้เถิด..”

หญิงสาวคนหนึ่งในเครื่องแต่งกายผู้ชายสีเขียว..ได้แต่ยิ้มเล็กน้อย..

“..ร้านแห่งนี้ต้อนรับทุกผู้คน..ท่านคงไม่อาจจะไล่แขกของร้านได้กระมัง..”

หญิงสาวในเครื่องแต่งกายชายอีกคนที่มาด้วยกัน..ถึงกับหันไปถามเจ้าของร้าน..

“.เถ้าแก่..ท่านจะไล่เรากับน้องสาวอีกสองท่านหรือไม่..”

เจ้าของร้านกำลังจะยกถาดอาหารมาบริการแพคเกจกับศศินา..ได้แต่ส่ายหน้า..

“..ร้านนี้เป็นร้านของข้า..ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจจะไล่แขกของข้าได้..”

ชายรูปงามล้วงอกเสื้อ..วางเงินลงบนโต๊ะว่าง..

“..เถ้าแก่.ข้าขอชดเชยรายได้เป็นเงินก้อนหนึ่ง..หวังว่าคงรับไว้..แต่โปรดไล่คนทั้งสี่ออกไปให้เราด้วย..”

“..เงินก้อนนั้นอาจจะมีค่า..แต่สำหรับคนที่เป็นเจ้าของร้าน..รักการบริการผู้คน..เงินเพียงเท่านี้..ถือว่าไม่มีค่าอันใดทั้งสิ้น..”

เจ้าของร้านเดินมาที่โต๊ะของแพคเกจและศศินา..วางจานไก่และไหสุราเลือดหมี..สีหน้ายังคงเย็นชาดุจเดิม..

ชายรูปงามแค่นเสียง..

“..ถ้าท่านรับเงินก้อนนี้..ก็หมายความว่าต้องทำตามคำขอร้องของข้าแล้ว..”

พูดจบก็เดินเข้าหา..ดีดนิ้ว..ให้เงินในมือลอยเข้าหาเจ้าของร้าน..แต่ก็ไม่ได้ลอยเปล่า..ถึงกับพยายามแทรกเข้าไปในอกเสื้อ..เป็นการใช้พลังที่ยอกย้อนพิสดารยิ่งนัก..

คนในร้านทั้งหมดต่างก็ชมดูอย่างเลื่อมใส..เงินก้อนนั้นเหมือนมีชีวิต..เคลื่อนที่อย่างนุ่มนวล..พิสดาร..แสดงถึงการใช้พลังอย่างช่ำชอง...

พลังฝีมือของชายรูปงามกลับไม่ใช่ธรรมดาเลย..

เจ้าของร้านชายตามองเงินก้อนที่เคลื่อนเข้าหาอย่างนุ่มนวล..เพียงแค่โบกมือครั้งเดียว..เงินก็เหมือนถูกผลัก..ย้อนกลับไปอยู่บนโต๊ะตรงหน้าชายรูปงามเช่นเดิม..

ทุกคนอุทานเบา ๆ ..ใครจะนึกว่า..เจ้าของร้านอาหาร..จะมีฝีมือระดับนี้..

ชายหนุ่มรูปงามแค่นเสียง..

“..เจ้าของร้าน..ท่านเป็นใครกันแน่..”

เจ้าของร้านสำราญข้ามคืนยังคงสีหน้าเย็นชา..

“..เราคือเจ้าของร้านอาหาร..และมีที่พักแรม..ท่านล่ะเป็นใคร..ไฉนถึงไม่เคารพต่อสถานที่ซึ่งเป็นสถานที่ของข้า..”

“..ถือว่าข้าเหมาร้านท่านต้อนรับสหาย..”

“..ถ้าจะเหมาร้าน..ก็สมควรมาบอกกล่าวล่วงหน้า..ชำระเงินจับจองไว้ตามธรรมเนียม..เมื่อถึงเวลา..ข้าจะขึ้นป้ายหน้าร้านว่าไม่รับแขกจรภายนอกเพราะท่านจองไว้แล้ว..เยี่ยงนี้ถึงจะถูก..ไม่ใช่ให้ข้ารับแขกแล้วท่านจะมาไล่..ดูแล้วไม่ให้เกียรติสถานที่เป็นอย่างมาก..”

จอมพรานแห่งเทือกเขาปัญจา..มหสิงขร..ได้แต่แค่นเสียง

“..น่าประหลาดนัก..กระทั่งเจ้าของร้านอาหาร..ก็มีฝีมือระดับนี้..เกรงว่าแผนการลับของพวกเรา..อาจจะรั่วไหลเป็นมั่นคง..”

เขาหันทางแพคเกจศศินา..และสองสาวในเครื่องแต่งกายชาย..

“..นอกเหนือจากพวกเรา..มียอดฝีมือแฝงกายมาทั้งสิ้น..นี่จะไม่ประหลาดไปหน่อยหรือ..แผนการลับขึ้นถ้ำสมบัติเทือกเขาปัญจา..สมควรจะรั่วไหลเป็นมั่นคง..”

เจ้าของร้านตากระจ่างวูบ…

“..พวกท่านที่แท้วางแผนขึ้นเทือกเขาปัญจาค้นหาถ้ำสมบัตินี่เอง..มิน่าเล่า..ถึงได้มีอาการลับ ๆ ล่อ ๆ ปานนี้..ฟังว่าทางการของแคว้นอุตระถือเป็นข้อห้าม..ใครขึ้นบนเทือกเขาเพื่อหาสมบัติมีแต่ต้องได้รับโทษถึงตาย..และหลายผู้คนนัดหมายมาพูดคุยเรื่องสมบัติในร้านเรา..ก็ต้องโทษตายกันไปหลายรายแล้ว..”

คำพูดของเจ้าของร้าน..ทำให้ทุกคนสะท้านร่าง..

ชายรูปงามแค่นเสียง..แรกเริ่มก็ดูจะอารมณ์ดี..แต่ครั้นถูกขัดใจก็เริ่มหงุดหงิด..ยิ่งถูกเปิดโปงแผนการและคาดโทษ..ก็ทำให้ต้องทำอันใดสักอย่าง..

“..ถ้าอย่างนั้น..ข้าคงจะไม่เกรงใจ..”

พลางหันมาทางกลุ่มคนที่เขาเชิญไว้..

