Butterfly 8ffect-บัตเทอร์ฟลายเอฟเฟกต์-

กดดาวส่งกำลังใจให้เราได้นะคะ =]

Amber eyes [ 6 ] #อบอเลโอเอ็น 100%

ชื่อตอน : Amber eyes [ 6 ] #อบอเลโอเอ็น 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 633

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2561 20:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Amber eyes [ 6 ] #อบอเลโอเอ็น 100%
แบบอักษร

Amber eyes

#อบอเลโอเอ็น 

[ 6 ]


            แม้จะยังอยู่ในห้วงความตื่นตระหนกและอัลฟ่าเถื่อนถูกกำราบจมกองเลือดอยู่เบื้องหลังทว่าเลโอเป็นอัลฟ่า และรู้ดีว่าสภาพตามการกำเนิดของตนมิอาจไว้ใจได้โดยง่ายโดยเฉพาะเรื่องพละกำลังและการฟื้นตัว

            การพาโอเมก้าตัวจ้อยในอ้อมกอดไปให้พ้นจากตรงนี้ดูจะดีที่สุด

            "เจ้าลุกไหวไหม" เลโอไม่เคยคิดว่าเสียงตัวเองจะสั่นได้ถึงเพียงนี้ ยิ่งมองรอยถลอกจนเห็นเลือดซิบบนผิวสีน้ำผึ้งของโอเมก้าที่ยามนี้เสื้อผ้าซึ่งห่อหุ้มกายหลุดลุ่ย ความฉุนเฉียวในใจก็ปรี่ล้นขึ้นมาจนอยากจะไปเตะโจรชั่วซ้ำอีกสักที

            แม้ว่าจะมีเข็มแหลมทิ่มในใจอยู่เช่นกัน ว่าเหตุใดสิ่งไม่บังควรเหล่านี้จึงเกิดกับเอเบิล

            "ข้าลุกไหว ไหว ข้าไหว" เอเบิลพึมพำตอบเสียงสั่นเทา สองมือน้อยจิกแขนเสื้อสีดำแพรไหมนุ่มลื่นของอัลฟ่าตระกูลเจมส์ไว้จนแน่นเพื่อพยุงตัวเองลุกขึ้น เอเบิลเคยผ่านความบาดเจ็บทางร่างกายจากการตกหล่นยามฝึกทักษะหัวขโมยมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าที่ทำเอาขาสั่นหมดเรี่ยวแรงคงเป็นผลกระทบต่อจิตใจเสียมากกว่า

            มือน้อยแตะแนบท้องของตัวเองเมื่อลุกขึ้นยืนได้ ใจหนึ่งผ่อนลงเมื่อไม่รู้สึกเจ็บกระทบใกล้กับที่ฟูมฟักของเจ้าตัวเล็ก แต่ใจหนึ่งก็กังวล ยิ่งคิดไปถึงเรื่องไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ทั้งตัวหัวขโมยแห่งตระกูลชาริงตันก็สั่นอย่างห้ามไม่อยู่

            เหตุการณ์เมื่อครู่นั้นน่ากลัว น่ากลัวเกินไป

            "..." ดวงตากลมโตช้อนมองใบหน้าขาวจัดคมคายของอัลฟ่าตรงหน้าตน แค่คิดว่าหากไม่ได้เจอเลโอในยามนี้ หากไม่ได้อีกคนจะเป็นอย่างไร

            "ใส่นี่ไว้" ลีโอนาร์ด เจมส์ปลดเสื้อแพรไหมสีดำแขนยาวของตนออกสวมให้กับร่างน้อยตรงหน้าแทนเสื้อตัวเดิมที่ขาดวิ่นไร้ประโยชน์ จนเหลือเพียงเสื้อแขนกุดด้านในสีดำห่อหุ้มร่างกำยำขาวจัดของอัลฟ่า

            หากเป็นปกติเอเบิลคงปฏิเสธเสียงแข็ง เชิดหน้ารั้นอย่างไม่ยินยอม ทว่ายามนี้เขาต้องการ ทั้งลมหนาวบาดผิว และทั้งกลิ่นอายจากเสื้อตัวนี้ชวนให้อุ่นใจได้มากขึ้น

            กลิ่นชาหอมกรุ่นของอัลฟ่าเลโอทำให้รู้สึกเหมือนถูกอีกฝ่ายกอดไว้ ณ ขณะนี้จะหาความรู้สึกปลอดภัยจากไหนให้กับลูกได้เท่าอ้อมกอดนี้อีก