“..เรามาเก็บกวาดสถานที่ให้เป็นที่ประชุมของเรากันเถิด..”

จอมพรานมหสิงขรร้องขึ้นว่า...

“..ตัดลิ้นคนที่รู้การประชุมของเรา..หากไม่เช่นนั้นก็ฆ่าเสีย..”

ขาดคำ..ทุกคนในร้านก็ลุกขึ้น..

และเกิดการปะทะชุลมุนกันในบัดดล..

.....

แต่ยังมีคนสองคนที่ไม่ต้องการปะทะกับใคร..นั่นคือแพคเกจกับศศินา..

ทั้งสองหยิบไหสุรากับจานไก่..หลบไปยังอีกด้านหนึ่ง..

แพคเกจเทเหล้าเลือดหมีเข้าปาก..จริง ๆ แล้วแพคเกจไม่ได้ใส่ใจเหล้าสักเท่าไหร่..แต่สนใจเลือดหมีมากกว่า..

เพราะฮาล์ฟบลัดแวมไพร์กินเลือด..ดังนั้น..เมื่อได้ดื่มเลือดในเหล้า..ก็รู้สึกคึกคักเข้มแข็งขึ้น..

ส่วนศศินาหยิบไก่กัดกินอย่างตะกละตะกราม..ตามแบบการรับประทานของชาวเผ่าหมาป่า..

เรื่องปะทะ..เรื่องต่อสู้..ทั้งสองเหมือนไม่ใส่ใจอะไรนัก..หลบพลางกินพลาง..ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น..

แต่สำหรับเจ้าของร้านและหญิงทั้งสองที่สวมชุดผู้ชาย..ดูแล้วเหมือนตกเป็นเป้าหมายมากกว่าเสียอีก..

คนชุดทองทั้งสามปราดเข้าหาเจ้าของร้าน..พิณในมือกลายเป็นอาวุธ..พวกเขาดึงดาบออกมาจากพิณ..และฟันใส่เจ้าของร้าน..ในขณะที่คนของเงาครุฑทั้งห้า..จู่โจมใส่หญิงที่สวมชุดบุรุษทั้งสอง..

มีแต่เทพอัคคีเวนไตย์และชายชุดซอมซ่อมหสิงขร..ยืนดูเหตุการณ์อยู่..เหมือนกับว่า..เรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตนเอง..

เสือขวานฟ้าไม่กล้ายุ่งเกี่ยวกับแพคเกจหรือศศินาอยู่แล้ว..ตนเองกับบริวารใช้ขวานฟันใส่เจ้าของร้านอย่างดุดัน..

เจ้าของร้านแค่นเสียง..หว่างเอวมีมีดทำครัวเหน็บอยู่..ก็ดึงออกมา..และฟันออกไปมีดหนึ่ง..

เสียงอุทานดัง ๆ ..ดาบจากพิณของชายชุดทองทั้งสาม..ร่วงหล่นกับพื้น..

เจ้าของร้านฟันมีดทำครัวอีกครั้ง..ขวานของเสือขวานฟ้าก็ลอยละลิ่ว..ปลิวไปปักติดผนัง..

ชายหนุ่มสำอางแค่นเสียง..ดึงดาบออกมา..ดาบของเขาแคบเรียว..และสั่นพลิ้วราวสายน้ำ..เมื่อแทงออก.ก็พิสดารและมีวิถีพลิกแพลงเกินจะหยั่งคาด..

ศศินาที่กัดไก่กิน..ถึงกับขมวดคิ้ว..เพราะรู้จักเพลงดาบนี้ดี..ไม่คิดว่าจะเจอเพลงดาบนี้ในมิติเร้น..

เจ้าของร้านมีเพียงมีดทำครัว..แม้จะสยบอาวุธได้สองชนิด..แต่ไม่น่าจะรับมือกับดาบที่อ่อนพลิ้วเช่นนี้ได้..

เพียงแต่รับมือตรง ๆ ไม่ได้..เขาก็รู้ว่าจะต้องปัดป้องและถอย..

ชายหนุ่มสำอางแทงดาบแคบเรียวไม่หยุดยั้ง..เจ้าของร้านใช้มีดทำครัวปัดไม่ปะทะด้วย..ล่าถอยมาจนติดผนัง..ก่อนจะขว้างมีดทำครัวใส่..

ชายหนุ่มสำอางชะงัก..และหลบมีดทำครัวที่ขว้างใส่..ช่วงเวลาที่ชะงัก..กลับมากพอที่จะทำให้เจ้าของร้านดึงดาบที่ซ่อนไว้ที่ผนังออกมา..

ไม่มีใครเห็นว่าผนังนี้มีดาบซ่อนอยู่อย่างไร..เพียงแต่เจ้าของร้านดึงดาบออกมาแล้ว..

เมื่อดาบวาววับปรากฏ..กระแสแห่งความตายก็แผ่ไปทั้งบริเวณ..

เขาฟันดาบแล้ว..

ดาบที่ฟันออกไปดาบนี้..ทำให้รอบบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยความตาย..

ชายหนุ่มสำอางอุทานออกมาเบา ๆ ..

“..ท่านคือ..ดาบเทพวายุ..”

พลางรั้งดาบแคบเรียวเข้าปัดป้อง..มหสิงขรที่ชมดูการต่อสู้กับเทพอัคคีเวนไตย์..ถึงกับอุทานออกมา..

“..เพลงดาบของสำนักสายธารา..เผชิญกับดาบเทพวายุหรือนี่..”

....

ในขณะเดียวกัน..

หญิงสาวทั้งสองในชุดผู้ชายสีเขียว..ก็ดึงดาบของตัวเองออกมาเพื่อรับมือกับดาบของห้าเงาครุฑแห่งแคว้นสุริยะ..

หนึ่งในห้าเงาครุฑเห็นดาบของหญิงทั้งสองถึงกับหัวเราะ..

“..ท่านทั้งสองคือทหารหญิงของแคว้นจันทราหรือนี่..”

ดาบของแคว้นจันทรามีเอกลักษณ์เช่นเดียวกับดาบของแคว้นสุริยะ..แถมทั้งสองแคว้นในอดีตก็ยังเป็นศัตรูรบราฆ่าฟันกันมาตลอด..

เมื่อเห็นดาบ..ก็สามารถระบุได้ว่าเป็นคนของแคว้นไหน..

สองดาบปะทะห้าดาบ..แต่หญิงสาวทั้งสองก็ไม่พรั่นพรึง..ร่ายรำดาบอย่างเข้มแข็ง..ไม่น่าเชื่อว่าห้าเงาครุฑแห่งแคว้นสุริยะแม้จำนวนคนมากกว่า..ก็ไม่อาจจะเอาชนะได้ในเวลาอันสั้น...

เสียงเหมือนแค่นหัวเราะ..

“..พวกเจ้าชาวแคว้นสุริยะน่าอับอายนัก..เพียงสองดาบของแคว้นจันทรา..ก็ยังเอาชนะไม่ได้..”

นั่นคือเสียงของเทพอัคคีเวนไตย์..

เขาก้าวเข้ามา..ห้าเงาครุฑผละถอย..เพราะรู้ว่าเทพอัคคีเวนไตย์มีใม้ตายที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรจะเข้าใกล้..

เทพอัคคีเวนไตย์เห็นสองสาวหน้าตาน่าเอ็นดูในชุดผู้ชาย..ก็หัวเราะ..

“..เป็นสตรีที่สวมชุดบุรุษได้น่าดูนัก..แต่เห็นทีจะต้องเสียโฉมแล้ว..”

พูดจบก็วาดมือ..แผ่พุ่งพลังออกไป..

เปลวไฟปรากฏขึ้นอย่างปาฎิหาริย์..และวิ่งราวกับมีชีวิต..

สองสาวแห่งแคว้นจันทราใจหาย..ถลันหลบเปลวเพลิงอย่างทุลักทุเล..ทั้งคู่เสื้อผ้าไหม้ไฟไปส่วนหนึ่ง..ต้องรีบถอดออก..เผยให้เห็นชุดเครื่องแต่งกายสตรีภายใน..

แต่เทพอัคคีเวนไตย์ไม่ปล่อยให้ตั้งหลัก..รีบถลันเข้ามา..แต่ก็มีใครคนหนึ่งมาขวางไว้..

คน ๆ นี้สวมชุดแต่งกายที่แปลกตาราวกับไม่ใช่ชุดของคนในแผ่นดินนี้..เธอไว้ผมสั้น..และถือไหสุราเลือดหมี..

เพราะต้องรับมือกับเทพอัคคีเวนไตย์..แพคเกจจึงถอดเสื้อคลุมยาวออก..เนื่องจากชุดคลุมยาวเป็นเชื้อติดไฟได้เป็นอย่างดี..และรีบถลันมาขวางสองสาวแห่งแคว้นจันทราไว้..

เทพอัคคีเวนไตย์หัวเราะ..แต่พอจะผลักเปลวไฟใส่..แพคเกจก็เทเหล้าเข้าปาก..ทำให้เทพอัคคีเวนไตย์ชะงัก..

แพคเกจดื่มเหล้าจนหมดหนึ่งอึก..หัวเราะพลางพูดว่า..

“..ไฟของท่านหากถูกสุราพ่นใส่จะเป็นอย่างไร..”

เทพอัคคีเวนไตย์เม้มปาก..เขารู้ดีว่านี่คือจุดอ่อนของเขา..

หากอีกฝ่ายมีพลังลมจากปอดที่แรงกล้า..ก็อาจจะพ่นสุราทำให้ไฟลุกย้อนกลับไปเผาตัวเขาเอง..

เขาหยุดท่าที..หัวเราะ..พลางถอยหลัง..

“..เด็กน้อยคนนี้..ให้พวกเจ้าทั้งห้าจัดการ..”

ห้าเงาครุฑสลับแถวออกมาเบื้องหน้า..

แพคเกจดื่มสุราเลือดหมีจนคึกคักแจ่มใส..ซดสุราอีกอึก..ก่อนจะหันไปทางหญิงทั้งสองที่มาจากแคว้นจันทรา..

“..พี่สาวทั้งสอง..ช่วยถือไหสุราให้ข้าสักประเดี๋ยว..ข้าจะขอยืดเส้นสายกับพวกแคว้นสุริยะ..”

หญิงสาวทั้งสองรู้สึกดีกับแพคเกจ..รับไหสุราไว้..

แต่มองอีกมุม..หากเทพอัคคีเวนไตย์จะถือโอกาสทีแพคเกจสู้กับพวกห้าเงาครุฑลอบเข้าจู่โจม..สองสาวจะได้ใช้สุรารับมือได้..

แพคเกจเห็นห้าเงาครุฑก้าวเข้ามา..ก็กำหมัดแน่น..ย่อตัว..กระทืบเท้าตั้งท่า..

แขนทั้งคู่สวมปลอกโลหะ..สามารถกันอาวุธได้..

ระบายลมหายใจออกจากปาก..

นี่คือท่าเริ่มต้นของหมัดสูญญตา..

แพคเกจฝึกหมัดสูญญตามาตั้งแต่เล็กจากสอง..และเมื่อแต่งงานกับคิตตี้..ก็ไปเรียนเพิ่มเติมกับแคทนายแม่ของคิตตี้อีก..ทำให้ฝีมือเพิ่มพูนขึ้นมากกว่าเดิม..เพียงแต่ไม่อาจจะเรียนรู้เคล็ดทลายใจอันเป็นเคล็ดสูงสุดเพื่อเอาไว้ปราบแวมไพร์ได้..

สองที่ฝึกหมัดสูญญตาก็ไม่ยอมเรียน..และให้แพคเกจสัญญาว่าจะไม่เรียนเคล็ดสูงสุดนี้..

เนื่องเพราะทั้งสองเป็นฮาล์ฟบลัดแวมไพร์..จึงไม่ยอมเรียนวิชาที่ใช้ปราบตัวเอง..

แต่สำหรับการโลดแล่นในมิติเร้น..วิชาหมัดสูญญตาที่เรียนรู้..ก็มากมายพอจะท่องไปทั่วแผ่นดินโดยไม่เกรงอันตรายใด ๆ แล้ว..

ห้าเงาครุฑสบตากัน..ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ไม่เคยเห็นเพลงหมัดสูญญตามาก่อน..

คนหนึ่งรุกเข้ามา..ตวัดดาบฟัน..

แต่ร่างของแพคเกจก็เข้าประชิด..และต่อยในระยะสั้น..ร่างเขาถึงกับปลิวลิ่ว..