            "ทำไมเจ้าถึงได้อยู่ -- อ๊ะ ท่านเฮเซล ต้องไปช่วยท่านเฮเซลก่อน" เอเบิลหวีดร้องขึ้นเสียงดังทั้งที่เอ่ยถามไม่จบดี สองขาผอมเพรียวเร่งวิ่งไปแต่เพราะความบาดเจ็บจึงไม่อาจทันความนึกคิด เลโอรีบจ้ำก้าวเดินตามในขณะที่คิดไม่ตกว่าควรพยุงหรือจับเอเบิลขึ้นขี่หลังดี ขาผอมของโอเมก้ากลิ่นน้ำผึ้งป่าก็หยุดชะงัก

            เลโอได้กลิ่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่ผสมเปรี้ยวหวานอย่างลงตัวโชยมาแทบทันที ทว่าก็ไม่มีกลิ่นใดหอมติดตรึงในการรับรู้ได้เท่าน้ำผึ้งป่านานาไม้ดอกของโอเมก้าคู่ชีวิตตนอีกแล้ว

            "ท่านเฮเซล ท่านปลอดภัยไหม" เอเบิลกะเผลกขาเข้าหาโอเมก้าเรือนผมชมพูอย่างร้อนใจ ดวงตาสีม่วงเข้มของเฮเซลหันมามองก่อนจะยักไหล่ขึ้น

            "ข้าสบายดี" แม่มดแห่งป่าฝนเทาบอกเสียงติดขุ่นมัวอยู่เล็กน้อย เอเบิลมองสำรวจเห็นแม่มดแห่งป่าฝนเทาไร้ร่องรอยขีดข่วนก็เบาใจได้มากขึ้น

            "พวกนั้นข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว คงจะสำนึกไปอีกนานว่าอย่ามาทำเรื่องชั่วช้าในป่าฝนเทาของข้าอีก" แม่มดประจำป่าฝนเทาเขม่นจ้องไปด้านหลังอย่างนึกเคืองไม่หาย หากไม่ติดว่าการเป็นแม่มดนั้นไม่สามารถฆ่าหั่นบั่นทอนชีวิตผู้ใดได้ก็คงจะจัดการพวกนั้นได้ง่ายกว่านี้ เพราะว่าแม่มดหากฆ่าคนหรือดื่มกินชิ้นส่วนของสัตว์ก็จะป่วยหนัก ได้รับโทษมากกว่าข้อดี

            สิ่งที่แม่มดแห่งป่าฝนเทาทำได้จึงมีเพียงแค่เอาเถาวัลย์พันขาพวกมันห้อยหัวจากต้นไม้แล้วรัดปิดปากด้วยเถาไม้อีกหน่อย ไม่ให้ส่งเสียงโหยหวนน่ารำคาญรบกวนสัตว์ป่าที่พักในยามกลางคืน

            พอตกเช้าก็ให้เจ้านกที่ตนสั่งการไว้จิกเถาวัลย์ให้ขาดปล่อยพวกนั้นเอาทีหลัง

            "มาห่วงข้า เจ้าเถอะสภาพดูไม่ได้" แม่มดอายุหลายร้อยปีมองสำรวจสภาพถลอกปอกเปิกของเอเบิลแล้วก็ได้แต่เหนื่อยใจ แม้จะมีเสื้อตัวโตคลุมทับไว้ทว่าก็เห็นร่องรอยบาดแผลได้ไม่ยาก

            "ข้าไม่เป็นไร เลโอ เลโอมาช่วยข้าไว้" เอเบิลบอกด้วยรอยยิ้มที่เจือความตื่นตระหนกไว้ไม่น้อย อัลฟ่าตัวโตยืนเด่นตระหง่านอยู่ด้านหลังพวกเขาก้าวเข้ามาชิดมากขึ้นอีกก้าว

            "เรารีบออกไปจากที่นี่เถอะ" อัลฟ่าตระกูลเจมส์เสนอ และแม้ว่านี่จะเป็นป่าของตัวเองแต่เฮเซลก็นึกเห็นด้วย

            "วี๊ด" เสียงเป่าปากของอัลฟ่าดังขึ้น เพื่อส่งสัญญาณรอม้าสีขาวปลอดคู่ใจ เพียงไม่นานมิเกลก็วิ่งมาอวดโฉมสวยงามของมันให้ได้เห็น

            "มิเกลลล" เอเบิลแทบจะลืมความเจ็บไปหมดสิ้น ยิ้มร่าเรียกเจ้าม้าแสนคุ้นเคย มิเกลพ่นลมหายใจฟืดยาวเดินเลยเจ้านายของมันมาก้มหัวหามือน้อย ๆ สีน้ำผึ้งของโอเมก้าตัวผอมบางที่เคยให้อาหารตน

            "พอเจอเอเบิลก็ลืมข้าเชียวนะ มิเกล" เลโออดไม่ได้จะดุเจ้าม้าแสนรู้เสียงนิ่ง แต่มิเกลก็เมินเฉยยังคงโน้มตัวเข้าทักทายโอเมก้าน้อย

            "เจ้าทั้งสองขึ้นม้าเถอะ เดี๋ยวข้าจะจูงมิเกลเดินเอง"

            “ข้าจะได้ขี่เจ้าอีกแล้วนะมิเกล” มิเกลตอบรับเสียงหวานหูด้วยการย่อตัวลงรอให้คู่แท้ของผู้เป็นนายขึ้นขี่หลัง เลโอชักจะหมั่นไส้ความแสนรู้เสียเหลือเกินของม้าแสนรักขึ้นมาเล็ก ๆ เสียแล้ว

            "เจ้าดื่มนี่ก่อนเอเบิล" เฮเซลดึงกระบอกน้ำออกมาจากกระเป๋าบางเฉียบ เอเบิลรับมาจิบทันทีอย่างไม่อิดออด แม้รสชาติจะขมลิ้นพอกับยาบำรุงครรภ์

            แม่มดแห่งป่าฝนเทาขยับนิ้วเรียวเล็กของตนเองไปมา ริมฝีปากกระจับสวยพึมพำ แตะปลายนิ้วเบา ๆ ที่หน้าผากของโอเมก้าผิวสีน้ำผึ้งที่สูงพอกับตน

            "อะ ข้าไม่เจ็บแล้ว ท่านเฮเซล ท่านรักษาข้าเหรอ ข้าไม่เจ็บเลย" เอเบิลเบิกตาโพลงตื่นเต้น ขยับข้อเท้าที่เคยปวดแปลบซึ่งยามนี้ไร้ความเจ็บปวด

            "ระวังหน่อย แผลพวกนั้นไม่ได้หาย เจ้าแค่ไม่เจ็บแล้วเฉย ๆ” พอเฮเซลบอก เอเบิลก็หยุดการโยกข้อเท้าให้ยิ่งระบมช้ำ ขยับไปปีนขึ้นบนตัวของมิเกลโดยมีเจ้าของม้าเช่นเลโอคอยอำนวยความช่วยเหลือ

            เฮเซลเองก็ปีนขึ้นตามไปนั่งข้าง ๆ กับเอเบิล ดวงตากลมวาวของแม่มดมองสำรวจป่ารอบตัวอีกหน

            "เจ้าเป็นนักแปรธาตุหรือ เฮเซล" อัลฟ่าเลโอถามโอเมก้าเรือนผมชมพูตรงหน้าตน และอีกฝ่ายก็มองกลับอย่างคาดประเมินไม่แพ้กัน

            นักแปรธาตุไม่ใช่แม่มด ทว่าเป็นคนธรรมดา ผู้ใช้ศาสตร์แห่งการดึงพลังของธรรมชาติผ่านหินแร่ต่าง ๆ ซึ่งมักจะใช้วิชาในการรักษา การตรวจโรค หรือเยียวยาความเจ็บปวดแม้ไม่ใช่หมอก็ตาม ซึ่งแกนวิชาที่เรียนรู้และใช้นั้นก็ได้รับสืบทอดต่อมาจากเหล่าแม่มดอีกที แต่หากนับดูแล้วคงมีพลังราวสองส่วนจากสิบของแม่มดเท่านั้น

นักแปรธาตุที่เก่งกาจนั้นมีค่อนข้างน้อยเพราะว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทำได้ รวมทั้งการแปรธาตุแต่ละครั้งนั้นแลกมาด้วยพลังของตนเอง คนส่วนใหญ่จึงลงความเห็นว่าหาสมุนไพรดี ๆ มาใช้น่าจะคุ้มค่ากว่าการเป็นนักแปรธาตุ

            "อาจจะใช่หรือไม่ใช่" เฮเซลตอบกำกึ่ง ใบหน้าน่ารักสะบัดเส้นผมสีอ่อนที่ปรกรกตาตนให้พ้นทาง

            "ข้าจะบอกทางออกจากป่านี้เพื่อทะลุไปถึงชายเมืองเมอร์กับเจ้า อัลฟ่า" เฮเซลเอ่ยขึ้น อัลฟ่าตระกูลเจมส์พยักหน้ารับอย่างไม่โต้เถียงเพราะตนก็หารู้ทางไม่เช่นกัน