เพราะหมัดสูญญตาเป็นหมัดช่วงสั้น..สามารถต่อยในระยะแคบได้เป็นอย่างดี..

คนที่สองของเงาครุฑไม่ทันจะทำอะไร..แพคเกจก็เข้าประชิด..และต่อยหมัดสูญญตาอีก..

เสียงโครม..เงาครุฑคนที่สองถูกต่อยจนจมูกบี้แบน..เลือดอาบหน้า..ผงะปลิวไปจนติดผนัง..

แพคเกจถอยหลัง..ยิ้มละไม..

“..ยังจะอยากเข้ามาอีกไหม..”

มีเสียงอุทานเบา ๆ จากสองสาวแห่งแคว้นจันทรา..

“..ที่แท้..นี่เป็นเคล็ดที่แท้จริงของหมัดสูญญตา..” คนหนึ่งพูด..

“..มิน่าเล่า..เราฝึกมานานถึงไม่ก้าวหน้า..เพียงได้เปิดหูเปิดตากับน้องสาวท่านนี้..เราก็เข้าใจวิชาหมัดนี้แล้ว..”

สองสาวจากแคว้นจันทราขยับยืนหน้าแพคเกจ..ยื่นไหสุราให้..

“..น้องสาว..ท่านชมดู..ที่ข้าทั้งสองใช้หมัดสูญญตา..ถือว่าถูกหรือไม่..”

แพคเกจตะลึงตั้งแต่คำพูดแรกแล้ว..

ไม่คิดว่าจะมีคนฝึกหมัดสูญญตาที่มิติเร้นนี้ด้วย..

จำได้ว่า..แคทอาจจะสอนหมัดสูญญตาให้กัษษากรในครั้งก่อนที่ได้มามิติเร้น..แต่ก็สอนเพียงแค่กัษษากรเท่านั้น..ซึ่งเมื่อกัษษากรตายไปจากที่นี่..ก็คงไม่มีใครฝึกหมัดสูญญตาอีก..

แล้วหญิงทั้งสองฝึกหมัดสูญญตามาจากไหน..

สองสาวสูดลมหายใจ..กำหมัดตั้งท่า..กระทืบเท้าถ่วงปราณไว้..

นี่เป็นท่าหมัดสูญญตาชัด ๆ ..

เพียงแต่ยังมีบางจุดที่ดูขัดเขินไม่คล้ายกับหมัดสูญญตาของจริง..

และเมื่อรุกจู่โจมใส่เงาครุฑคนละคน..ก็เหมือนจะมีบางส่วนผิดไปมาก..

สองสาวต่อยหมัดใส่หน้าอกของเงาครุฑสองคนจนล้มคว่ำแน่นิ่ง..แต่ตัวเองถูกเตะสวนจนกระเด็นมาเช่นกัน.

แพคเกจส่ายหน้า..รับร่างของสองสาวไว้..

พอดีเงาครุฑคนสุดท้ายปราดเข้ามาฟันดาบใส่..แพคเกจก็พูดขึ้นว่า..

“..เคล็ดสำคัญของหมัดสูญญตาคือการใช้พลัง..หากสามารถใช้พลังในระยะประชิดได้..อะไรก็คือหมัดได้ทั้งสิ้น..”

มือทั้งสองโอบสองสาวไว้..พาร่างของทั้งสองสาวพุ่งไปข้างหน้า..ประชิดเข้าใกล้เงาครุฑคนสุดท้ายนั้น..และใช้หัวกระแทกที่ทรวงอก..

เสียงกร๊อบ..ซี่โครงของเงาครุฑคนสุดท้ายหักไปสองซี่.ร่างเขาปลิวไปเช่นเดียวกับพี่น้องของเขาที่ถูกต่อย..

สองสาวอุทานเบา ๆ ..

“..แม้แต่ศีรษะ..ก็ยังใช้ต่อยได้..”

แพคเกจคลายมือจากโอบเอว..ยิ้มแย้มเหมือนคนเจ้าชู้..ดัดนิ้วมือ..และก้าวเข้าหาเทพอัคคีเวนไตย์..

“..และหากใช้พลังอย่างถูกต้อง..แม้แต่เปลวเพลิง..ก็ไม่ใช่คู่มือ..”

พลางกำหมัด..ตั้งท่า..เทพอัคคีเวนไตย์เห็นแพคเกจมาโดยไม่มีไหสุรา..ก็เม้มปาก..ผลักสองมือ..ปล่อยเปลวเพลิงออกมา..พุ่งเข้าหาแพคเกจ..

แพคเกจแค่นเสียง..กระทืบเท้าครั้งหนึ่ง..

การกระทืบเท้าทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน..เสียงครืน ๆ ราวกับแผ่นดินไหว..

ก่อนจะต่อยออกไป.บิดควงหมัดเล็กน้อย..

กระแสหมัดและพลังแผ่พุ่งออกราวกับเกลียวสว่าน..

เปลวเพลิงทลวงออกเป็นช่อง..พลังหมัดและหมัดพุ่งฝ่าเข้าไป..เทพอัคคีเวนไตย์อุทานออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ..

ไม่มีใครเชื่อเด็ดขาดว่าเปลวเพลิงจะแหวกเป็นสองส่วนได้เพราะหมัดของหญิงสาวผมสั้น..

และหมัดนั้นก็ต่อยถูกหน้าเขา..

จนเทพอัคคีเวนไตย์ลอยละลิ่วปลิวราวว่าวสายป่านขาดและลุกไม่ขึ้นอีกด้วยหมัดเดียว...

แพคเกจถอนหายใจ..หันมาทางสองสาว..

“..พี่สาวทั้งสอง..ขอเรียนถาม..ท่านฝึกหมัดสูญญตามาจากที่ใด..ใครเป็นคนสอนท่าน..หมัดสูญญตาในแผ่นดินนี้..ยังมีคนล่วงรู้อีกหรือ.”

หญิงสาวคนหนึ่งยิ้มแย้มเมื่อเห็นท่าทีเป็นมิตรของแพคเกจ..หน้าคม..รูปงาม..เป็นผู้หญิงที่หล่อเหลาเร้าใจยิ่งนัก..