            "จับไว้แน่น ๆ หน่อยนะเอเบิลเดี๋ยวเจ้าจะร่วงลงมา" อัลฟ่าตัวโตย้ำอีกครั้งก่อนจะเร่งก้าวเพื่อเดินทางออกจากป่าฝนเทา

            ใช้เวลาราวสองชั่วยาม เขตพื้นที่เงียบสงบเช่นเมืองเมอร์ทว่าแฝงส่วนผสมลงตัวของเพิร์ลและนอร์ธ ก็ปรากฏชัดต่อสายตา เมืองเงียบสงบในยามดึกดื่นมีตะเกียงหินไฟทอดยาว

            อัลฟ่าตระกูลเจมส์เดินนำตรงไปโรงแรมสำหรับพักผ่อนอย่างรู้ทิศทางแม่ยำ และแม้จะดึกมากแล้วทว่าการเจรจาของอัลฟ่าตระกูลการค้าใหญ่ก็ทำให้พวกเขาได้มีที่หลับนอนคืนนี้

            โรงแรมนี้สวยงามและโอ่อ่าเสียยิ่งกว่าโรงแรมสำหรับผู้สัญจรผ่านของเมืองไคล์ที่เอเบิลคุ้นชิน ทว่าแม้น่าสำรวจมากแค่ไหน แต่ทันทีที่ได้เข้าพักในห้องพักราคาแพงของโรงแรมชั้นดี เอเบิลก็หมดแรงที่จะลุกไปเพ่นพ่านที่ไหน ยิ่งยาของแม่มดเฮเซลเริ่มเสื่อมคลายฤทธิ์ลงแล้วแบบนี้

            "โอ๊ยย เจ็บชะมัด" เสียงหวานนุ่มบ่นพึมพำ แผ่นหลังผอมบางพิงแนบกับเก้าอี้สีชาดตัวโต ความปวดแปลบแล่นวาบไปทั้งตัวของเอเบิล มือน้อยจับแตะท้องตัวเองอีกครั้งอย่างเคยชิน

            "อื้อ เบาหน่อยสิ" ร้องบอกเสียงดังเมื่อถูกมือขาวใหญ่ของอัลฟ่าประครองสองขาขึ้นบนโต๊ะเพื่อสำรวจดูบาดแผลให้อย่างจริงจังใต้แสงหินไฟขนาดใหญ่ที่ได้คุณภาพ

            "เจ็บ ตรงนั้นเจ็บ" เอเบิลแหวเสียงลั่นเมื่อโดนแตะเข้ารอยช้ำแดงตรงหัวเข่า มือน้อยที่ถูกคลุมจนมิดจากชายแขนเสื้อขยุ้มแน่นน้ำตาเล็ด

            "นี่ยา มันจะเร่งสมานแผล" แม่มดผู้รอบรู้ด้านสมุนไพรวางชามกระเบื้องเคลือบสวยของโรงแรมชั้นดีนี้ลงบนโต๊ะ อัลฟ่าคว้ามันมาดมเล็กน้อย จมูกที่ไวต่อกลิ่น พอจะแยกแยะสมุนไพรและเครื่องเทศที่ทำการค้าด้วยได้ฉับไว และยอมรับว่าสมุนไพรพวกนี้เป็นของดีล้ำค่า

            "อัลฟ่านี่คงไม่มีปัญหาที่จะช่วยทายาให้เจ้า ข้าขอไปอาบน้ำก่อน"

            "เดี๋ยวท่านเฮเซล โอยย" เอเบิลเด้งตัวลุกขึ้นฉับพลันจนอดจะโอดครวญออกมาไม่ได้

            "ข้าอยากถามอะไรท่านสักหน่อย" เอเบิลบอกเสียงจริงจัง

            "ส่วนเจ้าออกไปก่อนได้ไหมเลโอ" เอเบิลหันมาบอกอัลฟ่าตัวโตข้างกาย ตาโตมองจ้องเว้าวอน จนเลโอได้แต่ยันตัวลุกขึ้นเต็มความสูง

            "เสร็จธุระแล้วเรียกข้าด้วย" เลโอย้ำบอกไว้ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ทันทีที่แน่ใจว่าบานประตูไม้ใหญ่โตนั่นปิดลงเอเบิลก็รีบกวักมือเรียกแม่มด

            "ท่านเฮเซลข้าไม่รู้สึกบาดเจ็บใกล้แถวนี้ แต่ข้าไม่สบายใจเลย ท่านช่วยดูเจ้าตัวเล็กให้ข้าหน่อยได้ไหม" เอเบิลร้องบอกเสียงกังวล แม่มดแห่งป่าฝนเทานั่งลงไม่ห่าง แตะปลายนิ้วกับท้องผอมบางของเอเบิลแผ่วเบา

            "ไม่น่ามีปัญหาอะไร ยาที่ข้าให้เจ้าดื่มเมื่อครู่ก็เป็นยาของหลานข้านี่ล่ะ" เฮเซลออกปากมาแบบนี้เอเบิลก็เบาใจได้มากขึ้น 

            "ท่านนี่สุดยอดเสมอเลยท่านเฮเซล" เอเบิลยิ้มได้ มือน้อยลูบปลอบโยนเจ้าตัวเล็กในท้องอย่างหวงแหนอีกหลายหน ยิ่งเสื้อของอัลฟ่าที่ได้คลุมร่างทั้งนุ่มทั้งหอมกลิ่นกายอัลฟ่าคู่แท้ สัญชาติญาณของโอเมก้าซึ่งกำลังมีครรภ์ก็ยิ่งยินดี

            "เจ้าดูเปิดใจต่ออัลฟ่าผู้นั้นมากกว่าเมื่อวานนี้มากเลย รู้ตัวหรือไม่เอเบิล" แม่มดเฮเซลพูดอย่างตรงไปตรงมา โอเมก้าที่เยาว์วัยกว่าหลายร้อยปีหลุบตามองมือของตน

"ก็ ก็หากเขาไม่มาช่วยไว้ ข้ากับลูกก็คงแย่" เสียงหวานตอบอ้อมแอ้มไม่เต็มคำนัก เขาเองก็รู้ตัว ทุกอย่างรวดเร็วเหลือเกินจนลำดับความรู้สึกแทบไม่ทัน ไม่รู้ด้วยเพราะเป็นคู่แท้ หรือใจมันโอนอ่อนไปแล้วหรืออย่างไร แม้จะไม่อยากยอมรับแต่เอเบิลอุ่นใจกว่ามากนักเมื่อได้เจอเลโอเช่นนี้

            "หน้างออีกแล้ว ถ้าหลานข้าเกิดมาทำหน้าบู้บี้เก่งเช่นเจ้าคงดื้อน่าดู"

            "ท่านเฮเซลก็" เครื่องหน้าจิ้มลิ้มบนใบหน้าหวานของเอบีเกล ชาริงตันยิ่งฉายความขี้ดื้อออกมาจนแม่มดได้แต่ถอนหายใจเจือความเอ็นดู

            "แล้วเจ้าจะเก็บเรื่องหลานข้าเป็นความลับจากอัลฟ่าด้านนอกนั่นไปเรื่อย ๆ อย่างนั้นหรือ"

            "ข้าไม่รู้เช่นกัน ก่อนหน้านี้ข้าบอกว่ากินยาผงขาวแล้ว การฮีทครั้งก่อนของข้าไม่ได้นำมาซึ่งการให้กำเนิดผู้ใด จู่ ๆ ตอนนี้จะไปบอกว่าในท้องของข้ามีลูกของเขาอย่างนั้นหรือ" เอเบิลถอนหายใจเสียงแผ่ว ชวนให้เฮเซลถอนหายใจตามเช่นกัน

            "ก็ลองตรองดู เดี๋ยวก็ให้เจ้านั่นมาทายาให้เจ้าเถอะ ส่วนข้าอยากได้น้ำสะอาดชโลมกายจะแย่แล้ว ข้าจะนอนอยู่ห้องตรงข้ามเจ้า”

            "เดี๋ยวท่านเฮเซล แบบนี้ข้าก็ต้องนอนกับเลโอน่ะสิ" แม้อีกไม่กี่ชั่วยามจะใกล้ย่ำรุ่งแล้วก็เถอะ แต่ด้านในห้องนี้หน้าต่างน้อยบานแถมยังคลุมทับด้วยผ้าม่านหนา หากดับตะเกียงหินไฟก็คงมิต่างอะไรจากยามที่ภายนอกเป็นค่ำคืนที่ชวนให้หลับใหลอย่างเพลิดเพลิน

            แม่มดแห่งป่าฝนเทาถอนหายใจ เอเบิลทำเสียอย่างกับไม่เคยนอนร่วมเตียงกับอัลฟ่าเลโอ มิเช่นนั้นเจ้าตัวเล็กในท้องนั่นเสกสรรเอาจากไอน้ำและก้อนเมฆหรืออย่างไร หรือเพราะเคยร่วมเตียงเคียงหมอนกันแล้วถึงได้ยากนักที่จะชิดใกล้กันอีกหน