“..น้องสาว..คนที่สอนเราออกตัวว่า..ไม่เอาไหน..เพียงแต่เคยเห็นบิดานางสอนลูกศิษย์ทุกเมื่อเชื่อวัน.ก็จำท่าทางไว้..แต่ก็ไม่เคยฝึกฝนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแต่อย่างใด..ท่านคือนายของเราเอง..”

“..หือ..” แพคเกจอุทาน.. “..ในแผ่นดินนี้ยังมีคนล่วงรู้หมัดสูญญตาจริง ๆ ..”

“..จะเรียกว่าในแผ่นดินนี้ก็เห็นจะไม่ถูก..เพราะนายข้าก็บอกว่า..หมัดสูญญตาเป็นของสำนักสูญญตาฝ่ายตึกแดง..ที่บิดานางเป็นเจ้าสำนัก..และเป็นสำนักที่อยู่ในแผ่นดินไกลโพ้นจากที่นี่มากนัก..ไกลจนสุดขอบโลกก็ไม่อาจจะหาพบ..”

แพคเกจได้ยินก็สะท้านร่างราวกับถูกฟ้าฟาด..

“..พี่สาว..นายของท่าน....ท่านเป็นใครกันแน่..”

สองสาวสบตากัน..ยิ้มเล็กน้อย..คนหนึ่งไม่ตอบแพคเกจแต่ก็ถามกลับ..

“..น้องสาว..ถามท่านตามตรง..ท่านมาจากแผ่นดินไกลโพ้นนั้นใช่หรือไม่..มาจากสำนักสูญญตาใช่หรือไม่..ไม่เช่นนั้น..ท่านคงไม่มีวิชาหมัดสูญญตาที่ล้ำเลิศปานนี้แน่..”

แพคเกจร้อนใจจนคว้าหัวไหล่ของสาวหนึ่ง..และเขย่าตัวถามอย่างใคร่รู้เต็มประดา..

“..พี่สาว..นายของท่านเป็นใคร..นายของท่านคือใครกันแน่..”

สองสาวเดิมทีขบขัน.เอ็นดู..แต่เห็นแพคเกจเปลี่ยนท่าทีเป็นร้อนใจปานนี้ก็อดใจหายไม่ได้...

...

เสียงดาบต่อดาบปะทะกันดังกังวาน..หนึ่งดาบแผ่วพลิ้วแคบเรียวสวยงาม..อีกหนึ่งดาบรวดเร็วหนักแน่นปานขุนเขาและสายลม..

เวลานี้ไม่มีใครสามารถสอดแทรกการต่อสู้ได้แม้แต่น้อยนิด..เพราะดาบทั้งสองรวดเร็วหนึ่งอ่อนหนึ่งแข็ง..ปะทะกันยังไม่ส่งผลแพ้ชนะ.

สามคนของสำนักพิณทองคำ..ก็ไม่อาจจะเข้าใกล้..เสือขวานฟ้ายิ่งไม่มีทาง..

“..ท่านคือยอดนักดาบวาหุ..ไม่นึกเลยว่าจอมดาบวายุเทพจะร้างลาวงการ..กลายมาเป็นเถ้าแก่ร้านอาหาร..”

ชายหนุ่มรูปงามต่อสู้พลางพูดพลาง..

แต่วาหุเจ้าของร้าน..กลับไม่พูดมาก..

ดวงตาเขาดุดัน..หากจะฆ่าก็ฆ่าแบบไม่ลังเล..หากจะต่อสู้ก็ต่อสู้อย่างไม่ว่อกแว่ก..

“..เจ้าก็คือสินธุ..ศิษย์เอกแห่งสำนักสายธาราของเจ้าเฒ่าแขนเดียวนกคุ้ม..หรืออาจารย์เจ้าก็ต้องการสมบัติในถ้ำเทือกเขาปัญจาด้วย...” เสียงพูดดังมาจากมหสิงขรที่คุมเชิงด้านข้าง..

การต่อสู้ดำเนินมาถึงป่านนี้..ต่างคนต่างแสดงวิชาของตนเป็นที่ประจักษ์..คนที่รอบรู้กว้างขวาง..ก็สามารถระบุตัวตนของแต่ละฝ่ายได้ไม่ยากนัก..

สินธุชายรูปงามมีเพลงดาบสายธาราที่มิใช่ชั่ว..ท่าดาบพิสดารแผ่วพลิ้ว..จนยากจะเอาชนะ..

แต่เขาก็ไม่คิดว่าเขาจะยังชนะดาบของจอมดาบวายุเทพไม่ได้..

ต่างฝ่ายต่างปะทะดาบกันครั้งสุดท้าย..และผละออกจากกัน..

สินธุลดดาบลง..

“..เพียงรับใช้เจ้าหญิงแห่งจันทราได้เพียงน้อยนิด..อาจารย์เราก็จะกระทำ..ฟังว่าเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ประสงค์บางสิ่งในถ้ำสมบัติเทือกเขาปัญจา..และบิดาของเจ้าหญิงมีบุญคุณใหญ่หลวงต่ออาจารย์..ไม่สนองคุณนี้..ก็เสียทีที่เกิดมาแล้ว.”

คำว่าเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ทำให้ทุกคนชะงักงัน..

มหสิงขรแค่นเสียง..

“..ที่แท้..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ต้องการสมบัตินี่เอง....”

แม้แต่วาหุเจ้าของร้านที่ดูจะเหี้ยมหาญ..แต่พอรู้ว่าเรื่องราวเกี่ยวข้องกับเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ถึงกับผ่อนคลายลง..เพียงแต่ยังไม่ทราบว่าจะผ่อนคลายได้เพียงไหน..

มหสิงขรแค่นเสียง..

“..ถ้าเยี่ยงนี้ก็เราก็ทราบจุดหมายที่แท้จริงของพวกเจ้าแล้ว..”

เขายกเขาสัตว์และเป่าจนมีเสียงดัง...

เสียงเป่าเขาดังด้วยพลังอันเข้มแข็ง..ทำให้ทุกคนงงงวย..

“..เจ้าทำอะไร..” สินธุอุทาน..

“..ดูท่า.ท่านผู้นี้คงไม่ใช่จอมพรานแห่งเทือกเขาปัญจาแล้วสินะ..”

เสียงหนึ่งดังขึ้น..นั่นคือเสียงของศศินา..

วาหุนึกขึ้นได้..

“..ฟังว่าทางการแคว้นอุตระจับกุมเข่นฆ่าผู้คนที่คิดจะขึ้นถ้ำสมบัติเทือกเขาปัญจาได้แทบทั้งหมด..ก็แปลว่า..น่าจะมีการวางคนแฝงตัวไว้เพื่อหลอกล่อให้ผู้ลักลอบตกหลุมพราง..การเดินทางขึ้นเขาจำเป็นต้องใช้คนชำนาญเส้นทาง..ดังนั้น..การแฝงตัวเป็นพรานผู้ชำนาญพื้นที่..ก็น่าจะเป็นไปได้..เพราะไม่ว่าใครก็ต้องเสาะหาใครสักคนเพื่อนำทาง..”

เขาทอประกายตากราดเกรี้ยวแม้จะเป็นยอดนักดาบที่เคร่งขรึม..

“..ถ้าคาดไม่ผิด..ท่านน่าจะเป็นหัวหน้ากองจิ้งจอกภูเขาของแคว้นอุตระเป็นแน่..จึงมีความสามารถแฝงตัวและเจ้าเล่ห์ปานนี้..ท่านเป็นคนยั่วยุให้เราเข่นฆ่ากันตั้งแต่ต้น..จนสินธุร้อนใจกับข้าและน้องสาวทั้งสี่..รีบลงมือโดยเร็ว..เป็นสันดานของจิ้งจอกจอมเสี้ยมอย่างแท้จริง..”

สินธุหน้าซีด..

“..นี่หมายความว่า..”

“..ท่านตกหลุมพรางมันแล้ว..ยังมีอันใดไม่เข้าใจอีก....”

เสียงเหมือนมีการเคลื่อนพลจำนวนมาก..

มหสิงขรแค่นเสียง..ล่าถอยไปยังประตู..

“..กองทหารของแคว้นอุตระกำลังมาที่นี่..ปิดล้อมร้านสำราญข้ามคืน..และสังหารพวกเจ้าให้หมดสิ้น..พวกเจ้าแตะต้องสมบัติบนเทือกเขาปัญจา..ถือเป็นศัตรูกับแคว้นเรา..การฆ่าก็สมควร..”

เขาขยับจะออกจากร้าน..แต่มีบางอย่างพุ่งปักที่ประตู..ทำให้ต้องชะงักค้าง..

มีดเล่มหนึ่ง..มีดโค้งราวเสี้ยวจันทร์..และร้อยโซ่ไว้ด้วย..

มีดถูกรั้งกลับ..ลอยเข้าไปหาคนขว้าง..

เจ้าของมีดคือหญิงสาวชุดดำที่ถอดชุดคลุมออกแล้ว..

สีหน้าใบหน้าทั้งหวานทั้งแกร่ง..

เธอคือศศินา..

“..คิดจะออกไปจากที่นี่คงไม่ง่ายนักหรอก..”

มหสิงขรหนาวเหน็บ..รู้ว่าไม่มีทางเร็วกว่ามีดร้อยโซ่เล่มนี้…

“..เจ้าเป็นใคร..”

“..ข้ามาจากอนันตกาล..”

มหสิงขรถึงกับหน้าถอดสี..

“..เจ้าคือ..หนึ่งในสองปีศาจอนันตกาล..ปีศาจหมาป่า..”

ศศินาตวาดก้อง..

“..อย่าคิดว่าจะหนีไปได้ง่าย ๆ ..”

ทั้งสินธุและวาหุตื่นตัวขึ้น..สองดาบที่อ่อนและแข็งปราดเข้าไป..จ่อคอมหสิงขรไว้..

ศศินาร้องว่า..

“..กองทหารกำลังมา..จับหัวหน้ากองมันไว้..บางทีอาจจะเป็นหนทางรอด..”

เสียงเดินเท้าของคนจำนวนมากใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว..

ศศินาถลันไปที่ประตู..เปิดประตูเหลียวหน้าซ้ายขวา..เห็นทหารล้อมไว้ทุกทาง..และใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ...

ศศินาปิดประตู..

“..พวกเรา..รวมตัวกันไว้..รีบด่วน..”

สีหน้าเคร่งเครียดและครุ่นคิด..

นี่จะพาทุกคนออกไปจากที่นี่ได้อย่างไรกัน...

....

ในขณะที่แพคเกจก็คลายมือจากสองสาวแคว้นจันทรา..เพราะสถานการณ์รอบข้างไม่สู้ดี..

แพคเกจมีสีหน้าสลด..

“.ขออภัย..ข้าใจร้อนไป..แต่เราต้องรีบรวมตัวกันก่อน..”

สองสาวระงับความตระหนก..แพคเกจตรงไปฉุดร่างเทพอัคคีเวนไตย์..และห้าเงาครุฑที่ลุกแทบไม่ขึ้น..

เสียงฝีเท้าหนักแน่น..รายล้อมไปรอบ ๆ บริเวณ..

ต่างคนต่างก็สมทบกับศศินา..สินธุ..และวาหุ..

มหสิงขรแค่นเสียง..

“..พวกเจ้าไม่มีทางรอด..ทุกคนต้องตายกันหมด..”

ศศินาให้ทุกคนรีบปิดหน้าต่างทุกบาน..แพคเกจร้องว่า..

“..พวกมันหากยิงธนูเข้ามา..เราทุกคนคงกลายเป็นเม่นไปหมด..”

สองสาวแห่งแคว้นจันทราหัวเราะ..นางหนึ่งกล่าวว่า

“.คงไม่ยากจะต้านทานหรอก..เพียงแต่..”

นางกลอกตา..หันมาทางวาหุ..

“..ท่านเจ้าของร้านท่านนี้..คงมีไม้เด็ดกระไรกระมังที่จะให้พวกเรารอดได้..”

“..แม่นางทราบด้วยหรือว่าเราเตรียมการใดไว้..” วาหุเจ้าของร้านตอบแต่สีหน้ายังคงเย็นชาเช่นเดิม..

“..นายข้าบอกว่า..ท่านคือคนที่นายท่านวางไว้ให้เปิดร้านค้าที่นี่..”

วาหุตากระจ่าง..

“..ท่านเป็นใครกัน..”

“..ข้าชื่อปักษา..” หญิงคนนั้นตอบ..ก่อนจะหันไปยังหญิงอีกคน.. “..นี่คือมีนา..และเราคือคนของนายท่าน..”