              "ท่านนอนเป็นเพื่อนข้าเถิดนะ ท่านเฮเซล" เอเบิลวิงวอน นึกอยากจะลุกไปอ้อนขอชิดใกล้ แต่แค่ขยับตัวก็เจ็บวาบไปหมด แต่กระนั้นเมื่อตระหนักถึงการอยู่กับอัลฟ่าคู่แท้แค่สองต่อสองก็หน้าร้อนขึ้นมาฉับพลัน

            "ข้าอยู่มาสี่ร้อยเจ็ดปีแล้วเอเบิล เชื่อข้าเถอะ คืนนี้อัลฟ่าคู่แท้ของเจ้าไม่ยอมให้เจ้าห่างพ้นไปเกินหนึ่งช่วงแขนเป็นแน่"

            คำทำนายทายทักของแม่มดแห่งป่าฝนเทาไม่ค่อยผิดนัก และในยามนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น

            เอเบิลรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่ไม่น้อยเมื่อทุก ๆ การขยับตัวนั้นมีดวงตาคมกริบจับจ้องมองอยู่เสมอ ไม่ว่าตนจะขยับไปทางไหนก็ตาม

            ไม่ว่าจะตอนที่เอเบิลอยากอาบน้ำ อัลฟ่าตัวขาวก็พาไป ยังดีที่พอฟังอยู่บ้างว่าเอเบิลอาบเองได้หาใช่พิการตรงไหนไม่ ก็แค่ปวดหยอกเท่านั้น จนทายาสมานแผลให้ตามรอยถลอกแต่ละจุดบนตัวแล้วพามาพักผ่อนที่เตียง อัลฟ่าผู้นั้นก็ไม่ยอมไปไหนสักที

            แต่อย่างน้อยก็มีสำนึกไม่โดดขึ้นมานอนเบียดบนเตียงเดียวกัน ใช้แรงอัลฟ่าลากเก้าอี้ยาวเบาะนวมนิ่มตัวเขื่องมาวางขนาบใกล้แทน แต่เพราะใกล้นัก จนทำให้เอเบิลที่นอนบนเตียงซึ่งห่างไปเพียงเล็กน้อยตกประหม่าจนข่มตาหลับไม่ลง

            ทุกอย่างเกิดขึ้นว่องไวเหลือเกิน ดังเช่นคำที่แม่มดว่า เมื่อวานกับวันนี้ทุกอย่างมันมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

            ความใส่ใจ ใจดีและห่วงใยที่มอบให้กันอย่างล้นเหลือจากอัลฟ่าตัวโตทำเอาโอเมก้าผอมจ้อยร่อยงุนงงไปหมดแล้ว

            มันคือฤทธานุภาพของการผูกพันธะสัญญาและการเป็นคู่แท้หรืออย่างไร

            ความรู้สึกยินดีและน้อมรับที่แผ่ล้นในใจของเอเบิลมาขึ้นทุกทีนี่ก็ด้วย

            "เจ้าอย่าจ้องมาได้ไหม" เอเบิลเอ่ยขึ้นมาในที่สุดแม้จะนอนหงายมองเพดานก็ตาม แต่อัลฟ่าที่ยังคงนอนตะแคงข้างมองจากเก้าอี้นอนชิดใกล้ก็ไม่ได้เปลี่ยนท่าที จึงกลายเป็นโอเมก้ากลิ่นน้ำผึ้งป่าที่ตะแคงข้างหันมาจ้องอีกฝ่ายกลับ

            และเมื่อสบตา ประชันหน้ากัน กลายเป็นเลโอที่หลุบตาลงหนี

            "ทำไมเจ้าถึงมาช่วยข้าได้ล่ะ ข้านึกว่าเจ้าเอาภารกิจมาให้ข้าแล้วก็ออกจากป่าไปแล้วเสียอีก เจ้าหลงทางเหรอ" น้ำเสียงหวานของโอเมก้าที่เอ่ยถามคำถามเปลี่ยนท่าทีการนอนของอัลฟ่าให้พลิกตัวขึ้นมองเพดานเบื้องบนแทบจะในทันที

            "ข้าไม่ได้หลงทาง" เลโอตอบออกมาเสียงไม่ดังนัก แต่ในห้องเงียบมากพอให้ได้ยินชัดเจน

            "ไม่ได้หลงทาง เจ้าแอบรอตามข้ามาเหรอ หรือเราแค่บังเอิญเจอกัน" สิ้นคำถามของเอเบิล อัลฟ่าตรงหน้ามีท่าทีที่แปลกขึ้นอย่างชัดเจนแม้จะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้าง เอเบิลมิได้เก่งกาจพอจะตีความว่ามันคือความรู้สึกใดกันแน่

            “ไม่ได้บังเอิญหรอก”