วาหุตากระจ่าง..

“..ที่แท้..ท่านก็คือคนของนาง..เพียงแต่..”

“..ยามที่ต้องเดินเข้ามา..ต้องทำเป็นไม่รู้จักกัน..เพื่อจะได้สืบข่าวคราวตามคำสั่ง..”

แพคเกจดูฉงน..

“..นายของท่านคือ..”

ขาดคำ..มีเสียงเฟี้ยว..ลูกธนูเจาะทะลวงผนังเข้ามาในร้านหนึ่งดอก..

ลูกธนูถูกแพคเกจคว้าไว้..

มหสิงขรแค่นเสียง..

“..พวกเราจะระดมยิงธนูเข้ามา..ต่อให้พวกเจ้าหลบที่ใด..ก็ไม่รอด..”

“..แต่เจ้าก็ไม่รอดด้วย..” สินธุยังคงจ่อดาบที่คอของมหสิงขร..

“..พลีชีพเพื่อสังหารพวกเจ้าได้..แค่นี้จะเป็นไรไป..”

ขาดคำ..ธนูก็ระดมยิงเข้ามาเป็นห่าฝน..ทุกทิศทุกทาง..

ทุกคนใจหาย..แพคเกจกับศศินาเหมือนไม่กลัวลูกธนูเหล่านี้..เพราะหนึ่งคือชาวเผ่าหมาป่าอีกหนึ่งคือฮาล์ฟบลัดแวมไพร์..ธนูเพียงแค่นี้จึงไม่มีความหมาย..แม้จะเจาะร่างปรุพรุน..ก็มั่นใจว่ารอดแน่นอน..

เพียงแต่คนอื่น ๆ ไม่ใช่ปีศาจอย่างพวกนางทั้งสอง..

สองสาวปักษากับมีนายังไม่มีแววร้อนใจ..

เพราะพวกนางทราบว่าต้องไม่ตายแน่นอน..

เนื่องจากนายของพวกนางอยู่ที่นี่..

และนายของพวกนาง..ต้องปกป้องทุกคนได้แน่..

.......

ไม่มีใครอยากจะเชื่อสายตา..

ธนูทุกดอกเหมือนกระทบกับบางอย่างร่วงหล่นไป..ไม่กล้ำกรายเข้ามาทำร้ายแม้แต่สักคนเดียว..

ทุกคนเหมือนถูกครอบด้วยกำแพงใสที่มองไม่เห็น..และกำแพงใสนี้..สามารถคุ้มกันลูกธนูได้ทุกดอก..

“..ทีแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นคนกันเอง.ขออภัยด้วย..ที่ไม่ทำความรู้จักกันตั้งแต่แรก..”

เสียงสดใสปานระฆังเงินดังขึ้น..นี่คือเสียงของสตรีคนหนึ่ง..

ร่าง ๆ หนึ่งเดินลงมาจากชั้นบนที่ทำไว้เป็นห้องพัก..

นางสวมชุดคลุมที่คลุมแม้แต่ศีรษะเพื่อปกปิดใบหน้า..แต่ก็มีบางมุมที่ทำให้คนเห็นหน้าของนางชัด..

และนางก็ถอดชุดคลุมออก..เผยให้เห็นชุดสีขาวกะทัดรัด..ชายผ้าแพรเบาบางสองชายพลิ้วไสว..

แพคเกจกับศศินาอุทานออกมา..โดยเฉพาะแพคเกจ..เพราะน้ำเสียงและหน้าตา..อยู่ในความทรงจำมาตลอดระยะเวลา..ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอใบหน้าและน้ำเสียงเช่นนี้ที่มิติเร้น..

“..คิตตี้..”

เสียงอุทานทำให้หญิงคนนั้นชะงัก..แทบไม่เชื่อสายตาเช่นกัน..

แต่ทุกผู้คนยกเว้นมหสิงขร..และสองสาวปักษามีนา..ถึงกับอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา..

“..องค์หญิงจินดาพิสุทธิ์...”

ศศินากับแพคเกจมือไม้สั่นระริก..

นี่ใช่ไหม..ใบหน้าที่เผอิญพบเห็นก่อนหน้าที่จะตัดสินใจเดินเข้าร้าน “สำราญค่ำคืน” ..

ใบหน้าของคิตตี้..

แต่คิตตี้จะมาเป็นองค์หญิงจินดาพิสุทธิ์ที่มีชื่อเสียงเลื่องแผ่นดินได้อย่างไร..

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เดินลงมาจากชั้นบนช้า ๆ ..

แม้แพคเกจจะทักทายว่าคิตตี้..และศศินาก็สีหน้าแตกตื่นอยู่ข้างแพคเกจ..เจ้าหญิงก็ยังไม่มีท่าทีจะใส่ใจคนทั้งสองเป็นพิเศษ..

นางกล่าวกับวาหุเจ้าของร้าน..

“..การปะทะกับกองทหารแคว้นอุตระไม่ใช่เรื่องดี..เราควรจะหลบไปก่อน..ท่านวาหุ..สิ่งที่เราบอกท่าน..ได้กระทำตามที่มอบหมายไว้หรือไม่..”

วาหุพยักหน้า..

ก่อนจะถีบโต๊ะที่ห่างไปสองก้าว..กระเด็นไป..

เสียงธนูยังยิงเข้ามาไม่ขาดสาย..กระทบกำแพงที่มองไม่เห็น..ร่วงหล่นไม่หยุดยั้ง..

วาหุเปิดพื้นไม้..ปรากฏเป็นช่องอุโมงค์ช่องหนึ่ง..

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ..

“..พวกเราหลบไปทางนี้..ข้าจะใช้กำแพงมนตราแห่งอากาศธาตุต้านทานไว้ให้..รีบไปเถิด..”

ทุกคนรีบเข้าไปในอุโมงค์..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ยืนสงบนิ่งอย่างโปร่งใจ..

เหลือเพียงแพคเกจกับศศินาเท่านั้น..

เหมือนทั้งสองเจาะจงจะลงอุโมงค์รั้งท้าย..เพราะต้องการสนทนากับเจ้าหญิงในชุดขาวบริสุทธิ์..

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..

“..พวกท่านยังไม่รีบลงไปอีก..ข้าจะถอนกำแพงมนตราแห่งอากาศธาตุแล้ว..”

แพคเกจน้ำตาคลอ..จิตใจพลุ่งพล่าน..คว้ามือเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ไว้..

ก่อนจะเรียกคิตตี้อีกครั้ง..แต่ก็ฉุกคิด..เปลี่ยนไปเรียกอีกชื่อหนึ่ง..

“..ริต้า..เธอคือริต้า..อาริตา..อิทธิวงศ์..ริต้าใช่ไหม..”

ศศินายิ้มเล็กน้อย..

“..ใช่..ริต้า..ริต้าแน่นอน..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มละไม..เปลี่ยนสำนวนการพูดเป็นสำนวนของโลกที่จากมา..

“..เดี๋ยวค่อยคุยกันค่ะ..พี่นา..แพคเกจ..แหม..นึกว่าจะจำกันไม่ได้แล้วเสียอีก..รีบไปกันเถอะ..”

แพคเกจกับศศินายิ้มอย่างปลื้มปิติ..

ริต้าคือฝาแฝดคนน้องของคิตตี้..ดังนั้น..หน้าตาและเสียงจะเหมือนคิตตี้ก็ไม่แปลก..

ริต้าตายไปจากโลกที่จากมา..เพราะการเสียสละชีวิตตัวเองให้พี่สาว..เพื่อปฏิบัติการณ์ปกป้องโลกจากเปลวไฟจากดวงอาทิตย์กับเทพอสูร..

ความตายของริต้าที่โลกนั้น..ทำให้เทพอสูรนำริต้ามาที่มิติเร้นแห่งนี้..ให้มีชีวิตอยู่ที่นี่..และกลับไปไม่ได้อีกตามกฏของความตาย..

แต่ก็ไม่นึกไม่ฝัน..

ว่าท้ายที่สุด..ริต้าจะคือเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ที่มีชื่อเลื่องแผ่นดิน..

แพคเกจกับศศินาลงอุโมงค์..จินดาพิสุทธิ์ตามลงมาเป็นคนสุดท้าย..และสลายกำแพงล่องหนที่ปกป้องทุกคนจากธนูออก..

ทั้งสามตามติดมาจนถึงจุดที่ทุกคนรออยู่..วาหุพูดขึ้นว่า..

“..ก่อนจะเดินทางไปยังปลายอุโมงค์..เราต้องปิดต้นอุโมงค์ก่อน..เพื่อไม่ให้ทหารแคว้นอุตระตามมาได้..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..วางมือกับผนังอุโมงค์..

“..เรื่องแค่นี้ไม่ใช่ปัญหา..”

เสียงครืน ๆ ..ไม่ทราบว่าจินดาพิสุทธิ์บังคับพลังอย่างไร..ดินถล่มปิดทางที่เพิ่งผ่านมาจนไม่เหลือเส้นทางถอยกลับไปยังต้นอุโมงค์แม้แต่น้อย..

แพคเกจกับศศินาสบตากัน..ต่างคนต่างประหลาดใจ..วันเวลาที่ผ่านมา..ริต้าไม่เคยฝึกฝีมือต่อสู้..ไม่มีพลังพิเศษใด ๆ ..เรียนรู้แต่จิตสูญญตากับนายแม่อารามขาวตลอดมา..แต่ไม่นึกว่า..เมื่อมาเป็นเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ที่มิตินี้..จะมีพลังพิเศษอะไรด้วย..

วาหุนำทุกคนไปตามทางอุโมงค์..คร่ากุมมหสิงขรตามติดไปด้วย..แม้จะเป็นศัตรู..แต่หากอยู่ในการควบคุม..ก็ไม่อาจจะทำอะไรได้เช่นกัน..

ระหว่างทาง..แพคเกจกับศศินาอยู่กับจินดาพิสุทธิ์..เดินพลางคุยพลาง..ทิ้งระยะไม่ให้คนอื่นได้ยินบทสนทนา..

เพราะทั้งสามจะได้คุยกันด้วยสำนวนของโลกของตนเองได้เต็มที่..

“..ริต้า..” ศศินาถาม.. “..พี่ไม่คิดเลยนะว่าจะเป็นเธอ..”

“..พี่นาคะ..ริต้าก็ตกใจเหมือนกัน..ไม่นึกว่าพี่กับแพคเกจจะอยู่ที่นี่..”

แพคเกจอดพูดไม่ได้..

“..เราตายแล้วริต้า..ฉันกับพี่นาตายแล้ว..”

“..ก็คงเหมือนริต้าสินะ..” เจ้าหญิงหัวเราะเสียงใส.. “..เรากลับไปยังโลกของเราไม่ได้แล้ว..แพค....”

“..อือ..”

เจ้าหญิงหันมาหาแพคเกจ..กุมมือแน่น..

“..เธอตายแล้ว..ดังนั้น..ก็คงพ้นพันธะที่เป็นคนรักของคิตตี้แล้วใช่ไหม..”

ศศินาที่ตามมาติด ๆ ถึงกับสะดุ้ง..

แพคเกจดูกระอักกระอ่วนใจ..

ก่อนหน้านั้น..ริต้าก็รักแพคเกจมาก่อน..สมัยนั้นแพคเกจทำตัวไม่เหมาะสม..มีสัมพันธ์กับริต้า..แต่ในที่สุด..ริต้าตัดสินใจยกแพคเกจให้คิตตี้และยอมตายแทนในปฏิบัติการณ์ปกป้องโลก..

“ริต้า..” แพคเกจเห็นแววตาของอีกฝ่ายก็ไม่รู้จะทำยังไงดี..

ศศินาเม้มปาก..

“..อย่าบอกนะแพคเกจ..ว่าเธอกับริต้าก็...”

รู้สึกถึงความเบื่อหน่าย..ว่างเปล่า..

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์กลับหัวเราะ..

“..ใช่ค่ะพี่นา..ริต้ากับแพคเคยมีสัมพันธ์กัน..แต่นั่นก็คือเรื่องของแพคเกจกับริต้า..ไม่ใช่จินดาพิสุทธิ์..”

เจ้าหญิงในชุดขาวมีสีหน้าที่ใสสะอาดไร้มลทินใด ๆ ....

“..และเวลานี้..ริต้าตายไปแล้วค่ะ..มีแต่เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เท่านั้น...จินดาพิสุทธิ์ที่เป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา.”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น