            สีหน้าเลโอดูก่ำกึ่งระหว่างประหม่ากับสำนึกผิด ทว่าอัลฝ่าผู้นี้ไม่ได้ทำสิ่งใดไม่ควรเลยจะรู้สึกผิดก็คงไม่ใช่ และเมื่อเอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้งเอเบิลคิดว่าเลโอกำลังรู้สึกแบบเดียวกันคือความประหม่าและขัดเขิน

            ยิ่งคิดต่อไปอีกว่าที่เลโอรอคอยอยู่ในป่าก็เพราะเป็นห่วงตนที่จะออกเดินทางเพียงลำพัง เอเบิลก็แก้มซับสีเลือดไม่ต่างจากใบหู ร้อนวูบวาบเสียจนต้องซุกซ่อนใบหน้าเกือบครึ่งไว้ใต้ผ้าห่มนุ่มนิ่มเหลือเพียงดวงตากลมวาวสีควันไฟ

            "เอเบิล"

            "หือ"

            ทว่าโอเมก้าตัวจ้อยมิได้รู้เลยว่า การคาดประเมินของตนคลาดจากความจริงไปด้วยใจที่โอนอ่อน ความรู้สึกที่อัดแน่นในใจของอัลฟ่าคือความรู้สึกผิดที่เจือปนหลากหลาย เลโอยังคงคิดว่าสิ่งที่ตัวเองอยากให้หัวขโมยได้เรียนรู้ เหตุการณ์ที่สร้างขึ้นสั่งสอนนั้นถูกต้อง แต่การกระทำเกินกว่าเหตุที่โอเมก้าต้องเจอก็ทำเอาตนรู้สึกแย่และละอายใจ

            มันปนเปกัน ลึกล้ำและกัดกิน

            จึงพยายามดูแลโอเมก้าตัวจ้อยนี้ให้มากที่สุดเพื่อชดเชย แทนความรู้สึกผิดนั้น

            "เจ้าจะบอกอะไรเหรอ"

            “เอเบิล เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้”

            “.....”

            "ข้า… ข้า"

            "...." ดวงตากลมโตวาวสีควันไฟของโอเมก้าจ้องมองมา ทั้งไว้ใจและหวั่นไหว ดวงตาของเอเบิลสะท้อนเพียงใบหน้าของเลโอกลับมา

            "ข้า ...ข้าว่ากลิ่นเจ้าแปลกไปนะ ว่าจะทักตั้งแต่ครั้งก่อนแล้ว" เลโอเปลี่ยนเรื่องที่ตนต้องการจะเอ่ยไปอีกทางอย่างหมดสิ้น ตนไม่รู้จะเอ่ยปากบอกออกมายังไง

“จริงเหรอ เลโอ” พอได้ฟังอัลฟ่าบอกแบบนั้น โอเมก้ารีบยกมือของตัวเองขึ้นมาสูดดม

            ที่จริงเอเบิลก็เพิ่งเคยชินกับกลิ่นแท้จริงของตนได้ไม่นานหลังจากปลดเปลื้องสมุนไพรที่กดระบบการรับรู้กลิ่นตนให้ถ้อยยิ่งกว่าเบต้าออก กลิ่นหอมหวานแผ่ฟุ้งที่เคยสัมผัสได้และคิดว่าเป็นพิษร้ายก็คือกลิ่นโอเมก้าของตนเองที่ไม่เคยสะพัดขึ้นแรงขนาดนั้นจวบจนมาเจอคู่แท้แห่งโชคชะตา แต่ยามที่ไม่ฮีทมันก็หาได้หอมรุนแรงต่อการรับรู้ของโอเมก้านัก แต่ไม่ใช่กับจมูกของอัลฟ่า

            "มันแปลกยังไงเหรอ ข้าไม่รู้เลย" เอเบิลซุกจมูกไปถึงท่อนแขนผอมของตน

            "ข้าบอกไม่ถูก แค่ ...ช่างเถอะอาจเพราะว่าเจ้าคลุกคลีกับโอเมก้าที่ชื่อเฮเซล จนเผลอมีกลิ่นคนอื่นติดมาก็ได้กระมัง" เลโอสรุปความเห็นของตัวเอง เอเบิลครางเสียงแผ่วในลำคอรับ

            หรือกลิ่นผิดแปลกที่อัลฟ่าเลโอรู้สึกจะเป็นเจ้าตัวน้อย เพียงคิดมือผอมสีน้ำผึ้งก็ประกบแนบกับหน้าท้องของตัวเอง รอยยิ้มประดับบนริมฝีปาก

            อัลฟ่าจมูกไวถึงขั้นได้กลิ่นสิ่งมีชีวิตที่ยังเติบโตได้เพียงเดือนนิด ๆ  ในท้องได้อย่างไร หรือว่าเป็นสัญชาติญาณของผู้ให้กำเนิดกัน หรือเพราะโอเมก้ายามตั้งครรภ์กลิ่นกายจะผิดแผกไปจากเดิม

            เอเบิลมิอาจรู้ว่าใช่เหตุผลที่ตนคิดออก หรือนอกเหนือไปจากนี้กันแน่ที่ทำให้เลโอรู้สึกได้ถึงเจ้าตัวน้อย แต่ไม่ว่าอะไรเอเบิลก็รู้สึกเป็นสุขในใจมากขึ้นอีก

            "ข้าว่าคงไม่ใช่กลิ่นของท่านเฮเซลหรอก ความจริงแล้วมีอีกคนอยู่กับข้าด้วย" เอเบิลบอกไปด้วยรอยยิ้มเสียงไม่ดังนัก หัวใจในอกเต้นระรัวแรง ร่างน้อยมุดลงใต้กองผ้าห่มให้นวมนุ่มนิ่มโอบกอดรอบตัวไว้เผื่อจะช่วยทุเลาอาการตื่นเต้นนี้ได้บ้าง

            "ใคร ? แม่มดแห่งป่าฝนเทาหรือ"

             "ฮื่ออ ไม่ใช่" เอเบิลหัวเราะคิกคักเสียงดังเจือคำบอกปัด ดวงตาเรียวคมของอัลฟ่าหรี่ยามที่ความหงุดหงิดชวนขุ่นมัวแผ่เข้าครอบงำจิตใจ

            "แล้วมันเป็นโอเมก้า เบต้า หรืออัลฟ่า" น้ำเสียงในคำสุดท้ายนิ่งแข็งลงแตกต่างไป แค่คิดว่ามีอัลฟ่าอื่นมาคลุกคลีจนกลิ่นติดบนตัวโอเมก้าคู่แท้ของตน เลโอก็ไม่ชอบใจเอามาก ๆ แล้ว แม้กลิ่นที่ตนรู้สึกว่าผิดแปลกไปบนตัวของเอเบิลจะไม่ใช่กลิ่นอัลฟ่าก็ตาม แต่เพราะบอกไม่ได้นี่แหละว่าคือกลิ่นอะไรถึงทำให้ยิ่งน่าหงุดหงิดใจ

            "ข้าก็ไม่รู้ ไม่รู้เลยเหมือนกัน" น้ำเสียงของเอเบิลเจือความอารมณ์ดีไว้ทุกคำ และยิ่งหันไปเห็นสีหน้าสงสัยข้องใจของอัลฟ่าตัวขาวก็อดไม่ได้จะหัวเราะออกมาจนตาหยี

            "นี่เจ้าแกล้งปั่นประสาทข้าเหรอ เด็กดื้อจริง ๆ” เลโอถอนหายใจเฮือกยาว ดูแล้วโอเมก้าหัวขโมยก็แค่ดื้อแพ่งแผงฤทธิ์ใส่เหมือนทุกที ต่อให้ฟังคำดุแต่เอเบิลก็ยังหุบยิ้มไม่ลงอยู่ดี มือน้อยแตะปลายนิ้วลูบท้องตัวเอง ยังคงจ้องมองเสี้ยวหน้าของอัลฟ่าตัวโต

            อัลฟ่าที่ได้ร่วมสร้างอีกชีวิตด้วยกัน

            ข้าจะบอกเรื่องของคนที่อยู่ในท้องข้ากับเจ้า เลโอ รอให้มีโอกาสเหมาะ ๆ และไม่น่าตกใจกว่านี้ก่อน เจ้าจะได้รู้เรื่องของเขาแน่ ๆ

            เอเบิลทั้งคิดและสัญญาอยู่ในใจกับตัวเอง





คูมพ่อไม่รู้ไรเลยน้าาา ว่าอีกคนที่อยู่กับคูมแม่คือใคร ถถถถถถ

มาแล้ววจ้าา มาแบบเต็มตอนครบร้อยอีกแล้ว ถถถ

รู้สึกมีฟามเครียด ถถถ มีความต้องการความอิ่มเอมใจที่มักจะเกิดตอนได้อ่านแท็กและเมนต์มาก ๆ เลยค่ะ รู้สึกต้องการการเติมเต็มทางความรู้สึก ส่งมอบฟีดแบคมาให้เรากันเถอะนะคะ  เราต้องการมากค่ะ ขาดของมากตอนนี้ 

#อบอเลโอเอ็น

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น